ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบตัดเพชร

SHARE
ตอนที่ 11

เอกราชเห็นเทวัญเดินลงบันไดมาก็รีบดึงเสาวนุชหลบเข้าไปอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องฟิตเนสย่อมๆที่อยู่อีกมุมหนึ่ง มีหุ่นทำด้วยกระสอบทรายเป็นรูปคนสะโอด สะองยืนอยู่สองสามตัว

ขณะเอกราชกับเสาวนุชกำลังงงๆว่ามันคืออะไร เสียงเทวัญก็เดินปึงปังเข้ามา เอกราชดึงเสาวนุชหลบไปอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องเซาน่า โชคดีที่เทวัญเดินเข้าไปในห้องฟิตเนส พอทั้งสองเข้าไปในห้องเซาน่าประตูห้องก็ปิดพอดี

“ไอ้กุหลาบขาว ไอ้ดนุภพ ไอ้โจร ไอ้ศัตรูหัวใจกูจะฆ่ามึง...อ๊ากกกก...” เทวัญคำรามแค้น เขาดึงเหล็กแหลมจากไม้เท้าพุ่งเข้าแทงหุ่นจนทะลุ ทรายไหลทะลักออกมากอง

เอกราชกับเสาวนุชแอบดูจากหน้าต่างกระจกห้องเซาน่าหันมองหน้าบอกกันเบาๆว่า...เจอแล้ว... เหล็กแหลม...

เทวัญแทงถึงหุ่นตัวสุดท้ายแล้วเสียบเหล็กแหลมไว้ในไม้เท้าตามเดิม ทั้งสองมัวแต่ดีใจที่รู้ว่าเหล็กแหลมอยู่ในไม้เท้า พอมองไปอีกทีเทวัญหายไปจากห้องนั้นแล้ว พลันก็สะดุ้งเมื่อเห็นเขาเดินมาเปิดประตูห้องเซาน่า ทั้งสองแอบอยู่ใต้ม้านั่งไม้ทำตัวลีบเล็กจนแทบไม่กล้าหายใจ เทวัญได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง มองๆแต่ไม่เห็นอะไรจึงปิดประตูเดินไป

ooooooo

ดนัยเทพพาดาราวรรณออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านแล้ว แต่ก็ยังมีตำรวจนอกเครื่องแบบมาเฝ้าอยู่หน้าบ้าน เขานึกขำๆว่าตำรวจมาเฝ้าก็ดีจะได้ไม่มีขโมยขึ้นบ้าน

วันนี้ดาราวรรณไปนั่งจิบน้ำชาที่หลังบ้านติด กับคลอง จู่ๆก็มีก๋วยเตี๋ยวเรือพายมาขาย คนขายใส่งอบบังหน้าบังตา มาถึงหลังบ้านเห็นดาราวรรณนั่งจิบชาอยู่ก็ร้องขายก๋วยเตี๋ยวเรือพายเรืออ้อยอิ่ง จนดาราวรรณถามแซวว่าก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับหรือเปล่า ทำให้มีเรื่องได้คุยกัน แล้วจู่ๆคนขายก๋วยเตี๋ยวเรือก็โดดขึ้นท่าน้ำ

ดาราวรรณระวังตัวอยู่แล้วใช้จานตบหน้าและใช้ส้อมแทง ดนัยเทพออกมาเห็นตกใจร้องให้หยุดถามว่ามีอะไรกัน

ที่แท้เป็นอานุภาพปลอมตัวมาสืบหากุหลาบขาว พอเปิดตัวว่าตนคือมังกี้ ดาราวรรณก็จะเอาเรื่องที่หลอกให้กุหลาบขาวไปติดกับจนถูกจับ อานุภาพบอกว่าคนที่หลอกกุหลาบขาวไปไม่ใช่ตน แต่เป็นศัตรูตัวพ่อที่มันแฮ็กข้อมูลตนไป

“ถ้าผมทรยศ ผมจะโผล่มาหาพวกคุณทำไม ไอ้เลวตัวพ่อมันกำลังตามล่าหาเพชรเนตรปฐพีอยู่ เรารีบไปเอามาก่อนมันดีกว่า” ดาราวรรณสนใจจี๋ อานุภาพตบที่เป้บอกว่าข้อมูลเนตรปฐพีอยู่ในนี้แต่ตนทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องการแมวตาเพชรและกุหลาบขาวมาช่วยแก้ปัญหาด้วย

ดนัยเทพกับดาราวรรณมองหน้ากันไปมาทำนองจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี

ฝ่ายกันยิกา ดนุภพและนพดล หลังจากถูกพวกโรมันกับรสลินบุกโจมตีที่บ้านสวนกุหลาบแล้วก็ย้ายไปกบดานในโรงแรม ดนุภพบอกกันยิกาว่า ที่เทวัญพยายามจะจับตนเพราะเข้าใจว่าตนหาเพชรเนตรปฐพีเจอแล้ว นพดลถามว่าทำไมมันถึงมั่นใจขนาดนั้น
ดาราวรรณก็สงสัยเหมือนนพดล พอถามอานุภาพก็เล่าเจ้าเล่ห์ว่า

ตนไปเจอกล่องไม้ที่ฐานเจดีย์เลยเอามาแล้วเอากุหลาบขาววางไว้ลวงเทวัญเพราะกุหลาบขาวบู๊เก่งกว่าตนให้เขาช่วยดึงความสนใจจากเทวัญไปสักพักก่อน เมื่อเขาออกจากฐานเจดีย์ไปอึดใจเดียวเทวัญกับลูกน้องก็ไปถึง

ดนัยเทพโมโหมากตรงเข้ากระชากคอเสื้ออานุภาพตะคอก “กูจะฆ่ามึง” ที่ทำให้หลานชายตนถูกจับ อานุภาพหัวเราะอย่างเป็นต่อบอกว่า

“หึๆ แต่ถ้าผมตาย บอกเลยเรื่องมันไม่จบ พวกหลานๆคุณจะต้องถูกมันตามล่าไม่จบสิ้น คุณก็แค้น ผมก็แค้น เราแค้นมันกันทุกคน เพราะฉะนั้น เรามาฮั้วกันดีกว่า”

ดนัยเทพคิดๆแล้วบอกว่าจะลองฮั้วกับเขาดูสักครั้งแต่ต้องบอกมาก่อนว่าเพชรเนตรปฐพีที่ไปเอามาจากฐานเจดีย์อยู่ที่ไหน อานุภาพล้วงกล่องไม้ออกมาวางปัง

“เนตรปฐพีอยู่ในกล่องนี้!”

ดนัยเทพคว้ากล่องไม้ไปเปิดแต่เปิดไม่ออก ดาราวรรณเอาไปเปิดก็เปิดไม่ออกเลยจะกัด เล่นเอาสองชายร้องลั่น

ooooooo

เทวัญออกไปแล้วปิดประตูห้องเซาน่าปรับอุณหภูมิห้องให้ร้อนขึ้นเรื่อยๆ เอกราชคว้าถังน้ำสำหรับเทใส่ถ่านหินขึ้นมา นัดแนะเสาวนุชว่าตนจะเสี่ยงกับอาวุธเหล็กของเทวัญสักครั้ง นับหนึ่งถึงสามแล้วถีบประตูห้องเซาน่าวิ่งออกไป

เทวัญเอาเหล็กแหลมแทงทะลุถังน้ำเซาน่าแล้วพยายามดึงแต่ไม่ออก ทั้งสองยื้อยุดกันไปมา เสาวนุชยืนมองตะลึง!

เอกราชกับเทวัญต่อสู้ตะลุมบอนกัน เอกราชสู้พลางพาเสาวนุชหนี เสาวนุชข้อเท้าพลิก เทวัญพุ่งเข้ามาจะแทงข้างหลัง เอกราชยิงแต่เทวัญกลิ้งหลบทัน เขาจูงเสาวนุชวิ่งออกไป พอเทวัญมองหาอีกทีทั้งสองก็หายไปแล้ว

เทวัญโกรธมาก ขณะนั้นเองหน้าเขาเริ่มมีรอยตีนกา ผมปอยหนึ่งเริ่มขาว มนต์ของเพชรกำลังจะหมดเขากำลังจะกลับมาแก่อีกแล้ว แต่เทวัญไม่รู้ตัว รีบตามเอกราชกับเสาวนุชออกไป

พอเอกราชพาเสาวนุชวิ่งออกไปเจอประตูรั้วปิด! ขณะนั้นเองพิมพ์ชลขับรถพารสลินกับโรมันกลับมาถึงพอดี โรมันยกรีโมตเปิดประตูแล้วทิ้งมือลงอย่างหมดแรง เทวัญโวยวายว่าใครเปิดประตูตะโกนให้ปิดประตู ขณะโมโหวุ่นวายกันนั้น เทวัญเหนื่อยหอบเอะใจมองมือตัวเองเห็นเหี่ยวย่น ก็ผงะสบถ

“ห่ะ...ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ด้วยวะ!”

เอกราชพาเสาวนุชวิ่งไปที่รถ แว่บหนึ่งเขาเห็นพิมพ์ชลเป็นคนขับรถสวนเข้ามา แต่เขารีบขึ้นรถขับออกไปทันที

พิมพ์ชลขับรถเข้ามาจอด โรมันเปิดประตูรถลงไปก็ทรุด พิมพ์ชลเข้าประคองเห็นเทวัญในสภาพแก่เหี่ยวยืนอยู่จำไม่ได้เรียกให้มาช่วยเอ็ดตะโรว่าหมออยู่ไหน คุณเทวัญเตรียมหมอไว้หรือเปล่า โรมันรู้สถานการณ์ ปรามว่าถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็สงบปากสงบคำทำตามที่ตนสั่งอย่างเดียว

พ่อบ้านมาบอกเทวัญว่าหมอกำลังมาให้เขารีบขึ้นไปเสีย แล้วตัวเองก็รีบเข้าไปช่วยพิมพ์ชลอุ้มรสลินลงจากรถ

เทวัญขึ้นไปอาบรังสีร้องอย่างเจ็บปวด พิมพ์ชลถามว่าเสียงอะไร ทุกคนพยายามปกปิดรวมทั้งหมอที่มาถึงแล้วด้วย

พิมพ์ชลจะรู้ให้ได้ว่าเป็นเสียงอะไร เลยถูกโรมันตวาดให้หุบปากถ้าไม่อยู่ช่วยก็ไปให้พ้น ถูกพิมพ์ชลลำเลิกว่า

“ถ้าไม่ได้ฉันพากลับมาป่านนี้พวกแกสองคนถูกไอ้แมวตาเพชรกับไอ้กุหลาบขาวฆ่าตายไปแล้ว”

โรมันฟังแล้วแค้นจ้องหน้าอย่างเกลียดชัง

เทวัญออกจากห้องทำพิธีในสภาพหนุ่มเหมือนเดิม เขาเจ็บปวด เหนื่อยล้ากับการอาบรังสี บ่นอย่างเบื่อหน่ายว่า

“เมื่อไหร่ฉันจะเป็นอมตะ ไอ้พิธีกรรมอาบแสงเพชรนี่มันก็ใช้ได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แถมเจ็บปวดทรมานปางตาย” แล้วตะโกน “ไอ้กุหลาบขาว แกเอาเพชรเนตรปฐพีไปไว้ที่ไหน!!”

ooooooo

ที่บ้านกันยิกา...ดาราวรรณ ดนัยเทพ และอานุภาพ ต่างพยายามเปิดกล่องไม้ที่อานุภาพเอามา เมื่อเปิดไม่ได้ ดาราวรรณจึงชวนเข้าไปหาวิธีเปิดกันในบ้านเพราะกลัวตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าบ้านจะเห็นเสียก่อน

ดนุภพอยู่ที่โรงแรมกับกันยิกาและนพดล เขาโทร.บอกเอกราชว่าพวกตนปลอดภัย เอกราชเล่าว่าตนเห็นอาวุธเหล็กแหลมของเทวัญแล้ว ดนุภพถามว่าอยู่ที่ไหน เขาบอกว่าอยู่ที่เทวัญ ตนกับเสาวนุชก็ถูกไล่กะซวกหนีตายออกมาเกือบไม่ทัน

สอบถามกันแล้วเหล็กแหลมนั้นอยู่ในไม้เท้าที่เทวัญถือเป็นประจำ เอกราชยังเล่าว่าตนเห็นพิมพ์ชลขับรถ รับใช้พวกมันด้วย

“ยัยโง่พิมพ์ชล รับใช้คนที่ฆ่าพ่อตัวเองแล้วนึกว่ามันเป็นเทพบุตร” กันยิกาพึมพำเครียด

ดนุภพคุยกับเอกราชอย่างตึงเครียดว่าเทวัญรู้ว่าเขาเห็นอาวุธลับของมันแล้วคิดหรือว่ามันจะปล่อยเขาไว้ ให้เตรียมหาทางหนีทีไล่ไว้ได้แล้ว

ระหว่างที่ดนุภพคุยกับเอกราชนั้น พอหันมองไม่เห็นนพดลแล้ว กันยิกาออกตามหา วิ่งไปหน้าบ้านเห็นนพดลขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ตะโกนถามว่าจะไปไหน ดนุภพตะโกนว่าให้กลับมาคุยกันก่อน แต่นพดลพุ่งรถออกไปแล้ว ดนุภพเชื่อว่านพดลต้องกลับกรุงเทพฯแน่ๆ

นพดลขี่มอเตอร์ไซค์ไปพูดกับตัวเองไปว่า “พี่ขอโทษนะยิกา ไม่ต้องห่วงพี่ พี่จะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด แต่พี่ต้องไปจัดการกับพิมพ์ชลด้วยตัวพี่เอง”

ooooooo

วรุฒดูเทปกล้องวงจรปิดบ้านเทวัญในวันที่เอก-ราชกับเสาวนุชปลอมตัวเป็นพนักงานร้านซักรีดเข้าไป เขาสั่งเจ้าหน้าที่ให้หยุดและขยายรูปหน้าเอกราชและเสาวนุช พอเห็นหน้าชัดๆ เขาสั่งเจ้าหน้าที่ให้ไปขอหมายศาลค้นคอนโดเอกราชทันที

จากนั้นวรุฒโทรศัพท์บอกเทวัญว่าตนกำลังจัดการรวบทั้งสองคนให้ ถามว่ามันต้องการอะไรและได้อะไรไปไหม

“มันไม่ได้อะไรไปและมันจะมาทำไมก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องสอบสวน คุณต้องเอาคำตอบมาให้ผมไม่ใช่เอาคำตอบจากผม”

ตอบวรุฒแล้ว เทวัญฉุกคิดอะไรได้โทร.หากันยิกาทันที แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เขาตะโกนเรียกพ่อบ้านถามว่าที่ให้โทร.ไปที่ร้านกันยิกาได้ความยังไงบ้าง พ่อบ้านบอกว่าร้านปิดมาสองสามวันแล้ว ถามพนักงานก็ไม่มีใครรู้ว่ากันยิกาไปไหน

ที่บ้านกันยิกา ดนัยเทพ ดาราวรรณ และอานุภาพกำลังหาวิธีเปิดกล่องไม้กันอย่างเคร่งเครียด เมื่อใช้แรงไม่ได้ผลก็ใช้มนตร์คาถา ดาราวรรณสวดแผ่เมตตา ดนัยเทพขอแหวนเพชร 10 กะรัตของดาราวรรณ หากระจกเงามาตั้งบอกว่า

“ในเมื่อมันเป็นเพชร รัศมีของเพชรอาจช่วยเปิดกล่องนี้ได้”

จนแล้วจนรอดก็เปิดกล่องไม่ได้ อานุภาพที่กินรออิ่มจนเรอออกมาเสียงดัง ดนัยเทพนึกได้บอกว่า

“เสียงเรอทำให้ผมนึกหลักความเชื่อของจีน ดินชนะน้ำ น้ำชนะไฟ ไฟชนะไม้ ไม้ชนะทอง ทองชนะดิน”

เมื่อไฟชนะไม้ ดนัยเทพคว้ากล่องไม้วิ่งไปหาไฟแช็ก อานุภาพวิ่งไล่แย่งตะโกนไม่ให้เผา แต่ดนัยเทพไวกว่าจุดไฟแช็กเผาทันที ไฟลุกพรึบเสียงคล้ายระเบิด ดนัยเทพตกใจปล่อยกล่อง พริบตานั้นกล่องหายไป ไฟก็ดับ เหลือแต่เศษผ้าเก่าๆผืนหนึ่งร่วงลงพื้น!

“ลายแทง!” ดนัยเทพอยู่ใกล้ที่สุดคว้าไว้ทันที อานุภาพยังงงๆ เพราะนึกว่าจะมีเพชรในตำนาน

ทันใดนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทุกคนชะงัก!

เทวัญมาถึงแล้ว เขาสั่งลูกน้องไม่ต้องกดกริ่งเพราะตนมีรีโมตที่พิมพ์ชลให้ไว้ แล้วกดรีโมตเปิดประตูเดินนำลูกน้องเข้าไปในบ้านทันที

กันยิกาอยู่ที่โรงแรม เธอลิงค์กล้องวงจรปิดที่บ้านไว้กับมือถือ กำลังดูเทวัญเดินเข้าไปในบ้าน ร้องบอกดนุภพว่ามันมาที่บ้านแบบนี้คงต้องสงสัยอะไรตนแล้ว ดนุภพถามว่าแล้วในบ้านล่ะ!

ตอนที่ 10

เอกราชกับเสาวนุชดูข่าวนี้ที่คอนโด เอกราชทุบโต๊ะคำรามว่าวรุฒทำขนาดนี้เลยหรือ เสาวนุชบอกว่านี่เท่ากับฆ่าดนุภพทางอ้อมเลยนะ เอกราชเชื่อว่าเรื่องซับซ้อนอย่างนี้วรุฒไม่มีปัญญาคิดเองได้ ต้องมีคนวางแผนให้แน่!!

“ฉันว่านายเทวัญอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง” เสาวนุชฟันธง ถามว่าเขารู้เรื่องดนุภพเป็นโจรกุหลาบขาวมาก่อนหรือเปล่า เอกราชพยักหน้า “นายรู้? รู้แล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ กระซิบบอกกันหน่อยก็ได้”

เอกราชถามประชดว่าถ้ารู้แล้วจะไปสัมภาษณ์รึไง เสาวนุชบอกว่าใช่ ถ้าตนได้สัมภาษณ์ดนุภพ ทำให้ โลกรู้จักกุหลาบขาวอย่างที่ตนรู้จัก วรุฒก็คงให้ข่าวเล่นงานอะไรเขาไม่ได้ เอกราชมองหน้าถามว่าไปรู้จักและซี้กับกุหลาบขาวตั้งแต่เมื่อไหร่

“ก็ตอนที่นายไม่สนใจไง...ฉันรู้ว่ากุหลาบขาวไม่ใช่โจรโฉดโหดเหี้ยม แต่เขาเป็นโรบินฮู้ดปล้นของโจรไปคืนเจ้าของเดิม เป็นโจรมีอุดมการณ์ ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความยุติธรรม นี่ถ้าฉันรู้ว่าเขาอยู่ใกล้ตัวแค่นี้ฉันไม่ปล่อยเขาไปแน่”

เอกราชขัดคอว่าเยอะไปหรือเปล่า เสาวนุชไม่ตอบ ลุกไปที่โซฟาหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาเห็นเสื้อยืดดำมีฮู้ดของเอกราชพาดอยู่ก็เอามาใส่ เอาฮู้ดคลุมหน้า ถ่ายเซลฟี่ จากนั้นกดสมัครเฟซบุ๊ก เอกราชถามว่าเธอจะทำอะไร

“ช่วยจอมโจรโรบินฮู้ดของฉันไง” เสาวนุชบอกแล้วโดดไปเปิดคอมฯของเอกราช กดพิมพ์รัว เอกราชมองอย่างแปลกใจว่าเธอจะทำอะไร

เสาวนุชใช้ชื่อปลอมในเฟซบุ๊กว่า “ทีมไวท์โรส” ภาพโปรไฟล์เป็นรูปตัวเองใส่ฮู้ดดำปกปิดใบหน้าภาพคัฟเวอร์เป็นรูปดอกกุหลาบขาว โพสต์รูปดนุภพตั้งสเตตัสว่า

“ร่วมแสดงพลังช่วยกุหลาบขาวโจรปล้นเพื่อเอาของที่ถูกปล้นคืนสู่เจ้าทุกข์” และ “จะยอมให้คนดีไม่มีที่ยืนหรือ”

ทันทีที่เฟซบุ๊กทีมไวท์โรสปรากฏขึ้น ที่ร้านกาแฟ วัยรุ่นหลายคนกดดูจอแท็บเล็ตบ้าง มือถือบ้างแล็ปท็อปบ้าง คนหนึ่งกดไลค์อีกคนกดแชร์ทันที พริบตาเดียวยอดคนกดไลค์พุ่งพรวดเต็มหน้าจอ เอกราชมองทึ่ง

เสาวนุชลุกไปหยิบมือถือของตัวเองมากดสมัครทวิตเตอร์ ครู่เดียวโทรศัพท์มือถือของเอกราชดังติ๊งๆๆ เขาหยิบดูหน้าจอมือถือทวิตเตอร์แอคเคาต์ทีมไวท์โรสเด้งขึ้นรูปโปรไฟล์คือรูปเสาวนุชใส่ฮู้ดดำปิดหน้า มีข้อความว่า

“ไม่เห็นด้วยกับตำรวจ นัดพบกันเพื่อเป็นกำลังใจให้กุหลาบขาวผู้บริสุทธิ์ วันนี้ใครจะมากับเราบ้าง”

พริบตาเดียว มือถือของเอกราชเตือนไม่หยุด บนจอคนตอบรับข้อความของเสาวนุชกันรัว

เสาวนุชยืมมือถือของเอกราชบอกว่าตอนนี้ทีมไวท์โรสมีแอคเคาต์ไอดีแล้วต้องอัพรูปเด็ดๆ ของกุหลาบขาวหน่อยแล้วเข้ากูเกิลชื่อกุหลาบขาว รูปดนุภพขึ้นเป็นระนาว เธอเซฟรูปมาอัพลงไอจี แล้วพิมพ์แคปชั่น

“เย็นนี้เจอกันเป็นกำลังใจให้กุหลาบขาวคนดีที่ถูกใส่ร้าย”

ooooooo

คืนนี้เอกราชกับเสาวนุชปลอมตัวไปจอดรถซุ่มอยู่ที่หน้าสำนักงานตำรวจ เห็นมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่ ทุกคนใส่ชุดสีดำมีฮู้ดแต่ยังไม่ได้ดึงขึ้นใส่

บางคนถือป้ายเขียนว่า กุหลาบขาวไม่ผิด...กุหลาบขาวไม่ผิด

นักข่าวมารายงานข่าวที่หน้าสำนักงานตำรวจอย่างตื่นเต้นว่า

“ขณะนี้นะคะ ที่หน้าสำนักงานตำรวจ มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งมาชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กุหลาบขาว เราไปฟังเสียงพวกเขากันค่ะ” นักข่าวยื่นไมค์ไปที่กลุ่มแฟนคลับของกุหลาบขาว เสียงแฟนคลับพูดอย่างไม่พอใจว่า

“กุหลาบขาวไม่ผิด กุหลาบขาวไม่ได้ฆ่าใคร กุหลาบขาวถูกใส่ร้าย ไม่ยอม...เราไม่ยอม!”

