ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กาหลงเดินร้องไห้ออกมา ไม้ตามมาถามว่าร้องไห้ทำไม ใครทำให้กาหลงร้องไห้?!

กาหลงปาดน้ำตาบอกว่าไม่มีใครทำ ตนซาบซึ้งใจในคำตอบของหลวงพ่อเท่านั้น ไม้บอกว่าตนก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ มันเป็นจริงดังคำเทศน์นั้น แล้วชี้ให้กาหลงดูต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

“กาหลงดูไม้นี่สิ...เมื่อครั้งหลังมันเคยเป็นไม้เล็ก เวลาล่วงไปมันก็เติบใหญ่แตกกิ่งผลิยอดต่อใบ มันไม่เคยทวนเข็มกลับไปเป็นต้นไม้เล็กดังเดิม สักวันหนึ่ง มันก็ต้องตายไป เหมือนอย่างพี่...ไม่ว่าไม้ใหญ่หรือไอ้ไม้มันก็ต้องมีวันตาย ไม่มีใครหนีความตายไปได้”

กาหลงตกใจ เอามือปิดปากไม้ไว้ ไม้ค่อยๆเอามือกาหลงออก พูดต่ออย่างเยือกเย็น มีสติว่า

“พี่เคยห้ามกาหลงไม่ให้พูดคำนี้ แต่หลังจากที่พี่เจ็บหนัก พี่เข้าใจแล้วว่าพี่ห้ามความตายไม่ได้ พี่ขอเพียงสิ่งเดียว หากพี่จะต้องตายไป ขอให้พี่ตายก่อนกาหลง...พี่ไม่อาจอยู่ได้หากไม่มีกาหลง”

กาหลงโผกอดไม้ร้องไห้อย่างสะเทือนใจกับความจริงของตัวเอง...

ส่วนพวกจันแม้ฟังหลวงพ่อเทศน์แล้วจะซาบซึ้งถึงสัจธรรม แต่ก็ไม่มีใครอยากตาย

ขณะเดินโต้เถียงกันนั้น จอกวิ่งตามมาตะโกนเรียก

“พี่จัน ไอ้ดำ ไอ้โขง”

“ไอ้จอก!!” ทุกคนร้องพร้อมกัน ทั้งตื่นเต้นดีใจ อัศจรรย์ใจ โขงถามว่าหายบ้าแล้วหรือ จอกสวนทันควันว่า

“ข้าไม่ได้บ้า!! ข้าแค่ฝันไป ฝันว่าข้าร้องรำยี่เก เหมือนคนบ้า เออ...แล้วนี่พวกเอ็งมัวทำอะไร ไม่ไปงานแต่งไอ้ไม้กับกาหลงหรือ” จันบอกว่าเขาอยู่กินกันนานแล้ว “เป็นไปได้ไงกัน ก็ข้าเพิ่งไปเก็บดอกบัวให้กาหลง...” พูดแล้วนึกได้ บอกทุกคนว่า “กาหลงตายแล้ว!!”

ทั้งจัน โขง และดำไม่เชื่อ เพราะทุกวันนี้กาหลงยังอยู่และไปไหนมาไหนได้เหมือนพวกเรา จอกยืนยันว่ากาหลงตายแล้วจริงๆ ถ้าไม่เชื่อไปดูกันให้เห็นกับตาจะได้รู้เสียทีว่ากาหลงเป็นผี!!

ooooooo

พอไปถึงหน้าเรือนกาหลง จันก็ตะโกนเรียกกาหลง เพื่อให้โผล่มาจะได้เชื่อเสียทีว่ากาหลงเป็นผีจริงไหม

จอกเอามือปิดปากจันถามว่าเรียกทำไม! จันบอกว่าอยากรู้ว่ากาหลงอยู่เรือนหรือเปล่า ดำโพล่งขึ้นว่า

“ข้าไปดูที่นาแล้ว...มันอยู่ที่นา...” จันดีใจเร่งทุกคนให้รีบหลบไปซ่อนที่ใต้ถุนเรือนก่อน ดำพูดไปหอบไปว่า “เดี๋ยว...ฟังข้าก่อน  ไอ้ที่ฉันบอกว่าอยู่นาน่ะ...ฉันหมายถึงไอ้ไม้ ส่วนกาหลงน่ะ อยู่เรือน!!” ดำที่กลัวผีจนขึ้นสมองชวน “กลับทีเถอะ กาหลงรู้ว่าพวกเราซุ่มอยู่นี่ ลงมาหักคอเรียงตัวเป็นแน่แท้!”

“จะไปเสียทำไม...ดูให้รู้ให้รอดว่ากาหลงเป็น...” จอกไม่กล้าพูดต่อ

“หากกาหลงจมน้ำตายอย่างเอ็งว่า กาหลงก็ต้องมีหยดน้ำติดกาย” โขงชี้ จันเห็นด้วยชวนไปช่วยกันไล่หาหยดน้ำจากเรือนกัน

ทุกคนไปยืนแหงนมองจากช่องกระดานขึ้นไป กาหลงเดินมาหยุดยืนตรงช่องกระดาน ทุกคนตื่นเต้นแทบหยุดหายใจ พลันก็มีเสียงน้ำไหล จ๊อก...จ๊อก...ทุกคนมองหน้ากันขวับ แต่พอมองที่พื้น กลายเป็นดำกลัวจนฉี่ราด!

โขงบอกให้กลับไปได้แล้วเพราะความชัดแล้วว่ากาหลงไม่ใช่ผี แต่จอกไม่ยอม ชี้แจงว่า ไม่มีหยดน้ำไม่ใช่กาหลงจะไม่ใช่ผี เสนอว่า “ขึ้นเรือนไปแอบดูกาหลง เผื่อจะเห็นหน้าผี”

แต่พอขึ้นไปดูที่ห้องปรากฏว่าไม่เจอกาหลง เพราะกาหลงเดินเข้าครัวไปก่อนหน้านี้แล้ว

มีเสียงโขลกน้ำพริกดังมาจากในครัว ทุกคนจึงย่องไปดู เห็นกาหลงนั่งตำน้ำพริกอยู่ ต่างพากันโล่งใจชวนกันกลับ กลัวว่าถ้ากาหลงรู้แล้วจะน้อยใจว่าพวกเราหวาดระแวง

กาหลงยิ้มพอใจที่ทุกคนคิดว่าตนยังมีชีวิตอยู่...

แม่กลอยร้อนใจเดินไปหาไม้ที่ทุ่งนาถามว่ากาหลงอยู่ไหน พอไม้บอกว่าอยู่เรือน แม่กลอยตำหนิว่า

“เดี๋ยวนี้เอ็งเป็นผัวประสาอะไร ทิ้งเมียให้อยู่เรือนลำพัง ไม่เห็นเมียเป็นข้อสำคัญ”

ไม้ชี้แจงว่าตนรักและห่วงกาหลง อยากให้กาหลงอยู่เรือน เพราะพักนี้ไม่ค่อยสบายไม่รู้เป็นโรคอะไร ก็ถูกแม่กลอยตำหนิอีกว่า กาหลงไม่สบายแล้วตัวเองยังทิ้งขว้างคาน้ำคาทุ่ง?

