ตอนที่ 13
“เอ้า พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อแม่เขาไม่อยู่แล้ว พี่น้องก็ไม่มี งานเล็กๆแบบนี้ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก ผมยังว่าจะไปจัดงานที่โรงแรมชายทะเลของนายวุฒิ พี่ว่าดีไหม” ทรงพลเห็นพี่ไม่คัดค้านอะไร ขอจองคิวเอาไว้เลย เตือนพี่ชายอย่าลืมตัดสูทใหม่ห้ามหล่อแพ้เจ้าบ่าวเด็ดขาด แล้วยิ้มมีความสุข ผิดกับเทวัญที่ฝืนยิ้มให้ ช่อเอื้องที่แอบฟังอยู่ถึงกับน้ำตาร่วง รีบปาดน้ำตาทิ้งขยับจะไปแต่ทรงวุฒิเข้ามาคว้าแขนไว้ถามว่ามาทำอะไรตรงนี้
หญิงสาวขอให้ทรงวุฒิเงียบเสียง แล้วรีบลากแขนออกไปกลัวใครจะได้ยิน เมื่อมาถึงมุมปลอดคน ทรงวุฒิซักช่อเอื้องเป็นการใหญ่ไปยืนแอบอยู่ตรงหน้าบ้านพี่เทวัญทำไมค่ำๆมืดๆ เธอเอาอาหารค่ำไปให้เขาตามคำสั่งของแม่นมน้อย ทรงวุฒิอดสงสัยไม่ได้เอาไปให้แล้วทำไมไม่กลับไป เห็นยืนแอบอยู่ตรงนั้นนานสองนาน หรือเธอมีความลับอะไรกับพี่เทวัญ ทำไมถึงได้แอบไปหาที่บ้านบ่อยนัก พอเห็นเธอร้องไห้ก็ชะงัก
“นี่ร้องไห้เหรอ ร้องทำไมเสียงฉันดุเหรอ” ว่าแล้วทรงวุฒิหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ “ฉันก็แค่ถามดู เธอไม่ต้องตอบก็ได้นี่นา อย่าร้องสิ ฉันก็แค่กลัวเธอไปกิ๊กกับพี่เทวัญนี่นา”
ช่อเอื้องชกทรงวุฒิที่แขนหนึ่งหมัด ต่อว่า ว่าใช้สมองส่วนไหนคิด ตนเคารพคุณหมอมากไม่มีทางคิดอะไรแบบนั้น เขาถึงกับยิ้มออก แต่ก็ยังคาใจไม่หายทำไมเธอต้องร้องไห้ด้วย เธอขอไม่ตอบแล้วทรุดตัวลงนั่ง เขาไม่เซ้าซี้อะไรอีก ขอแค่นั่งเป็นเพื่อนจนกว่าเธอจะสบายใจขึ้น...
รอจนไม่เห็นร่องรอยน้ำตาให้เห็น ช่อเอื้องจึงกลับไปที่ห้องเห็นพ่อนั่งกับพื้นพิงผนังห้องไม่พูดไม่จาถามว่าไม่สบายอีกหรือเปล่า ท่านส่ายหน้าไม่ได้เป็นอะไรแล้ว จากนั้นล้มตัวลงนอนไม่พูดอะไรอีก ช่อเอื้องมองพ่อแล้วลอบถอนใจหนักใจ...
ครั้นกลับถึงร้านเสื้อ คุณนายติ๊ดต่อว่าวิไลว่าตกลงกันไว้จะเอาเงินแค่แสนเดียว ทำไมถึงไปขอคุณจิดาภาตั้งสองแสนบาทแถมไม่บอกกล่าวกันก่อน โชคดีที่ไม่ไล่ตะเพิด วิไลมั่นใจว่าความลับของดาวนิลที่ตัวเองรู้คุ้มค่ากับเงินสองแสนบาทแน่นอน และถ้าตนได้เงินจำนวนนี้มาจะแบ่งให้คุณนายห้าหมื่นบาท เป็นค่าตอบแทนที่สนับสนุนตน ผึ้งเปิดประตูร้านออกมาต้อนรับ พลางถามเจ้านายว่าเป็นอย่างไรบ้าง
“ก็ดี อาจจะดีมากด้วย เดี๋ยวหาห้องให้วิไลอยู่ด้วยนะ ชุดที่ยืมใส่ แกก็เอาไปซักให้ด้วย” พูดจบคุณนายติ๊ดชวนวิไลเข้าบ้าน ทิ้งให้ผึ้งยืนเซ็งอยู่ตรงนั้น...