นักข่าวยืนไมค์ไปถามตำรวจว่า “จะชี้แจงอย่างไร จะเปิดหลักฐานที่ใช้ในการจับกุมกุหลาบขาวเมื่อไหร่” และ “นี่ไม่ใช่การยัดข้อหาเพื่อหาแพะใช่ไหมคะ”

ตำรวจมัวแต่กันกลุ่มแฟนคลับวุ่นวายจนไม่ได้ตอบคำถามนักข่าว

เสาวนุชกับเอกราชยังซุ่มดูอยู่รอจังหวะเหมาะที่จะเข้าไป เธอถามเอกราชโอ่ๆว่า

“ไงล่ะ ไม่ใช้ฝีมือเหรอ นายล่ะ มีอะไรจะแจมไหม”

เอกราชไม่ทันตอบก็มีเสียงผิวปากดังขึ้น จำได้ว่าเป็นสัญญาณของหมวดเอ ทันใดหมวดเอก็เอาบัตรผ่านของตำรวจคล้องคอเอกราชบอกว่าเขามีเวลาสามนาทีที่เปลี่ยนกะ รีบไปรีบกลับ ตนจะดูต้นทางให้

เอกราชเห็นประตูข้างของสำนักงานตำรวจแง้มอยู่ เขาร้องบอก “ทางนี้...” แล้วออกวิ่งนำเข้าไปทันที ลากเสาวนุชไปด้วยให้อยู่ในสายตา กลัวเธอจะก่อเรื่องอีก

ooooooo

เอกราชพาเสาวนุชวิ่งไปทางห้องขังใช้บัตรผ่านเข้าไปจนถึงห้องขังพิเศษที่ขังดนุภพ พอเข้าไปก็ชะงักเมื่อเห็นร่างหนึ่งในชุดดำ เขาร้องถามว่าใคร พอร่างชุดดำหันมาเขาอุทานตกใจ “แมวตาเพชร”

กันยิกาวิ่งเข้าใส่ปรามว่าอย่ามายุ่งตนจะช่วยหัวตั้งเอง ถ้าอยากทำตัวมีประโยชน์ก็ช่วยกันพวกตำรวจไว้นายซื่อบื้อเอกราชรู้ทันทีว่าแมวตาเพชรคือบุษบากรคือกันยิกา

ประตูห้องขังพิเศษที่เปิดอยู่กำลังจะปิดโดยอัตโนมัติ กันยิการีบเอามือดันไว้ สัญญาณฉุกเฉินดังลั่นขึ้นทันที ทั้งเอกราชและกันยิกาตกใจ ตำรวจได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยก็วิ่งเข้ามา เสาวนุชนึกรู้ว่าเอกราชต้องทำอะไรผิดพลาดอีกแล้ว

เอกราชตกใจยืนมึน ครู่เดียวก็ตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือ พวกตำรวจวิ่งมาถึงพอดี เขาทำหน้าตื่นบอกว่า กุหลาบขาวทำร้ายตนและหนีไปทางโน้นแล้ว พลางชี้ไปมั่ว

ตำรวจที่วิ่งตามกันมาหยิบ ว.กด บอกว่าคนร้ายห้องพิเศษหนีไปทางประตู 1 เอกราชยืนยันว่าคนร้ายหนีไปทางประตู 1 จริงๆ คนหนึ่งคาดว่าหนีไปทางห้องธุรการ เอกราชบอกว่ามันเลี้ยวซ้ายออกไปทางห้องเอกสาร พวกตำรวจงงว่าคนร้ายหนีไปทางไหนกันแน่

“พวกคุณไปดูที่ห้องธุรการ พวกคุณมากับผมทางห้องเอกสาร”

เอกราชสั่งการ พวกตำรวจปฏิบัติตามทันที

ooooooo

กันยิกาเข้าไปในห้องขังพิเศษมองหาดนุภพเห็นเขานั่งคอพับเหมือนหมดสติอยู่ที่เก้าอี้ เธอสะเดาะกุญแจมือประคองเขาออกมา ดนุภพในสภาพเบลอๆ เพ้อไม่เป็นเรื่อง

วรุฒกับจ่าฉิววิ่งมาถึงห้องขังพิเศษ กันยิการีบดึงดนุภพหลบหลังประตูแล้วหันเตะสูงใส่หน้าวรุตจนหงายตึง จ่าฉิวเห็นตกใจร้องว่า แมวตาเพชร ไม่ทันทำอะไรก็ถูกแมวตาเพชรฟาดแส้ใส่แล้วพุ่งออกไปถูกตำรวจสองนายพุ่งเข้าจับ ดนุภพกระโดดเข้าใส่จับหัวตำรวจทั้งสองชนกันจนสลบเหมือดตัวเองก็ล้มไปด้วย

ดนุภพในสภาพเบลอๆ บ๊องๆ แต่สัญชาตญาณนักสู้ในตัวทำให้เขาทำไปโดยอัตโนมัติ เสร็จแล้วก็หัวเราะคิกๆเหมือนคนเมากาว จนกันยิกาต้องทั้งดึงทั้งลากหนีไป

เสาวนุชหนีพวกตำรวจมาเจอกันยิกาพาดนุภพหนีและถูกวรุฒกับจ่าฉิวไล่ตามมา เลยล่อให้จ่าฉิววิ่งไปอีกทางแล้วหลบเข้าห้องน้ำ จ่าฉิวทะเล่อทะล่าตามมาเห็น หัวเราะเยาะว่า “ที่ซ่อนสิ้นคิดมาก” แล้วตามเข้าไป

ฝ่ายวรุฒกับตำรวจอีกสองนายตามกันยิกากับดนุภพไป กันยิกาวิ่งมาเห็นประตูเขียนไว้ว่าชั้น 3 ก็ผลุบเข้าไป เธอจับมือดนุภพมีแต่เลือด บอกว่าถูกยิง เขาหัวเราะถามว่าถูกยิงหรือ นึกว่าโดนมดกัด

วรุฒวิ่งตามมาเห็นประตูชั้นสามยังปิดไม่สนิทบอกพวกตำรวจว่า “มันกลับเข้าไปแล้ว” แล้ววิ่งตามเข้าไป แต่หาไม่เจอ วรุฒเครียด เขาเห็นหยดเลือด

ที่หน้าห้องประชุมมั่นใจว่าทั้งสองต้องอยู่ในห้องนี้แน่ บอกตำรวจที่ตามมาว่าพวกมันถูกยิงแต่ไม่รู้ว่าโดนใคร

แม้จะมีเพียงสองคนซ้ำ ดนุภพก็เบลอๆ บ๊องๆ แต่กันยิกาก็สู้ไม่ถอย ดนุภพก็สู้ไปกับเธอด้วยแต่ท่าทางเหมือนคนเมาหมัด

ดนุภพสู้ได้ไม่เต็มที่เพราะแขนถูกยิง จังหวะหนึ่งกันยิกาพลาดถูกวรุฒคว้าสายไมโครโฟนพันตัวดึงล้มลง แล้วจะเข้าไปดึงหน้ากากดูหน้า

ทันใดนั้นไฟดับพรึ่บพอสว่างอีกที วรุฒก็ถูกจับมัดกับตำรวจสองคนที่สลบอยู่ด้วยสายไมโครโฟนที่เขามัดกันยิกา

กันยิกาพาดนุภพวิ่งออกไป วรุฒจะตามก็ลุกไม่ได้เพราะถูกมัดติดกับตำรวจสองคนที่สลบอยู่

“โธ่เว้ย!!” วรุฒสบถแต่ยังพยายามตามไป

หมวดเอรออยู่อย่างกระวนกระวาย บ่นงึมงำว่าสามนาทีแล้วทำไมไม่ออกมา ทันใดนั้นมีข้อความเข้ามือถือพอเปิดอ่าน เป็นคำย่อว่า สอ ลอ ตอ หมวดเอ 

คิดอยู่อึดใจ พอนึกได้ว่าสลายตัวก็เผ่นแน่บ

ooooooo

ฝ่ายจ่าฉิวตามเสาวนุชเข้าไปในห้องน้ำกระหยิ่มว่าห้องแค่นี้นึกว่าจะหาไม่เจอหรือ ที่แท้เสาวนุชเข้าห้องน้ำหญิงและจ่าฉิววิ่งเข้าห้องน้ำชาย พอเสาวนุชจะวิ่งออกจากห้องน้ำก็เจอจ่าฉิวมาดักคว้ามือจะดึงฮู้ดจะดูหน้า

ทันใดนั้น จ่าฉิวก็ถูกเตะเข้าที่สีข้างอย่างจัง จนกระเด็น

เอกราชนั่นเอง! เขามาช่วยเสาวนุช แต่ก่อนจะออกไป เสาวนุชขอแจมเตะจ่าฉิวบ้างถูกจ่าคว้าเท้าไว้ เห็นรองเท้าเธอมีลายดาว

“หาเรื่อง” เอกราชดุ แล้วเตะจ่าฉิวชิงตัวเสาวนุชมาได้ แต่จ่าฉิวก็ยังกระย่องกระแย่งไล่ตามไป

เอกราชผลักประตูข้างสำนักงานตำรวจออกไปทั้งที่สองคนยังใส่ฮู้ดมีหน้ากากสีดำปิดหน้า จ่าฉิวตามไป พลันก็ชะงักเมื่อเห็นตรงหน้ามีกลุ่มคนซึ่งล้วนใส่เสื้อฮู้ดสีดำมีหน้ากากเหมือนกันหมด ดูไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จ่าฉิวถูกคนกลุ่มนั้นชูป้ายประท้วงข้อความว่า

“กุหลาบขาวไม่ผิด...กุหลาบขาวสู้ๆ...กุหลาบขาวบริสุทธิ์...”

จ่าฉิวอยู่ในวงล้อมถูกไล่ต้อนก็ยิ่งงงไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ถอยร่นไปตามการกดดันพร้อมกับเสียงตะโกน

“ปล่อยตัวกุหลาบขาว...ปล่อยกุหลาบขาว...”

เอกราชกับเสาวนุชในชุดฮู้ดสีดำปะปนอยู่ในคนกลุ่มนั้นอย่างกลมกลืน ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วค่อยๆ ถอยออกไป

ooooooo

กันยิกาให้ดนุภพกอดซ้อนหลังหนีมา ช่วยกันปีนขึ้นกำแพงแล้วทิ้งตัวลงมากลิ้งไปทั้งคู่ ดนุภพกุมแผลหัวไหล่ที่ถูกยิง พลันก็ได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจแต่ไกล เธอรีบนอนทับกอดเขาไว้กลิ้งไปหลบหลังต้นไม้

ทั้งสองกอดกันนิ่งจนรถตำรวจผ่านไปแล้วดนุภพก็ยังไม่ยอมลุกบอกว่าตนชอบท่านี้มาก ถูกปรามว่าเลือดออกจะหมดตัวอยู่แล้วยังมาล้อเล่นแผลขนาดนี้ไปโรงพยาบาลไม่ได้แน่ กลับบ้านก็ไม่ได้จะทำอย่างไร

“ผมมีที่นึงแนะนำ...แต่มัน...ค่อนข้างไกล...”

พูดได้แค่นั้นก็หมดสติไป กันยิกาไม่รู้จะทำยังไงได้ แต่ร้อนใจ

เมื่อรถตำรวจผ่านไปแล้ว กันยิกาพาดนุภพไปที่ซ่อนมอเตอร์ไซค์มีผ้าใบคลุมอยู่ จับเขาขึ้นคล่อมรถแล้วเอาผ้าใบที่คลุมรถมัดเขาไว้กับตัวเองจับมือเขาให้กอดเอวตนใส่หมวกกันน็อกทั้งสองคนแล้วพุ่งรถออกไป

ที่มุมหนึ่งในสำนักงานตำรวจ ตำรวจกำลังช่วยแก้มัด ปลดล็อกกุญแจมือให้วรุฒและตำรวจสองคนที่ถูกมัดไว้ด้วยกันออก วรุฒคลำรอยแส้ที่แก้มที่ถูกแมวตาเพชรฟาดใสบ่นอย่างหัวเสียที่ตำรวจหลายคนแต่จับโจรสองคนไม่ได้ หันมองถามว่าจ่าฉิวหายไปไหน

พอดีจ่าฉิววิ่งกลับมาจะเล่าเรื่องเจอนักข่าวเสาวนุช แต่ไม่มีโอกาสเล่าเพราะวรุฒด่าไม่หยุดสั่งให้ปิดถนนทุกสายจับมันมาให้ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น ดนัยเทพดูทีวีอยู่กับดาราวรรณที่รู้สึกแล้ว ทีวีกำลังรายงานข่าวเหตุการณ์ที่สำนักงานตำรวจเมื่อคืนนี้...

“กลางดึกคืนวานเกิดเหตุอุกอาจที่สำนักงานตำรวจ เมื่อจอมโจรแมวตาเพชรบุกชิงตัวกุหลาบขาวไปจากห้องขังพิเศษ ก่อนจะหลบหายไปกับกลุ่มคนที่เรียก

ตัวเองว่าเป็นแฟนคลับกุหลาบขาว นับเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นักโทษที่หลบหนีถือเป็นบุคคลอันตราย จึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นบุคคลในภาพ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่โดยทันที” หน้าจอมีรูปของดนุภพรูปใหญ่ใบหน้าจัดเจน ส่วนแมวตาเพชรเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นหน้าไม่ชัดนัก

ดนัยเทพบอกดาราวรรณว่าหลานเราสองคนหนีไปได้ แต่ยังติดต่อกันไม่ได้ ดาราวรรณกังวลว่าจะไปซ่อนตัวที่ไหนถึงจะพ้น ดนัยเทพนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วบอกเป็นนัยว่า

“ดอกกุหลาบ มันต้องกลับไปที่สวนของมัน”

จริงอย่างที่ดนัยเทพบอก เพราะทั้งสองไปที่บ้านสวนกุหลาบ มีลุงแป้นคนเก่าแก่ดูแลอยู่ ลุงแป้นทำแผลให้อย่างคล่องแคล่วบ่นว่าคุณหนูไม่เคยโดนหนักขนาดนี้ ทั้งโดนยิง โดนซ้อมแล้วก็รอยเหมือนเข็มอีกไม่รู้ใครฉีดอะไรให้

ลุงแป้นบอกว่า ต้องฉีดยากันบาดทะยักแต่ตนไม่ชอบเข็มเท่าไหร่ กันยิกาติงว่าเมื่อกี๊ลุงเย็บแผลอย่างมืออาชีพเลย

“ลุงชอบเย็บปักถักร้อยแต่ไม่ชอบเข็มฉีดยา”

ขณะที่กันยิกาฉีดยากันบาดทะยักให้ ดนุภพรู้สึกตัวขึ้นมาบอกลุงแป้นให้ช่วยโทร.บอกอาด้วยว่าตนปลอดภัยและน้องบุษก็อยู่กับตนที่นี่

ดนุภพบอกกันยิกาจริงจังว่า “เทวัญอยู่เบื้องหลังไอ้วรุฒ...มันคิดว่าผมมีเนตรปฐพี”

กันยิกาชะงักมองหน้าเขาอย่างอยากรู้รายละเอียด

ooooooo

ดนัยเทพโทร.เช็กกับลุงแป้นแล้วบอกดาราวรรณว่าทั้งสองปลอดภัยแต่ไม่ขอบอกว่าพักอยู่ที่ไหน ซึ่งทั้งดาราวรรณและนพดลต่างเข้าใจและโล่งใจ

ครู่หนึ่งมีเสียงเคาะประตูแล้วเอกราชก็พาเสาวนุชที่ปลอมเป็นหญิงแก่เข้ามา เอกราชถามน้าดาทันทีว่าแมวตาเพชรช่วยกุหลาบขาวไปได้ น้าดารู้ไหมว่าแมวตาเพชรคือใคร

ต่อหน้าทุกคนที่มองหน้าอยากรู้คำตอบ ดาราวรรณจึงตัดสินใจบอกความจริงท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนว่า

“น้องบุษคือแมวตาเพชร...น้องบุษรับจ้างขโมยเพชรที่โจรทั้งหลายมันปล้นมา เพื่อจะได้เอาไปคืนเจ้าของ ด้วยเหตุผลว่าสักวันอาจมีคนมาจ้างไปขโมยเพชรเพลิงสุริยา เราจะได้สาวไปได้ว่าใครคือคนฆ่าครอบครัวเรา”

“น้องบุษคือแมวตาเพชร น้องบุษกับน้าดาต้องทำอะไรเสี่ยงชีวิตมากเกินไป ขณะที่ผมอยู่อย่างปลอดภัย สุขสบายทุกอย่างและไม่รู้อะไรเลย” นพดลเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ดาราวรรณจับมือปลอบว่าต่อไปนี้เราจะอยู่ด้วยกัน มีอะไรเราก็จะช่วยกัน

เอกราชติงว่า รู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง

เลวร้ายแต่ก็อยากให้เจ้าหน้าที่จัดการไม่ใช่ตั้งศาลเตี้ยตามหาฆาตกรกันเอง ย้ำเตือนทุกคนว่า “บ้านเมืองมีกฎหมายนะครับ”

ดาราวรรณถามว่าเขายังเชื่อเรื่องนั้นอยู่อีกหรือ ดนัยเทพชี้ว่าที่เขาโดนเด้งเพราะอะไร กฎหมายอาจถูกต้องแต่คนที่ใช้มันต่างหากที่ไม่น่าไว้ใจ

“ยิ่งคนที่กระหายอำนาจ ยศ ตำแหน่งเท่าไหร่ก็ยิ่งน่ากลัว ตัวอันตรายทั้งนั้น” เสาวนุชเสริม

เอกราชอึ้งเถียงไม่ออก เลยเปลี่ยนเรื่องถามว่า ถ้ารู้ว่าใครเป็นฆาตกรแล้วจะทำยังไงต่อไป ต้องฆ่าล้างแค้นกันงั้นหรือ

ทุกคนเงียบ มีเสียงเคาะประตูแล้วนางพยาบาลก็ผลักประตูเข้ามาตามด้วยคนส่งพิซซ่าซึ่งที่แท้คือเจ้าหน้าที่ที่ช่วยตรวจลายนิ้วมือ เขารายงานทันทีว่า

“ผลตรวจลายนิ้วมือออกแล้วครับผู้กอง” เอกราชรับซองสีน้ำตาลเอ่ยขอบใจ เจ้าหน้าที่เตือนก่อนออกไปว่า “เป็นใหญ่เป็นโตแล้วอย่าลืมผมตามสัญญานะครับ”

“รู้แล้วน่า...” เอกราชเปิดซองสีน้ำตาลท่ามกลางสายตาที่มองลุ้นของทุกคน

ooooooo

อิสริยาพาพิมพ์ชลไปหาเทวัญจะให้เล่าเรื่องกันยิกาให้ฟัง เทวัญไม่อยากฟังเพราะคนไม่ชอบหน้ากันก็มีแต่อคติจะเชื่อได้ยังไง อิสริยาตามตื๊อว่าพิมพ์ชลอยู่บ้านเดียวและโตมาด้วยกันกับกันยิกาเขาแค่ฟังแต่จะเชื่อหรือไม่ก็ได้

พิมพ์ชลบอกว่าตนไม่ได้มาเพื่อใส่ร้ายกันยิกกาแต่พวกนั้นทั้งมั่วทั้งชั่ว เล่าทั้งที่เทวัญไม่อยากฟังว่า

“ฉันแค่อยากให้คนอื่นเห็นอย่างที่ฉันเห็น กันยิกามีทั้งดนุภพและเอกราช ส่วนน้าดาก็ยังมามั่วกับหมอนพดลของฉัน” เทวัญสะดุดชื่อนพดล พิมพ์ชลบอกว่า “ก็หมอที่เป็นเพื่อนคุณดนุภพ ฉันรู้จักเขาก่อน แต่นังดาราวรรณก็มาแย่งไป”

เทวัญฟังแล้วคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา...เขาทำเป็นเห็นใจพิมพ์ชลและชวนมาอยู่ที่บ้าน อิสริยาผิดคาดหัวเสียที่จะพาพิมพ์ชลมาเล่นงานกันยิกาแต่เทวัญกลับโอบอุ้มแทน

รสลินกับโรมันสงสัยถามว่าพ่อมีแผนอะไรถึงได้รับอุปการะพิมพ์ชลให้มาอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้

“พิมพ์ชลบาดเจ็บทางใจก็แค่เราทำเหมือนมียาที่มันต้องการ เดี๋ยวมันก็ต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อการรักษา ก็เหมือนไอ้ดนุภพนั่นแหละ” เทวัญยิ้มร้ายกาจ

รสลินเล่าว่า วรุฒบอกว่าดนุภพถูกยิงที่ไหล่แต่หาหมอไม่ได้ต้องให้หมอที่ไว้ใจได้ไปรักษาถึงที่

“แล้วหมอที่มันสนิทคือใครล่ะ” เทวัญตาเจ้าเล่ห์ “เห็นสายตานังเด็กนั่นไหมมีแต่ความเกลียดชัง เราต้องใช้ความแค้นของมันให้เป็นประโยชน์”

ooooooo

นพดลดูเอกสารพิสูจน์ลายนิ้วมือที่ยืนยันว่าลายนิ้วมือของเทวัญตรงกับที่พบบนกล่องเครื่องเพชรจริงๆ เอกราชติงว่าเวลาผ่านไปสิบกว่าปีตอนนั้นมันแก่ขนาดนั้นตอนนี้ก็ควรแก่หง่อมแล้ว แต่ทำไมมันกลับกลายเป็นหนุ่ม เสาวนุชบอกว่าศัลยกรรมยังไงก็ย้อนอายุกลับไม่ได้

“แต่เพชรทำได้” ดนัยเทพแทรกขึ้น

นพดลโกรธแค้นมากผลุนผลันจะออกไปเพราะเรามีหลักฐานแล้ว เราเล่นงานมันได้ทันที ดาราวรรณบอกว่าอย่าใจร้อน เราอดทนมาตั้งนานแล้วถ้าทำอะไรวู่วามพลาดพลั้งไป เทวัญรู้ตัวแผนของเราจะพังหมด

“คุณหมอนพดลครับ ความเป็นหมอของคุณ อาจจะมีประโยชน์กับแผนของเราได้นะ ตราบใดที่มันยังไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร” ดนัยเทพเตือนสติ

“ใช่...ปราการ ในเมื่อเรารู้แล้วว่ามันคือใครแต่มันไม่รู้ว่าเราคือใคร มันหนีเราไม่พ้นหรอกแค่ขอให้เรารอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น” ดาราวรรณย้ำ นพดลฟังแล้วสงบลง

กันยิกากับดนุภพกบดานรักษาตัวอยู่ที่บ้านสวนกุหลาบ ทั้งที่ทำแผลและเย็บแผลให้แล้ว แล้วอาการเขายังไม่ดีขึ้นซ้ำไข้สูงตัวร้อนมาก กันยิกาตัดสินใจโทร.บอกนพดล นพดลตกใจพอวางสายก็ผลุนผลันออกไปทันที

เสาวนุชกับเอกราชออกจากห้องพักของดาราวรรณ เธอไม่เชื่อที่ดนัยเทพบอกว่าเพชรทำให้คนย้อนวัยได้ แต่ก็แย้งตัวเองว่าถ้ามันไม่ทรงพลังจริง เทวัญคงไม่ฆ่าคนเพื่อจะเอาเพชรพวกนั้นมาให้ได้

ขณะเดินคุยกันมาพลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงวรุฒพูดกับจ่าฉิวว่า “ยังไงอามันก็ต้องรู้ว่าหลานอยู่ที่ไหน” ทั้งสองตกใจกลัววรุฒเห็น ทางแยกก็ไม่มีให้หนี ครู่หนึ่งก็มีหญิงแก่นั่งรถเข็นปิดหน้าปิดตามีหมอใส่เสื้อกาวน์เข็นสวนมา จ่าฉิวตาไวเห็นรองเท้าหญิงแก่มีลายดาวก็จำได้จะบอกวรุฒ แต่วรุฒรำคาญบอกว่าอย่าวอกแวกให้เสียงานใหญ่ แล้วลากจ่าฉิวไป

เสาวนุชใจหายใจคว่ำที่เกือบถูกจ่าฉิวจำได้ เอกราชเครียดสั่งให้กลับบ้านเลยเพื่อความปลอดภัย

ooooooo

ดนุภพตัวร้อนจัดจนเพ้อมือป่ายปะจนกันยิกาต้องหลบ ชนโต๊ะถูกกล่องไม้เล็กๆร่วงลงมาฝาเปิดออก เธอหยิบดู ในกล่องเป็นรูปที่เธอถ่ายกับนายหัวตั้งสมัยเด็ก ทุกรูปยิ้มร่าเริงแจ่มใสกันอย่างสนิทสนม

จนใบสุดท้ายเป็นรูปวาดนายหัวตั้งลงชื่อบุษบากร เธออึ้งที่เขายังเก็บรูปที่ตนวาดให้อย่างดี เธอมองเขาที่ดิ้นกระวนกระวายเพราะไข้สูง บอกกับตัวเองว่า

“ถ้านายยังเก็บทุกอย่างไว้ นายก็ยิ่งห้ามเป็นอะไร ...ชีวิตฉันสูญเสียมาเยอะเกินพอแล้วนะ อย่าทำให้ฉันต้องเสียนายไปอีกคนเลย...”