“ใจฉันแทบคลั่งตาย ไม่อยากทิ้งกาหลงหรอกจ้ะ แต่ฉันจำใจต้องออกมาหางาน เอาเงินมาแบ่งแม่จ้ะ กาหลงกำชับเป็นข้อสำคัญหนักหนา ให้ช่วยกันหากิน เอาเงินไปให้แม่และดูแลน้องๆให้รับสบาย”

แม่กลอยอึ้งและยังพูดอย่างไว้ท่าว่า “ทำให้ได้อย่างว่า แล้วค่อยมาพูด” แล้วเดินไป ไม้ถามว่าจะไปไหน แม่กลอยตอบสะบัดๆว่า จะกลับเรือน พอแม่กลอยไปแล้วไม้ก็อดคิดเป็นห่วงกาหลงขึ้นมาไม่ได้

ooooooo

การกำจัดผีกาหลงของอาจารย์สักครั้งนี้ล้มเหลว ซ้ำอาจารย์สักยังเสียลูกน้องไปคนหนึ่งด้วย ยังความแค้นแก่อาจารย์นักโชติถามว่าอาจารย์จะทำอย่างไรต่อไป

“ข้าจะตั้งพิธีอีกสักมื้อ เอ็งให้คนของเอ็งมาขวางไว้ อย่าให้ใครมาพังพิธีข้าได้จนนิดเดียว!!”

“ฉันจัดการให้!!” โชติกระเหี้ยนกระหือรือเต็มที่ แต่ขาบกับมั่นสะดุ้งเพราะรู้ว่าตนต้องถูกใช้ไปปราบผีอีกแล้ว!

อาจารย์สักเอาของอาคมใส่ยาม โชติเข้ามาถามว่าตะวันยังไม่คล้อยหัว อาจารย์จะทำพิธีอย่างไร

“ใกล้โพล้เพล้นักแล้ว พลังผีร้ายจักแรงเต็มขั้น ข้าจะร่ายมนต์ให้มันสำแดงตัว ใครที่อยู่ใกล้มือจะได้รู้ว่ามันเป็นผี และในฉับพลันข้าจะเล่นงานมัน!”

จากนั้น อาจารย์สักเดินมาหยุดที่ทางสามแพร่ง ยืนเพ่งเห็นว่าเป็นที่ที่เหมาะที่จะทำพิธี

อาจารย์สักเริ่มบริกรรมคาถา โดยมีโชติ มั่น และขาบ ยืนลุ้นอยู่ห่างๆ อย่างกลัวๆ กล้าๆ

ขณะกาหลงกำลังตำน้ำพริกอยู่ในครัวนั้น จู่ๆสากในมือก็เหมือนมีมือมาปัดจนกระเด็นกระแทกฝาผนังแล้วกลิ้งตกพื้นอย่างแรง กาหลงตกใจชะงักกึก! ลุกยืนรู้ว่าโดนหมอผีรังควานอีกแล้ว พยายามควบคุมสติ แต่เริ่มมีน้ำไหลออกจากหน้ามากขึ้น...มากขึ้น...

พวกจอกที่กำลังจะกลับ ได้ยินเสียงสากกระทบพื้นอย่างแรงก็ชะงักถามกันว่าเสียงอะไร จอกได้ทีสรุปว่า

“นั่นปะไร ข้าว่ากาหลงมันเป็นผี จะเล่นงานพวกเรา เข้าไปดูให้รู้ชัดกับตา” ว่าแล้วลากทุกคนกลับไปดู

“ไม่ไป...ข้าตกใจน้ำจะออกหมดตัวแล้ว กลับเหอะ” ดำรั้งไว้

แต่จอกไม่ยอมให้กลับลากไปดูให้รู้ชัดกับตาจะได้เชื่อที่ตนบอกว่ากาหลงเป็นผี จันไม่เชื่อ แต่ไม่ไปดูด้วย

“จอก...เอ็งไปกับข้า ข้าขอเห็นให้เต็มตาจะได้เลิกป่วนในใจเสียที” โขงฮึดขึ้นมา

“มะ...ไม่...ต้องไป...มะ...มันมาแล้ว” ดำบอกเสียงสั่น ทุกคนหันมองตามที่ดำชี้ เห็นกาหลงเดินเข้ามาหา ในสภาพปกติแต่เหงื่อเปียกชุ่ม จอกชี้ให้ดูว่าเชื่อตนหรือยังเห็นไหมหยดน้ำเต็มหน้ากาหลง

“พวกพี่พูดอะไร ฉันเหงื่อชุ่มเพราะนั่งตำแกงในครัวนานแล้ว” กาหลงพูดยิ้มแย้มปกติ

ทุกคนมองหน้ากันอย่างโล่งใจ...

ooooooo

จันเดินเข้าไปจับตัวกาหลงดีใจที่จับต้องได้บอกทุกคนว่าลูกสะใภ้ตนเป็นคน แต่ขณะจันหันบอกพวกจอกนั้นร่างกาหลงก็กลายเป็นผีในพริบตา

ในที่สุด ทุกคนก็ประจักษ์ชัดว่ากาหลงเป็นผี กาหลงพูดอย่างยอมรับความจริงว่า

“แม่...พวกพี่อย่ากลัวฉันเลย ฉันไม่ได้คิดร้ายกับใคร”

แต่ห้ามใครกลัวไม่ได้แล้ว พวกจอกต่างพากันวิ่งหนี ไม่ทันใจก็กระโดดเรือนลงมากองกับพื้น พอดีแม่กลอยมาเห็นถามว่ามาทำอะไรที่เรือนลูกสาวตน พอจันร้องบอกว่ากาหลงเป็นผี แม่กลอยขึ้นไปบนเรือนไม่เห็นใคร ด่าพวกจันว่าบ้าไปแล้ว

เวลาเดียวกัน อาจารย์สักเร่งบริกรรมคาถา โชติร้อนใจถามว่าเรียกนานโขแล้ว ทำไมผีกาหลงยังไม่โผล่มาเห็นท่าจะเหลวอีก

“มันคิดฝืนมนต์ข้า...แต่ยังไงก็ฝืนไม่ได้ มันต้องมาหาข้า!!” อาจารย์สักมั่นใจ แล้วเร่งบริกรรมคาถาต่อ

เพชรเห็นเหตุการณ์อยู่ที่มุมหนึ่ง รีบวิ่งไปเพื่อช่วยกาหลง

แม่กลอยโมโหพวกจันที่หาว่ากาหลงเป็นผี ใครยืนยันว่ากาหลงเป็นผีก็ถูกตบปากจนโขงบอกว่า ถึงตบพวกตนจนฟันร่วงหมดปากพวกตนก็ยืนยันว่ากาหลงเป็นผีอยู่ดี จันท้าว่าถ้าไม่เชื่อก็ให้ลองตามดูกาหลงให้ดี

