ตอนที่ 1
“อ๋อ...ดิฉันลืมไปว่าด็อกเตอร์เพิ่งมารับตำแหน่งเลยไม่รู้จักยชญ์ เขาจบที่มหาวิทยาลัยของเรา และตอนที่เรียนอยู่ ยชญ์ก็เป็นตัวแทนเข้าประกวดและชนะเลิศการเดี่ยวซอสามสายถึงสี่ปีซ้อน ได้รับเชิญเป็นตัวแทนไปโชว์ที่ต่างประเทศทุกปี ปัจจุบันได้รับการติดต่อให้ไปเป็นอาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัยต่างๆ แต่ยชญ์ปฏิเสธเพราะต้องดูแลร้านเสียงสังคีต ร้านเครื่องดนตรีของตระกูลค่ะ”
ด็อกเตอร์อึ้ง แต่ก็ยังยืนยัน “ถึงจะเก่งยังไงแต่ผมก็บอกแล้วว่าเราไม่มีนโยบายจ้างบุคลากรเพิ่มตอนนี้”
“ไม่เป็นไรครับ ผมมาช่วยเพราะอยากสานต่อเจตนารมณ์ของอาจารย์มาโนช โดยจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ขอโอกาสให้ด็อกเตอร์ช่วยส่งเสริมดนตรีประกวดเหมือนเดิมก็พอครับ”
ความตั้งใจมุ่งมั่นของยชญ์ทำเอาด็อกเตอร์พูดไม่ออก โฉมยงค์ แพร มิ่งต่างมองยชญ์อย่าง ขอบคุณ และเมเองก็มองเขาด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม...
โฉมยงค์เหน็ดเหนื่อยจากงานศพพ่อมาหลายวัน คืนนี้พอแขกกลับหมด พวกเมจึงให้มานั่งพักรอพวกตนที่ยังต้องจัดการบางอย่างให้เรียบร้อย
โฉมยงค์หลับฝันไปว่าขับรถเข้าบ้านเจอพ่อ ท่าทางท่านน่ากลัวมาก ทุกคนฟังความฝันแล้วเงียบกริบ โฉมยงค์ไปยืนหน้ารูปพ่อคาดว่าท่านคงเป็นห่วงเรื่องงานประกวดแน่ๆ ยชญ์ไปยืนข้างๆ พูดกับรูปว่า
“พักให้สบายเถอะครับอาจารย์ ผมจะดูแลการซ้อมอย่างเต็มที่ อาจารย์อย่าห่วงเลยนะครับ”
โฉมยงค์มองยชญ์อย่างตื้นตัน แพรเข้าไปยืนข้างยชญ์พูดกับรูปว่า
“แพรก็จะตั้งใจซ้อมร้องเพลงให้ดีที่สุดและก็จะเชื่อฟังพี่ยชญ์เหมือนที่เชื่อฟังอาจารย์ค่ะ”
มิ่งก้าวขึ้นมายืนข้างแพร มองรูปพูดต่อว่า “หนูก็จะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถแล้วก็จะเชื่อฟังพี่ยชญ์ ไม่ทำให้พี่เขาหนักใจเลยค่ะ”
โฉมยงค์กับยชญ์มองแพรกับมิ่งอย่างพอใจ แล้วหันมองเม เมเดินมายืนข้างมิ่ง มองรูปพูดจากใจว่า
“อาจารย์ไม่ต้องห่วงนะคะ เมสัญญาว่าเราจะต้องชนะค่ะ สาขาของเราจะต้องไม่ถูกยุบแน่นอน” เมหันมองทุกคน ทุกคนมองเมอย่างพร้อมใจในคำสัญญา และรอให้เมพูดต่อ แต่เมอึกอัก ยชญ์เลยบอกว่า “เธอยังพูดไม่จบนะ” เมรู้ทันว่าหมายถึงอะไร ทำท่าจะไม่พูด แต่อ่านสายตาโฉมยงค์ที่มองลุ้นขอร้อง เมเลยพูดต่อ แม้จะตะกุกตะกักแต่ก็ชัดถ้อยชัดคำว่า “และ...เม...ก็จะเชื่อฟัง...พี่ยชญ์ค่ะ”
ทุกคนยิ้มพอใจ โฉมยงค์ถอนใจโล่งอก ยิ้มแย้ม ขอบใจทุกคนว่า
“ขอบใจทุกคนมากนะที่สัญญาต่อหน้าศพคุณพ่อพี่ พี่เชื่อว่าท่านคงนอนตาหลับแล้วล่ะจ้ะ”
ทุกคนยิ้มให้กำลังใจโฉมยงค์ เมเหล่ใส่ยชญ์อย่างไม่พอใจ ยชญ์เห็นแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้
ooooooo
