ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเหยี่ยวดำ

SHARE

แววตาเคียดแค้นของหนูทำให้บรรดลรู้สึกผิด แต่ด้วยหน้าที่ตำรวจทำให้ตีหน้าเฉยและบอกให้อีกฝ่ายมอบตัวแต่โดยดี หนูไม่ยอม ควักปืนมายิงเฉี่ยวแขนบรรดลและวิ่งหนีไปพร้อมโต

หนูวิ่งตามโตจนถึงเชิงสะพานลอย สีหน้าไม่ดีเพราะสังหรณ์รุนแรงว่าจะจนมุมตำรวจ

“เอายังไงดีล่ะโต ตำรวจมันมาเป็นร้อยแบบนี้”

“ตายเป็นตาย ยังไงกูไม่ยอมให้จับ”

โตควักระเบิดที่พกติดตัวเสมอมาถือ ประกาศกร้าว

“กูมีระเบิด ถ้าใครจะจับก็ดาหน้ากันเข้ามา กูจะถล่มให้ยับ!”

สมศักดิ์มาถึงเชิงสะพานลอยพร้อมวสันต์ พยายามควบคุมสถานการณ์เพราะกลัวความบ้าดีเดือดของสองโจรหนุ่ม แต่ก็สายเกินไปเมื่อโตฉวยโอกาสนี้จับเด็กนักเรียนที่เดินหลงมาเป็นตัวประกัน

พวกตำรวจตื่นตัวเต็มที่เมื่อเกิดสถานการณ์ตัวประกัน หนูส่ายปืนไปมาอย่างบ้าเลือด จนไม่มีใครกล้าขยับตัว กระทั่งโตทนแรงกดดันไม่ไหว ตัดสินใจกระโดดลงจากสะพานลอยตายคาที่!

หนูตะลึงมาก แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ จ่อปืนไปทางพวกตำรวจ

“เอาสิ...ถ้าพวกมึงทำอะไรกู พวกมึงก็ต้องตายเหมือนกัน ตายกันให้หมดนี่แหละ”

“เรามาตกลงกันดีๆดีกว่า จะได้ไม่มีใครต้องเป็นอะไรไปอีก”

สมศักดิ์พยายามเจรจา แต่หนูไม่ฟังและหันไปท้าทายบรรดล

“ไอ้จง...ฆ่ากูสิวะ เพราะถ้ากูหลุดไปได้ กูจะตามฆ่ามึง ฆ่าพ่อแม่พี่น้องลูกเมียมึงทุกคน”

บรรดลถอนใจยาว ออกไปเผชิญหน้าแบบไม่หวั่นเกรง “อย่าผูกพยาบาทกันเลย เราไม่เคยมีความแค้นส่วนตัวกัน ทั้งหมดก็แค่เพราะคนหนึ่งเป็นโจร ส่วนอีกคนเป็นตำรวจ...ก็เท่านั้นเอง”

หนูเจ็บใจแทบกระอัก เหนี่ยวไกจะยิงให้หายแค้น แต่บรรดลไวกว่าและลั่นปืนโดนหนูตายคาที่!

บรรดลเสียใจมาก ไม่อยากให้เหตุการณ์เป็นแบบนี้เลยแต่ไม่มีทางเลือก ได้แต่ขออโหสิกรรมอีกฝ่าย

“อโหสิให้กันนะหนู...อย่าจองเวรกันเลย”

ooooooo

ข่าวการตายของสมาชิกแก๊งคนสำคัญอย่างโตกับหนูกลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ ตี๋ใหญ่รับรู้ทุกอย่างด้วยสีหน้าเครียดจัด และประสาทเสียกว่าเดิมเมื่อไปหาพรที่ห้องพักแล้วอีกฝ่ายกำลังขนของจะกลับบ้านที่เชียงใหม่

“พี่ไม่ให้ไป”

“ถ้าพี่ไม่ให้ฉันไป ฉันจะบอกตำรวจให้หมดว่าพี่เป็นใคร ตำรวจจะได้มาลากคอพี่ให้จบๆไปซะที”

ตี๋ใหญ่โกรธมาก กระชากตัวเมียสาวมาขู่

“ถ้าแกกล้าพูด ไม่ว่ากับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ฉันจะไปฆ่าแกและฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับแกให้หมด!”

พรกลัวมากแต่อยากกลับบ้านมากกว่า ตัดสินใจตะโกนร้องให้คนช่วย ตี๋ใหญ่จำต้องปล่อยเธอและกลับไปตั้งหลักที่อู่นายฟื้น สถานที่ซ่อนตัวแห่งสุดท้าย ซึ่งทิพย์กับดำกำลังคุยกันหน้าเครียดเรื่องที่เกิดกับโตและหนู

“ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้วะ”

“ต้องมีคนบอกตำรวจแน่ๆ ไม่งั้นตำรวจจะรู้ได้ยังไงว่าพวกเราไปหลบอยู่ที่ไหนกันมั่ง”

“ใคร...เอ็งว่าใครที่มันทำแบบนี้ ใครกันวะที่มันหักหลังพวกเรา”

“ตอนนี้ที่ฉันนึกถึงมีอยู่คนเดียว”

ทิพย์หันขวับ ดำสารภาพเสียงอ่อย “ไอ้วาฬ...คือมันมาขอร้องฉัน ขอทำงานด้วย บอกตอนนี้มันจนกรอบแทบไม่มีจะกินอยู่แล้ว ฉันก็เลยชวนมันไปที่บ้านพี่โชติด้วยกัน”