เวลาเดียวกันนั้น วรุฒไปเค้นจับผิดดนัยเทพว่าเมื่อคืนไปไหนมา ดนัยเทพยืนยันว่าตนเฝ้าอยู่ในห้องนี้ทั้งคืนไม่ได้ไปไหน เมื่อเค้นไม่ได้อะไรก็บ่นกับจ่าฉิวขณะเดินกลับว่า พวกนี้ปากแข็งกันทั้งตระกูล เอะใจว่าแล้วดนุภพไปมุดหัวอยู่ไหน

“อีแมวคาบไปกกละมั้ง กุหลาบขาวมันมีแผลถูกยิง อีแมวมันคงเลียแผลให้” จ่าฉิวพูดขำๆ

ที่บ้านสวนกุหลาบ...กันยิการอนพดลอย่างร้อนใจ เมื่อเขามาถึงเธอรีบพาเข้าไปดูดนุภพทันที

ที่หน้าบ้านสวนกุหลาบ นอกจากรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของนพดลแล้ว ห่างออกไปในมุมมืดรถของพิมพ์ชลตามมาจอด เธอจิกตามองเข้าไปในบ้านพึมพำ “พิมพ์ไม่ได้ใจร้ายนะ แต่หมอกับอีแก่แฟนหมอทำให้พิมพ์เจ็บ” แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์รสลินพูดด้วยเสียงร้ายกาจสะใจ

“ฉันรู้แล้วว่า หมอนพดลมาที่ไหน”

ooooooo

เทวัญคุยโทรศัพท์กับพิมพ์ชล ป้อยอว่าเก่งมาก งานที่เธอกำลังทำเป็นการช่วยสังคม สมควรได้รับ การเชิดชูให้เป็นวีรสตรี พลางเหลือบมองโรมันกับรสลินที่ยืนรอคำสั่งอยู่

พิมพ์ชลได้รับคำชมก็ตัวลอยจะส่งโลเกชั่นบ้านสวนกุหลาบให้เดี๋ยวนี้ แต่ขอร้องว่าอย่าทำอะไรนพดล เทวัญบอกว่าหมออาจถูกล่อลวงด้วยเสน่ห์ของผู้หญิงเขาจะได้รับโอกาสกลับตัวกลับใจเป็นคนดี

พิมพ์ชลสะใจที่จะได้เล่นงานกันยิกาและเอาหมอนพดลกลับมาเป็นของตน กดแชร์โลเกชั่นให้เทวัญทันที

เทวัญให้โรมันกับรสลินที่ฮึกเหิมนำสมุนไป “ปิดบัญชีศัตรู” รถสามคันพุ่งจากบ้านเทวัญไปทันที

อาการของดนุภพทรุดอย่างไม่รู้สาเหตุ นพดลตรวจทั่วตัวพบรอยเหมือนเข็มฉีดยาพิษ แต่ไม่รู้ว่ายาอะไร เขาจึงฉีดยาที่ครอบคลุมอาการที่ร่างกายได้รับพิษให้ซึ่งอาจจะได้ผลหรือไม่ก็ได้

กันยิกาเป็นห่วงดนุภพจนร้องไห้ นพดลปลอบน้องสาวนึกรู้ว่าน้องมีใจให้ดนุภพ สองพี่น้องบอกกันว่าจะต้องเอาตัวฆาตกรมาลงโทษให้สาสมกับที่มันทำไว้กับคนอื่น

พิมพ์ชลซุ่มอยู่หาโอกาสที่จะเข้าไปในบ้าน เห็นลุงแป้นถือปืนออกมาสำรวจสภาพนอกบ้านไม่เห็นอะไรผิดปกติจึงนอนกินถั่วเฝ้าอยู่หน้าบ้าน พิมพ์ชลรอจนรุ่งสางลุงแป้นหลับแล้วจึงแอบเข้าไปในบ้าน

นพดลฉีดยาเข็มสุดท้ายให้ดนุภพ พอรุ่งสาง

ดนุภพก็รู้สึกตัว นพดลบอกดนุภพว่าตนกับกันยิกาลุ้นกันทั้งคืนถามว่าตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง

“ตอนนี้น่ะเหรอรู้สึกอบอุ่นมาก มีน้องสาวของพี่ดูแลหัวใจแบบใกล้ชิด” ดนุภพมองหน้ากันยิกาตาเชื่อม เลยถูกเธอกระทุ้งสีข้างถูกแผลจนร้อง

พิมพ์ชลแอบเข้ามาได้ยินเสียงร้องจึงย่องตามเสียงไป ได้ยินดนุภพคุยกับนพดลกับกันยิกาว่า

“เราโง่อยู่ตั้งนาน ไอ้ฆาตกรมันป้วนเปี้ยนลอยนวลอยู่ร่วมในสังคมกับเราตลอดเวลาแต่เราดันไม่รู้”

นพดลเตือนกันยิกากับดนุภพว่าตอนนี้ทั้งตำรวจและฆาตกรตามหาทั้งสองคนกันทั่วเมือง ให้ดนุภพรีบหายและกบดานไว้ก่อนอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไรจนกว่าจะพร้อม

ดนุภพบอกว่าตนได้ทั้งหมอเทวดาและนางฟ้าคอยดูแลพรุ่งนี้ก็หายแล้ว นพดลบอกว่างั้นตนขอออกไปล้างมือก่อน

“ออกไปเลี้ยวซ้ายห้องน้ำอยู่สุดซอยครับ” ดนุภพบอก

พิมพ์ได้ยินรีบหลบแทบไม่ทัน เมื่อนพดลเดินผ่านไปจึงรีบตาม

ooooooo

นพดลตกใจเมื่อเห็นพิมพ์ชลถามว่าเธอมาได้ยังไง พิมพ์ชลบอกว่าตามหมอมา แล้วตัดพ้อต่อว่าว่าหมอทรยศต่อความรักของตน หลงเสน่ห์ของ

ดาราวรรณร่วมมือกับพวกอาชญากร ด่าทั้งดาราวรรณและกันยิกาว่าเป็นพวกอาชญากร

นพดลพยายามชี้แจงแต่พิมพ์ชลไม่ฟังบอกว่าถ้าหมออยากเป็นพวกมันตนก็ช่วยไม่ได้ แล้วจะวิ่งออกจากห้องน้ำ

“พิมพ์ชล” นพดลตะโกนเรียก

กันยิกากับดนุภพได้ยินเสียงนพดลรู้ว่าพิมพ์ชลมาที่นี่ กันยิกาจะวิ่งออกไป ดนุภพรั้งไว้ถามว่าพิมพ์ชลรู้หรือเปล่าว่าเธอคือแมวตาเพชร กันยิกาบอกว่าไม่รู้ มองหน้าดนุภพนึกรู้ จึงใจเย็นลง

ที่นอกบ้านสวนกุหลาบ โรมัน รสลินกับสมุนมาถึงแล้ว รสลินสั่งเหี้ยม “เจอใคร เก็บให้เรียบ!”

“เว้นไอ้กุหลาบขาวไว้ จับเป็นมันกลับไปให้เจ้านาย!” โรมันกำชับ

นพดลวิ่งตามพิมพ์ชลจะบอกว่าเธอเข้าใจน้าดาและกันยิกาผิด ถูกพิมพ์ชลดักกอดเขาไว้ข้างหลังบอกให้เขาไปกับตนแล้วเราจะปลอดภัย เพราะคนที่เป็นพวกโจรคบอาชญากรจะต้องได้รับโทษ ตนรู้ว่าน้าดากับกันยิกาคบกุหลาบขาวที่เป็นโจรส่งหมอมารักษาโจร พลเมืองดีเขารู้กันหมด

“หยุดนะพิมพ์ชล คุณหลงทางไปไกลมากแล้ว...คุณต้องรู้ความจริงเสียที” นพดลกำลังจะบอกความจริงก็พอดีโรมันกับรสลินนำสมุนบุกเข้ามาเล่นงานลุงแป้นที่ยังหลับสบายอยู่ ลุงแป้นคว้าปืนได้ก็ยิงสู้

นพดลได้ยินเสียงปืนจะวิ่งไปดู ถูกพิมพ์ชลกอดไว้แน่นไม่ยอมให้ไป

ลุงแป้นยิงสู้ไปก็ตะโกนบอกไปว่า “มันบุกแล้ว 4 คน ที่โถงประตู!”

ดนุภพได้ยินก็ยกที่นอนขึ้นหยิบปืนที่ซ่อนอยู่ใต้ที่นอนเตรียมสู้ กันยิกามองอึ้งในความพร้อมของเขาเข้ายืนเคียงข้างเขาสู้เต็มที่ เธอยิงรสลินที่บุกเข้ามาถูกที่ไหล่และแขนสองนัด โรมันหันไปยิงใส่แมวตาเพชร แต่ไม่ถูกซ้ำถูกกุหลาบขาวยิงสวนถูกที่ต้นขาจนต้องหลบเข้าซอก

ในสภาพที่บาดเจ็บทั้งคู่โรมันประคองรสลินถามว่าไหวไหมหรือจะถอย

“ไม่ถอย...วันนี้ฉันจะฆ่ามันอีแมวตาเพชรให้ได้” รสลินคำราม พากันวิ่งออกมาแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นลูกน้องทั้งหกคนที่มาด้วยถูกยิงตายเกลื่อน และแมวตาเพชรกับกุหลาบขาวก็หายไปแล้ว

“ไม่จริง...ทำไม...ถึงเป็นแบบนี้ ทำไม!” รสลินตะโกนคุ้มคลั่งยิงปืนกราดไปทั่ว

พิมพ์ชลกอดนพดลไว้แน่น เขาดิ้นหลุดวิ่งไปตามเสียงปืน เจอรสลินกับโรมันพอดี

ตอนที่ 9

กันยิกาไปหาเทวัญ ฉอเลาะจับมือปะเหลาะให้เขาเล่าเรื่องเพชรให้ฟัง แต่ขณะเธอลูบไล้มือเขานั้นรู้สึกมือเขาแห้งเหี่ยวผิดปกติ ถามว่าช่วงนี้เขาทำงานหนักหรือเปล่าทำไมมือแห้งๆ

เทวัญรับรู้การเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ผมขาวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าตกกระและมือเหี่ยวย่น เขารีบชักมือจากกันยิกา เบือนหน้าหลบและขยับออกจากเธอ รสลินตกใจรีบเข้าไปบอกกันยิกาว่าช่วงนี้เทวัญเครียดให้เธอกลับไปก่อน โรมันก็รีบมาประคองจะพาไปพักผ่อน

เทวัญเห็นเงาตัวเองในกระจกเขาตกใจมากลุกพรวดขึ้น กันยิกาถามว่าเกิดอะไรขึ้น รสลินเร่งให้เขารีบขึ้นไปทานยา เทวัญเอ่ยขอตัวแล้วให้โรมันประคองออกไป กันยิกามองงงๆพึมพำ มันอะไรกันเนี่ย...

โรมันประคองเทวัญไปที่ห้องทำพิธีรักษา รสลินวิ่งออกไป บอกว่าจะไปเอาเพชร

กันยิกาไปนั่งที่โต๊ะอาหารในสวนบ้านเทวัญ ครุ่นคิดงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเทวัญเหมือนคนแก่ไปเลย? ซ้ำลูกน้องทั้งสองตึงเครียดเหมือนเขาป่วยใกล้ตายอย่างนั้น

ขณะนั้นเอง เธอรู้สึกมีคนเคลื่อนไหวอยู่นอกรั้ว ครู่เดียวพ่อบ้านก็เอาช่อกุหลาบขาวมาให้ บอกว่ามีคนส่งมาให้เธอ กันยิกาฉุนขาดหันมองเห็นพุ่มไม้ไหว เห็นบานหน้าต่างแง้มอยู่เหมือนมีคนเพิ่งเปิดเข้าไป เธอรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

“นายหัวตั้ง! เป็นบ้ารึไง บุกมาถึงนี่ ฉันบอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับฉัน” แล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที

ในขณะที่เทวัญกำลังอยู่ในห้องรักษา ยืนเปลือยอยู่หน้าแท่น แท่นตรงกลางมีเพชรเพลิงสุริยา ด้านข้างมีเพชรละอองทะเล อีกแท่นว่างๆ เมื่อปรับระดับได้ที่ มีแสงกัมมันตภาพรังสีฉายออกมาจากข้างหลังตัวเพชร ประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ กระจายรังสีราวกับแสงระเบิดใส่ตัวจนเขาร้องอย่างเจ็บปวด

กันยิกาตามเข้าไปลากกุหลาบขาวออกจากมุมซ่อนตัว ขอร้องให้เขาออกไปก่อนที่ทุกอย่างจะพังพินาศหมด เขาไม่ไป บอกว่าตนมาในฐานะจอมโจรกุหลาบขาวที่อยากสืบเรื่องเทวัญเอง ไม่เกี่ยวกับเธอแล้ววิ่งไป

กันยิกาวิ่งตามไปเจอชั้นหนังสือในห้องหนึ่งที่เปิดอยู่ เข้าไปดูเห็นหนังสือ “ซุปเปอร์เพชร อัญมณีทั้ง 5” แบบเดียวกับที่ดาราวรรณยืมมาจากห้องสมุด พอเธอดึงหนังสือออก ชั้นหนังสือก็เลื่อนเปิดไปสู่ห้องลับ ทั้งสองตกใจไม่คิดว่าจะเจอห้องลับ พอเดินเข้าไปก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นรอบห้องมีแต่ตู้เพชร!

“นายเทวัญนี่มันเกินเศรษฐีธรรมดาแล้วนะเนี่ย...กูรูเพชรต้องมีเพชรเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” กุหลาบขาวทึ่ง

ที่ตู้ใหญ่มีที่วางเพชร 3 เม็ด เขียนชื่อกำกับว่า “เพลิงสุริยา ละอองทะเล เนตรปฐพี” แต่มีเพียงเพชรละอองทะเลอยู่กลางตู้ส่องประกายวิบวับ เพชรเพลิงสุริยามีฐานแต่ตัวเพชรไม่อยู่ เพชรเนตรปฐพีก็ไม่อยู่ในห้องเช่นกัน

“นายเทวัญ...คือคนที่ฆ่ามหาราชามาคัส...” ดนุภพบอก แต่กันยิกาส่ายหน้าไม่อยากเชื่อ ดนุภพย้ำอีกว่า “และฆาตกรรมพ่อแม่ของเธอ!”

กันยิกาส่ายหน้าทำใจยอมรับไม่ได้ว่าเทวัญคือคนที่ฆ่าพ่อแม่ ช็อก พึมพำเหมือนสติเลื่อนลอย...

“คุณเทวัญ...เป็นไอ้ฆาตกรโรคจิตหน้าตาอัปลักษณ์คนนั้น...” กันยิกาค่อยๆถอยออกมาแล้ววิ่งเตลิดไป

“กันยิกา!!” กุหลาบขาววิ่งตามไปทันที

ooooooo

ที่ห้องทำพิธีมีแสงวาบออกมา เมื่อประตูเปิด เทวัญเดินออกมาอย่างหล่อ เท่ สมาร์ทเหมือนเดิม รสลิน บอกให้ไปพักผ่อนก่อน เขาบอกว่าจะลงไปหากันยิกา โรมันจะท้วงติงก็ถูกตวาด “อย่ามายุ่ง!”

เทวัญจะลงข้างล่างพลันก็ชะงักเมื่อเห็นประตูห้องหนังสือเปิดอยู่ รสลินรีบแก้ตัวว่าตนมาเอาเพชรกลัวพ่อจะเป็นอันตรายเลยรีบ
เทวัญหันขวับตบรสลินจนหน้าหัน เธอมองเขาอย่างตัดพ้อน้อยใจที่ลงมือกับตนถึงขนาดนี้ เทวัญตวาดว่าถ้าเกิดกันยิกามาเห็นเข้าล่ะ โรมันบอกว่าเธอเป็นแค่นักร้องร้านอาหาร ไม่น่าจะรู้เรื่องพวกนี้

“ไอ้โง่! กันยิกาเขาสนใจเรื่องเพชรพวกนี้ แล้วเขาก็รู้ว่ามีคนใช้เพชรทำให้จากแก่เป็นหนุ่มขึ้น ถ้าเขาจับแพะชนแกะแล้วรู้ว่าฉันเป็นตาแก่น่าเกลียดขึ้นมาจะทำยังไง!!”

ตะคอกระเบิดอารมณ์แล้วเทวัญรีบเดินออกไปจากตรงนั้น โรมันเข้าประคองรสลิน

กันยิกาวิ่งเตลิดออกไปในสวน ดนุภพวิ่งตามไปกอดบอกให้ใจเย็นๆ กันยิการะเบิดระบายความแค้นออกมาเป็นชุดเมื่อแน่ใจว่าเทวัญคือฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ตน แล้วตนยังนั่งกินข้าวกับฆาตกรอยู่ได้ตั้งนาน

“ยัยหัวโต!!” ดนุภพเรียกชื่อที่คุ้นเคยกันสมัยเด็ก กันยิกาชะงัก “ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ พวกเราอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ไม่ว่ามันจะเป็นใครเราจะช่วยกันลากคอมันมารับโทษให้ได้”

กันยิกาบอกให้เขากลับไปก่อน เขาให้กลับไปด้วยกัน ไม่ทันได้พูดอะไรกันมากกว่านั้น เสียงเทวัญก็โวยวายไล่รสลินกับโรมันให้หลีกทาง กันยิการีบไล่ดนุภพให้กลับ ทันใดเทวัญก็ออกมา เขาวิ่งมาหาเธอถามว่าเป็นอย่างไรบ้างร้องไห้ทำไม

กันยิกามองหน้าเทวัญนิ่ง มารยาอ่อนหวาน ถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างตนเป็นห่วงมาก

“โถ...กันยิกา” เทวัญเคลิ้มเดินเข้ากอดปลื้มปีติที่เธอเป็นห่วง “ผมไม่เป็นอะไรแล้วนะ ขอบคุณมากที่เป็นห่วงผม”

หารู้ไม่ว่าใบหน้ากันยิกาที่ซบอกเขานั้น มีแต่ความโกรธ เกลียด ขยะแขยง และสยอง...

ooooooo

ขณะดนุภพขับรถกลับไป มีข้อความเข้ามือถือจากปราการว่า “หัวตั้ง...มาหาพี่ด่วน...”

กันยิกาอยู่ครู่เดียวก็จะกลับ เทวัญมาส่งยิ้มอิ่มเอมบอกให้ขับรถดีๆ พอกันยิกาเคลื่อนรถพ่อบ้านก็วิ่งเอาช่อกุหลาบขาวมาให้บอกว่าเธอลืมช่อกุหลาบ

“กุหลาบขาว!” เทวัญพึมพำเครียด เมื่อเข้ามาในบ้าน โรมันขออนุญาตเสนอว่าให้เขาอยู่ห่างๆกันยิกาไว้ดีกว่า เรื่องนี้น่าสงสัยเพราะเขาเจอดนุภพอยู่กับกันยิกามาหลายครั้งแล้ว

“หนูกันยิกาไม่มีทางเป็นพวกเดียวกับไอ้ดนุภพ” พูดอย่างหลงใหลว่าเธอทั้งสวย น่ารัก เพียบพร้อม ที่สำคัญเธอรักและห่วงใยตนไม่เหมือนพวกเขาที่เอาแต่ทำให้ชีวิตตนฉิบหาย!

เมื่อกันยิกากลับไปเล่าให้ดาราวรรณฟัง น้าสาวติงว่าเทวัญอาจเป็นคนที่ฆ่าไอ้ฆาตกรนั่นแล้วชิงเพชรมาจากมันอีกทีก็ได้ เราต้องหาทางพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนที่จะลงมือทำอะไรจะใจร้อนหรือประมาทไม่ได้ เล่าว่าวันก่อนนพดลก็มีคนสะกดรอย กันยิกาตกใจที่พี่ชายตกอยู่ในอันตราย เธอวิ่งออกไปทันที

นพดลไลน์นัดดนุภพไปพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาเหลือบมองถุงกำมะหยี่ที่ใส่กล่องเพชรข้างตัว อย่างมีความหวัง พอขับรถเข้าไปที่ลานจอดก็ถูกชายฉกรรจ์ดักรออยู่ ซ้ำยังมีรถอีกคันแล่นเข้ามา ชายฉกรรจ์อีก 4-5 คนลงจากรถ ย่างสามขุมมาหาเขาอีก พวกมันปรี่เข้ารุมเล่นงานและพยายามดันเขาขึ้นรถของมัน

ทันใดนั้น รถเอกราชปราดเข้ามาจอด เขาลงจากรถตะโกน

“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปล่อยคุณหมอเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นพวกแกโดน!”

มันเห็นเอกราชมาคนเดียวก็ไม่สนใจ หันปืนใส่เขากระแทกจนปืนร่วงจากมือ ทันใดนั้นดนุภพในคราบกุหลาบขาวปล่อยอาวุธบางอย่างพุ่งเข้าที่มือมันจนปืนร่วงกันหมด พวกมันมองกันเลิ่กลั่ก ถามกันว่าอะไร ใครอีกคนยกมือดูจึงเห็นหนามกุหลาบปักที่มือเลือดพุ่ง พริบตานั้น ดนุภพในคราบกุหลาบขาวก็ดีดตัวข้ามกำแพงเข้ามา

“กุหลาบขาว!” คนหนึ่งตะโกนตกใจ

วรุฒกับจ่าฉิวจอดรถซุ่มดูอยู่ตกใจไม่แพ้พวกนักเลง วรุฒสั่งลูกน้องที่เหลือให้ไปบอกให้เปลี่ยนเป้าหมาย ปล่อยหมอไปและจับกุหลาบขาวให้ได้! แต่แล้วจู่ๆแมวตาเพชรก็ฟาดแส้เข้าใส่ชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่กำลังจะยิงปืนหมดสติไปทันที

พวกชายฉกรรจ์ 7-8 คนสู้กับกุหลาบขาว แมวตาเพชร ผู้กองเอกราชอย่างเอาเป็นเอาตาย แมวตาเพชรสู้พลางกันให้นพดลขึ้นรถขับหนีไปก่อน เธอสู้ต่อจนกุหลาบขาวกันพวกคนร้ายไว้ร้องบอกให้เธอรีบหนีไป เอกราชเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรู้ทันทีว่าแมวตาเพชรกับกุหลาบขาวเป็นพวกเดียวกัน จึงขับรถเข้ามาร้องเรียกกุหลาบขาวให้โดดขึ้นรถตะบึงไป

“โธ่เว้ย...หนีไปได้หมดเลยเว้ย กุหลาบขาวร่วมมือกับแมวตาเพชร ไม่ใช่เรื่องธรรมดาซะแล้ว งานนี้สนุกแน่” วรุฒที่ซุ่มดูอยู่สบถอย่างหัวเสีย

เมื่อเอกราชขับรถพากุหลาบขาวหนีออกมาแล้ว กุหลาบขาวขอบใจที่มาช่วย เอกราชบอกว่าเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน แล้วบอกอย่างรู้ดีว่า “ถอดหน้ากากออกได้แล้วไอ้ดนุภพ”

พอรู้ว่าเอกราชจับได้แล้วว่าตนคือกุหลาบขาว ดนุภพชี้แจงเหตุผลบางอย่างของตนว่า

“แกสังเกตไหมว่าเพชรแต่ละอันที่ฉันปล้นไป ข่าวไม่เคยรายงานเรื่องรูปพรรณสัณฐานอะไรเลย หรือต่อให้ฟ้องก็ยกฟ้องตลอด”

“ฉันรู้ว่าแกปล้นแต่เพชรที่ถูกขโมยมา แต่จริงๆแล้วแกตามหาเพชรที่ถูกขโมยไปโดยไอ้ฆาตกรที่ทำให้พี่ปราการต้องกำพร้าพ่อแม่”

“เก่งมาก...เดี๋ยวรายละเอียดที่เหลือฉันจะเล่าให้แกฟัง ตอนนี้แกขับรถไปที่บ้านฉันก่อน”

ดนุภพหันมือถือที่มีข้อความจากนพดลว่า “เจอกันที่บ้านนาย” ให้เอกราชดู

ooooooo

เมื่อไปเจอกันที่บ้านเปิดหน้ารู้กันว่าใครเป็นใคร ที่ใส่หน้ากากตามล่ากันเอาเป็นเอาตายก็กลายเป็นกอดคอหัวเราะกันอย่างชื่นมื่น ดนัยเทพบอกว่าเพื่อนเก่าทั้งสามมารวมตัวกันได้แล้ว ตนขอแจมเป็นทีมอีกคน

ครู่ใหญ่นพดลจึงถามถึงแมวตาเพชรเป็นใคร เอกราชนึกได้บอกว่า นั่นซิ...ไม่รู้โผล่มาได้ยังไง อยู่ๆก็มาช่วยตนเฉยเลย

กันยิกากลับไปเล่าให้ดาราวรรณฟัง ถูกน้าบ่นว่าประมาทเกินไป ถามว่าตกลงพวกมันเป็นใคร กันยิกาเองก็ไม่รู้ เพราะผู้บงการมันหดหัวอยู่แต่ในรู แต่ที่รู้คือมันพูดถึงภารกิจจับตัวพี่ปราการ เป็นไปได้ไหมที่มันรู้ว่าพี่ปราการคือลูกชายเหยื่อที่มันฆ่า...