“ได้ ข้าจะตามดูกาหลงไม่วางตา หากพวกเอ็งพูดเท็จ ข้าจะลงตะพดสนตะพายให้พวกเอ็งฟันร่วงหมดปากเทียว!” พูดแล้วแม่กลอยลงจากเรือนเพื่อไปตามหากาหลง

พวกจันมองหน้ากัน จอกถามว่าเชื่อตนแล้วใช่ไหม ทุกคนตอบพร้อมกันว่า “เชื่อสนิทใจ!”

ooooooo

การเร่งบริกรรมคาถาของอาจารย์สัก ทำให้มือกาหลงเกิดลายเส้นเลือดปูดโปนเพิ่มมากขึ้น กาหลงพยายามฝืนจะไม่ไปตามมนต์เรียก

ขณะนั้นเอง ไม้เดินมาเจอกาหลง พอไม้ร้องเรียก กาหลงตกใจกลัวไม้จะเห็นสภาพที่เปลี่ยนแปลงของตน ยืนคุยกับไม้ทั้งที่หันหลังให้ ไม้ถามว่ากาหลงเป็นอะไร กาหลงบอกว่า

“ฉันไม่เป็นอะไรจ้ะ ฉันสะดุดรากไม้ล้มลง ฉันจะรีบไปเก็บดอกโสนทำขนมให้พี่กิน ฉันไปก่อนนะจ๊ะ” กาหลงรีบเดินหนีไป ไม้แปลกใจเรียกให้รอด้วย ก็พอดีเพชรวิ่งมาถึง

“พี่ไม้ พวกไอ้โชติถือดาบสุมหัวอยู่ชายป่า ไม่วายคิดการทำเลวแน่แล้ว”  ไม้บอกให้เพชรรอประเดี๋ยวตนจะไปดูกาหลงก่อน “พี่เร่งไปเถอะ มันมากับหมอผี เห็นทีจะมาทำพิธีระยำตำบอนแน่นักทีเดียว หากมันทำเลว เราจะได้เข้ารวบตัวมันคาหนังคาเขา”

ไม้จึงตัดสินใจไปกับเพชร กาหลงหันมอง ดีใจที่ไม้ไปแล้ว แต่เสียงบริกรรมคาถายังดังต่อเนื่องจนกาหลงปวดหัว แต่ก็พยายามฝืนตัวไม่ไปตามมนต์อาจารย์สัก

ooooooo

โชติร้อนใจถามอาจารย์สักว่าทำไมผีกาหลงยังไม่มาให้ฆ่า อาจารย์สักบอกว่า มันต้านมนต์ตนจะไปหามันเอง!

“พวกเอ็งคิดทำการใด” ไม้วิ่งมาถึงตะโกนถาม

“ข้ามากำจัดผี ช่วยให้เมียเอ็งไปผุดไปเกิด เอ็งจะได้อยู่เป็นสุข” โชติตอบเย้ย อาจารย์สักเร่งให้รีบไปได้แล้ว

“บ้านบัวสีไม่มีผี ที่นี่มีแต่ผีนรก” ไม้ชี้ไปที่โชติ ท้า “หากเอ็งเก่งมนต์คาถา จับมันใส่หม้อถ่วงน้ำซะ”

โชติถูกอาจารย์สักเร่งจึงสั่งให้มั่นกับขาบขวางไม้กับเพชรไว้ ส่วนตัวเองรีบไปกับอาจารย์สัก

เสียงสวดมนต์ของอาจารย์สักขาดหายไป กาหลงรู้สึกดีขึ้น คิดว่าอาจารย์สักคงหยุดแล้ว แต่ทันใดนั้นเอง โชติก็ก้าวเข้ามา กาหลงไม่พอใจจะเล่นงานโชติ แต่ถูกอาจารย์สักเป่ามนต์ใส่กาหลงจนขยับไม่ได้ อาจารย์สักชักมีดหมอจี้ไปที่หน้าผากกาหลงทันที

“กรี๊ดดดด...” กาหลงร้องอย่างเจ็บปวด แม่กลอยที่ออกเดินหากาหลงได้ยินเสียงแต่วิ่งมาถึงก็ไม่พบอะไรแล้ว แม่กลอยแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น และกาหลงอยู่ไหน??

พวกจันวิ่งอ้าวไปที่วัด เจอพุดจีบก็ร้องขอความช่วยเหลือ พุดจีบถามว่าใครเป็นอะไร ไม่มีใครกล้าพูดว่ากาหลงเป็นผี โขงพูดเลี่ยงไปว่า

“พูดไม่ได้เดี๋ยวมันอาฆาต ไม่ขอพูดเสียดีกว่าบอกแค่ชื่อเจ้าเรือน” พุดจีบถามว่าเรือนใคร ทุกคนตอบพร้อมกันว่า

“เรือนกาหลง!”

ooooooo

กาหลงถูกอาจารย์สักเล่นงานจนเดินไปไหนไม่ได้ทรุดอยู่ที่ริมบึงบัว อ้อนวอนอาจารย์สักให้ปล่อยตนไปเถิด

“ข้าจะปล่อยเอ็งไปตามกรรม หากเอ็งบอกข้า ร่างเอ็งอยู่ไหน” อาจารย์สักยื่นคำขาด โชติขัดขึ้นว่า

“วิญญาณมันก็อยู่ตรงหน้าแล้ว จะมัวตามเร่งหาศพให้เสียเพลาทำไม คิดการข้างหน้า จับมันถ่วงน้ำเสียเถอะ!”

“หุบปาก!”

“ฉันสู้จ้างอาจารย์มา อาจารย์ต้องทำตามคำสั่ง!”

อาจารย์สักไม่สนใจ ตะคอกถามกาหลงว่าร่างอยู่ไหน กาหลงไม่บอกก็ถูกอาจารย์สักเอามีดหมอจี้หน้าผากกดลงไปอีก แต่กาหลงก็ทนเจ็บปวด จนกระทั่งเลือดที่หน้าผากหยดลงพื้น กาหลงจึงร้องว่า

“ฉัน...ยอม...แล้ว...”

แต่ไม่ทันใจโชติ มันเข้ามาถามว่าร่างอยู่ไหน กาหลงถ่มน้ำลายใส่หน้ามันตะคอกสวนไปว่า

“ข้าไม่มีวันยอมอ่อนข้อต่อเอ็ง!”

