ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายสังคีต

SHARE

คืนหนึ่งในปี พ.ศ.2435...

ขณะที่ครูเทิดกำลังบริกรรมคาถาอยู่หน้าโต๊ะหมู่เก้า ท้องฟ้าที่จันทร์ดวงโตส่องแสงนวลสวยก็มืดลงอย่างฉับพลัน ลมพัดแรงจนไม้ใหญ่โอนเอน ผ้าม่านปลิวเข้ามาในห้องที่กำลังทำพิธีกรรม แต่เสียงสวดคาถายังคงดังต่อเนื่อง

ลมกระโชกแรงจนเปลวเทียนสะบัดเหมือนจะดับ รูปปั้นอัปลักษณ์เหมือนอสูรร้ายหน้าโต๊ะหมู่ขยับเหมือนจะมีชีวิต ถัดลงมามีเครื่องสังเวยดอกไม้สด เลือดสดๆ เหล้า มีเส้นผมยาวและสั้นปนอยู่ในห่อผ้า ด้ายดิบ

ที่หน้าห้อง บ่าวของเทิดสามคนที่ยืนอยู่ต่างแปลกใจที่ลมกระโชกแรงจนใบไม้แห้งลอยหมุนวนกลางอากาศ ฝูงนกแสกบินมาเกาะที่ชานเรือนจ้องมาที่บ่าวทั้งสามอย่างน่ากลัว บ่าวสองคนกระโดดเข้าหากันอย่างหวาดกลัว

พริบตานั้น นกแสกตัวหนึ่งก็บินมาจิกหน้าบ่าวที่ยืนอยู่คนเดียวอย่างหิวกระหาย บ่าวสองคนที่โดดกอดกันตกใจวิ่งหนีไป นกแสกตัวอื่นๆรุมกันเข้ามาจิกจนบ่าวคนนั้นเลือดอาบหน้าตายสยอง!

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างฉับพลันรุนแรง แต่ในห้องพิธีกรรม เทิดสวดคาถากระชั้นขึ้นอย่างดุดัน ในมือถือสมุดข่อยกระดาษสีดำ และที่พื้นตรงหน้าเทิดมีกระดาษโน้ตเพลงวางอยู่บนพานไม้ ลมพัดจนกระดาษพะเยิบแต่ไม่ตกจากพาน

เทิดเหลือบมองกระดาษโน้ตเพลงสีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความแค้น แต่แล้วอยู่ๆสีหน้าเทิดก็เปลี่ยนเป็นเจ็บปวดรุนแรงจนต้องหยุดบริกรรมคาถา พลันเสียงพ่อหมอก็ดังขึ้น...

“เมื่อใดก็ตามที่เอ็งรู้สึกเหมือนกายจะแตกเป็นเสี่ยง เอ็งต้องหยุดทำพิธี ถ้าเอ็งยังฝืนต่อไปเอ็งจะต้องตาย”

เทิดข่มความเจ็บปวดยังบริกรรมคาถาต่อจนกระอักเลือดจึงหยุด มองเลือดของตัวเอง เค้นหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้า สายตาจ้องที่โน้ตเพลงอย่างน่ากลัว ท่องคาถาต่อตาแดงก่ำ แล้วเลือดก็ไหลออกมา

ภายนอกลมพัดแรงขึ้น รูปปั้นอสูรขยับตัวตาแดงก่ำจ้องมาที่เทิด พลันเลือดก็ไหลออกจากทวารทั้งเก้า เสียงสวดคาถายังดังต่อเนื่องแต่แผ่วลงจนเทิดค่อยๆ ล้มจมกองเลือดที่ไหลออกมาจากทวารทั้งเก้าของตัวเอง!

ประตูถูกผลักออกอย่างแรง พุกน้องชายเทิดตะลึงร้องเรียก “พี่เทิด...” พลางวิ่งเข้าประคอง

เทิดยังมีลมหายใจ พยายามจะพูดแต่แทบไม่มีเสียง พุกก้มเอาหูแนบฟังอย่างตั้งใจ ครู่หนึ่งเทิดก็ขาดใจตายทั้งที่ตายังลืม พุกร้องเรียกพี่ชายสุดเสียง เห็นมือเทิดกำกระดาษโน้ตเพลงอยู่ ค่อยๆแกะออกดู ที่หัวกระดาษเขียนตัวหนังสือลายมือเทิดชัดเจนว่า “ท่วมธรณี”

ooooooo

คืนเดียวกัน...กระท่อมท้ายไร่อัมพวาที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เสียงเพลงแขกมอญจากซอสามสายดังโหยหวนในความมืดอย่างเศร้าสร้อย...