ขาดคำ ทิพย์ก็ตวัดมือตบหน้าดำฉาดใหญ่ ตวาดลั่น “มึงนี่เอง...ไอ้ตัวชักศึกเข้าบ้าน มึงก็รู้ว่าไอ้วาฬมันเลวยังไง คราวก่อนมันก็หลอกพวกมึงไปให้ตำรวจจับทีนึงแล้ว มึงยังจะมีหน้าชวนมันมาทำงานด้วยอีก”

ดำลูบรอยช้ำบนหน้าตัวเองเบาๆ “ขอโทษนะเจ๊ คราวที่แล้วมันบอกว่ามันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฉันก็เลยคิดว่าเราน่าจะลองให้โอกาสมันดูอีกสักที คิดไม่ถึงจริงๆว่ามันเลวขนาดนี้”

ตี๋ใหญ่กลับมาทันได้ยินคำสารภาพจากปากดำ แค้นใจมากและไม่รอช้าลากดำไปล่าตัววาฬด้วยกัน

ooooooo

ปรีชา หมอหนุ่ม และพี่ชายคนเดียวของหนูถูกเรียกตัวมายืนยันศพ รอยกระสุนกลางหน้าผากฝีมือบรรดลทำให้เขาแทบยืนไม่อยู่ บรรดลสงสารและรู้สึกผิดมาก อยากขอโทษและแสดงความเสียใจจากใจจริง

“คุณใช่ไหมที่พาตำรวจไปฆ่าไอ้หนูแบบนี้”

“ผมขอโทษ...แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เราคงไม่ทำแน่”

“ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก ที่จริงผมคิดมานานแล้วล่ะว่าสักวัน วันนี้ต้องมาถึง”

“ผมเสียใจด้วยจริงๆ ผมภาวนามาตลอดให้หนูยอมมอบตัว ผมไม่อยากให้เรื่องต้องลงเอยแบบนี้”

“ไม่ใช่ความผิดของคุณ ผมกับน้องโตมาด้วยกันอย่างคนที่ไม่มีอะไรเลย ก็แปลกนะ...ที่เรากลับแยกกันไปคนละทิศละทาง ผมเป็นหมอ ส่วนมันเป็นโจร แต่หลายครั้งผมคิดนะ...ว่าที่เป็นแบบนี้ อาจแค่ผมโชคดีกว่าน้องก็เท่านั้นเอง...แต่ถึงมันจะเป็นยังไง มันก็ยังเป็นน้อง... เป็นน้องเสมอ”

ความตายของหนูกับโต ไม่ใช่แค่ข่าวใหญ่ทำให้ตกตะลึงทั้งประเทศ ครอบครัวของตี๋ใหญ่ก็ต้องรับผลกระทบไม่น้อย โดยเฉพาะแตนกับป๋อง น้องสาวและน้องชายของตี๋ใหญ่ที่ถูกเพื่อนที่โรงเรียนรุมแกล้ง

แต่น้องทั้งสองคนของตี๋ใหญ่ก็ไม่ยี่หระ พยายามใช้ชีวิตตามปกติเพราะไม่มีทางเลือกอื่น เช่นเดียวกับพวกทีมล่าตี๋ใหญ่ที่ได้พักผ่อนหลังปฏิบัติภารกิจสำคัญติดต่อกันหลายวันหลายคืน

อุดมพาเนตรดาวไปกินข้าวครั้งแรกในรอบหลายวัน แต่กลายเป็นว่าเธอต้องนั่งดูเขากินเหมือนตายอดตายอยาก

“เชื่อแล้วล่ะว่าไปทำงานมาจริงๆ กินอย่างกะอดข้าวมาทั้งชาติ”

“เสียดาย...นานๆคุณแม่ยายจะชวนไปเลี้ยงข้าวซะที ไม่น่าพลาดเล้ย”

“คราวหน้าอย่าให้พลาดอีกก็แล้วกัน”

“ไม่มีปัญหา...เรื่องใจสู้น่ะพิสูจน์กันมาเยอะแล้ว คราวนี้จะขอพิสูจน์เรื่องใจรักให้เห็นกันมั่ง”

“ค่ะ...อย่าดีแต่พูดก็แล้วกัน”

“แน่นอน...แต่ตอนนี้ขอหม่ำก่อนนะครับ”

ความสัมพันธ์ระหว่างอุดมกับเนตรดาวพัฒนาไปในทางที่ดี เช่นเดียวกับคู่บรรดลกับนพวรรณที่ได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น หลังจากแทบไม่เจอกันเพราะบรรดลต้องปฏิบัติหน้าที่

อาหารจานโปรดของบรรดลถูกยกมาวางเต็มโต๊ะ ตำรวจหนุ่มปลื้มใจมาก ลงมือกินทันที โดยมีสายตาของภรรยาคนสวยเฝ้ามองด้วยความสุขใจแต่ไม่ยอมกินด้วย

“อ้าว...ไม่กินด้วยกันเหรอ”

“แค่ได้เห็นคุณกลับมาบ้าน ได้เจอหน้าคุณ ได้ทำอะไรให้คุณกิน...วรรณก็ลืมหิวแล้วล่ะค่ะ”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.