“เผาวิญญาณมันให้ดับ! หากไม่ทำ ข้าจะฆ่ามันเอง!!” โชติสั่งอาจารย์สัก ชักดาบออกจะฟันกาหลง

“หยุดนะ อย่าทำร้ายกาหลง” พุดจีบพุ่งเข้ามาร้องห้าม ถลาเข้าประคองกาหลงไว้ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง กาหลงขอให้พุดจีบช่วยตนด้วย ส่วนโชติตกใจเมื่อรู้ว่าพุดจีบรู้ว่ากาหลงเป็นผี

“ปล่อยกาหลงเสียทีเถอะ แล้วฉันจะพูดความให้กาหลงยอมปล่อยวางไปหมด อดใจละทิ้งทุกสิ่งไปเกิดใหม่ เลิกผูกใจสร้างเคราะห์ต่อกัน ฉันไหว้ละ” พุดจีบขอร้อง โชติไม่ยอมถามว่าศพกาหลงอยู่ไหน พุดจีบยืนยันว่า “ฉันไม่รู้!”

“ไม่บอกความจริงก็ไม่ต้องเสียเพลา ฆ่ามันได้แล้ว” โชติหันไปสั่งอาจารย์สัก ถูกอาจารย์ตะคอกกลับว่า

“ข้าต้องเอาร่างมันมาเผาทำลาย!!”

โชติระห่ำแย่งมีดหมอจากอาจารย์สักจะแทงกาหลง อาจารย์สักไม่พอใจจับมือโชติแย่งมีด ตวาดลั่น

“อย่าริสั่งข้า!! เอามีดหมอข้าคืนมา!!!” ยื้อแย่งกันจนมีดหมอร่วงลงพื้น

พุดจีบฉวยโอกาสนั้นบอกกาหลงให้รีบหนีไป อาจารย์สักเห็นดังนั้นเร่งบริกรรมคาถาเป่ามนต์ทำให้กาหลงก้าวเท้าไม่ออก เจ็บปวดจนร้องลั่น พุดจีบสงสารกาหลงตัดสินใจคว้ามีดหมอที่ตกพื้นแทงอาจารย์สักทันที!

 

อาจารย์สักร้องลั่น พลันกาหลงก็หลุดจากมนต์ทรุดกองกับพื้นอย่างเจ็บปวด โชติบ้าระห่ำ ถือดาบตรงเข้ามาจะฆ่าทั้งพุดจีบและกาหลง“หยุดนะไอ้โชติ” ไม้ตะโกนก้อง

เสียงอาจารย์สักร้องขอความช่วยเหลือ โชติเห็นอาจารย์สักเสียท่า จำต้องช่วยพาหนีเพื่อจะได้ใช้อาจารย์สักต่อไป

กาหลงเลือดยังไหลจากหน้าผากไม่หยุด ตกใจเมื่อเห็นไม้มา พุดจีบรู้ใจเพื่อนรีบเอาตัวบังกาหลงไว้

“พุดจีบมาทำอะไร เกิดอะไรขึ้น” ไม้วิ่งเข้ามาถาม พุดจีบเอาตัวบังกาหลง แต่พอหันมองอีกที กาหลงหายไปแล้ว! เหลือแต่กองเลือดของกาหลงที่พื้น พุดจีบแปลกใจ แต่ก็โล่งใจที่ไม้จะได้ไม่เห็นกาหลงในสภาพนี้...

ooooooo

กาหลงเดินโซซัดโซเซกลับมาถึงเรือน หยุดยืนเอามือกุมหน้าผากเหมือนอธิษฐานจิต ครู่เดียวเลือดที่หน้าผากก็หยุดไหล แม่กลอยเดินลงจากเรือนมาพอดี

“กาหลง...เอ็งหายไปไหนมา ข้าออกตามหาเสียทั่วไม่เจอตัว!”

กาหลงตกใจเงยหน้าขึ้น แม่กลอยเดินมาเห็นหน้ากาหลงเต็มตาก็ตกใจอุทานเสียงแทบไม่เป็นภาษา

“กาหลง...เอ็ง...!!”

กาหลงร้องไห้ เมื่อแม่เห็นตนในสภาพนี้ กาหลงจะชี้แจง แต่แม่กลอยตกใจถอยกรูด กาหลงบอกแม่ไม่ต้องกลัว พลางเดินเข้าหา แม่กลอยยิ่งกลัวถอยพลางร้องห้าม

“อย่าเข้ามา!!”

อารามตกใจ แม่กลอยถอยวิ่งหนีเตลิดไป กาหลงร้องเรียกแม่ให้กลับมาก่อน...กลับมาก่อน แต่แม่กลอยวิ่งเตลิดไปวัด ปากก็ร้องตะโกนไปตลอดทาง “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...” แม่กลอยวิ่งผ่านกำแพงวัดเข้าไป กาหลงตามเข้าไป ในขณะที่หมาก็เริ่มหอน...แล้วหอนรับกันเกรียว...

ooooooo

ที่บริเวณบึงบัว...ไม้ยังคาดคั้นกับพุดจีบว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้มาอยู่ที่นี่ พุดจีบไม่อยากพูดเรื่องกาหลงเลยตัดบทหาทางเลี่ยงไปจากไม้ว่า

“พี่เคยหมายให้ฉันเป็นเสมือนคนแปลกหน้า พี่ก็อย่าสนใจเรื่องของฉันเลย”

“หากพบเจอกันเป็นปกติ พี่จะไม่สนใจไยดี แต่นี่มันผิดวิสัย คงไม่ใช่เหตุบังเอิญที่พุดจีบจะมาอยู่กับพวกมัน” ไม้คาดคั้น แล้วถาม “กองเลือดนั่นเป็นของใคร”

พุดจีบอึกอัก ดีที่เพชรรู้ใจพูดแก้ให้ว่า เป็นเลือดของพวกมัน แล้วหยิบมีดหมอที่เปื้อนเลือดให้ดู “มันคิดจะหยามใจพี่พุดจีบ พี่พุดจีบชักมีดป้องกันตัว เรื่องมันก็เท่านั้น” ไม้ยังถามพุดจีบอีกว่า จริงอย่างที่เพชรพูดหรือ “พี่อย่าเพิ่งซักเอาความ พี่พุดจีบตื่นตระหนกใจสั่น ฉันจะพาพี่พุดจีบกลับเรือน”

เพชรพาพุดจีบเดินออกไป พุดจีบหันมองไม้ แต่ไม้ยังไม่หายเคือง เบือนหน้าไปมองกองเลือดอย่างไม่หายสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

พาพุดจีบกลับถึงหน้าเรือน เพชรปรารภว่าพวกมันทำหนักข้อขึ้น ถึงขั้นจ้างวานหมอผีมาปราบกาหลง พุดจีบจึงฝากเพชรให้ช่วยเป็นหูเป็นตาระวังอย่าให้มันพลั้งทำร้ายกาหลงอีก

“ได้จ้ะพี่ นับว่าเป็นบุญของพี่กาหลงที่หนีหน้าพี่ไม้ไปได้ถึงสองครั้งสองครา”

“บุญของกาหลงท่าจะใกล้หมดลง พวกน้าจัน จอก โขง และพี่ดำรู้เห็นว่ากาหลงเป็นผีแล้ว”

“พับผ่าสิ! หากมีคนรู้เห็น...พี่กาหลงมิฆ่าหักคอรึ” เพชรกังวลใจขึ้นมา พุดจีบก็ยิ่งเป็นห่วงกาหลงมากขึ้น

ooooooo

แม่กลอยวิ่งหนีเข้าวัดจะเข้าไปในโบสถ์ กาหลงพุ่งมาขวางไว้ อ้อนวอนแม่อย่ากลัวตนเลย ตนรักแม่ไม่ทำร้ายแม่ แต่แม่กลอยกลัวจนคุมสติไม่อยู่ร้องไห้โฮๆพูดถึงความหลังว่า

“เอ็งตายตั้งแต่ครั้งถูกจับถ่วงน้ำอย่างคำไอ้กาเหว่าว่า เอ็งมาหลอกข้า เอ็งคงเกลียดชังคิดแก้แค้นที่ข้าเคยหักหาญน้ำใจเอ็ง ออกไป ข้ากลัวแล้ว...” แม่กลอยนึกได้โพล่งว่า “หลวงพ่อ...ข้าต้องให้หลวงพ่อทำพิธีปราบเอ็ง!...หลวงพ่อ!”