ขณะนั้นเองพิมพ์ชลกลับจากโรงพยาบาลเห็นสองน้าหลานซุบๆซิบๆกันอย่างตึงเครียด ถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ ดาราวรรณกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร บอกให้เธอไปอาบน้ำนอนได้แล้ว น้าเองก็ง่วงเต็มที แล้วกู๊ดไนต์เลย

พิมพ์ชลไม่พอใจที่สองคนทำเหมือนตนเป็นส่วนเกินของที่นี่ ซ้ำน้าดายังมาแย่งคนรักของตนอีก พิมพ์ชลเอายาที่อิสริยาเอามาให้บอกว่ามันแค่ยาสลบอ่อนๆให้เธอวางยาสองน้าหลานแล้วซาร่ากับนีน่าจะจัดการต่อ เธอจะได้กำจัดให้สิ้นเสี้ยนหนาม ทั้งความรักและชีวิตก็จะเป็นอิสระและเป็นผู้ชนะ

“ถึงเวลาที่ฉันต้องตอบแทนบุญคุณพวกแกเสียที โลกของพิมพ์ชลจะต้องกลายเป็นชมพูทันทีที่ไม่มีพวกแกอยู่ร่วม”

ooooooo

อิสริยาเจ็บใจที่จ้างคนไปเล่นงานกันยิกา กลับถูกเล่นงานจนยับเยินกลับมา อยากเป็นบ้างจึงจำท่ามาหัดที่บ้านเทวัญ บอกเทวัญว่ากันยิกาต้องไม่ใช่

นักร้องเจ้าของร้านอาหารธรรมดาๆแน่ๆ เทวัญถามว่าแล้วเธอคิดว่าเขาเป็นใครล่ะ

พออิสริยาบอกว่ากันยิกาคือตัวอันตรายที่พยายามเข้าหาเขายั่วยวนให้เขาหลงใหล เทวัญหัวเราะขำว่าเธอจินตนาการไกลเกินไป ชมว่ากันยิกาไม่มีอะไรนอกจากความกระตือรือร้นสนใจใฝ่รู้ อ่อนหวานน่ารัก ช่างพูด ช่างถาม คุยเก่ง อิสริยายืนยันว่าตนเห็นกับตามาแล้ว เทวัญติงว่าเธอพาคนไปหาเรื่องเขาก่อนเขาก็ต้องป้องกันตัว พูดอย่างชื่นชมว่า

“เผลอๆ คุณยิกาอาจจะไปเรียนวิชาศิลปะการต่อสู้มาจริง เพราะรู้ตัวดีว่ามีคนจะมาปองร้ายเพราะความหึงหวง”

ขณะนั้นเองโรมันเข้ามาบอกว่าผู้กองมีธุระสำคัญ เทวัญบอกอิสริยาว่าตนมีธุระ เธอบอกว่าตนรอได้ ก่อนที่รสลินจะออกไปกับเทวัญ เธอหันบอกอิสริยาว่าอย่าเพิ่งกลับ เราต้องคุยกัน

วรุฒมารายงานว่ากุหลาบขาว แมวตาเพชร เอกราชต่างก็รุมกันช่วยหนุ่มหน้าใหม่ราวกับพิทักษ์องค์ชาย เทวัญสงสัยว่าหนุ่มหน้าใหม่เป็นใครพวกนั้นถึงพร้อมใจกันโผล่มาช่วย

เมื่อเล่าปะติดปะต่อกันแล้วรู้ว่าดนุภพหรือกุหลาบขาวกับเอกราชเป็นเพื่อนซี้กันมานาน วรุฒสรุปว่ามิน่าตำรวจถึงจับกุหลาบขาวไม่ได้สักที ส่วนแมวตาเพชรเป็นใครนั้น รสลินบอกว่ามันคือกันยิกา! ถูกเทวัญด่าว่าบ้าไปกันใหญ่แล้ว

“คุณริย่าบอกว่านังยิกามันแอบมีฝีมือ แล้ววันนี้ที่มันมาหาท่าน ไอ้กุหลาบขาวก็ดอดตามมาแอบเข้ามาในบ้านเรา จากนั้นมันก็โผล่ไปช่วยไอ้หนุ่มหน้าใหม่ด้วยกัน นังกันยิกาต้องใช่แมวตาเพชรแน่ๆ” รสลินลำดับเหตุการณ์ยืนยัน

“แมวตาเพชรคือจอมโจรชื่อดังที่ปล้นเพชรเพื่อหวังเงินรางวัลที่ตำรวจล่าหัวมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเป็นแมวตาเพชร คุณกันยิกาเป็นสาวผู้ดีมีสกุลเจ้าของร้านอาหาร ศิลปินสมัครเล่น และนักร้องกิตติมศักดิ์ แกจะมาทึกทักให้เขาเป็นแมวตาเพชร มันฟังดูงี่เง่าไหม” เทวัญทั้งปรามและด่ารสลิน

โรมันช่วยรสลินติงว่ากันยิกาสนใจเรื่องเพชรมาก มาหาเขาก็ถามแต่เรื่องเพชร

“แล้วนายเทวัญเป็นใครล่ะ เป็นเจ้าของโชว์รูมรถหรือไง คุณกันยิกาถึงมาหาไม่ถามเรื่องเพชร แล้วถามเรื่องรถแทน พวกแกคิดซี!”

เมื่อเทวัญแก้ต่างและปกป้องกันยิกาขนาดนี้ วรุฒพูดเป็นนัยให้ทุกคนหยุดพูด บอกว่าเรื่องนี้ไม่ยาก แค่เราได้ตัวดนุภพมา ได้ตัวกุหลาบขาวมาเค้นคอก็รู้ เทวัญให้ลงมือเลยโดยเอาเงินทอง ยศ และตำแหน่งมาล่อ

รสลินกลับมาหาอิสริยา อิสริยาถามว่าเทวัญล่ะ รสลินยุทันทีว่าเขาไม่หายไปไหนหรอก ถ้าเราร่วมมือกันกำจัดกันยิกาออกไปได้ อิสริยายื่นมือออกไปถามว่าถ้าร่วมกันกำจัดกันยิกาได้ตนจะได้เทวัญใช่ไหม

“ได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ความสามารถเฉพาะตัวของคุณเอง แต่เราจะสนับสนุนคุณในทุกๆโอกาส”

“แล้วเราจะได้อะไรจากคุณมั่ง”

“หึ...บอกเลยว่าได้เยอะ เพราะฉันมีสายอยู่ในบ้านนังยิกา!”

ตอบอิสริยาแล้วรสลินหันมาสบตาโรมันอย่างพอใจ

ooooooo

จากการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่รายงานว่าลายนิ้วมือที่กล่องเพชรยังชัดเจน มาก เอกราชบอกให้จัดการเทียบลายนิ้วมือแฟ้มประวัติอาชญากรรมเลย

เจ้าหน้าที่เทียบแล้วไม่มีลายนิ้วมือไหนในแฟ้มอาชญากรที่เข้ากันได้กับลายนิ้วมือบนกล่องเพชรเลย

“หรือไอ้โจรที่ทิ้งลายนิ้วมือไว้บนกล่องเพชรนี่มันไม่เคยถูกจับดำเนินคดีอะไรเลย” เอกราชฉุกคิด

“ถ้าลายนิ้วมือที่พบบนกล่องเพชรเป็นลายนิ้วมือ ของไอ้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่จริง ก็แปลว่าการทำชั่วของมัน ไม่เคยถูกจับได้มาก่อนครับ มีอีกทางเดียว เราต้องหาลายนิ้วมือของคนที่เราสงสัยว่าจะเป็นไอ้ฆาตกรมาเทียบเคียงแต่ถ้าเรายังไม่สงสัยใครก็...จบข่าว” นพดลคุยโทรศัพท์กับน้าเล็ก

กันยิกาฟังแล้วก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างเพราะสงสัยเทวัญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่งสัญญาณบอกน้าเล็ก ดาราวรรณจึงบอกนพดลว่าให้เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อนอย่าเพิ่งคิดมาก กลับไปพักผ่อนก่อน ให้ระวังตัวด้วยและเก็บรักษากล่องเพชรไว้ให้ดีที่สุด

“ครับน้าเล็ก ผมจะเก็บรักษาเท่าชีวิตของผมเลย กู๊ดไนต์ครับ” นพดลวางสาย คิดเครียด

กันยิกาบอกน้าเล็กว่าตนจะไปเอาลายนิ้วมือมาเทียบกับลายนิ้วมือบนกล่องเอง ดาราวรรณถามว่าจะไปเอาของใคร

“คนที่ยิกามั่นใจว่ามันเป็นฆาตกรตัวจริงไงคะ” กันยิกาตอบอย่างมั่นใจ มุ่งมั่น

ฝ่ายเอกราชก็โทร.บอกดนุภพเรื่องลายนิ้วมือ บอกว่าเราต้องเข้าถึงตัวคนที่เราสงสัยก่อนแล้วเอาลายนิ้วมือมันมา

“คนที่ฆ่าคนด้วยวิธีเดียวกัน...กับที่มันฆ่าคุณพ่อของรุ่นพี่ปราการ” ดนุภพคิดถึงเทวัญเช่นเดียวกับกันยิกา

ooooooo

พิมพ์ชลจับตาการเคลื่อนไหวของกันยิกาและน้าดา วันนี้ทำทีทักว่าแต่งตัวสวยจะไปไหนกันหรือ ดาราวรรณบอกว่ามีนัดพิเศษพลางจะไปชงกาแฟ พิมพ์ชลกระตือรือร้นจะชงให้บอกว่าเดี๋ยวชุดสวยของน้าจะเปื้อน จะชงให้สองแก้วเลย

พิมพ์ชลชงกาแฟแล้วแอบเอายาเม็ดหย่อนลงไปทั้งสองแก้ว ยกออกไปบอกเสียงใสว่ากาแฟมาแล้วค่ะ ดาราวรรณถามว่าแล้วของเธอล่ะ พิมพ์ชลบอกให้น้าดื่มก่อน ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของพิมพ์ชลที่วางอยู่ในห้องครัวดังขึ้น ทั้งกันยิกาและดาราวรรณบอกให้ไปรับสาย แต่พิมพ์ชลรีรออยากดูให้เห็นกับตาว่าน้ากับกันยิกาดื่มกาแฟ แต่ทนไม่ได้เข้าไปรับสาย

เป็นสายจากอิสริยาโทร.มาเช็กงาน พิมพ์ชลบอกว่าลงมือแล้ว สดๆร้อนๆเลย รอฟังข่าวดีก็แล้วกัน แล้ววางสายเลย

ระหว่างที่พิมพ์ชลไปรับโทรศัพท์นั้น กันยิกาดูนาฬิกาแล้วโทรศัพท์ พอปลายสายรับ เธอทักเสียงหวาน...

“มอร์นิ่งค่ะคุณเทวัญ”

พอพิมพ์ชลออกมา ปรากฏว่าทั้งน้าดาและกันยิกาออกไปแล้ว เธอรีบไปดูถ้วยกาแฟที่วางอยู่ในถาดด้วยกัน แล้วสีหน้าก็เปลี่ยน บ่นอย่างขัดใจ

“ไม่ได้กินทั้งสองคนเหรอเนี่ย แล้วแก้วนี้ใครกินไปเกือบหมด นังกันยิกาหรือเปล่า หรือนังน้า” ครู่เดียวก็ยิ้มเหี้ยม “ใครกินก็ช่าง ขอให้มันขับรถไปถึงปลายทางที่ชอบ...ที่ชอบก็แล้วกัน”

ooooooo

ตอนที่ 8

หลายวันต่อมา ดนุภพเรียกประชุมลับที่ห้องนั่งเล่นหลังร้านเพชรไวโอลิน ที่โต๊ะกลางห้องมีแท็บเล็ตของกันยิกาวางอยู่ ทุกสายตาจ้องภาพสามมิติสมจริงเป็นภาพชายแก่หน้าตาอัปลักษณ์จนเหลือเชื่ออย่างหนักใจ

ดนุภพถึงกับปรารภว่าหน้าตาโดดเด่นจนใครๆ ก็ต้องจดจำได้ทันที เด่นเหมือนใส่หน้ากาก แต่ถ้าตอนนั้นฆาตกรแก่ขนาดนั้นจริงๆ สิบกว่าปีผ่านไป ป่านนี้ไม่แก่ตายไปแล้วหรือ

“ไม่ตายหรอก! มันฆ่ามหาราชามาคัสแบบเดียวกับที่ฆ่าพ่อแม่พี่เป๊ะ ไม่มีทางที่จะมีฆาตกรคนอื่นทำเลียนแบบนี้ขึ้นมาแน่” นพดลเชื่อเช่นนั้น ทุกคนพยายามช่วยกันคิด ดาราวรรณนึกถึงคำบอกเล่าของอานุภาพที่ว่า เพชรเพลิงสุริยาไฟทิพย์ที่ชุบกายชายชรา ให้หวนกลับมาเป็นหนุ่มอีกครา...เธอโพล่งขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า

“เพชรเพลิงสุริยา!! ใช่...ถ้าตอนนี้มันตามหาเพชรเพลิงสุริยาและได้มาครอบครองแล้ว มันก็จะกลับเป็นหนุ่มได้อีกครั้ง”

“ที่มันมีชีวิตอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะใช้เพชรเพลิงสุริยาและตอนนี้มันยังได้ครอบครองเพชรละอองทะเลที่เอาไปจากมาคัสด้วย” ดนัยเทพเสริม ดาราวรรณฉุกคิดได้เสริมอีกว่า

“และถ้าหนังสือที่น้าหามาได้มีข้อมูลที่ถูกต้อง มันจะต้องตามหาเพชรเม็ดที่สาม เพชรเนตรปฐพี เพื่อให้มันไม่แก่ ไม่เจ็บ และไม่ตาย!” นพดลถามว่าถ้าตอนนี้มันไม่แก่ไม่อัปลักษณ์อีกแล้ว เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นใคร?

“ถึงไม่รู้ว่าหน้ามันเป็นยังไง แต่เรารู้ว่ามันตามหาเพชรเม็ดนี้อยู่” ดนุภพให้ตามฆาตกรจากเพชรเนตรปฐพี

ดนัยเทพ ดนุภพ และกันยิกา มีความเห็นตรงกันว่าถ้าเราอยากเจอคนที่ต้องการเพชรเนตรปฐพี เราก็ต้องตามหาเพชรนี้ให้เจอก่อนมัน เพื่อล่อให้มันเดินเข้ามาหาเราเอง

ระหว่างประชุมลับกันนั่นเอง ที่หน้าร้านมีรถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด เทวัญที่ใส่แหวนเพชรเต็มสิบนิ้ว ผลักประตูร้านเข้าไป พนักงานทุกคนหันมอง ครู่เดียว พนักงานก็เข้าไปที่ห้องนั่งเล่นหลังร้าน บอกว่า

“คุณดนุภพคะ คุณเทวัญมาขอพบค่ะ”

ทุกคนเงียบกริบ นิ่งงัน บรรยากาศตึงเครียดทันที ดนุภพมองหน้าดนัยเทพหวั่นๆ ในขณะที่กันยิกาตกใจคิดว่าจะให้เทวัญมาเจอเธออยู่กับดนุภพไม่ได้เด็ดขาด!

ooooooo

ดนุภพทำใจเย็นสู้เสือกลัวเทวัญจะจับได้ว่าตนเป็นคนยิงท้องเขาวันนั้น ตีหน้าใสซื่อเดินยิ้มออกไปต้อนรับปากหวานเยินยอว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่กูรูเรื่องเพชรมาเยี่ยมร้านเล็กๆของตน

เทวัญถ่อมตัวว่าตนเป็นแค่คนธรรมดาๆ ที่รักของสวยๆงามๆคนหนึ่งเท่านั้น แล้วทักว่าเขาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนี่ ฝีมือออกแบบเครื่องเพชรระดับต้นๆ ของไทยเลยไม่ใช่หรือ ทำทีขอให้พาไปดูเพชรหน่อย ดนุภพชะงัก เชิญเข้าไปดูที่หลังร้าน กลับออกมาแล้วเทวัญถามว่าเพชรพวกนี้ส่วนใหญ่ได้มาจากที่ไหน

ดนุภพบอกว่าสั่งซื้อตามปกติจากตลาดเพชรทั่วไป เทวัญบอกว่าตนหมายถึงตลาดของโซนประเทศไหน ถ้าไม่ซื้อตามปกติมีวิธีไหนที่เขาใช้หาเพชรมาขายด้วยหรือ คำถามที่ซ่อนเร้นนัยและสายตาที่คมกริบของเทวัญทำเอาดนุภพเกร็ง ถามหยั่งเชิงว่า

“คุณสงสัยว่าผมปล้นหรือขโมยเพชรของคนอื่นมาแล้วเอามาแปรรูป ทำเครื่องประดับชิ้นใหม่ขายเหรอครับ”

เป็นคำถามที่แทงใจดำเทวัญอย่างจัง เขานิ่งไปอย่างไม่แน่ใจว่าดนุภพรู้เรื่องที่ตนขโมยเพชรละอองทะเลจากมหาราชามาคัสหรือเปล่า ทำเป็นพูดออกตัวแต่จิกชิมลางว่า

“ผมจะไปกล่าวหาคุณอย่างนั้นทำไมล่ะครับ... นอกเสียจากว่าคุณจะทำจริงๆ”

ทั้งคู่มองกันนิ่ง ต่างคุมเชิงกัน แล้วเทวัญก็หัวเราะร่าบอกว่าตนล้อเล่นทำหน้าจริงจังไปได้ ชี้ขอดูแหวนเพชรวงหนึ่งในตู้ ดนุภพหยิบให้ดูชมว่าตาคมสมเป็นกูรูเพชรเพราะวงนี้น้ำใสที่สุดในร้าน เทวัญรับไปสวมที่นิ้วชมว่าน้ำดีจริงๆ แต่พอดนุภพถามว่าจะรับสักวงไหม เขากลับบอกว่าเห็นทีจะไม่เหมาะกับตนเท่าไหร่

เทวัญทำเป็นถอดแหวนไม่ออก เขากระชากจนแหวนหลุดจากมือกระเด็นไป ดนุภพเอี้ยวตัวคว้าได้รวดเร็วแม่นยำ เทวัญจับตามองเป๋ง พอดนุภพรับแหวนหันกลับมาเจอสายตาเทวัญก็รู้ทันทีว่าตัวเองพลาด ถูกเทวัญลองของเสียแล้ว

ดนุภพกลบเกลื่อนว่าไม่เป็นไรแหวนไม่เสียหาย อะไร เทวัญไม่พูดเรื่องแหวนเพชรแต่กลับชมเขาว่าตาคมมือไวแม่นเป๊ะ เทียบว่าอย่างนี้ก็จะเล่นกีฬาอาศัยความแม่นได้ดี อย่างพวกต่อสู้มือเปล่า ยิงธนู หรือไม่ก็...ยิงปืน

เทวัญเทียบเคียงจนดนุภพหนาวๆร้อนๆ พอดีเทวัญมองผ่านกระจกไปเห็นรถกันยิกาจอดอยู่ทักว่านั่นรถกันยิกานี่ ดนุภพใจหาย รับว่าใช่ ชมว่าจำแม่นจัง

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกันยิกาคุยกับดาราวรรณเรื่องซื้อเพชรเดินเข้ามามีนพดลเดินมาด้วย กันยิกาทำเป็นดีใจที่เห็นเทวัญถามว่ามาซื้อเพชรเหมือนกันหรือ เทวัญรับลูกแทบไม่ทันบอกว่าพอดีผ่านมาเท่านั้น ดาราวรรณเอ่ยขึ้นว่าเพชรสวยแต่เสียดายไม่มีเวลาต้องรีบไปเปิดร้านแล้ว กันยิกาให้น้าดากลับไปก่อนตนอยากฟังเทวัญวิจารณ์เรื่องเพชรหน่อย ดาราวรรณทำเป็นตำหนิหลานสาวว่าเจอเทวัญเข้าหน่อยลืมงานเลยเพราะวันนี้ต้องไปชิมไวน์ที่เอเย่นต์เอามาให้เลือก

กันยิกาทำเป็นเสียดาย เอ่ยลาเทวัญ ดาราวรรณผสมโรงขอโทษเทวัญบอกว่าจำเป็นจริงๆแล้วพากันกลับ

ดนุภพทึ่งกับการแสดงของสองน้าหลาน นพดลเดินผ่านเทวัญแต่ไม่รู้ว่านี่คือฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ตน

ดนุภพยังมองลีลาสองน้าหลานทึ่ง เทวัญเห็นสายตาเขาก็นึกหวงกันยิกาขึ้นมา

เมื่อดนุภพกลับไปเล่าให้อาฟัง เขาคิดว่าเทวัญต้องสงสัยตนแน่ ดนัยเทพเชื่อว่าเทวัญต้องรู้แล้วว่าเขาคือกุหลาบขาวและต้องการมาสื่อสารให้รู้ว่ามันรู้ ดนุภพถามว่ารู้ได้ไง รู้แล้วทำไมแสดงออกอย่างนี้ เขาเป็นใคร ต้องการอะไร

“เทวัญเป็นเซียนเพชร แล้วเราคือโจรที่ปล้นเพชรจากคนรับซื้อของโจร หรือว่า...มันเป็นพวกนิยมรับซื้อของโจรอีกคน มันถึงอยากขู่แก”

อาหลานมองหน้ากันคิดหนัก

ooooooo

เทวัญหึงกันยิกา ออกจากร้านก็โทรศัพท์สั่งรสลินให้ตามเด็กของเธอมาเจอกันหน่อย พอวางสายก็จิกตากัดฟันพึมพำ

“ไอ้ดนุภพ ไม่ว่าแกจะเป็นกุหลาบขาวหรือต้นตำแย แต่เสี้ยนหนามของแกมันชักจะทิ่มตำฉันหลายแผลเกินไปแล้ว”

วรุตได้รับโทรศัพท์จากรสลินก็ไปที่ลานจอดรถเปลี่ยวกับจ่าฉิว พอไปถึงก็เอะใจเพราะจากเงาที่เห็นมีคนยืนอยู่ข้างรถสามคน วรุฒเอะใจว่าทำไมมากันเยอะ พลันก็ช็อกเมื่อจำได้ว่าสามคนที่ยืนอยู่เหมือนไอ้โม่งสามคนที่ปีนกำแพงและขับรถหนีไปในวันที่มหาราชามาคัสถูกฆ่าตายที่ตนถ่ายรูปไว้ได้

วรุฒสั่งจ่าฉิวให้ถ่ายคลิป 3 คนนั้นไว้ แล้วเอามาเทียบกับรูปที่ตนถ่ายไว้ก่อน ปรากฏว่าเหมือนกันเด๊ะ! จ่าฉิวถึงกับผงะหน้าซีด ยิ่งเมื่อวรุฒยืนยันว่าไม่ผิดแน่ สามคนนี้คือสามคนที่ฆ่ามหาราชามาคัส จ่าฉิวก็ยิ่งกลัว

วรุฒแววตาชั่วร้ายเมื่อคิดอะไรได้ สั่งจ่าฉิวให้ลงไปกับตน

เมื่อเดินไปหาสามคนคือเทวัญยืนกลางโรมันกับรสลินยืนเยื้องข้างหลังระวังภัย เทวัญส่งกระดาษใบหนึ่งให้วรุฒ สั่ง

“ตามมัน ไม่ว่ามันจะไปไหน แล้วคอยรายงานฉัน ห้ามให้มันรู้ตัว และห้ามเอ่ยปากกับใครเรื่องนี้”

วรุฒเล่นแง่เพื่อโก่งค่าตัว เทวัญรู้ทันบอกว่าตนไม่ใช้ฟรีหรอก หันไปถามรสลิน รสลินรับลูกบอกทันทีว่า คุณเทวัญมีรางวัลให้อยู่แล้ว วรุฒไว้เชิงว่าตนไม่ชอบคำว่ารางวัล ตนต้องการมิตรภาพที่เสมอภาคและ...