ด้วยความที่ถือไพ่เหนือกว่า วิไลไม่ยอมนอนห้องเก่าที่ดาวนิลเคยอยู่เพราะทั้งเล็ก ทั้งแคบ แถมอยู่ชั้นบนสุดจึงขอเปลี่ยนห้องกับผึ้งหน้าตาเฉย ผึ้งไม่พอใจนำเรื่องนี้ไปฟ้องคุณนายติ๊ดให้ช่วยจัดการ คุณนายกลับเข้าข้างวิไลเพราะเห็นแก่เงินที่ฝ่ายหลังเสนอจะให้
ooooooo
เช้าวันถัดมา ที่ห้องแต่งตัวของสตูดิโอ หลิวหลิวรู้ข่าวทรงพลขอดาวนิลแต่งงานและจะจัดงานเดือนหน้ากระดี๊กระด๊าเริงร่าราวกับจะแต่งเสียเอง ดาวนิลงงไหนเมื่อก่อนไม่เห็นด้วย ตอนนี้ไม่ว่าอะไรแล้วหรือ
“พี่กลับไปคิดๆดูแล้วให้น้องแต่งงานอาจจะดีกว่านะคะ เอาข่าวงานแต่งมากลบ นักข่าวจะได้ไม่สนใจขุดคุ้ยเรื่องอื่น แต่งงานแล้วก็มีข้ออ้างขอพักงานละครสักพักจะได้ไปจัดการปัญหาที่คาราคาซังให้มันจบๆ”
“พี่หลิวหลิวพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดีแล้วค่ะ ดาวนิลตั้งใจว่าจะไปอธิบายความจริงให้พ่อฟัง”
“ว้าย! จะดีหรือคะ แล้วเกิดพ่อน้องโวยวายขึ้นมา พังกันหมดนะคะ”
ดาวนิลมั่นใจว่าพ่อจะไม่ทำอย่างนั้น ท่านรักเธอท่านจะต้องเข้าใจ และถ้าพ่อช่วยปิดเรื่องให้เราก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก แม้จะเห็นด้วยแต่หลิวหลิวอดเสียวไส้ไม่ได้...
ระหว่างหลิวหลิวพาดาวนิลในชุดสวยจะไปที่เวทีเพื่อถ่ายแบบ คุณนายติ๊ดเข้ามาหาเรื่อง ดาวนิลไม่อยากยุ่งด้วยชวนหลิวหลิวรีบไปทำงานให้เสร็จๆดีกว่า ยังไม่ทันขยับไปไหน จิดาภาตามเข้ามา
“จะรีบไปไหนล่ะ อ้อ คงต้องรีบไปทำงาน น่าสงสารจัง พวกต้องถีบตัวเองก็แบบนี้”
“คุณจิดาภาขา ห้องรับรองของเซเลบรับเชิญอยู่ทางโน้นค่ะ” คุณนายติ๊ดมองดาวนิลอย่างเย้ยหยัน จิดาภาทำทีถามหาเด็กหิ้วเสื้อตัวเองหายไปไหนทำไมยังไม่มาอีก ดาวนิลรู้สึกสังหรณ์ใจว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล เป็นอย่างที่เธอหวั่นใจ วิไลเดินหิ้วถุงเสื้อเข้ามา นางเอกสาวถึงกับตะลึงยืนตัวแข็ง จิดาภาเห็นท่าทางของศัตรูคู่อริก็ยิ้มสะใจ หลิวหลิวไม่รู้เรื่องด้วยสะกิดดาวนิลให้ไปได้แล้ว จิดาภาเข้ามากระซิบกับคู่อริ
“ตะลึงอะไรเหรอ หรือว่ารู้จักผู้ช่วยคนใหม่ของฉัน”
ดาวนิลพยายามเก็บอาการตื่นตระหนกไว้สุดฤทธิ์ แต่สุดท้ายทนรับความกดดันไม่ไหวเป็นลมล้มพับไป ตรงนั้น หลิวหลิวตกใจร้องเรียกให้คนช่วยเสียงลั่น ขณะที่จิดาภามองดาวนิลที่ล้มฟุบอย่างสะใจ นี่แสดงว่าวิไลคือคนที่จะช่วยตนทำลายมันได้จริง ถึงทำให้มันอยู่ในสภาพนี้ได้ ส่วนวิไลตกใจคาดไม่ถึงว่าดาวนิลจะเครียดขนาดนี้ รู้สึกสงสารเธอขึ้นมา...
หลังปั่นหัวดาวนิลจนเป็นลมเป็นแล้ง จิดาภาพาวิไลกับคุณนายติ๊ดมาเลี้ยงข้าวฉลองความสำเร็จขั้นแรกที่ร้านอาหารหรู พร้อมกับเซ็นเช็คเงินสดให้วิไลสองแสนบาท แล้วหันไปพูดกับคุณนายติ๊ดว่าเห็นหน้านังดาวนิลไหม ซีดจนเป็นลม นี่ขนาดวิไลยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ แสดงว่าความลับที่วิไลรู้ต้องสำคัญมาก
“ความลับอะไรน่ะ ได้เงินแล้วก็เล่าให้คุณเขาฟังสิ” คุณนายติ๊ดคาดคั้น วิไลมองเช็คในมือ
“ที่จริงเรื่องนี้ฉันก็ไม่เคยคิดจะบอกใครนะคะ ยิ่งเห็นดาวนิลตกใจขนาดนั้นด้วย เงินแค่นี้คงน้อยไป”
จิดาภาอยากรู้ว่าวิไลจะเอาเงินอีกเท่าไหร่ เธอขอเพิ่มอีกหนึ่งเท่า ยัยตัวแสบใจป้ำเสนอจะให้ห้าแสนบาท สั่งให้รีบเล่าๆมา ก่อนที่ตนจะเปลี่ยนใจ วิไลแฉหมดเปลือกว่าดาวนิลเคยขายตัวมาก่อน
“นี่มันแย่กว่าเรื่องทั้งหมดที่ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับมันอีกนะ” จิดาภาหัวเราะสะใจ
“ดาวนิลมันทำอะไรให้คุณเหรอคะ คุณถึงเกลียดมันขนาดนี้”
“เรื่องของฉัน...ไปวิไลเธอไปกับฉัน ไปปั่นหัวมันเล่น คนล้มก็ต้องรีบกระทืบซ้ำถึงจะเรียกว่าฉลาด” จิดาภายิ้มร้ายก่อนจะคว้ากระเป๋าถือเดินนำวิไลออกไป
ooooooo