กาหลงอ้อนวอนแม่อย่าทำร้ายตนเลย พลางเดินเข้าหา แม่กลอยยิ่งตกใจหยิบก้อนหินปาถูกหน้าผากกาหลงเลือดไหลแล้ววิ่งหนีไปสุดฝีเท้า ปากก็ตะโกน “ช่วยด้วย...ช่วยข้าด้วย...”

กาหลงวิ่งตามไปจนถึงหน้าศาลาวัด จึงหยุดแต่แม่กลอยยังวิ่งร้องตะโกนไม่หยุด วิ่งไปจนถึงบันไดขั้นสุดท้ายยังหันมาตะโกนไล่

“ออกไป! เอ็งมันใจชั่วมาหลอกหลอนข้า ไอ้ลูกอกตัญญู!! ข้าจะให้หลวงพ่อทำพิธีเผาผีเอ็ง!”

กาหลงเสียใจร้องไห้ ส่วนแม่กลอยหันก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย แต่ก้าวพลาดหงายหลังตกลงมาหัวกระแทกกับขอบอ่างน้ำล้างเท้าแน่นิ่งไป

กาหลงตกใจถลาเข้าประคองแม่ เห็นแม่นอนนิ่งเลือดไหลไม่ได้สติก็ยิ่งเสียใจกอดแม่ร้องไห้โฮ...

ooooooo

ไม้กลับมานั่งรอกาหลงที่เรือน จนกระทั่งเช้า เมื่อกาหลงกลับมา ไม้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น หายไปไหนมาทั้งคืน

กาหลงบอกว่าเมื่อคืนไปหาแม่ แม่เปรยว่าอยากกราบพระตนเลยพาไป แต่แม่พลั้งท่าตกบันไดศาลา ตนเลยนอนเฝ้าแม่ทั้งคืน กลับมาจะบอกไม้แล้วผลัดผ้ากลับไปดูแม่อีก

ไม้ตกใจถามว่าแม่เป็นอย่างไร กาหลงบอกว่าแม่ยังสลบอยู่ ไม้เรียกขวัญให้กาหลงบอกว่าเดี๋ยวไปเยี่ยมแม่ด้วยกัน

ระหว่างนั้น ชบานั่งเฝ้าแม่อยู่กับกาเหว่า ชบาติดใจสงสัยที่กาหลงบอกว่า   แม่อยากไปไหว้พระฟังแล้วพิกลเพราะคนอย่างแม่มีรึที่คิดจะเข้าวัด กาเหว่าบอกว่าแม่คงอยากทำบุญเสริมดวงกระมัง

“ไปวัดตอนตะวันลับทุ่งเนี่ยนะ? แล้วเดินอีท่าไหนถึงพลั้งตกบันได”

กาเหว่าบอกว่ารอแม่ตื่นแล้วค่อยถามให้ชัดเสียทุกเรื่องก็แล้วกัน ขณะนั้นเอง แม่กลอยลืมตาขึ้นมองลูกทั้งสอง

“แม่!!” ชบากับกาเหว่าร้องขึ้นอย่างตระหนกเมื่อเห็นอาการผิดปกติของแม่กลอย

เมื่อกาหลงอาบน้ำผลัดผ้าแล้วออกมาร้องเรียกไม้ไปเยี่ยมแม่ด้วยกัน กลับเจอยายมากับตาสรถือหม้อยาเข้ามาบอกว่าไม้ไปแล้ว และฝากตนต้มยาให้กาหลงเอาไปให้แม่กลอยด้วย

“แล้วพี่ไม้ไปไหนล่ะจ๊ะ”

“หัวอกมันคงห่วงแม่ยาย ล่วงไปเยี่ยมแม่กลอยเสียแล้ว” ยายมาบอก

กาหลงตกใจกลัวแม่กลอยจะพูดเรื่องของตนให้ไม้ฟัง ทำหม้อยาพลัดจากมือตกแตกแล้วรีบเดินออกจากเรือนไปทันที ยายมากับตาสรตกใจเสียดายยา ตาสรพูดไปตามประสาว่า สงสัยกาหลงจะติดผัวห่างไม่ได้เลยแม้สักก้าวเดียว แต่ในใจอดสงสัยความรีบร้อนของกาหลงไม่ได้

ooooooo

ไม้ไปเยี่ยมแม่กลอย เห็นแม่กลอยรู้สึกตัวแล้วจึงเข้าไปถามว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง แม่กลอยมองหน้าไม้อยากจะบอกว่ากาหลงเป็นผีแต่พูดไม่ได้

กาหลงมาถึงเรือนเห็นชบากับกาเหว่านั่งร้องไห้อยู่หน้าเรือน ตกใจถามว่าร้องไห้ทำไม

“แม่ตื่นแล้ว...” ชบาพูดได้แค่นั้นก็ร้องไห้โฮ

“แม่...” กาเหว่าจะบอกแต่พูดไม่ออกร้องไห้ไปอีกคน กาหลงคิดว่าแม่คงบอกเรื่องตนเป็นผีให้น้องๆรู้แล้ว รีบขึ้นเรือนไปทันที เจอไม้นั่งเฝ้าแม่อยู่ พอเห็นกาหลงไม้ก็น้ำตาไหล กาหลงยิ่งตกใจนึกว่าไม้รู้เรื่องตนแล้ว

“กาหลง...กาหลงมาดูแม่เถอะ แม่สาหัสหนักอยู่” กาหลงถามทันทีว่าแม่ไม่ได้พูดถึงตนหรือ “แม่จะพูดได้ยังไง แม้แต่มือขาแม่ก็ขยับไม่ได้...แม่เป็นอัมพาตเสียแล้ว” ไม้บอกเสียงเครือ

“แม่...” กาหลงตกใจ ผวาเข้ากอดแม่  ร้องไห้โฮเมื่อรู้ว่าแม่เป็นอัมพาตไปแล้ว...