กล้า รูปร่างล่ำสันไม่ใส่เสื้อกำลังนั่งเล่นซออยู่ที่แคร่หน้ากระท่อม วันเข้ามาสอดมือโอบกอดกล้าจากข้างหลังแนบหน้ากับแผ่นหลังกว้างบึกบึน

กล้าหยุดเล่นซอสามสายหันมอง

“ฉันรู้ว่าพี่เจ็บปวด แต่เมื่อมันแก้ไขอะไรไม่ได้พี่ก็ต้องพยายามลืมนะจ๊ะ”

กล้าวางซอดึงร่างวันให้นั่งข้างๆ พูดเสียงเศร้าสะเทือนใจ “ชาตินี้พี่ไม่มีวันลืมได้หรอกแม่วัน ว่าพี่ได้ทำให้ผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงพี่มา ต้องเสียใจจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน...คิดๆแล้วพี่ก็อยากกลับไปหาพ่อ ให้พ่อลงโทษให้สมกับความแค้น”

“ไม่ได้นะ ถ้าพี่กลับไปครูเทิดต้องฆ่าพี่แน่”

“พี่ไม่กลัวความตายเลย แต่...พี่ห่วงลูกกับแม่วันเท่านั้น...”

วันโผกอดซบกล้าแน่น กล้ากอดตอบด้วยความรู้สึกเดียวกัน ทันใดนั้นมีเสียงฝีเท้าคนวิ่งย่ำใบไม้มาอย่างรีบร้อน ทั้งสองตกใจผละจากกัน กล้าตะคอกถาม “นั่นใคร”

ดวงโผล่พรวดมาบอกว่าตนเอง กล้าถามว่ามีเรื่องอะไรมาเอาดึกดื่น

“พี่พุกให้คนมาส่งข่าวว่า...พี่เทิด...ตายแล้ว!”

“พ่อ...”

ทั้งกล้าและวันตกใจ กล้ายืนอึ้งน้ำตาค่อยๆไหลออกมา นึกถึงเหตุการณ์ที่ตนทำผิดต่อเทิด...

คืนนั้น...กล้ากำลังแอบฝึกตีระนาดเพลงจีบสาวอยู่ ตีไปยิ้มไปอย่างมีความสุขอยู่ในห้องเก็บเครื่องดนตรี ดวงสาวสวยเปิดประตูก้าวเข้ามาส่งสายตาหวาน

กล้ากับดวงนั่งอยู่ด้วยกันกลางห้อง ดวงค่อยๆดึงชายผ้าแถบที่เหน็บอกออก ปล่อยผ้าแถบร่วงลงพื้น ดวงพุ่งเข้ากอดกล้าแน่น ดันกล้าลงนอนกับพื้น ขึ้นคร่อมและกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างร้อนแรง

ทันใดนั้นประตูห้องเปิดผลัวะ เทิดยืนหน้าถมึงทึง ตวาดสุดเสียง

“ไอ้กล้า! อีดวง!”

กล้ากับดวงผงะตกใจสุดขีด ดวงคว้าผ้าแถบมากระโจมอก เทิดพรวดไปตบหน้ากล้าสุดแรง

“ไอ้ระยำ มึงเล่นชู้กับเมียกู!!” กล้ายกมือไหว้ขอโทษว่าตนไม่ได้ตั้งใจ เทิดพุ่งเข้าบีบคอกล้าด่า “กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา กูอุตส่าห์ชุบเลี้ยงมึงเป็นลูกแต่มึงกลับทรยศกู!!”

กล้าถูกเทิดบีบคอจนหายใจไม่ออก ดวงเข้าไปดึงมือเทิดออก เทิดสะบัดจนดวงล้ม แล้วชกกล้าล้มลงชนซอที่ตั้งอยู่ไปโดนตะเกียงคว่ำ น้ำมันในตะเกียงหกนองพรมที่พื้นและผ้าม่านแต่เทิดกำลังเลือดขึ้นหน้าโถมเข้าเล่นงานกล้าตะโกนแค้น

“วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออกมาล้างตีนกู” แล้วทั้งกระทืบทั้งด่า กล้าจุกได้แต่ปัดป้องไม่กล้าตอบโต้ ไฟจากตะเกียงลามอย่างรวดเร็วลุกไหม้เครื่องดนตรีทั้งห้อง ดวงหวีดร้องสุดเสียง

“ไฟไหม้ๆๆ!!”

เทิดกับกล้าชะงัก เทิดเห็นไฟไหม้เครื่องดนตรีก็ยิ่งแค้น “เครื่องดนตรีกู ไอ้กล้า...มึงตาย!” คว้าไม้ตีฆ้องมาฟาดหัวกล้า กล้าหลบและวิ่งหนีไป เทิดสั่ง “ใครอยู่ข้างนอก จับไอ้กล้าเร็ว!!”

ตั้งแต่นั้นมากล้าก็หายหน้าไปอยู่ที่กระท่อมท้ายไร่อัมพวา...จนดวงมาบอกกลางดึกว่าเทิดตายแล้ว!!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

รู้จัก "วินนี่ ศิภัชรดา" มิสทีน 2017 นางเอกน้องใหม่ "ฟ้า หิน ดิน ทราย"

รู้จัก "วินนี่ ศิภัชรดา" มิสทีน 2017 นางเอกน้องใหม่ "ฟ้า หิน ดิน ทราย"
14 พ.ค. 2564

07:20 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:41 น.