“นายมีอะไรที่จะมาเสมอภาคกับฉัน” เทวัญฉุนขาดขัดขึ้นทันที

“ถ้าผมมีล่ะ” วรุฒยิ้มเป็นต่อ แล้วเอาคลิปคดีมหาราชามาคัสเปิดให้ดู เทวัญอึ้งโรมันพูดเป็นนัยให้เก็บวรุฒเสีย วรุฒถามว่าจะยิงตำรวจสองคนง่ายๆแบบนี้หรือ โรมันตวาดว่า ยิ่งกว่าตำรวจ ก็ยิงมาแล้ว เทวัญถามว่าคลิปนี้เกี่ยวอะไรกับพวกตน

“ตอนแรกก็ว่าไม่เกี่ยว จนกระทั่งวันนี้ หลักฐานทั้งหมดรวมทั้งปฏิกิริยาของสองคนข้างหลังคุณก็น่าจะบอกได้แล้วล่ะครับว่าพวกคุณคือคนสังหารมหาราชามาคัส!”

เทวัญขู่ว่าเขาจะทำอะไรได้ถ้าตนจะเก็บเสียตอนนี้ วรุฒบอกว่าตนมีกำลังเสริม ถ้าตนไม่กลับไปในสามชั่วโมงนี้ คลิปนี้พร้อมคำบรรยายของตนจะถูกปล่อยขึ้นยูทูบทันที เทวัญเปลี่ยนเสียงทันทีชมว่าเขาเป็นยอดตำรวจจริงๆ โอเคเรามาเป็นมิตรกัน ถามว่าเขาอยากได้ของขวัญอะไรจากเพื่อนคนนี้ว่ามาเลย

“ผมขอคิดก่อนนะว่าผมอยากได้อะไรบ้าง แหม...มันหลายอย่าง เอาอะไรก่อนดี...” วรุฒทำเป็นคิดยียวน

รสลินกับโรมันแค้นมาก แต่เทวัญกลับยืนหน้าเย็น...

ooooooo

เมื่อกลับถึงห้องทำงานที่สำนักงานตำรวจ วรุฒเอาคลิปที่ตนถ่ายกับที่จ่าฉิวถ่ายมาเปรียบเทียบดู มันเหมือนกันเด๊ะ!

จ่าฉิวถามว่าทำแบบนี้ไม่เสี่ยงไปหรือ เขาบอกว่าพระเจ้าให้โอกาสเราแบบนี้ถ้าเราไม่ฉวยโอกาสเดี๋ยวพระเจ้าโกรธเอา

“พระเจ้าหรือซาตานกันแน่ ผู้กอง” จ่าฉิวถาม

“ฉันว่าน่าจะเป็นซาตานนะ” เสียงเอกราชแทรกขึ้น

เอกราชมากับหมวดเอ เขาตรงเข้าชกวรุฒจนล้มกระแทกโต๊ะ วรุฒถามเอกราชว่าเสียสติไปแล้วหรือ “มึงมันเลว ไอ้ชั่ว ไอ้นรก” เอกราชเข้าตะลุมบอนชกต่อยกันนัวเนีย จ่าฉิวกับหมวดเอเข้าห้าม เจอลูกหลงกันเองเข้าเลยต่อยกันอีกคู่

ตำรวจแถวนั้นมาห้ามก็ไม่หยุด จนกระทั่งผู้การเข้ามาเป่านกหวีดจึงหยุด ผู้การตำหนิที่ตำรวจมาต่อยกันเอง ถามว่ามีอะไรจะแก้ตัวไหม เอกราชบอกไม่มีแต่วรุฒฟ้องว่าเอกราชต่อยตนก่อน ผู้การถามเอกราชว่าไปหาเรื่องอะไรเขา เอกราชไม่อยากบอกความจริงเรื่องเสาวนุช ตอบเลี่ยงไปว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เลยถูกผู้การตำหนิว่าทำไมเอาเรื่องส่วนตัวมาลงในที่ทำงาน

ผู้การถามเอกราชว่าคดีที่เขาทำไปถึงไหนแล้ว พอเอกราชบอกว่าใกล้จะคลี่คลายแล้ว ก็ถูกผู้การตำหนิว่าใกล้มาหลายอาทิตย์แล้วบอกมาตรงๆว่าคว้าน้ำเหลวก็ได้ แล้วสั่งพักงานโอนคดีฆ่ามหาราชามาคัสให้วรุฒทำแทน เอกราชจะชี้แจงก็ถูกตัดบทว่าอย่ามีปัญหา เพราะผู้บังคับบัญชาคุยกันแล้ว ให้เขาไปทำงานอื่นที่เหมาะสมกว่า รอรับคำสั่งที่เป็นเอกสารอีกทีก็แล้วกัน

วรุฒส้มหล่น บอกจ่าฉิวว่าใครจะรู้ว่าโดนต่อยแล้วมันจะโชคดีขนาดนี้

“วรุฒ อย่านึกว่ามึงจะชนะ กูไม่ปล่อยคนชั่วลอยนวลแน่” เอกราชจ้องหน้าปราม แล้วชวนหมวดเอกลับ

แม้วรุฒจะส้มหล่นได้เลื่อนขั้นได้ทำคดีเด็ด แต่ฉุกคิดบางอย่างแล้วก็อดกังวลไม่ได้

จัดการกับเอกราชแล้ว คืนนี้ผู้การโทรศัพท์ถึงใครบางคนบอกว่า “จัดการเรียบร้อยแล้วครับท่าน” ฟังปลายสายแล้วพูดอย่างนอบน้อมว่า “สำหรับท่าน น้อยกว่านี้ได้ไงครับ แหม...ท่านจริงใจกับผม ผมก็ต้องจริงใจกับท่านสิครับ...”

ooooooo

วันนี้ กันยิกามีนัดกับเทวัญ เธอแต่งตัวสวยดูดีมาก ดาราวรรณเอาสร้อยเพชรให้ใส่ ให้สมกับที่ไปพบกูรูเพชร

พิมพ์ชลจับตาดูตลอดเวลา ทำทีชงกาแฟให้

ถามว่าแต่งตัวสวยจะไปไหน เดาว่าสวยอย่างนี้ต้องไปเจอคนสำคัญแน่ กันยิกาบอกว่าตนมีเดต แปลกใจที่พิมพ์ชลทำดีถามว่ากินยาผิดหรือเปล่า พิมพ์ชลบอกว่าตนฝันว่าพ่อมาบอกให้ทำดีกับทุกคน

พอกันยิกาขับรถออกไป พิมพ์ชลทำทีมาส่ง แอบโทรศัพท์บอกว่า “มันออกไปแล้ว มันบอกว่าจะไปเดต”

และที่หน้าบ้านนั่นเอง พอรถกันยิกาขับออกไป ก็มีรถอีกคันที่ซุ่มอยู่ขับตามไปทันที

กันยิกานัดพบกับเทวัญที่ร้านอาหารฝรั่งเศสหรู เทวัญมองสร้อยเพชรที่คอ เธอบอกเขินๆว่ามาลั้นช์กับกูรูเพชรทั้งทีก็ต้องมีสร้อยเพชรเล็กๆน้อยๆ ติดตัวมาบ้าง ทิ้งสายตาบอกว่าแต่ที่จริงตนอยากมาเจอเขามากกว่า

เทวัญบอกว่าตนก็ชอบคุยเรื่องเพชรกับเธอ เพราะเธอเป็นผู้ฟังที่ดีทำให้ตนสนุกเวลาเล่า ชวนทานกันไปคุยกันไป ถามว่าวันนี้อยากฟังนิทานเพชรเรื่องอะไรดี

“คุณเทวัญเชื่อเรื่องพลังเหนือธรรมชาติของเพชรไหมคะ” กันยิกาเข้าประเด็น เทวัญมองอย่างระแวงว่าเธอรู้อะไรมา?

ที่นอกร้าน ดนุภพที่ตามกันยิกามาเดินด้อมๆมองๆ ผ่านกระจกเข้าไปในร้านเห็นทั้งสองคุยกันอย่างสวีตมากก็ระแวงว่านี่คือมารยาร้อยเล่มเกวียนหรือชอบกันจริงๆ แน่ ทันใดก็มีสายเข้ามือถือ ดูเป็นสายจากดนัยเทพก็บ่นว่าไม่มีอารมณ์รับ จับตาดูเทวัญและกันยิกาตาไม่กะพริบ

“โธ่เว้ย ทำไมไม่รับวะ มันจะรู้ไหมเนี่ยว่ามีคนตามมันอยู่” ดนัยเทพบ่นหงุดหงิด พยายามโทร.อีก...

ooooooo

เมื่อกันยิกาถามเรื่องพลังเหนือธรรมชาติของเพชร เทวัญทำไขสือถามว่าพลังแบบไหนพวกหินสีใส่แล้วมีโชคหรือ

กันยิกาถามตาแป๋วว่าแค่หินสียังมีพลังรักษามากมายแล้วถ้าเป็นเพชรในตำนานจะมีพลังมากขนาดไหน อ่อยว่า

“ยิกาเคยอ่านมาเห็นว่ามีพวกทำให้ไม่แก่ไม่ป่วยไม่ตายอะไรแบบนี้ด้วยน่ะค่ะ คุณเทวัญเชื่อไหมคะ”

“คุณยิกาคงจำชื่อเพชรละอองทะเลของมหาราชามาคัสได้ รู้ไหมครับว่ามันมีตำนานว่า เพชรละอองทะเลใช้รักษาโรคร้ายได้” กันยิกาตาโตถามว่าถึงเป็นต้นเหตุให้มาคัสถูกฆ่าชิงเอาเพชรไปใช่ไหม “อาจจะมีคนร้ายที่เชื่อตำนานนี้”

กันยิกาถามว่ายังมีเพชรอื่นที่ทำอะไรเก่งๆอย่างนี้ได้อีกไหม เทวัญหัวเราะเอ็นดูคำถามไร้เดียงสานั้นถามว่า

“คุณยิกาเคยได้ยินชื่อ เพชรเพลิงสุริยาแล้วนี่ครับ รู้ไหมครับมันมีตำนานว่า เพชรเพลิงสุริยาสามารถคืนความอ่อนเยาว์ให้มนุษย์ได้”

กันยิกายิ่งทำท่าตื่นเต้นแต่ในใจนึกถึงข้อสันนิษฐานของดนัยเทพที่ว่ามันมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะใช้เพชรเพลิงสุริยาและเพชรละอองทะเล ฝ่ายเทวัญปลื้มกับความตื่นเต้นของกันยิกา เล่าเพลินว่า

“มีเพชรในตำนานถึง 5 อันดับที่มีพลังวิเศษต่างกัน เพชรเพลิงสุริยาทำให้คนที่ครอบครองไม่แก่ เพชรละอองทะเล ทำให้ไม่เจ็บไม่ป่วย และสุดยอดเพชร...เพชรเนตรปฐพี...”

กันยิกาทำเป็นตื่นเต้นมาก ฉะอ้อนว่าตนไม่เชื่อหรอก ถึงเขาจะเป็นกูรูเพชรแต่ก็หลอกตนไม่ได้ง่าย ถามว่าทั้งหมดนี้คือนิทานใช่ไหม เทวัญยืนยันว่ามันเป็นความจริง กันยิกาถามว่าเขารู้ได้ยังไง

“มีคนที่ได้ใช้พลังของเพชรทำให้ไม่แก่ไม่ป่วยมาแล้วจริงๆ” เธอถามว่าเขารู้จักคนนี้หรือ แต่เทวัญไม่ทันตอบก็มีไลน์เข้า เขาเปิดอ่านแล้วยิ้มมุมปากอย่างพอใจบอกกันยิกาว่าพอดีมีเรื่องด่วน ขอตัวสักครู่ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงจะกลับมา ถ้าเธออิ่มแล้วก็สั่งขนมมาชิมเล่นๆรอตน

กันยิกาเสียดาย แต่เมื่อนึกถึงข้อมูลที่ได้ก็พอใจ ที่เทวัญรู้จักฆาตกร พึมพำสะใจ... “เสร็จฉันแน่แก...”

ooooooo

เทวัญออกจากร้านอาหารเดินไปแถวลานน้ำพุ ดนุภพหลบแอบดูเห็นเทวัญไม่สนใจก็รีบเดินตามไปยืนข้างหลัง ทันใดก็ได้ยินเสียงเทวัญพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีว่า อุตส่าห์ตามมาถึงนี่จะไม่ทักทายกันหน่อยหรือ

ดนุภพอึ้งหยุดกึก เทวัญหันขวับเผชิญหน้าโพล่ง

“จอมโจรกุหลาบขาว!”

“อะไรกันครับคุณเทวัญ บังเอิญจังที่เจอคุณมาเดินเล่นแถวนี้ แต่ทักทายกันแบบนี้มันไม่ค่อยดีนะฮะเดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าใจผมผิด ผมแย่เลย” ดนุภพตั้งสติอย่างเร็ว เทวัญมองเย้ยบอกว่าเลิกเสแสร้งเถอะกุหลาบขาว เขาคือจอมโจรที่ตำรวจกำลังต้องการตัว ดนุภพย้อนถามว่า “แล้วคุณล่ะเป็นใคร คุณเทวัญคือสุภาพบุรุษที่ไม่ด่างพร้อยเลยสิครับ”

“แกอย่าหวังว่าจะตัดหน้าแย่งของที่มันควรจะเป็นของฉันไปได้” ดนุภพแย้งว่ากันยิกาไม่ใช่สิ่งของ “ยิ่งเรื่องกันยิกา แกต้องยิ่งถอยไปให้พ้น!”

เทวัญค่อยๆถอดสูทออก ปรามว่าอย่านึกว่าหนุ่มกว่าแล้วจะชนะตนได้ ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกลับไปหาแม่ดีกว่า ดนุภพถูกปรามาส เขาถอดแว่นปาทิ้งกระโจนเข้าต่อยเทวัญแต่เทวัญหลบทันเลยวืดเสียหลัก แต่ก็ทรงตัวได้ทันที ทั้งสองจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดนุภพถอดสูทออกบ้างแล้วพุ่งเข้าใส่ทันที

ดนุภพใช้มวยไทยแต่เทวัญใช้เทควันโด ต่างมีฝีมือชั้นครู รูปร่างกำยำทั้งคู่ สู้ด้วยลีลาของตัวเองจนตกไปในน้ำพุเปียกปอนทั้งคู่ จังหวะหนึ่งเทวัญเหยียบคอ

ดนุภพกะเอาให้ตาย ดนุภพหายใจไม่ออกล้วงกระเป๋ากางเกงปล่อยดอกกุหลาบพุ่งเฉี่ยวหน้าเทวัญจนเลือดออก ดอกกุหลาบขาวตกพื้นก้านดอกเป็นมีดเล็กๆปักพื้นฉึก!

เทวัญเห็นดอกกุหลาบขาว เขายิ้มมั่นใจว่าดนุภพคือจอมโจรกุหลาบขาวแน่ๆ จึงเตะอัด กระทืบรัวกะให้ตายคาเท้า

วรุฒแทรกตัวยืนดูในกลุ่มคน เห็นดนุภพลุกขึ้นมายืนแลกหมัดจนเทวัญพลาดล้มลง กันยิกาที่รอเทวัญนานจึงมาเดินดูเห็นเหตุการณ์พอดี เธอวิ่งเข้าไปแทรกกลางตะโกน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ดนุภพ!!”

กันยิกาแอบหยิกแขนเขาบิดอย่างแรงจ้องหน้าปรามแบบอย่ามายุ่งเรื่องของฉันนะ! แล้วหันไปประคองเทวัญถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เทวัญบอกว่าตน

ไม่เป็นไร เธอหันด่าดนุภพอีกว่า เป็นบ้าอะไรมาหาเรื่องคุณเทวัญทำไม ไล่ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้ แล้วประคองเทวัญชวนกลับ หางตามองดอกกุหลาบขาวที่ตกอยู่

ดนุภพค่อยๆลุกขึ้นรู้สึกตัวเองพลาดไปถนัด มองกันยิกาที่ประคองเทวัญไปอย่างผิดหวัง

วรุฒที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนเดินเลี่ยงไปเหยียบดอกกุหลาบขาวที่พื้นอย่างสะใจ

เทวัญไปส่งกันยิกาที่ร้านโดยให้คนขับรถของตนขับรถของกันยิกาตามไปให้ เธอชวนเขาลงไปดื่มอะไรเย็นๆก่อน เขาขอเป็นวันหลังดีกว่า

พอขึ้นรถกลับใบหน้าที่ยิ้มแย้มอ่อนโยนของเทวัญก็เปลี่ยนเป็นขรึมทันที กันยิกาก็หน้านิ่งทันทีเช่นกัน

“นายหัวตั้งดนุภพนี่มันท่าจะบ้าไปแล้ว” กันยิกาบ่นหัวเสีย

พลันก็สะดุดกึกเมื่ออิสริยาตวาดเรียก “กันยิกา!” แล้วปรากฏตัวออกมาด่าฉอดๆว่าแย่งดนุภพไปแล้วยังมาแย่งเทวัญไปอีก สั่งสองสาวแกร่งที่จ้างมาให้รุมเล่นงานกันยิกาทันที สองสาวทะเล่อทะล่าเข้าไปเจอกันยิกาเตะซ้ายเตะขวาล้มตึงไม่เป็นท่า เมื่อสู้ไม่ได้ก็ควักมีดสั้นออกมาพุ่งเข้าใส่ กันยิกาหลบแต่ก็พลาดโดนมีดบ้างแต่ก็อัดสองสาวจนลงไปกอง

อิสริยาเห็นดังนั้นทั้งโกรธทั้งกลัวยืนตัวสั่น หยิบมีดขึ้นมาขู่ไม่ให้เข้ามา กันยิกาเข้าไปจะกระชากผม

อิสริยาหลบจึงกระชากถูกเสื้อขาด อิสริยารีบยกมือปิดหน้าอก วิ่งไปหาสองสาวที่เพิ่งลุกขึ้นมา พากันจ้องกันยิกาแต่ไม่กล้าหือ สุดท้ายก็หิ้วปีกกันกลับไป

กันยิกาปล่อยให้สามสาวหนีไปอย่างทุลักทุเล มองสภาพตัวเองบ่น “วันนี้วันซวยเต็มรูปแบบจริงๆยิกาเอ๊ย...”

ฝ่ายอิสริยา พอหนีไปพ้นแล้วก็คำราม “นังกันยิกา... หรือหล่อนจะเป็น...เป็นใคร...อะไรสักอย่างแน่ๆ”

ooooooo

เอกราชที่ทำหน้าที่ “พิทักษ์พยาน” พาเสาวนุชมาอยู่ที่คอนโด เขาปฐมพยาบาลเธออย่างรับผิดชอบ ความใกล้ชิดทำให้ต่างรู้สึกดีต่อกัน แต่ยังเล่นแง่

ไว้เชิงกันอยู่ เสาวนุชประชดว่าเขาควรไปสืบว่าทำไมกันยิกาจึงไปหาเทวัญ

เมื่อเสาวนุชรู้ว่าเขาถูกพักงานเพราะไปอัดวรุฒมา เธอแอบซึ้งใจที่เขาแก้แค้นให้ แต่เขาบอกว่าทำไปเพราะแค้นที่วรุฒทรยศต่อความเป็นตำรวจ ความรู้สึกดีๆ เหมือนดอกไม้ที่คลี่บานในใจ พอถูกเสาวนุชประชดเรื่องกันยิกาก็บ่นตัวเองงงๆว่า

“เราลืมยิกาไปได้ไงวะ...เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องยัยเสาวนุชจอมกวนนี่แหละ” พลางโทร.หากันยิกาทันที

ฝ่ายกันยิกา เมื่อเทวัญพามาส่งบ้านกลับไปแล้ว เธอไปบ้านของดนุภพอย่างเอาเรื่อง ดาราวรรณตามไปด้วย พยายามเตือนสติให้ค่อยพูดค่อยจากัน พวก รปภ.เห็นกันยิกามาก็รีบวอบอกดนุภพ พลางหลบกันวูบวาบ

ดนัยเทพออกมารับหน้า ยิ้มหวานถามว่ามาเยี่ยมดนุภพหรือ กันยิกาขอโทษแล้วลุยเข้าไปเลย ดาราวรรณจะห้ามก็ไม่ทัน ได้แต่ร้องบอกว่า “ยิกา...อย่าทำอะไรนายหัวตั้งนะ”

ดนัยเทพถามว่าอะไรกันอีกล่ะ นึกว่าดีกันแล้วเสียอีก ดาราวรรณบ่นว่า นั่นสิ ถามก็ไม่ยอมบอก ดนัยเทพทำตาเชื่อมถามดาราวรรณว่าดื่มอะไรหน่อยไหม ดาราวรรณยิ้มตอบรับว่า “ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป”

“Coffee or Tea...” แล้วทำเสียงกระซิบเซ็กซี่ “or Me ดีครับ”

ดาราวรรณทุบแขนแก้เขินบอกว่ามุกโบราณมาก บอกว่าขอ Cappuccino ฟองนมเยอะๆก็พอ พลางเดินไป แต่หันกลับมาชม้ายยั่วยวนว่า “วันหลังค่อยรับ you ค่ะ” แล้วเดินไปหลังร้านเลย ดนัยเทพร้องเยสทำท่าคึกราวกับวัยรุ่น

ooooooo

กันยิกาผลักประตูห้องนอนดนุภพเข้าไปแล้วปิดประตูปัง เห็นเขานอนหมดสภาพอยู่บนเตียง เธอพุ่งเข้าใส่บอกให้เลิกมาสอดขัดขวางความเจริญของตนเสียที ทุกอย่างจะพังเพราะเขา

ดนุภพเตือนว่าเธอไม่ควรไว้ใจเทวัญเขาไม่ใช่คนธรรมดาเขาเป็นอีกอย่างไม่ใช่อย่างที่เขาสร้างภาพภายนอก ที่สำคัญคือเขาเป็นผู้ชายเธอเป็นผู้หญิงไม่ควรใกล้ชิดกันมากเกินไปมันไม่ดี กันยิกาโต้ว่าเพราะเทวัญเป็นผู้ชายและตนเป็นผู้หญิงนี่แหละทำให้เขายอมเปิดเผยเรื่องราวต่างๆอย่างเนียนๆ ถ้าตัวเขาไม่โผล่มาวันนี้ตนก็จะได้ข้อมูลสำคัญที่สุด

ดนุภพถามว่าข้อมูลอะไร พอกันยิกาบอกว่าเทวัญรู้ว่าใครคือฆาตกร ดนุภพบอกว่าเรื่องนั้นตนสืบให้ก็ได้ไม่จำเป็นที่เธอจะต้องเอาตัวเข้าแลกขนาดนั้น พอดีโทรศัพท์กันยิกาดังขึ้น ดนุภพชะเง้อมองอย่างอยากรู้เห็น กันยิกาเห็นเป็นสายจากเอกราชก็กดตัดสาย ดนุภพได้ทีอ้างว่าเธอกับเอกราชกำลังจีบกันแต่เธอกลับออกเดทกับเทวัญแล้วเอกราชจะเอาหน้าไปไว้ไหน

กันยิกาอึ้งไป แต่ยังปากดีสวนไปว่าอย่าเอาเอกราชมาอ้างเพราะตนไม่แคร์ใครทั้งนั้น ดนุภพบอกว่าแต่ตนแคร์เธอ ไม่อยากให้เธอไปเสี่ยงเพื่อตามหาฆาตกร

“หยุดเลย!อย่าลืมนะว่าฉันคือ ‘แมวตาเพชร’ คนที่เอาชนะคุณมาได้หลายต่อหลายครั้ง” ดนุภพบอกว่าเขารักและเป็นห่วงเธอ “เก็บความหวังดีของคุณเอาไว้เถอะ ฉันมีวิธีทำงานของฉัน แต่คุณสิ คิดได้ยังไงเอาอาวุธกุหลาบขาวปาใส่คุณเทวัญ ทั้งๆไม่ได้ปลอมตัวน่ะ เห็นไหมยิ่งคุณมายุ่งยิ่งเสียแผน สัญญาซะว่าคุณจะไม่มาล้ำเส้นฉันอีก”

ดนุภพอึ้ง เถียงไม่ออกไปไม่เป็นเพราะตนทำพลาดจริงๆ กันยิกายังคงว่าเขาฉอดๆ แล้วจะออกไปเขาฉุดไว้บอกว่าให้มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แต่ฉุดแรงไปกันยิกาเสียหลักล้มทับกันบนเตียง ต่างอึ้ง เขิน และหวั่นไหวไปชั่วขณะ

ดนัยเทพกับดาราวรรณได้ยินเสียงดังตกใจวิ่งขึ้นไปดูเห็นทั้งสองนอนทับกันอยู่บนเตียงก็ขอโทษที่มาขัดจังหวะ

“ไม่ได้ขัดจังหวะอะไรเลยค่ะ เข้ามาก็ดีแล้ว คุณอาช่วยคุมหลานชายด้วย อย่าให้มาแส่สอดระหว่างกิจกรรมของหนูกับเทวัญอีก” แล้วย้ำปรามดนุภพว่า “คุณเทวัญเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณแล้ว ฉะนั้นอยู่ห่างๆฉัน ฉันไม่อยากให้เขามารู้ตัวจริงฉันด้วย!”