ยชญ์ขับรถไปส่งมิ่งกับเม มิ่งนั่งเบาะหน้าแต่เมนั่งเบาะหลัง มิ่งเอ่ยอย่างเกรงใจที่ยชญ์ขับรถมาส่ง ยชญ์บอกว่าไม่เป็นไร ถามว่าเลี้ยวซ้ายซอยหน้าใช่ไหม
มิ่งบอกว่าใช่ เข้าไปประมาณกลางซอยก็ถึงอพาร์ตเมนต์แล้ว แต่รบกวนช่วยจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อที่ปากซอยหน่อยได้ไหมตนจะไปซื้อของใช้นิดนึง ถามยชญ์กับเมว่าอยากได้อะไรไหม เมส่ายหน้า
พอมิ่งลงไป ยชญ์มองกระจกส่องหลังเห็นเมปิดปากหาวเหนื่อยๆ ถามเสียงอ่อนว่า
“ง่วงเหรอ?” เมไม่ตอบ “เวลาเธอไม่พูดอะไรเลยเนี่ยก็ดีนะ ค่อยดูเป็นผู้หญิงหน่อย”
“โรคจิตหรือไง ชอบจิกกัดคนอื่น” เมเสียงขุ่น ยชญ์ติงว่าก็ตนพูดด้วยดีๆทำไมไม่ตอบ “ไม่อยากตอบฉันก็ไม่ตอบ ใครจะทำไม”
“ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่พูดด้วยก็ต้องตอบ” เมพึมพำว่าผู้ใหญ่ปากเสีย ยชญ์เลยถามว่า “ไหนสัญญากับอาจารย์แล้วว่าจะเชื่อฟังฉันไง ยังไม่ทันข้ามคืนก็ผิดคำพูดแล้ว”
“ฉันจะเชื่อฟังนายก็เฉพาะเรื่องการซ้อมดนตรีเท่านั้น ถ้าเรื่องอื่น อย่าหวัง”
ยชญ์จะพูดต่อพอดีมิ่งกลับมาถามยชญ์ว่ารอนานไหมพอดีพนักงานใหม่เลยคิดเงินช้า พี่คงรอเบื่อแย่
“ไม่เบื่อเลยครับ เมเขาชวนคุยสนุกออก ไปกันเลยนะ”
มิ่งมองเมอย่างแปลกใจแล้วยิ้มทำนองว่าร้ายนะแก ฝ่ายเมก็เหล่ใส่ยชญ์ฉุนๆที่พูดตรงข้ามกับความจริง ยชญ์มองทางกระจกขำๆ เมทำท่าแบบ “ฝากไว้ก่อน!”
ooooooo
ยชญ์กลับมาถึง “บ้านวิจิตรวาทิน” ที่เปิดประตูรั้วรอรับอยู่แล้ว เขาขับรถผ่านต้นไม้ใหญ่ไปสู่ตึกใหญ่
ยชญ์เหลือบมองไปทางเรือนหลังเล็กก็ชะงักเมื่อเห็นแสงไฟจากเรือนเล็ก ยชญ์มองสงสัยว่าใครไปเปิดไฟเรือนหลังเล็ก...หรือว่าขโมย ยชญ์เปิดช่องใส่ของตรงหน้าควานหาปืนในนั้น หยิบปืนลงจากรถตรงไปเรือนหลังเล็กอย่างระมัดระวัง
แต่พอไปถึงแสงไฟก็หายไป บรรยากาศรอบบ้าน เงียบสงัดวังเวงน่ากลัว ลมพัดแรง ซ้ำนกกลางคืนยังบินโฉบเฉียดหัวจนยชญ์ตกใจ แต่พอเห็นว่าเป็นนกก็เดินไปหน้าเรือนเห็นทุกอย่างยังเป็นปกติ เขาจึงลดปืนลงจะเดินกลับ พลันก็ได้ยินเสียงเอี๊ยด...แล้วประตูก็เปิดออกช้าๆ ยชญ์หันขวับยกปืนเล็งตวาดถาม “ใคร”
แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ ประตูเปิดค้างอยู่แต่ไม่เห็นใคร ยชญ์ตัดสินใจก้าวขึ้นบันไดยังถือปืนระวังเต็มที่
ที่ตึกใหญ่ จำเนียรแม่นมของยชญ์เดินออกมาดู แปลกใจที่ไม่เห็นยชญ์อยู่ในรถ มองรอบๆก็ไม่เห็น แต่พอหันกลับก็ตกใจเมื่อเจออ่ำยืนเงียบๆอยู่ข้างหลัง อ่ำถามเมียว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ แล้วคุณยชญ์ล่ะ
“ฉันก็ไม่รู้ ได้ยินเสียงรถเข้ามาแต่ก็ไม่เห็นคุณยชญ์เข้าบ้านสักที ฉันก็นึกว่าเธอเดินเล่น เลยออกมาดู แต่ก็ไม่เห็น ไม่รู้ไปไหน”
จำเนียรมองไปทางเรือนหลังเล็ก เอะใจว่าหรือคุณยชญ์จะไปทางเรือนเล็ก อ่ำไม่ตอบแต่รีบเดินไปทางเรือนเล็กอย่างรีบร้อน จำเนียรมองตามไปอย่างไม่สบายใจ