ooooooo

แม่กลอยมองกาหลงแต่สายตาพร่ามัว ไม้ประคองแม่กลอยขึ้นหนุนตักเพื่อให้สบายตัว บอกแม่กลอยว่า

“กาหลงมาแล้วจ้ะแม่”

แม่กลอยยังเพ่งมองกาหลง กาหลงโน้มหน้าเข้าหา เรียกแม่ บอกรักแม่ แต่พอแม่กลอยเห็นหน้ากาหลงชัดๆ ก็ตาเหลือกตระหนก ไม้ถามว่าแม่เป็นอะไร ย้ำว่า กาหลงไงจ๊ะแม่ แม่กลอยกลับพยายามเบือนหน้าหนีอย่างหวาดกลัว

“พี่ไม้...แม่คงลำบากเจ็บใจและผิดแปลกที่ต้องมาเป็นอย่างนี้ พี่ให้แม่นอนพักสบายๆเถอะจ้ะ” กาหลงพยายามกลบเกลือน เมื่อไม้ประคองแม่นอนลง กาหลงหาทางให้ไม้ออกไปเสียจากตรงนั้น บอกไม้ว่า “ยายมาเอายามาให้ ฉันพลั้งทำตกแตก ฉันวานพี่ไปหายาต้มเถอะจ้ะ ฉันจะอยู่เฝ้าแม่เอง”

“จ้ะ...ฉันจะเร่งหายามารักษาแม่นะจ๊ะ” ไม้ลุกเดินไป แม่กลอยยิ่งตกใจกลัวเมื่อต้องอยู่กับกาหลงตามลำพัง

ไม้กลับไปที่เรือน ยายมากับตาสรยังอยู่ที่นั่น ไม้เอ่ยปากขอปันยาหม้อไปต้มอีกสักหม้อได้ไหม ตาสรยื่นเศษหม้อแตกที่ยังมียาติดอยู่บ้างให้ไม้ บอกว่ายกให้ไม่คิดอัฐ

“เอ่อ...ตาสรพอจะมีอีกไหมจ๊ะ”

“หมดแล้ว...ข้ากับเมียรึอุตส่าห์ต้มยาหวังให้แม่ยายเอ็ง เมียเอ็งก็ดันมือไม้อ่อนทำตกแตก” ตาสรบ่น

“ฉันจะไปปันซื้อจากไหนได้บ้างล่ะจ๊ะ”

“ลองไปขอปันจากแม่พุดจีบสิ มื้อก่อนซื้อเก็บตุนไว้เป็นกระบุง” ยายมาแนะ แล้วสองผัวเมียก็กลับไป

ไม้คิดหนักเพราะมีเรื่องเคืองใจกับพุดจีบอยู่ ไม่แน่ใจว่าพุดจีบจะยอมปันยาให้ไหม

ooooooo

เมื่อนวลบอกพุดจีบว่าไม้มาหา พุดจีบเห็นไม้ยืนอยู่พูดผ่านนวลว่าให้ไปบอกว่าตนมีงานล้นมือไม่ว่างพบปะใคร

ไม้อ้อนวอนพุดจีบให้ฟังตนก่อน พุดจีบย้อนว่าไม้หมายใจไม่คิดพบหน้าตนอีกไม่ใช่หรือ?

“พี่ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง เพื่อคนที่พี่รัก...พุดจีบจะด่าเย้ยหยันพี่ก็ยอม” ไม้คุกเข่าอ้อนวอน “พี่ขอก้มหน้าให้พุดจีบใจอ่อนยอมปันยาหม้อให้พี่” พุดจีบถามว่ากาหลงเป็นอะไร

“กาหลงสบายดี แต่แม่กลอย แม่กลอยเป็นอัมพาต ขอปันยาให้ฉันเถอะ”

พุดจีบตกใจ แม่อิ่มที่แอบฟังอยู่ก็ตกใจ แต่แล้วพุดจีบก็หันหลังเดินออกไปจากเรือน ไม้เรียกเหมือนจะสิ้นใจ...

“พุดจีบ...”

แม่อิ่มสงสัยว่าพุดจีบจะไปทำอะไร? ที่แท้พุดจีบไปหากาหลงที่เรือน เตือนกาหลงว่าให้พอเถิด มันเกินเวลาแล้วที่จะทำดี แม่กลอยทรมานกายเพราะใคร กาหลงทำท่าจะชี้แจง แต่พุดจีบชิงพูดต่อว่า

“กาหลงเล่นงานน้ากลอยสาหัสปางตาย ทำร้ายได้แม้กระทั่งแม่บังเกิดเกล้า ฉันคาดผิดในตัวกาหลงมากถ้าคิดว่าเป็นผีทำอะไรสาใจได้ก็หักคอฆ่าฉันเสียให้ราบไป!”

กาหลงร้องไห้บอกว่าตนไม่ได้ทำร้ายแม่ แม่เห็นและรู้ว่าตนเป็นอย่างนี้...พุดจีบดักคอว่ากาหลงเลยคิดจะฆ่าแม่?!

“ฉันเจ็บใจตัวเองนักแล้ว ที่ล่วงมา ฉันเฝ้าหวังใจให้กาหลงยอมปล่อยวาง ไม่วายสงสารช่วยกาหลงได้อยู่กับพี่ไม้ดูแลแม่ดูแลน้องอย่างที่กาหลงผูกใจ แต่ยิ่งนับวัน ยิ่งหนักข้อ กาหลงกลับสร้างกรรมติดตัวเพิ่ม ฉันจะไม่ยอมทนเห็นกาหลงทำร้ายใครอีก!”

กาหลงอ้อนวอนพุดจีบอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร พุดจีบจึงขอให้กาหลงเลิกเห็นแก่ตัวเสียที

“ไม่เห็นแก่ฉันก็ขอให้เห็นแก่แม่...แม่เป็นเสาหลักของน้องๆ แม่ต้องทรมานกาย ทำอะไรไม่ได้ ใครจะดูแล แม่กาเหว่าก็ยังเด็ก ชบาจะแบกภาระยังไงไหว นอกจากฉัน... มีฉันเพียงคนเดียวที่พอช่วยเหลือดูแลแม่ อุ้มชูน้องได้ เห็นแก่แม่และน้องฉันด้วยเถอะ” กาหลงอ้อนวอน

“เอาเถอะ ฉันเคยให้คำสัตย์รับปากรับคำ ฉันจะไม่พูด แต่พวกน้าจันคงไม่นิ่งเฉย...กาหลงผูกไว้ก็ต้องแก้เสียเอง”

พุดจีบเดินจากไป กาหลงคิดหนักเพราะพวกจันรู้ว่าตนเป็นผี จงคิดจะทำอะไรสักอย่าง...

ooooooo

กาหลงรู้ว่าพวกจันหนีไปอยู่ในโบสถ์ตั้งแต่เมื่อคืน จึงไปดักที่กำแพงวัดขณะพวกจันออกจากโบสถ์

จัน จอก โขง และดำ ออกมาในสภาพโทรมมอมแมมเพราะหนีผีมาทั้งคืน พอเจอกกาหลงอีกทีก็แทบช็อก กาหลงพยายามหว่านล้อมบอกว่าตนมาดี ไม่คิดทำร้ายแม่กับพวกพี่ๆ แต่มีเรื่องจะขอ คือขอให้ปิดเรื่องตนอย่าให้ใครรู้ได้ไหม?