ดาราวรรณตกใจถามว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าเทวัญรู้เรื่องกุหลาบขาว ดนัยเทพถามหลานชายว่าที่ยิกาพูดจริงหรือ ดนุภพพยักหน้า ดนัยเทพถึงกับกุมขมับบ่น

“หมดกัน พัง! พังหมดแล้ว ซวยแล้ว แบบนี้ตำรวจจะมาจับเราไหม แล้วการสืบหาฆาตกรของเราก็จบเห่แล้วสิ”

ระหว่างนั่งรถกลับด้วยกัน ดาราวรรณย้ำกับกันยิกาว่าเทวัญรู้เรื่องกุหลาบขาวแล้ว ระวังอย่าให้เขามารู้เรื่องของเรา

ooooooo

เอกราชคิดไม่ตกที่โทร.หากันยิกาแล้วถูกตัดสาย เขาขับรถไปดักขณะกันยิกากับดาราวรรณกลับจากบ้านดนุภพ เอกราชขับรถปาดหน้าจนรถเกือบชนกันพอลงไปเคลียร์กัน เขาต่อว่าเธอที่ตัดสายตนแต่มาหาดนุภพถึงบ้าน

กันยิกาบอกว่าเธอมีธุรกิจบางอย่างที่ต้องต่อรองกับดนุภพและตอนนี้ก็ตกลงกันได้แล้วบอกให้เอกราชถอยรถไปตนจะกลับบ้าน เมื่อเอกราชไม่ยอมถอยเธอจึงเดินไปอย่างไม่แคร์ เอกราชไม่ยอมแพ้ตามไปที่บ้านบอกว่ายังมีอีกเรื่องที่อยากจะขอเธอ คือตอนนี้เธอเข้านอกออกในบ้านเทวัญเป็นว่าเล่น ขอเตือนว่ามันอันตรายเพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคดีฆ่ามาคัส

กันยิกาหัวเราะถามว่าการฆ่าแบบนั้นได้มีคนเดียวหรือ ไม่มีทางที่จะเป็นเทวัญ เอกราชถามว่าทำไมเธอมั่นใจ กันยิกากำลังจะหลุดความลับ ดาราวรรณก็รีบเข้ามาแทรก กันยิการู้ตัวบอกเอกราชว่าวันหลังค่อยคุยกันแล้วตนจะให้การเขาอย่างละเอียด แต่สำหรับวันนี้... “ไม่ใช่คิวของคุณ ไปรับบัตรคิวจากน้าดานะคะ กลับกันเถอะค่ะน้าดา”

สองน้าหลานควงกันผละไป เอกราชได้แต่ยืนมึน

ฝ่ายดนุภพยังฮึดฮัดขัดใจเห็นว่ากันยิกาประมาทเกินไปงานแบบนี้ไม่ใช่งานของผู้หญิง บอกกับตัวเองว่า

“ฉันนี่แหละจะสืบเรื่องนี้ให้รู้ความจริงก่อนเธอ” พลางลุกขึ้นจะเปลี่ยนชุด พลันก็หยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าย่องมาสัญชาตญาณระวังภัย พอประตูเปิดเขาก็สวนหมัดไปทันที ปรากฏว่าเป็นเอกราช เขารับหมัดไว้ได้แซวว่าเป็นการต้อนรับเพื่อนรักที่แสนอบอุ่นจริงๆ

เอกราชถามว่าเมื่อกี๊กันยิกามาหาเขาทำไม ดนุภพตอบเลี่ยงไปว่า ก็แค่มาด่าเรื่องผลประโยชน์เราขัดกันนิดหน่อย อย่าหึงเลย เอกราชบอกว่าหึงยังไม่เท่าห่วง เล่าว่าเสาวนุชบอกว่าเห็นกันยิกาอยู่บ้านเทวัญ ถามว่า

“นายรู้ไหมว่าความสัมพันธ์ของเขาไปถึงไหนกันแล้ว”

“เอกราช...ฉันว่ากันยิกาเขาไม่ได้จริงจังกับแกอย่างที่แกจริงจังกับเขาว่ะ” ดนุภพตัดสินใจเปลี่ยนประเด็น

“หลอกคบเพื่อหาผลประโยชน์หรือ” เอกราชถาม พูดอย่างเจ็บปวดว่าคนอย่างตนแค่เป็นตำรวจตัวเล็กๆไม่มีผลประโยชน์อะไรให้แถมตอนนี้ยังถูกแช่เย็น เธอเลยวิ่งไปหาคนอื่นที่แน่นอนกว่า

ดนุภพตกใจมองหน้าเอกราชแบบช็อกเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักถูกกันจากคดีมาคัสและคนที่มาทำแทนเขาคือวรุฒ

ooooooo

เสาวนุชถูกห้ามออกนอกห้องเพื่อความปลอดภัย เธออึดอัดจึงลงไปหากาแฟกินที่ร้านแถวหน้าคอนโด คนขายกาแฟคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นเธอที่ไหน เธอสะดุ้งบอกว่าตนเป็นคนหน้าโหล ใครเห็นก็ทักอย่างนี้ทุกคน

คนขายกาแฟนึกๆแล้วร้องออกมาอย่างจำได้ว่า “รู้แล้ว พี่เป็นนักประกาศข่าวนี่!” เสาวนุชตกใจวางเงิน ค่ากาแฟ คว้าถ้วยกาแฟจ้ำอ้าวออกไป คนขายกาแฟบ่นว่าโคตรหยิ่งเลย แล้วพยายามนึกว่าชื่ออะไร...แต่นึกไม่ออก

ตอนที่ 7

เอกราชขับรถไปราวกับเหาะจนหมวดเอนั่งเกร็งเหงื่อแตก พยายามเตือนสติว่าการไปช่วยคนไม่ต้องเร็วท้านรกขนาดนี้ก็ได้เพราะเราอาจจะตายก่อนไปช่วยเขาทัน

“แต่ถ้าช้าวินาทีเดียว เขาอาจจะตายก่อนเราไปทัน” เอกราชตอบ ในสมองยังแว่วเสียงร้องไห้ขอความช่วยเหลือของเสาวนุชตลอดเวลา ตาก็มองหาที่ซ่อนตัวของเสาวนุชที่บอกจุดสังเกตว่ามีรองเท้าผ้าใบแขวนอยู่ บอกหมวดเอว่าถ้าเห็นรองเท้าผ้าใบแขวนที่ไหนให้บอก

หมวดเอสงสัยว่ารองเท้าผ้าใบมาเกี่ยวอะไรด้วย พลันก็ร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นรองเท้าผ้าใบแขวนอยู่ที่เพิงขายไก่ย่าง แต่รถเลยไปแล้ว เอกราชดริฟท์รถกลับทันที เล่นเอาหมวดร้องลั่นถูกรถเหวี่ยงจนเกือบกลิ้ง

พอจอดรถที่เพิงขายไก่ย่าง เอกราชโดดลงไปมองหาพลางตะโกนเรียก “คุณอยู่ไหนเสาวนุช”

“อยู่นี่...” เสาวนุชแหวกกอหญ้าออกมาอย่างอ่อนระโหย เอกราชวิ่งเข้าหา แต่เธอเดินไม่ทันพ้นกอหญ้าก็ทรุดหมดแรง เอกราชถลาเข้าประคอง

“ไอ้เลวพวกนั้น มันทำกับคุณถึงขนาดนี้เลยหรือ... ไม่ต้องกลัวนะ คุณปลอดภัยแล้ว เรารีบไปกันเถอะเดินไหวไหม”

เสาวนุชพยักหน้าแต่ก้าวก็จะล้ม เอกราชตัดสินใจอุ้มเธอไป เสาวนุชกอดคอเขาร้องไห้อย่างซาบซึ้งใจ

หมวดเอมองอึ้ง...

เมื่อมาถึงรถ เอกราชเอาน้ำให้เสาวนุช เธอดื่มอย่างกระหายจนสำลัก เอกราชลูบหลังให้ บอกหมวดเอให้รีบขับรถไปโรงพยาบาล

“ไม่นะ อย่าส่งฉันไปตายที่โรงพยาบาล พวกนั้นคิดว่าฉันตกหน้าผาตายไปแล้ว ถ้าฉันไปอยู่โรงพยาบาล ข่าวต้องไปถึงหูพวกมันแน่ แล้วมันจะต้องมาเก็บฉัน” หมวดเอถามว่าพวกมันเป็นใคร เธอบอกว่าตนไม่แน่ใจ

เอกราชบอกว่าถ้าอย่างนั้น สำหรับกรณีนี้เราต้องเอามาตรการพิทักษ์พยานมาใช้ หมวดเอพึมพำทวนมาตรการที่ว่านี้เชิงถาม เอกราชไม่ตอบแต่ใจคิดถึงปราการหรือหมอนพดลที่เพิ่งพบกัน

ooooooo

ดาราวรรณนัดพบกับดนัยเทพที่สวนสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยา เธอแต่งตัวโฉบเฉี่ยวใส่แว่นดำเดินเข้ามาที่จุดนัด เห็นร่างหนึ่งใส่หมวกนั่งหันหลังให้ฟังเพลงสบายอารมณ์ เธอหมั่นไส้เดินเข้าไปทุบต้นคอดังพลั่ก!

“ชิลล์ไปไหมตาเฒ่าเลี้ยงแกะ”

ชายคนนั้นคลำต้นคอหันกลับมา กลายเป็นหนุ่มหล่อบาดใจ ดาราวรรณตกใจแต่ก็ตะลึงในความหล่อพยายามอธิบายว่าตนไม่ได้ตั้งใจทุบเขาแต่จะทุบอีกคน หนุ่มหล่อไม่เชื่อถามว่าโรคจิตหรือเปล่าเนี่ย?

“ใช่ครับ เมียผมมีปัญหาทางจิต!” ดนัยเทพแทรกเข้ามา ดาราวรรณหันขวับขยับจะด่าก็ถูกดนัยเทพคว้าไปกอด “โธ่...ที่รักจ๋า ผมบอกแล้วไงว่าอย่าลืมกินยา แล้วอย่าเที่ยวออกมาเดินเพ่นพ่านอาละวาดคนอื่น ทำไมไม่ฟังกันจ๊ะ” ดาราวรรณด่าว่าเขาสิโรคจิต เป็นพวกไอ้แอบ “ด่าผมแบบนี้ต้องลงโทษกันซะหน่อยแล้วที่รัก... นี่แน่ะ” สิ้นเสียงก็หอมแก้มฟอดใหญ่ ถูกเธอด่า ไอ้ทุเรศ...มาหอมแก้มทำไม

“ท่าจะบ้าทั้งคู่ หึ...”

หนุ่มหล่อถอนใจมองอย่างสมเพชแล้วผละไป ในขณะที่ดาราวรรณก็ดิ้นไปด่าไปทุบไป แต่ถูกดนัยเทพจับแขนตรึงไว้ เตือนว่าอายุมากแล้วอย่าอารมณ์เสียเดี๋ยวไม่ได้ลงจากคานนะ เธอโต้ว่าคานของตนฝังเพชรไม่อดอยากหรอก

ดนัยเทพกระซิบว่าต่อให้ฝังเพชร แต่แน่ใจหรือว่าจะน่าอยู่กว่าในหัวใจตน ถูกแหวะใส่บอกว่าไม่สน

“เอาน่าคุณน้า เราสองคนควรจะหันหน้ามาคุยกันดีๆ คุณคงไม่อยากเห็นกุหลาบขาวกับแมวตาเพชรหลานรักของเราทั้งสองคนต้องผิดใจกันจนกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันไปตลอดชีวิตหรอกใช่ไหม?”

เจอคำถามนี้ ดาราวรรณเงียบไปอย่างยอมรับโดยปริยาย

ooooooo

กันยิกาขี่มอเตอร์ไซค์ตะบึงไปที่ร้านเพชรไวโอลิน พอจอดรถถอดหมวกกันน็อกก็สะบัดผมสยาย มองไปในร้านด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายแล้วตรงเข้าไปทันที

ดนุภพกำลังขายเพชรอยู่ เห็นกันยิกาเดินอาดๆ เข้ามาก็นึกในใจว่ามาแบบเปิดหน้าชนกันเลยหรือ กันยิกาถูกการ์ดเรียกตรวจค้นอาวุธ เธอยอมให้ตรวจโดยดี แต่พูดท้าทายอย่างมีเลศนัยว่า ตรวจให้ละเอียด ระวังอย่าให้มีอะไรหลุดรอดสายตาไปได้

ดนุภพปล่อยให้การ์ดตรวจ เมื่อเครื่องตรวจไม่ส่งสัญญาณอะไรจึงปล่อยให้เข้าไป

ลูกค้าคนหนึ่งกำลังดูกำไลเพชร ถามดนุภพว่า อันนี้ราคาเท่าไหร่ พริบตานั้นกำไลถูกฉกไปอยู่ในมือกันยิกาแล้ว เธออ้างว่ากำไลอันนี้ตนซื้อแล้ว

“อะไรเนี่ย...อยู่ๆก็มาแย่งไปจากมือ” ลูกค้าไอโซโวย

“ไม่ได้ยินเหรอคะ ฉันบอกว่าซื้อแล้ว วันนี้ฉันเหมาหมดทั้งร้าน! รวมทั้งเจ้าของร้านด้วย”

ดนุภพเห็นท่าแม่เสือสาวเอาเรื่องแน่ จึงขอโทษลูกค้าวันนี้ขอปิดร้านก่อนเวลา พูดเอาใจว่าเชิญโอกาสหน้าแล้วจะลดราคาให้พิเศษเป็นการชดเชยที่ทำให้ทุกท่านเสียเวลาในวันนี้ ลูกค้าจึงทยอยกันออกจากร้าน ดนุภพเดินไปส่งที่ประตู

กันยิกาอยู่ในร้าน เธอใส่กำไลเต็มแขน หยิบแหวนในถาดที่ดนุภพเอามาให้ลูกค้าเลือกใส่ทั้งสิบนิ้ว แล้วกรีดมือมองอย่างพอใจ ดนุภพเดินกลับมาถามว่า เธอจะเหมาทั้งร้าน แน่ใจหรือว่ามีปัญญาจ่าย เธอหันมองบอกว่าแหวนสองวงนี้เพชรเกรดต่ำมาก ขอจ่ายแทนด้วยไอ้นี่!

พริบตานั้นเธอสะบัดมีดสั้นออกจากแขนเสื้อทั้งสองข้างลงฝ่ามือแล้วขว้างมีดพร้อมแหวนใส่เขา รวดเร็วปานสายฟ้า

ดนุภพเบี่ยงตัวหลบ มีดพุ่งไปปักแหวนทั้งสองวงติดผนังด้านหลังเขา การ์ดเห็นอาวุธก็ตกใจ ถูกกันยิกาเย้ยว่า

“เตือนแล้วว่าให้ตรวจอาวุธดีๆ อย่าให้มีอะไรหลุดรอดสายตาไปได้”

ooooooo

ดาราวรรณกับดนัยเทพยืนเผชิญหน้ากัน หยอกหยิกจิกกัดกันไปมา ดนัยเทพถูกดาราวรรณด่าอย่างเจ็บแสบว่า

“เบื้องหน้าเป็นไฮโซ เบื้องหลังเป็นโจร หึ! เพชรที่อยู่ในร้านจิวเวลลี่ของคุณก็คงเป็นของที่ขโมยมาสินะทำมาหากินแบบนี้ ไม่ละอายแก่ใจบ้างเหรอ”

ดนัยเทพชี้แจงว่า เธอเข้าใจผิด เพชรในร้านก็ส่วนเพชรในร้าน ส่วนเพชรที่กุหลาบขาวออกปล้นนั้น ล้วนเป็นเพชรที่ถูกขโมยมาทั้งสิ้น ยืนยันว่า “กุหลาบขาวเอาไปคืนเจ้าของเหมือนกับที่แมวตาเพชรทำเดี๊ยะเลย”

ดาราวรรณไม่เชื่อเยาะเย้ยว่าจะบอกว่าพวกเขาอาหลานเป็นโจรผู้ผดุงความยุติธรรมเหมือนคู่ตนกับแมวตาเพชรหรือ?

“ทุกคนมีเหตุผลในการเลือกทางเดินทั้งนั้น แต่บางทีมันก็เลือกไม่ได้ถ้าโชคชะตาขีดเส้นไว้ให้เราเดิน”

ดาราวรรณทำหน้าเหม็นเบื่อประโยคเฝือๆนั้น ดนัยเทพหน้าสลดบอกว่า “แล้วคุณจะเข้าใจหลานผม ถ้าคุณเคยสูญเสีย”

ดาราวรรณชะงักกึก ย้อนถามว่าทำไมตนจะไม่เคย ดนัยเทพทอดสายตาไปที่แม่น้ำ เล่าด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดว่า

“เจ้าดนุภพน่ะ เคยสูญเสียสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวถึงสองครั้ง เมื่อสูญเสียไปแล้ว ก็เอามันกลับคืนมาไม่ได้ ที่พวกเราทำไปก็แค่สนองความต้องการของตัวเอง ได้สุขใจที่เห็นเพชรกลับคืนสู่เจ้าของ ได้กลับไปเจอครอบครัวของมันอีกครั้ง”

ดาราวรรณฟังแล้วน้ำตารื้น ถามว่า “ที่พวกคุณทำเพื่อนำเพชรกลับคืนสู่ครอบครัว แต่สำหรับฉันกับยิกา เราทำเพื่อให้เพชรนำเรากลับไปสู่ครอบครัวของเรา”

“ดาราวรรณ...เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวคุณ?” ดนัยเทพเห็นน้ำตาก็สะเทือนใจไปกับเธอด้วย เมื่อเธอเล่าให้ฟัง เขาสรุปว่า “จากที่คุณพูด ผมเดาเอาว่า การที่ยิกาต้องกลายเป็นแมวตาเพชรก็เพื่อตามหาครอบครัวที่พลัดพรากจากกัน”

“ยิกากำลังตามหาพี่ชายที่ต้องหนีไปหลังจากพ่อแม่ถูกฆ่า” ดนัยเทพตกใจถามว่าใครเป็นคนฆ่า? “ฉันกับยิกาก็อยากจะรู้ว่ามันเป็นใคร มันเอาเพชรมาให้พ่อแม่ของยิกาโมดิฟายเป็นเครื่องประดับอย่างอื่นเพื่อที่จะหลบเลี่ยงกฎหมาย แต่พ่อแม่ยิกาไม่ยอมทำตามที่มันสั่งเพราะรู้ดีว่าเพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรที่ถูกปล้นฆ่ามาอย่างนองเลือด มันก็เลยแค้น บุกมาที่บ้านจะฆ่าปิดปากเราทุกคน แต่ฉันกับยิกาถูกบอดี้การ์ดพาหนีรอดมาได้”

ดาราวรรณเล่าอีกว่า มันตามล่าเราและพี่ชายของกันยิกาที่เรียนอยู่ต่างประเทศ จนเราต้องพลัดพรากกันทิ้งบ้านทิ้งตัวตนทำตัวหายสาบสูญจากโลกนี้เป็นสิบๆปี เธอเล่าด้วยความแค้นว่า

“แล้ววันนี้ ถึงเวลาแล้ว เราถึงกลับมาตามล่าหาเพชรเพชฌฆาตเม็ดนั้น ถ้าใครครอบครองอยู่ มันต้องเป็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ยิกาแน่ๆ”

ฟังดาราวรรณแล้ว ดนัยเทพเอะใจถามว่านั่นคือครอบครัวนักเจียระไนเพชรเมื่อเกือบยี่สิบปี ถ้าอย่างนั้นกันยิกาก็คือลูกสาวของครอบครัวที่หายสาบสูญไป ดาราวรรณตกใจที่ตนพลั้งปากเล่าให้คนแปลกหน้าฟังมากเกินไป

“ตรงข้าม...ผมไม่ใช่คนแปลกหน้า! ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนเลย ผมเป็นอาของเพื่อนรักปราการ แล้วผมก็ยังรู้ด้วยว่าคุณคือน้าเล็กของปราการ”
ดาราวรรณตะลึง! ดนัยเทพดึงเธอไปกอดหมุนไปรอบๆ ร้องอย่างตื่นเต้นดีใจสุดๆ

“เยส! ดีใจจริงๆที่ผมเป็นคนหาคุณพบ ยิ่งกว่าค้นพบบ่อเพชรเสียอีก!”

ooooooo

ที่ร้านขายเพชรไวโอลิน กันยิกายังเผชิญหน้ากับดนุภพอย่างตึงเครียด เธอถูกการ์ดสองคนรุมจับฐานมีอาวุธ แต่ก็ถูกเธอเล่นงานหงายไปคนละทาง

“เจ็บแค้นผมไปลงที่ลูกน้องผมทำไมครับ อยากเอาคืนมาลงที่ผมนี่” ดนุภพก้าวเข้ามา

กันยิกาชูมือสองข้างที่ใส่แหวนเพชรทั้งสิบนิ้วและใส่กำไลเพชรเต็มแขน บอกว่าถ้าอยากได้ของคืนให้ตามมาเอาแล้วจะเดินออกไป ดนุภพรีบคว้าตัวไว้

กันยิกาเล่นบทบู๊ทันที เขาไม่กล้าตอบโต้เกรงเครื่องเพชรจะเสียหายจึงโดดไปหลังเคาน์เตอร์ พอหันดูอีกทีกันยิกาก็วิ่งออกจากร้านไปแล้ว

ดนุภพวิ่งตามไปขู่ว่าถ้าจับได้จะไม่เอาคืนแค่เพชร กันยิกากระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่หนี ดนุภพโดดขึ้น

บิ๊กไบค์ไล่ตามทันที รถสองคันไล่ตามกันฉวัดเฉวียนเอาเป็นเอาตาย ฝีมือขั้นเทพทั้งคู่ เป็นภาพที่ทั้งสวยงามและน่าหวาดเสียว

กันยิกาหลบเข้าลานจอดรถ ดนุภพไล่ตาม เธอจึงขี่วนขึ้นตึกไป เสียงมอเตอร์ไซค์กระหึ่มลั่นไปจนถึงชั้นบนสุดซึ่งไม่มีรถจอดอยู่เลย ดนุภพตามขึ้นมาไม่เห็นกันยิกาก็ลงจากรถมองหา ทันใดนั้นเสียงกันยิกาก็ดังขึ้นจากข้างหลังเขา

“ไอ้โจรปล้นเพชรเห็นแก่ตัว ไอ้นักล่ารางวัล จะทำอะไรก็เรื่องของแก แต่อย่ามาเกะกะขัดขวางอุดมการณ์ของฉัน”

“อะไรคืออุดมการณ์ของแมวตาเพชรเหรอถ้าไม่ใช่เงินรางวัล ชื่อเสียง คุณถึงได้ใช้เสน่ห์ความสวยของคุณปูทางพาตัวเองเข้าสู่วงสังคมไฮโซผู้หลงใหลคลั่งไคล้เพชรได้อย่างแนบเนียน”

กันยิกาถอดแหวนเพชรที่นิ้ววงหนึ่งยื่นไปนอกตึก ดนุภพตาเหลือกร้องลั่น เธอปล่อยแหวนจากมือไปอย่างเลือดเย็นบอกว่าแค่นี้ยังไม่เท่าไหร่อย่าเพิ่งร้องแล้วถอดอีกวง จ้องหน้าเขาน้ำตาคลอ ระบายความแค้นที่อัดอั้น...