จันรีบรับปาก กาหลงขอบใจแล้วจะไป จันพลั้งปากถามว่าจะเร่งไปไหน พอถูกพวกจอกกัดฟันเรียกปราม ก็รีบบอกว่า “ไปเถอะ แม่ไม่กวนแล้ว” พอกาหลงเดินไป ทุกคนก็ถอนใจโล่งอก

แม่อิ่มที่แอบฟังรู้อาการป่วยของแม่กลอย มีแก่ใจต้มยาไปให้ถึงเรือน แต่แม่กลอยยังไม่หายเคืองเรื่องที่ทะเลาะกันในงานบวชของโชติ พอเห็นหน้าแม่อิ่มก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“ความใดที่หมางใจแต่เมื่อหลัง ลืมมันเสียสิ้นเถอะ อะไรที่มันเกิดแล้วก็ให้มันล่วงไป เอ็งผิดใจกับข้ามื้อนั้น มันก็ไม่ใช่มื้อนี้ ความโกรธก็หาได้ต่างกับสายลม ผ่านมาแล้วอย่ารับเอาไว้ ให้มันผ่านเลยไป”

พูดแล้วเห็นแม่กลอยค่อยอ่อนลง แม่อิ่มพูดต่อว่า

“เห็นแม่กลอยสภาพอย่างนี้ ก็ยิ่งซึ้งใจในหลักธรรมที่หลวงพ่อเคยสอน ชีวิตเราท่าทางไม่แน่นอนจะมาพาลโกรธเกลียดกันหนักต่อหนักทำไม ปล่อยไปเสียเถิด สู้เอาชีวิตที่เหลือเพียงน้อยไปสร้างกรรมดี ทำดีต่อกัน ฉันให้อภัยแม่กลอยก็ต้องให้อภัยฉัน ให้อภัยฉันได้ไหม?”

แม่กลอยยอมมองแม่อิ่มแต่แววตายังเคือง มือยังกำเกร็ง แม่อิ่มรู้ว่าแม่กลอยไม่หายเคืองจึงขอลากลับ ลงมาเจอไม้ แม่อิ่มบอกไม้ว่า

“แม่กลอยยังไม่อยากเจอหน้าฉัน เอ็งดูแลแม่ยายให้ดี แม่กลอยคงจะเปิดใจรักเอ็งมากขึ้น ยามเจ็บได้ป่วยนี่แหละ ที่คนเราจะเห็นใจและรักกัน”

“ฉันหวังว่าในไม่ช้า แม่ก็จะเข้าใจและให้อภัยน้าจ้ะ” ไม้บอก มองตามแม่อิ่มแล้วยกหม้อยาขึ้นไปให้แม่กลอย

ooooooo

เพชรคิดไม่ตกที่กาหลงทำเรื่องมีคนตายไม่หยุดหย่อนทำแม้กระทั่งแม่ตัวเอง เราคงนิ่งเฉยไม่ได้แล้ว

พุดจีบถามว่าศพกาหลงอยู่ไหน ให้พาไปดู พุดจีบคิดหาทางช่วยกาหลงเพื่อไม่ให้พวกอาจารย์เอาร่างไปเผา นั่นหมายถึงผีกาหลงต้องจากไป!

เพชรพาไปยังจุดที่เอาศพกาหลงมาวาง ครั้นไปตัดใบตองกลับมาอีกทีศพกาหลงก็หายไปแล้ว เพชรตามหาก็ไม่เจอถามพุดจีบว่าจะหาศพกาหลงไปทำอะไรหรือ

“พี่โชติพาหมอผีมาตามหาศพกาหลง มันคงอยากเผาร่างทำลายวิญญาณกาหลง พี่ตันใจนักแล้วที่เห็นกาหลงรั้นยังอยู่ แต่จะให้กาหลงถูกทำร้ายก็ยอมไม่ได้แท้เทียว”

เพชรแปลกใจว่าศพกาหลงหายไปไหน ก็พอดีไม้มาเจอทั้งสองถามว่าหาอะไร เพชรปดว่ามาหาดีปลีไปแก้เส้นอัมพฤกษ์อัมพาต แถวนี้ไม่มีสักต้น ตนจะไปหาท้ายวัดดู แล้วชวนพุดจีบไปเลย แต่ไม้ขอคุยกับพุดจีบ เพชรจึงจำต้องเดินไป

ไม้ขอบใจพุดจีบที่ปันยาหม้อให้แล้วถามอีกว่า เมื่อคืนเกิดความอะไรกัน พุดจีบไม่อยากบอกเรื่องกาหลง เฉไปว่าตนพูดไปไม้ก็ไม่เชื่อ ไม้ยังคาดคั้นว่าเมื่อคืนโชติกับหมอผีทำอะไรกัน

“พี่อย่าสนใจเลย ฉันไม่ใช่คนรักของพี่...ยังไงพี่ก็ไม่เชื่อใจฉัน” พูดแล้วพุดจีบเดินออกไป ทิ้งไม้ให้ยืนคิดอยู่ตรงนั้น

โชติเองก็กำลังเร่งหาศพกาหลงเช่นกัน สั่งสิงให้ไปหาแต่สิงก็ยังหาไม่ได้ ถามโชติว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป

“พุดจีบต้องรู้เรื่องนี้” โชติพูดอย่างมั่นใจ

ooooooo

คืนนี้ ขณะนั่งสุมหัวกันอยู่ที่มุมหนึ่งในวัดนั้น โขงโพล่งขึ้นว่าตนจะไปบอกไม้เรื่องกาหลง เพื่อช่วยให้ไม้ตาสว่าง ดำถามว่าไม่กลัวถูกกาหลงหักคอหรือ

“กลัวน่ะกลัว แต่ฉันไม่อยากให้พี่ไม้ต้องทนอยู่กับผี ไม่อยากให้พี่ไม้โดนผีหลอก” โขงกลัวๆกล้าๆ จอกอาสาจะไปด้วย ดำเสียงอ่อยๆว่าไปก็ไป แต่ไม่ทันออกไปกัน จันก็พรวดเข้ามาบอกว่า

“ข้าได้ยินชาวบ้านโจษจันว่าแม่กลอยเป็นอัมพาต! ฟังแล้วข้าว่ากาหลงต้องเล่นงานแม่กลอยถึงได้นอนเป็นผี”

ฟังจันพูดเลยทำให้ทุกคนชักใจฝ่อ ก็พอดีเฟื้องเข้ามา พอรู้ว่ากาหลงเป็นผี เฟื้องบอกว่าตนก็ได้ยินออกแซ่แต่ไม่อยากเชื่อ แต่ก็ห่วงไม้ อยากให้ไม้รู้ความจริง เลยชวนพวกโขงไปดูให้เห็นกับตากัน

แต่พอพวกโขงถามว่าจะให้ใครเป็นคนไปพิสูจน์ความจริง ถามใครก็ไม่มีใครรู้ จนเห็นหลวงพี่กบเดินบิณฑบาตมาทุกคนเลยมีความเห็นตรงกันว่า หลวงพี่กบเหมาะสมที่สุด หลวงพี่กบได้ยินเรียกชื่อตนก็หันมาเอ่ย...

“เจริญพร...”

ooooooo

ความลับไม่มีในโลก แม้ไม้จะเชื่อและโกรธทุกคนที่หาว่ากาหลงเป็นผี แต่คืนนี้ ไม้ก็ประสบกับตัวเอง...

ขณะไม้นอนกับกาหลงนั้น กาหลงนอนหันหลังให้หลับไปแล้ว ไม้แว่วเสียงน้ำหยดติ๋งๆก็สงสัยว่าน้ำอะไร แต่ได้ยินเสียงจากข้างหลังตนซึ่งเป็นที่ที่กาหลงนอนอยู่...

ไม้ลุกขึ้นมองกาหลง แต่ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ แต่นอนลงไปก็ได้ยินเสียงน้ำหยดอีก จึงลุกขึ้นนั่งเพ่งมองกาหลง ไม่พบสิ่งผิดปกติ ตัดสินใจจับหน้ากาหลงพลิกมา ไม้ตกใจผงะ เมื่อเห็นใบหน้ากาหลงซีดเผือด มีน้ำเกาะเต็มใบหน้า และไหลนองสู่พื้น!

ไม้ค่อยๆจับหน้ากาหลงพลิกมา กาหลงรู้สึกตัวตื่น ถามว่าไม้จะทำอะไร ไม้ปดว่าเห็นกาหลงละเมอ

“ฉันคงกังวลใจเรื่องแม่”

“เลิกกังวลได้แล้ว กาหลงนอนเถอะจ้ะ” ไม้ปลอบใจและนอนกอดกาหลงให้หลับอย่างที่เคยทำ กาหลงนอนหลับอย่างมีความสุขในอ้อมกอดไม้...

รุ่งขึ้น ไม้ยังติดใจสงสัยและอยากพิสูจน์ความจริง ลงไปแอบดูกาหลงจากฝาเรือน เห็นกาหลงนั่งหันหลังหวีผมอยู่หน้ากระจก มองไม่ถนัด จึงเดินหาช่องที่มองเห็นหน้ากาหลงจากกระจก พอดีกาหลงทำหวีหล่นลงร่องพื้นตกใต้ถุนเรือน กาหลงลุกขึ้น ไม้รีบหลบออกมา พอแอบดูอีกทีไม่เห็นกาหลงแล้ว

กาหลงเดินมาร้องเรียกไม้ให้ช่วยลงไปเก็บหวีใต้ถุนเรือนให้ที ตนจะเร่งไปเรือนแม่ แล้วลงจากเรือนไป

พวกจอกนิมนต์หลวงพี่กบไปพิสูจน์ที่เรือนกาหลง เจอไม้กลับมาพอดีถามว่ามาทำอะไรที่เรือนตน ทุกคนอึกอัก จันปดหน้าตาเฉยว่า

“พวกเรารู้ความว่าแม่กลอยเจ็บหนัก ก็คิดถึงกาหลงว่าเหมาะควรทำบุญใส่บาตรให้แม่ ก็เลยนิมนต์หลวงพี่มาเหยียบเรือน”

“กาหลงไม่อยู่จ้ะ ไปดูแลแม่กลอย ฉันเองก็ไม่ทันเตรียมข้าวปลา ไว้มื้อหน้าฉันจะให้กาหลงไปประเคนอาหารถึงกุฏิ”

หลวงพี่กบรีบบอกว่า “ไม่ต้องหรอก อาตมาเกรงใจ”

โขงก็รีบบอกว่าหมดเรื่องแล้วพวกตนขอกลับไปก่อน  ว่าแล้วก็รีบจ้ำอ้าวกลับวัดไปกันแทบไม่ทัน

ooooooo

กาหลงเฝ้าดูแลปรนนิบัติแม่กลอยด้วยความรักและเป็นห่วง แม้ระยะแรกจะถูกแม่กลอยหวาดกลัวและปฏิเสธ แต่เมื่อกาหลงหว่านล้อมแสดงความรักความห่วงใย แม่กลอยก็คลายความหวาดกลัว ยอมกินผัดไหลบัวที่กาหลงผัดมาให้

ชบาถือขันน้ำจะเอาไปให้แม่กิน แต่พอเดินมาถึงหน้าห้องก็ต้องหยุดกึก เมื่อเห็นช้อนตักอาหารลอยไปป้อนแม่ โดยไม่เห็นกาหลงที่นั่งป้อนอยู่ แต่พอกะพริบตาดูอีกที จึงเห็นกาหลง เลยนึกว่าตัวเองตาฝาด

แต่เมื่อชบาเอาขันไปเติมน้ำมาให้ เห็นช้อนกับจานลอยไปวางไว้ที่โต๊ะเองได้อีกแล้ว! คราวนี้ตกใจจนขันตกจากมือ ชบาเดินเลี่ยงไปอีกมุมหนึ่งเพื่อมองให้แน่ใจ

คราวนี้ชบาช็อก เมื่อเห็นใบหน้ากาหลงซีดเป็นผี ชบาตกใจร้องไห้วิ่งอ้าวออกไปตะโกนสุดเสียง

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...”

ชบาวิ่งไปชนเพชรเข้าอย่างจัง เพชรประคองชบาไว้ถามว่าเป็นอะไร

“พี่กาหลง...พี่กาหลงเป็นผี!”

เพชรตกใจที่ชบารู้ความจริงเรื่องกาหลง ชบาตกใจร้องไห้จนเป็นลมในอ้อมกอดของเพชร เพชรประคองชบาไว้มองขึ้นไปบนเรือนกาหลงอย่างกังวล

ooooooo

ที่เรือนผู้ใหญ่ช่วง...อบเชยกำลังจะเดินออกจากเรือนพร้อมกับเผื่อนและงาม

“เอ็งจะไปไหน” โชติมาขวางถาม

“ไปหานังกาหลง”

“เอ็งท่าจะเสียเส้น...คบหาผี!”

“คบหาผีก็ดีกว่า...ตายเป็นผี!” อบเชยประชด แล้วเดินกระแทกโชติออกไป หันเรียก “นังเผื่อน นังงาม!”

เผื่อนกับงามตกใจกลัวแต่ไม่กล้าขัดคำสั่ง เดินตามไปต้อยๆ

โชติคิดจะตามอบเชยไป เพราะอยากรู้ว่าอบเชยจะไปทำอะไร?

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 06:58 น.