“สังคมไฮโซคลั่งเพชรจอมปลอม ทุกคนอยากมี อยากได้ อยากครอบครองเพชรล้ำค่า โดยไม่สนว่ามันจะต้องปล้นฆ่าคนสักกี่คน ฆ่าได้แม้กระทั่งคนบริสุทธิ์อย่างพ่อแม่ฉันอย่างเหี้ยมโหดที่สุด!”

เห็นน้ำตาและฟังเรื่องสะเทือนใจ ดนุภพสลดถามว่าพ่อแม่เธอเป็นใคร ถูกตวาดกลับมาว่า “คนที่คุณฆ่าไง!”

“ผมไม่เคยฆ่าใคร ผมไม่ใช่คนฆ่าพ่อแม่คุณ กุหลาบขาวไม่เคยฆ่าใคร”

กันยิกาไม่สนใจ ถอดแหวนเพชรหย่อนลงไป

อีกวง ดนุภพเขยิบเข้าหาขอให้หยุดก่อน แต่เธอกลับถอดกำไลเพชรที่ข้อมือยื่นออกไปนอกตึกอีก

“ยิกา!! เดี๋ยวๆพ่อแม่คุณเป็นใคร พ่อแม่คุณอาจเป็นคนที่ผมรู้จัก ยิกา!!”

“เรียกอยู่ได้รำคาญ” กันยิกาเขวี้ยงกำไลเพชรไปกลางอากาศ มองหน้าเขาถามว่า “ทีแบบนี้หน้าซีด เสียดายรึไง”

“เดี๋ยวก่อน! ตอบผมมาพ่อแม่คุณถูกฆ่าตายยังไง เหมือนที่มหาราชามาคัสถูกฆ่าใช่ไหม ถูกเหล็กแหลมแทงทะลุถึงหัวใจ” กันยิกาบอกว่าอย่าหลอกถามให้ยาก ตนไม่บอก “ไม่อยากตอบ ถ้างั้น...คุณมีพี่ชายอยู่คนนึงใช่ไหม”

กันยิกาปกปิดว่าเกิดมาตนไม่เคยมีพี่ชาย เขาแกล้งบ่นว่า “ผมก็อุตส่าห์หวังว่า คุณคือน้องสาวของพี่ปราการ”

“พี่ปราการ! คุณรู้จักชื่อนี้ได้ยังไง ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้นะ คุณรู้จักได้ยังไง?” กันยิกาน้ำตาปริ่มขึ้นมาทันที

“ผมไม่ใช่แค่รู้จัก แต่พี่ปราการเป็นเพื่อนรักของผม พ่อแม่ของพี่ปราการมีพระคุณกับผมมาก ช่วยเหลือเมตตาเด็กกำพร้าอย่างผมเหมือนเป็นพ่อแม่คนที่สองของผมเลย”

กันยิกานิ่งยังไม่เชื่อ ดนุภพย้ำว่า “ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าคุณมีพี่ชายชื่อปราการ! แล้วถ้าคุณคือน้องบุษ คุณต้องจำผมได้ นายหัวตั้งที่ชอบแกล้งคุณไง”

“นายหัวตั้ง!”

กันยิกาจำได้ทันทีว่า ในวัยเด็กผมเขาใส่เจลจนหัวตั้งและชอบแกล้งตน ครั้งหนึ่งเธอวาดรูป เขามาดูติว่ายังไม่สวย แล้วคว้าไปบอกว่าจะเติมให้สวย เขาเติมรูปแมวดำที่เธอวาดให้คาบดอกกุหลาบขาวในปาก พอดูเธอโวยวายอย่างขัดใจ

“อี๋ย์...ดอกกุหลาบขาวเห่ยมากเลย ไม่เอา ไม่เข้ากับรูปแมวตาเพชรเลย ลบออกเดี๋ยวนี้...”

เขาไม่ยอมลบออก เลยถูกไล่ตี ปราการมองทั้ง สองที่เจอกันทีไรเหมือนขมิ้นกับปูนทุกที ทั้งขำทั้งเอ็นดู

เมื่อจำอดีตได้ กันยิกาดีใจมากบอกว่าเหมือนได้เจอคนในครอบครัวอีกครั้ง ดนุภพบอกว่าถ้าปราการรู้จะดีใจขนาดไหนที่ตนเจอน้องสาวที่เขากำลังตามหา กันยิการบเร้าให้รีบพาไปพบพี่ชาย ดนุภพเล่นตัวถามว่า

“ถ้าผมบอกคุณแล้ว ผมจะได้รางวัลอะไรตอบแทนจากแมวตาเพชรล่ะ?”

กันยิกาโผกอดและจุ๊บเขาทีหนึ่งทันที...

ฝ่ายดาราวรรณกับดนัยเทพ พอต่อกันติดดาราวรรณก็ถามถึงปราการด้วยความเป็นห่วงและคิดถึง บอกว่าตนอยากเจอหลานชายพาไปพบได้ไหม ดนัยเทพกระตือรือร้นจะพาไปทันที

“เดี๋ยวค่ะ!!” ดาราวรรณเรียกไว้ พอเขาหันมา เธอโผกอดอย่างซึ้งใจขอบคุณที่ทำให้ตนได้พบหลานชายที่หายไปเป็นสิบปีแล้ว

“ผมยินดีและดีใจมากที่ได้ช่วยให้คุณหลุดจากทุกข์มีความสุขเสียที ไปเถอะครับผมอยากให้คุณได้เจอหลานแล้ว”

ดนัยเทพโอบไหล่ดาราวรรณเดินไปด้วยกันอย่างแนบชิด...

ooooooo

เมื่อพาเสาวนุชไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ได้ เอกราชจึงติดต่อนพดลให้ไปรักษาเธอที่คอนโดตน

นพดลตรวจรักษาแล้วจัดยาให้ กำชับให้กินยาตามเวลา ถ้ามีอาการอะไรให้เอกราชโทร.บอกเพราะเธอบอบช้ำมาก ดีที่กระดูกไม่หัก ขณะเอกราชเดินไปส่งนพดล เสาวนุชจิกตาคำรามแค้น...

“ไอ้พวกหมาหมู่ ฉันไม่ยอมเจ็บตัวฟรีหรอก แกรู้จักเสาวนุชน้อยไป!”

เอกราชขอโทษนพดลที่ตามตัวมาช่วยกะทันหัน นพดลบอกว่าตนเรียนหมอมาไม่ได้เพื่อรักษาคนไข้

ในโรงพยาบาลอย่างเดียว ตนอยากช่วยเหลือทุกคนที่เดือดร้อน อยากรักษาชีวิตทุกคนไว้ให้รอดจากความตาย ทดแทนที่ตนไม่ได้อยู่ช่วยเหลืออะไรพ่อแม่ตัวเองในวันที่ท่านถูกฆ่า

“ผมเข้าใจพี่ ผมเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามทุกวิถีทางที่จะจับคนร้ายที่ฆ่ามหาราชามาคัสให้ได้ ผมมั่นใจ ถ้าจับคนร้ายได้ มันต้องเชื่อมโยงกับคดีพ่อแม่พี่แน่”

“หรือมันอาจจะเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ฆ่าพ่อแม่ฉันก็ได้ วิธีที่มันลงมือฆ่าเป็นคนคนเดียวกัน มีอะไรโทร.มานะ”

“ขอบคุณมากครับพี่ปราการ”

ส่งนพดลแล้ว เอกราชเดินกลับห้องบอกเสาวนุชว่าเธอต้องพักที่ห้องนี้อีกนาน เดี๋ยวตนจะแวะไปเอาข้าวของมาให้ เธอต้องทำให้เหมือนตายไปแล้วจริงๆ เสาวนุชถามเขินๆว่า ตนต้องอยู่กับเขาที่นี่หรือ

“ไม่อยู่กับฉันแล้วจะอยู่กับใคร นี่คือมาตรการพิทักษ์พยาน ฉันทำตามหน้าที่ ไม่ต้องคิดมากหรอก”

เธอบอกว่าไม่อยากรบกวนเขา เอกราชย้ำว่ามันเป็นหน้าที่ เสาวนุชน้อยใจถามว่าที่เขาไปช่วยตนก็ทำตามหน้าที่หรือ

“ผมเป็นตำรวจก็ต้องปกป้องประชาชนทุกคน”

“ดี...รู้เอาไว้แบบนี้ก็ดี...” เสาวนุชเสียงแผ่ว...ปร่า...

เอกราชถามว่าเธอไปที่ผับวีโว่ทำไม เธอเล่าว่าตนไปทำข่าว วรุฒเป็นคนบอกว่าเขาไปตรวจค้นผับวีโว่ตนจึงตามไป ขณะที่วรุฒบอกนั้นจ่าฉิวก็ยืนอยู่ด้วย เอกราชถามว่าแล้วดนุภพล่ะ?

“คุณดนุภพเขาโทร.หาฉัน ฉันเป็นคนบอกให้เขาตามไปเอง เดชะบุญนะที่เขาตามฉันไป ไม่งั้นฉันก็ไม่รอดหรอก งานนี้เห็นชัดๆว่า ผู้กองวรุฒร่วมมือกับคนที่ต้องการจะเก็บฉัน ล่อฉันไปที่ผับวีโว่ แค้นจริงๆเลย”

ฟังเสาวนุชเแล้ว เอกราชพุ่งเป้าจะสืบเรื่องนี้จากวรุฒ

ooooooo

คืนนี้ขณะนพดลจะไปเอารถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ด้านหลังโรงพยาบาล มีเสียงไลน์เข้า พอเปิดดูเขาตกใจ

เป็นไลน์จากพิมพ์ชลคร่ำครวญชีวิตกำพร้าที่โดดเดี่ยวถูกกีดกันชีวิตนี้มีแต่หมอเท่านั้นเป็นที่พึ่งและความหวัง บอกว่าขณะนี้ตนอยู่ที่ดาดฟ้าตึกโรงพยาบาลอยากเจอหมอเป็นครั้งสุดท้าย ส่งไลน์แล้วก็ยิ้มมั่นใจว่า หมอจะทนดูตนจากไปต่อหน้าต่อตาได้ก็ให้มันรู้ไป

เวลาเดียวกัน ดนุภพและดนัยเทพพาสองน้าหลานมาถึงโรงพยาบาลอย่างตื่นเต้น ดนุภพย้ำกับสองน้าหลาน

ว่าอย่าเผลอเรียกปราการ เพราะเขาเปลี่ยนชื่อเป็นนพดลแล้ว ดาราวรรณสะดุดหูเพราะชื่อตรงกับหมอนพดลที่พิมพ์ชลปลื้ม

ดนัยเทพกับดนุภพคุยกันว่านอกจากที่โรงพยาบาลแล้วก็ไม่รู้จะไปหาปราการได้ที่ไหน ดนุภพจึงโทร.เข้ามือถือ

เป็นเวลาที่นพดลกำลังรอลิฟต์อย่างร้อนใจจะรีบขึ้นไปหาพิมพ์ชลที่ไลน์บอกว่ากำลังจะโดดตึกฆ่าตัวตาย พอมีสายเข้าเขานึกว่าเป็นพิมพ์ชลพึมพำอย่างร้อนใจว่า “พิมพ์ชล ผมกำลังมาหาคุณแล้ว อย่าทำอะไรลงไปนะ”

แต่พอกดดูกลายเป็นดนุภพโทร.มาเขาไม่มี

แก่ใจจะรับสายใคร พอลิฟต์ขึ้นถึงชั้นสุดท้ายก็วิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าทันที

ดนุภพบอกทุกคนว่าปราการไม่รับสาย ดนัยเทพให้โทร.ถามเจ้าหน้าที่ว่าปราการอยู่ที่โรงพยาบาลหรือเปล่าดาราวรรณบอกว่าตนจะโทร.ถามเด็กที่บ้านดูเผื่อเขาอยู่เวรดึกอาจเจอกับหมอนพดลก็ได้

พิมพ์ชลเห็นดาราวรรณโทร.มาก็บ่นหัวเสียว่าโทร.มาทำไมตอนนี้ ชอบขัดจังหวะชีวิตตนทุกทีเลย ก็พอดีนพดลขึ้นมาถึงเขาร้องเรียกพิมพ์ชล เธอตัดสายจากดาราวรรณทันที นพดลวิ่งเข้าไปกอด ดึงเธอออกจากขอบตึก

“คุณอย่าทำร้ายตัวเองนะ ผมมาหาคุณแล้ว”

“หมอ...” พิมพ์ชลร้องไห้ดีใจกอดเขาแน่น

พิมพ์ชลถูกดุว่าทำไมโง่อย่างนี้ เห็นชีวิตตัวเองไม่มีค่าเลยหรือไง เธอยิ่งดราม่าคร่ำครวญไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว

“ผมไม่ยอมให้คุณทำร้ายตัวเองหรอก รู้ไหมว่าสำหรับผม การมีชีวิตอยู่มันสำคัญแค่ไหน ต่อให้โดดเดี่ยวหนาวเหน็บไม่มีใครมองเราก็ต้องอดทนอยู่สู้ต่อไป เพื่อสักวันเราจะได้เจอคนที่เรารัก แล้ววันนั้นมันจะมีค่าที่สุดสำหรับเรา”

พิมพ์ชลกอดเขาแน่นบอกว่าตอนนี้ตนเจอคนที่รักแล้ว นพดลอึ้งกับการรวบหัวรวบหางของเธอซ้ำรำพันว่าถ้าไม่มีเขาตนก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร นพดลกอดเธอไว้บอกว่าจะไม่ปล่อยเธอไปไหนทั้งนั้นจะดูแลเธอเอง ให้มาอยู่กับตนที่นี่เลย

พิมพ์ชลแอบยิ้มสมหวัง บอกตัวเองว่าหมอเป็นของตนแล้ว ไม่มีใครมาแยกหมอไปจากตนได้อีกแล้ว นพดลจูงมือเธอลงลิฟต์มาที่ตึกจอดรถ
ดาราวรรณผิดหวังมากเมื่อโทร.หาพิมพ์ชลแล้วเธอไม่รับสาย สองน้าหลานกับสองอาหลานช่วยกันเดินหานพดลในโรงพยาบาล ดนุภพเดินมาทางลิฟต์เห็นหลังนพดลแว้บๆ แต่เรียกไม่ทันเห็นเขาเดินหายไปทางลานจอดรถ พอวิ่งตามไปเห็นนพดพขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปแล้ว ตะโกนเรียกก็ไม่ได้ยิน...

สองน้าหลานเสียใจมากที่จะได้เจอปราการอยู่แล้วแต่ก็คลาดกันและไม่มีใครรู้ด้วยว่าเขาอยู่ที่ไหน

กันยิกาผิดหวังร้องไห้ ดนุภพปลอบว่าเดี๋ยวก็ได้เจอ อย่าร้องไห้ตนจะหาให้ได้ว่าปราการพักอยู่ที่ไหน

นพดลพาพิมพ์ชลขึ้นไปที่ห้อง พูดออกตัวว่าห้องอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ถ้าเธอยังร้องไห้อยู่ก็จะไม่พาเข้าห้อง

“เราต้องสัญญากันก่อนถ้าก้าวเข้าในห้องนี้แล้ว คุณต้องไม่ร้องไห้ให้ผมเห็นอีก”

“สัญญาค่ะ หมอจะไม่เห็นน้ำตาพิมพ์ชลอีกแล้ว เราจะอยู่กันด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข”

พิมพ์ชลมีความสุขมาก เธอจับมือหมอเดินเข้าห้องราวกับจูงมือกันเข้าเรือนหอ เธอพยายามทำให้เหมือนชีวิตครอบครัว จะทำอาหารกินกัน แต่ในห้องไม่มีอะไรสำรองเลย จึงออกไปร้านสะดวกซื้อข้างคอนโด

ooooooo

ระหว่างที่พิมพ์ชลลงไปซื้อของนั่นเอง นพดลได้รับโทรศัพท์จากดนุภพ เขาแปลกใจว่าดนุภพรู้เบอร์โทร.ที่อยู่ตนได้อย่างไร ดนุภพตัดบทถามว่า

“เอางี้ พี่อยากรู้เรื่องนั้นหรืออยากรู้เรื่องน้องบุษกับอาเล็กมากกว่ากันผมจะได้ตอบได้ถูก” นพดลดีใจมากถามว่าได้ข่าวน้องบุษกับอาเล็กแล้วหรือ

“ถ้าอยากรู้รายละเอียด จะให้ผมขึ้นไปหาพี่บนห้องหรือว่าพี่จะลงมาหาผมเดี๋ยวนี้”

นพดลชะงักบอกว่าข้างบนไม่สะดวกเพราะมีเพื่อนอยู่ด้วยเป็นฝ่ายรีบลงไปหา ชวนไปคุยกันที่มุมลับตา

ฝ่ายพิมพ์ชลไปหาซื้อของคิดเมนูสเต๊กอกไก่กับสลัดผลไม้ฉลองวันแรกกับนพดลอย่างมีความสุข ซื้อเสร็จเดินมาถึงคอนโดเห็นไฟที่ห้องยังปิด เธอยิ้มอิ่มเอมพึมพำ

“รออีกแป๊บนะคะหมอ พิมพ์ชลกำลังกลับแล้ว คืนนี้จะเป็นคืนที่มีความสุขที่สุดของเราทั้งคู่”

ตอนที่ 6

รถแวนสีดำพุ่งเข้ามาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินตึกมาดามหลิน อีกฟากในความสลัว แมวตาเพชรวิ่งตีคู่มากับรถแวนราวกับลอยมา อีกด้านดาราวรรณในคราบแม่เสือสาวบังคับสเก็ตบอร์ดไฟฟ้าวิ่งฉิวตามรถไปอย่างพลิ้ว

แมวตาเพชรและแม่เสือสาว ปฏิบัติการอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ข้อมูลจากอานุภาพบอกทุกขั้นตอนว่า...

“เพชรสีรุ้งทั้ง 7 ถูกโจรกรรมและมาเก็บไว้ที่ตึกของมาดามหลินหัวหน้าขบวนการ เพื่อรอปล่อยประมูลออนไลน์ทางตลาดมืดทั่วโลกในวันพรุ่งนี้ ห้องเก็บเพชร... มีลิฟต์ใต้ตึกตัวเดียวเท่านั้นที่จะขึ้นไปถึงชั้น 12 ได้”

ทันใดนั้น ทั้งสองเห็นการ์ดสาวสองคนรูปร่างอ้อนแอ้นก้าวลงจากรถแวนสีดำ อาวุธครบมือ แววตาเหี้ยม ซึ่งแมวตาเพชรและแม่เสือสาวมีข้อมูลจากอานุภาพมาแล้วว่า...

“มีการ์ดสาวมือดีสลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาคอยคุ้มกันเพชร ทุกเที่ยงคืนเป็นเวลาที่หัวหน้าการ์ดจะมาสับเปลี่ยนเวรยามกัน”

การ์ดสาวเดินไปที่ประตูทางเข้าตึก มีการ์ดสาวอีกสองคนเดินออกมา คนหนึ่งถอดสร้อยที่มีคีย์การ์ดเป็นแท่งที่คอให้ผู้มาใหม่เป็นการส่งมองหน้าที่ สองคนที่มาใหม่ก้าวเข้าตึกไป และสองคนเก่าก็ออกจากตึกขึ้นรถแวนออกไป

แมวตาเพชรและแม่เสือสาว พากันวิ่งตรงไปที่ทางเข้าตึก เงียบ เร็ว ราวปาฏิหาริย์ แต่การ์ดทั้งสองยังได้ยินหันขวับมาชักปืนจะยิง แต่สองสาวที่เหนือชั้นกว่า จัดการอย่างรวดเร็วใช้แท่งช็อตไฟฟ้าขนาดเท่าปากกาช็อตที่ต้นคอ สองการ์ดกระตุกร่วงหมดสติไปทันที พลันก็คิดถึงคำบอกเล่าทางขึ้นห้องเก็บเพชรจากอานุภาพว่า...

“ลิฟต์ขึ้นห้องเก็บเพชร ตั้งระบบซิเคียวริตี้ไว้อย่างรัดกุมแน่นหนา ไม่มีปุ่มเปิดปิดประตูเข้าลิฟต์ ต้องสแกนลายนิ้วมือและม่านตาของหัวหน้าการ์ดเป็นรหัสเปิดประตูเท่านั้น”

แมวตาเพชรจับมือการ์ดสาวขึ้นมาฉีดสเปรย์ ส่วนแม่เสือสาวดึงแว่นกระจกใสขึ้นมาใส่สแกนม่านตาการ์ดอีกคน

ครู่เดียวแมวตาเพชรก็ได้ลายนิ้วมือการ์ดจากซิลิโคนที่สเปรย์ไว้ สองน้าหลานยิ้มให้กันแบบว่า...ง่ายจัง!

แต่พอจะเข้าลิฟต์ก็เจอปัญหาไม่มีปุ่มกดเรียกลิฟต์ สองน้าหลานใช้ม่านตาและลายนิ้วมือการ์ดผ่านเข้าไปในลิฟต์ได้ แต่ข้างในก็ไม่มีปุ่มกดเลย แมวตาเพชรบ่นว่า มังกี้ไม่เห็นบอกเลยว่าข้างในก็ไม่มีปุ่มกดขึ้นชั้นบน ขณะมองหาอยู่ก็มีเสียงเร่ง

“กรุณากดชั้นที่ต้องการภายในเวลา 20 วินาที”

สองสาวตกใจก้มๆเงยๆหาปุ่มวุ่นวาย

ที่แท้ดนุภพกับดนัยเทพสองอาหลานจอมแสบอยู่ในห้องควบคุมวงจรปิด ทั้งสองเห็นอาการของสองสาวแล้วหัวเราะทั้งขำทั้งเอ็นดู ดนุภพพูดกลั้วหัวเราะว่า มังกี้จะไปรู้ได้ยังไงในเมื่อมังกี้เองก็ยังไม่รู้แผนทั้งหมดเลย แล้วดนุภพก็กดไมค์แปลงเสียงเป็นหญิงกดดันอีก...

“ท่านมีเวลาเหลือแค่ 12 วินาที ก่อนที่ระเบิดเวลาในลิฟต์จะทำงาน” แล้วเริ่มนับถอยหลัง

สองน้าหลานยิ่งร้อนรน เสียงนับถอยหลังจนถึง 3 กันยิกาจึงเห็นรูเล็กๆรูหนึ่งข้างประตู เธอตะปบสร้อยที่มีแท่งเหล็กห้อยอยู่ แต่ไม่ทันทำอะไร เสียงนับก็ถึงศูนย์! ระเบิดควันทำงานทันที

ดนุภพฝันหวานที่จะได้เผยโฉมแมวตาเพชรด้วยตัวเองให้เห็นกับตาว่าเธอคือกันยิกาที่แสนสวยของกุหลาบขาว พลันก็สะดุ้งเมื่อดนัยเทพตะโกนให้ดูที่จอทีวี เป็นภาพแมวตาเพชรกำลังเสียบแท่งเหล็กเข้าในรูเล็กๆ ทำให้ระบบระเบิดควันหยุดทำงานทันที

กันยิกาหมุนแท่งเหล็กตามเข็มนาฬิกา ปรากฏ ตัวเลขเรืองแสงขึ้นที่ผนัง เธอหมุนไปจนถึงเลข 12 แล้วดึงแท่งเหล็กออก มีเสียงบอกว่า “จุดหมายปลายทางของท่านคือชั้นที่ 12”

สองสาวดีใจมากยกมือตบกัน พอประตูลิฟต์เปิด ก็นึกถึงคำบอกเล่าของอานุภาพในขั้นตอนต่อไปว่า...

“และเมื่อถึงชั้น 12 ซึ่งเป็นห้องเก็บเพชร ไม่รู้ว่ามีการ์ดเฝ้าอยู่เท่าไหร่ ต้องเดาเอง หึๆ”

แต่เมื่อผ่านด่านขึ้นมาถึงชั้น 12 ที่เก็บเพชรได้แล้ว สองสาวฮึกเหิมว่ามีการ์ดสักโหลก็ไม่พอมือ แต่พอตั้งท่าจะลุยดาราวรรณก็ขอเวลานอกเติมปากให้แดงแช้ดบอกว่า “จะถูกจะแพงต้องแดงไว้ก่อน Let’s go!”

พอเดินถึงทางแยกเจอการ์ด 4 คน แมวตาเพชรกับแม่เสือสาวก็ลุยด้วยอาวุธและยุทธวิธีของตนจนการ์ดทั้ง 4 กองกับพื้น ก่อนไปดาราวรรณยังขอเติมปากแล้วโยนแท่งลิปสติกไปที่การ์ด ควันสลบกระจายฟุ้งจนการ์ดทั้ง 4 หมดสติ

พากันมาถึงหน้าห้องเก็บเพชร ก็นึกถึงคำบอกเล่าของอานุภาพว่า...

“ฝ่าด่านการ์ดมาได้ก็จะเจอห้องเก็บเพชร ก็ไม่น่าจะมีอะไรยากอีกแล้ว แค่เปิดประตูเข้าไป...”

กันยิกาจะผลักประตูเข้าไป ดาราวรรณเรียกไว้ถามว่ามันง่ายไปหรือเปล่า กันยิกาบอกว่าก็ต้องเข้าไปดูไม่อย่างนั้นเราก็ไม่รู้ กันยิกาผลักประตูเข้าไปช้าๆ เห็นตู้กระจกอยู่กลางห้อง ทั้งสองมองตะลึงเมื่อเห็น เพชรทั้ง 7 เม็ดส่องประกายรุ้งอยู่ในตู้!

ดาราวรรณเร่งให้รีบเข้าไปเอาเพชรกัน แต่พอ

กันยิกาก้าวเข้าไป ประตูก็ปิดทันที ดาราวรรณร้องโวยวายอยู่ข้างนอกให้เปิดประตู แต่ประตูล็อกไว้แน่น

ทันใดนั้น มีเสียงหัวเราะของผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง ดาราวรรณหันขวับไปเห็นดนัยเทพยืนหัวเราะเท่อยู่

“ตาแป๊ะตกปลาที่ไหนมายืนอยู่นั่น!” ดาราวรรณถาม ทำเอาดนัยเทพที่เต๊ะเท่อยู่ย้วยไม่เป็นท่าไปเลย

ooooooo

กันยิกาในคราบแมวตาเพชรถูกกักอยู่ในห้องพยายามจะเปิดประตูแต่เปิดไม่ได้ พลันก็รู้สึกมีใครเคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังหันขวับไปไม่เห็นตัว แต่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเงางู

กันยิกาละสายตาจากเงานั้น หันมาสนใจเพชรที่เป็นภารกิจครั้งนี้ เธอตั้งหลักแล้วพุ่งเข้าไปที่ตู้เพชร แต่ถูกเงานั้นวิ่งตัดผ่านหน้า ซ้ำยังขโมยจูบเธออีกด้วย เธอตกใจยกมือขึ้นจับรอยจูบกลับเห็นดอกกุหลาบขาวอยู่ในมือตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เธอเจ็บใจจนบอกไม่ถูกที่ถูกขโมยจูบแล้วยังยัดดอกกุหลาบขาวใส่มือเย้ยอีก

ทันใดนั้นไฟในห้องดับพรึบ กันยิกาตกใจถลาไปที่ตู้เพชร เธอแทบช็อกเมื่อเพชรในตู้หายไปหมดแล้ว! เธอขว้างดอกกุหลาบขาวในมือไป ตะโกน “เอาดอกของนายไป เอาเพชรมาให้ฉัน!”

“ถ้าอยากจะได้เพชรก็ต้องเอาตัวเข้าแลกหน่อย” เสียงท้าทำให้เธอยิ่งโมโหประกาศจะเลาะฟันคนพูดให้หมดปาก “โห...นั่นคำขู่เหรอ ทำไมมันเร้าใจขนาดนี้ อย่าช้าเลยครับรีบๆเข้ามา ผมรอคุณอยู่ แมวตาเพชร!”

“ฮึ่ม!” แมวตาเพชรคำรามเดือด

ส่วนนอกห้อง ดนัยเทพวิ่งเข้าหาดาราวรรณ แกล้งจับมือจับไหล่จับเอว เธอร้องโวยวายว่าถูกแต๊ะอั๋ง ขู่จะตบให้คว่ำแล้วตบผัวะเลย ดนัยเทพโดนตบก็จู่โจมหอมแก้มเอาคืน ดาราวรรณวี้ดว้ายเหวี่ยงอาวุธใส่แต่ถูกเขาจับล็อกตัวไว้

“ว้าย...จับฉันทำไมเนี่ย ปล่อยฉันนะ...” เธอโวยวายดิ้นขลุกขลัก

ในห้อง กันยิกาในคราบแมวตาเพชรเตะต่อยดนุภพอุตลุต เขาเพียงแต่พลิ้วตัวนิดเดียวก็หลบได้หมด ทำยักย้ายหลอกล่อยั่วว่า ฝีมือแมวตาเพชรมีแค่นี้หรือ เธอเลยฟาดแส้ใส่ แส้ตวัดมัดแขนเขาเลยดึงกันไปดึงกันมา ดนุภพใช้มีดที่รองเท้าตัดแส้ทำให้แมวตาเพชรที่โถมตัวดึงสุดแรง เสียหลักไปอัดกำแพงล้มแน่นิ่งไป

ดนุภพวิ่งเข้าไปชันเข่าเขย่าเรียก ทันใดเธอลืมตาฟึ่บ กระชากหน้ากากกุหลาบขาวทันที ดนุภพทะลึ่งพรวดขึ้นมือหนึ่งกุมหน้าไว้ กันยิกาถือหน้ากากกุหลาบขาวพูดอย่างผู้ชนะว่า

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าโฉมหน้าที่แท้จริงของนายจะหล่อสักแค่ไหน” พลางโยนหน้ากากกุหลาบขาวทิ้ง

“ผมก็หล่อไม่น้อยไปกว่าความสวยของคุณหรอกแมวตาเพชร” ดนุภพหัวเราะหึๆ กันยิกาช็อกเมื่อเห็นว่าหน้ากากของตัวเองอยู่ในมือเขา เธอยกมือขึ้นจะปิดหน้า ถูกเขาปราดเข้ามาจับมือทั้งสองไว้ “จะปิดหน้าซ่อนตัวเองไว้ใต้หน้ากากทำไมยิกา ผมรู้หมดแล้วว่าแมวตาเพชรคือคุณ”

“ห่ะ! ที่แท้กุหลาบขาวก็คือคุณ ดนุภพ!! เลวที่สุด คุณจงใจปล่อยข่าวเรื่องเพชรสีรุ้งบ้าบออะไรนี่ เพื่อล่อฉันมาติดกับใช่ไหม” ดนุภพยียวนว่าช่วงนี้ไม่มีเพชรหายให้ตามล่ารางวัล คิดเสียว่าเรามาฝึกวิชาแก้เหงากัน “ถ้าเหงามากไประบายกับยัยริย่าม้าคึกของนายโน่น อย่ามาระบายกับฉัน”

“ริย่าอะไรอีก ผมเลิกกับเขาแล้ว ก็เพราะคุณเป็นต้นเหตุจำไม่ได้เหรอครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้คุณต้องรับผิดชอบชีวิตผม”

ดนุภพโมเมยัดเยียดตัวเองให้กันยิการับผิดชอบ เธอไล่ไปให้พ้นสั่งเปิดประตูเดี๋ยวนี้ พลางหยิบลูกอะไรกลมๆออกมา ดนุภพถามว่าเล่นระเบิดเลยหรือ กันยิกาขึงขัง เขาจึงดีดนิ้วเปาะ ประตูเปิดทันที!

กันยิกาวิ่งไปที่ประตูก็ต้องผงะ เมื่อดนัยเทพกับดาราวรรณที่จับล็อกกันอยู่กลิ้งหลุนๆเข้ามา ดาราวรรณเห็นกันยิกาก็ตกใจถามว่าถอดหน้ากากทำไม เห็นดนุภพก็อุทาน “กุหลาบขาว!!”

“เขาคือกุหลาบขาวค่ะ เขาวางแผนล่อเรามาเปิดโปง” กันยิกาเจ็บใจ ดาราวรรณมองขวับไปที่ดนัยเทพ เขายิ้มระรื่นบอกว่า ใช่ครับ ผมเอง ดาราวรรณทั้งงง ทั้งตกใจถามว่า “นี่มันอะไรกันเนี่ย?!”

“อย่ามัวถามอยู่เลยน้า รีบไปกันเถอะ ขืนอยู่ที่นี่ต่อ ฉันต้องฆ่าใครแน่” กันยิกาดึงดาราวรรณลุกขึ้นวิ่งไป

ดนุภพกับดนัยเทพ อาหลานเจ้าเล่ห์จอมแสบ มองตามน้าหลานแสนสวยไปยิ้มกรุ้มกริ่ม

ooooooo

สองอาหลานกลับถึงบ้านอย่างเบิกบานใจ มือหิ้วถุงเสื้อผ้าที่ใช้ปลอมตัวลงจากรถ ดนัยเทพเดาขำๆว่าป่านนี้น้าหลานคงกอดคอกันร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้ว ดนุภพก็คาดว่าคงกำลังวางแผนมาเอาคืนพวกเราอยู่

“เราอาหลานก็ควรอยู่เฉยๆ ทำหล่อ แล้วรอสองสาวมาเอาคืน อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ แค่คิดก็ขนลุกซู่ แม่ทวิตตี้น้อยต้อยตีวิดของฉันกับแม่แมวตา...”

“อย่าเอ่ยชื่อออกมานะอา มีคนกำลังซุ่มดูเราอยู่!”

ดนัยเทพโอบไหล่หลานชายหัวเราะถามว่ามันซุ่มอยู่ใต้รถหรือถึงได้ยินเราคุยกัน ดนุภพบอกว่าไม่รู้ซุ่มที่ไหนแต่มีแน่ แล้วรีบพากันเข้าบ้าน

ที่นอกรั้วบ้านนั่นเอง เอกราชกับหมวดเอจอดรถซุ่มดูอยู่อย่างตื่นเต้น ส่วนสองอาหลานทำเป็นไม่รู้ พอเข้าบ้านก็รีบตรงไปเอากล้องส่องทางไกลมาส่องหาคนซุ่ม ดนัยเทพส่องในบ้านและดนุภพส่องนอกบ้าน ครู่เดียวดนุภพก็เห็นเป้าหมายซุ่มอยู่นอกรั้วใต้ต้นประดู่ แต่รถไม่คุ้น คาดว่า

“อาจจะไม่ใช่คนกันเอง แต่ถึงเป็นคนที่เรารู้จัก มันคงไม่ขับรถตัวเองมาซุ่มดูเราแน่” ดนัยเทพติงว่าใครมันจะอุตริเชื่อมโยงว่าดนุภพเจ้าของร้านเพชรเป็นคนเดียวกับกุหลาบขาว ดนุภพถามว่าอามั่นใจ? ดนัยเทพว่าชัวร์! ไม่มีทาง!

“งั้นผมก็ต้องบอกว่า มีสิ! เพราะคติของผมคือ อะไรที่คนอื่นคิดว่าเป็นไปไม่ได้ กุหลาบขาวต้องมั่นใจว่าเป็นไปได้เสมอ”

ดนัยเทพเซ็ง มองไปที่นอกรั้วเห็นไฟท้ายรถแดงแล้วเปิดไฟหน้า “เฮ้ยๆเหมือนมันกำลังจะไปแล้ว...”

เอกราชกำลังขับรถออกไป หมวดเอเดาว่าถ้าเพื่อนผู้กองเป็นกุหลาบขาวจริง ถุงผ้านั่นอาจเป็นเพชรที่เพิ่งปล้นมาก็ได้

“ถ้ามีการปล้นก็ต้องมีการแจ้งเหตุมาแล้วสิ นี่เงียบฉี่” แล้วตัดบทความขี้สงสัยของหมวด หมายมาดว่า “หึ...วันนี้จับไม่ได้วันหน้าฉันต้องจับแกให้ได้คาหนังคาเขา ไอ้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”

ฝ่ายดนุภพ ส่องกล้องดูรถที่ขับออกไปอย่างสงสัยว่าเป็นใคร ระแวงว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าติดตามของใครบางคน

ooooooo

เช้านี้ กันยิกาเดินอารมณ์ไม่ดีลงมาจะไปที่โต๊ะอาหาร พลันก็ชะงัก ได้ยินเสียงพิมพ์ชลบอกดาราวรรณที่นั่งกันอยู่ก่อนแล้วว่า อยากออกไปอยู่ข้างนอก อาจไปอยู่คอนโด แฟลต อพาร์ตเมนต์หรือบ้านเช่าก็ได้

“หนูคิดอะไรของหนูเนี่ย บ้านช่องออกจะใหญ่โตกว้างขวาง แต่อยากออกไปอยู่ห้องเล็กๆ แคบๆ” พิมพ์ชลบอกว่าคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก กันยิกาถามแทรกขึ้นว่าคับใจอะไรถึงอยู่ไม่ได้ ดาราวรรณรีบห้ามกันยิกาชวนมากินกาแฟกันดีกว่า

“ยิกาอดกลั้นไม่พูดมานานแล้วค่ะน้าดา วันนี้ต้องพูดให้รู้เรื่องกันไปเลย เราทำผิดอะไรนักหนาถึงได้ทำท่าราวกับเราเป็นฆาตกรฆ่าพ่อตัวเองงั้นแหละ”

พิมพ์ชลพูดใส่หน้าว่ารู้ตัวก็ดี ถ้าพ่อตนไม่มาเป็นการ์ดให้พ่อแม่กันยิกาก็คงไม่ตาย ตนก็ไม่ต้องกำพร้าหนีตายหัวซุกหัวซุนมาอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆอย่างนี้

“เนรคุณ!” กันยิกาฉุนขาด พิมพ์ชลคว้าแก้วกาแฟจะสาดหน้ากันยิกา แต่ถูกจับมือไว้ กาแฟร้อนๆหกลวกมือพิมพ์ชล ดาราวรรณขอร้องกันยิกาอย่าทะเลาะกันเลย พอกันยิกาปล่อยมือ พิมพ์ชลก็คว้ากระเป๋าวิ่งออกไป ดาราวรรณวิ่งตามตะโกนเรียกแต่พิมพ์ชลขับรถออกไปแล้ว

“น้าได้ยินชัดหรือยัง เขาไม่เคยซาบซึ้งอะไรเลยที่ช่วยพาเขาหนีมาด้วย...เขาเห็นเราเป็นตัวทำลายชีวิตเขา”

พิมพ์ชลขับรถไปโรงพยาบาลหน้าตาบอกบุญไม่รับ นพดลเดินคุยกับเพื่อนหมอมาเห็น เขาขอตัวจากเพื่อนเดินมาหาถามว่ามีเรื่องไม่สบายใจหรือ? พิมพ์ชลดีใจรีบพยักหน้า นพดลถามว่าเรื่องไม่สบายใจมีตนเป็นต้นเหตุหรือเปล่า

“ใช่ค่ะ เพราะเรื่องวันนั้น” พิมพ์ชลตีขลุม

นพดลขอโทษที่ทำให้เธอโกรธ พิมพ์ชลบอกว่าตนไม่ได้โกรธหมอเลย กลับดีใจที่หมอบอกความรู้สึกดีๆ แต่คนที่บ้านเห็นและโกรธมากลากตนกลับบ้าน ตนเลยไม่ทันได้ลาหมอ นพดลถามว่าแล้วเขาว่าอะไรเธอหรือเปล่า พิมพ์ชลฉวยโอกาสตีหน้าเศร้าบอกว่าตนถูกว่าทุกวันเมื่อเช้าก็ยังว่า

นพดลเห็นรอยแดงๆที่มือถามว่าโดนอะไรมา เธอทำตาแดงๆบอกว่าถูกสาดกาแฟใส่ นพดลจึงพาไปทำแผล ปลอบว่าอย่าร้องไห้ เธอยิ่งร้องไห้คร่ำครวญว่าทำไม

คนบ้านนั้นไม่ดีกับตนเหมือนหมอเลย นพดลถามว่าพวกเขาเป็นใครหรือ?

“ก็มีน้ากับหลานสาวที่เอาพิมพ์ชลมาอยู่ด้วยหลังจากที่พ่อตาย เขาไม่ได้รักและหวังดีกับพิมพ์ชล บีบคั้นใจทุกอย่าง พิมพ์ชลไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นแล้ว อยากหนีออกมาให้พ้นๆ”

เธอบีบน้ำตาจนนพดลถามว่าแล้วจะไปอยู่ไหน พิมพ์ชลได้ทีคร่ำครวญว่าตนไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เพื่อนฝูงที่สนิทก็ไว้ใจไม่ได้สักคน คนเดียวที่ตนมีคือหมอเท่านั้นที่จะช่วยให้ตนหลุดพ้นออกมาจากบ้านนั้นได้

นพดลลำบากใจ อยากจะช่วยเธอแต่ตัวเองก็มีภาระตามหาฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ เลยบอกว่านัดคนไข้ไว้ขอตัวไปก่อนวันหลังค่อยคุยกัน พิมพ์ชลหน้าเสีย ผิดหวังมาก แต่ก็หมายมาดว่าตนจะไม่มีวันปล่อยหมอหลุดมือไปเป็นอันขาด

ฝ่ายนพดลพอออกมาแล้วพึมพำขอโทษที่เวลานี้ตนยังไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตใครได้เพราะยังต้องตามล่าฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ ตามหาน้องสาวและน้าสาวให้ได้เสียก่อน

ooooooo

ตอนที่ 5

เลิกงานแล้วพิมพ์ชลจะขับรถกลับบ้าน เธอมองฟ้าที่คำรามบ่นว่าเลิกงานปุ๊บก็ครึ้มมาเชียว พลางสตาร์ตรถ แต่สตาร์ตไม่ติดพยายามจะแก้ก็แก้ไม่เป็น เลยพาลบ่นน้าดาว่าไม่ซื้อรถใหม่ให้เสียที

ขณะพิมพ์ชลปิดกระโปรงรถตัดสินใจจะกลับแท็กซี่ ก็เห็นนพดลมายืนอยู่ข้างๆ พูดเขินๆว่า

ตอนที่ 4

เสาวนุชขวัญเสีย คนแรกที่เธอคิดถึงคือเอกราช หยิบโทรศัพท์โทร.หาเขาทันที เอกราชกำลังเมาเพราะเสียใจเรื่องดนุภพ เขาอยู่กับหมวดเอที่ขับรถให้ หมวดบ่นว่าประพฤติดีมาตลอดไม่น่ามาเสียเพราะผู้หญิงเลย

“ฉันไม่ได้เสียใจเรื่องเพื่อนแย่งผู้หญิง... แต่เรื่องมันแทงข้างหลังทะลุหัวใจคือเรื่องไอ้กุหลาบขาว...” เอกราชกำลังเล่าก็พอดีเสาวนุชโทร.เข้า พอเอกราชกดรับก็ได้ยินเสียงเธอร้องขอความช่วยเหลือมาอย่างตระหนก เขาตกใจรีบไปหาที่บ้าน เห็นบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจายและเสาวนุชกำลังจัดเก็บก็รีบห้าม

ตอนที่ 3

กันยิกายังคุยกันอย่างไม่เห็นหน้ากับอานุภาพอยู่ที่ลานจอดรถ เธอหัวเราะเบาๆ พูดอย่างสมเพชว่า

“หึๆนึกว่าจะเป็นโจรมีอุดมการณ์สูงส่ง ที่แท้ก็เป็นแค่โจรปล้นฆ่าเขากิน” อานุภาพออกตัวว่าตนไม่ได้เข้าข้างกุหลาบขาว แต่ที่ได้ร่วมงานกันมาพอๆกับแมวตาเพชร จอมโจรทั้งสองมีอุดมการณ์ไม่ต่างกัน กันยิกาสวนทันทีว่าให้เขาพิสูจน์ว่ากุหลาบขาวไม่ได้ทำ ย้ำว่า “ไม่งั้นเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆเพราะฉันจะเป็นคนตามล่าเพชรละอองทะเลกลับมาคืนให้กับครอบครัวของมหาราชามาคัสให้จงได้”

ตอนที่ 2

วันนี้ที่โต๊ะอาหารค่ำคฤหาสน์เทวัญ ขณะเขานั่งทานอาหารอยู่กับโรมันและรสลินนั้น อาการป่วยก็กำเริบ มือที่ถือมีดหั่นเนื้อสั่นรัวจนมีดร่วงกระทบจาน เสียงดัง เขาร้องลั่นจิกมือที่หัวด้านขวาของตัวเองอย่างเจ็บปวด

รสลินเข้าไปยื่นมือจะจับถามว่าปวดมากหรือ ถูกเทวัญปัดมือออกตวาด

ตอนที่ 1

ในงานฉลองเบิร์ธเดย์ของเซเลบชารินซึ่งจัดที่คฤหาสน์ของเขาคืนนี้ แชนเดอร์เลียอลังการส่องแสงเรืองรองวิบวับบนเพดานฮอลล์ แข่งกับอัญมณีแพรวพราวจากเทียร่าบนหัว ต่างหูระย้า สร้อยข้อมือ แหวนของเหล่าแขกเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยทั้งบุรุษและสตรีในงาน

ที่ประตู รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอด ดนุภพก้าวลงจากรถในชุดสูทดำ ยกมือขยับเนกไทที่มีเข็มกลัดเพชรรูปไวโอลิน เพชรเม็ดโตที่แหวนกับเข็มกลัดเพชรส่องประกายวิบวับ ตามด้วยดนัยเทพสวมหมวกทรงเฟดอร่ามีสายคาดหมวกประดับเพชร มือถือไม้ตะพดหัวเป็นเพชรเม็ดเล็กๆก้าวลงมายืนข้างๆดนุภพผู้เป็นหลานอาอย่างเท่

กุหลาบตัดเพชร เรื่องย่อละคร

เทวัญ ทรชนในคราบผู้ดีมีอิทธิพลเหนือกฎหมายเมื่ออยากได้เพชรของใครก็ออกใบสั่งให้มิจฉาชีพจัดหามาให้โดยที่กฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้ แต่นอกเหนือกฎหมายก็ไม่พ้นฝีมือของ จอมโจรกุหลาบ-ขาว ยอดโจรปล้นเพชรที่พึ่งสุดท้ายของเจ้าทรัพย์ที่รับจ้างตามล่าเพชรที่ถูกขโมย กลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง โดยทิ้งกุหลาบขาวไว้เป็นสัญลักษณ์ประกาศศักดาเย้ยหยันระบบนิรภัยให้น่าอับอาย

ไม่มีใครรู้ว่าโฉมหน้าที่แท้จริงของจอมโจรกุหลาบขาว คือ ดนุภพหนุ่มเพลย์บอยรูปหล่อ เจ้าสำอาง ซึ่งรู้จักกันในฐานะดีไซเนอร์เครื่องประดับร้านเพชรไวโอลีน มีความสามารถพิเศษทางมายากลทำให้ในแต่ละครั้งของการโจรกรรม โจรกุหลาบขาวมักจะสร้างความตกตะลึงพึงเพริ่ดให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจผิดคิดว่าโจรกุหลาบขาวเป็นโจรที่มีเวทย์มนต์น่าพิศวง

ดนัยเทพ อาหนุ่มอารมณ์ดีของดนุภพ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโจรกุหลาบขาว ฉากหลังดนัยเทพคือนักประดิษฐ์อาวุธลับอุปกรณ์มายากล และอุปกรณ์โจรกรรมฝีมือเฉียบขาด ที่คอย แต่งแต้มสีสันการโจรกรรมให้โจรกุหลาบขาวนั่นเอง แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่จอมโจรกุหลาบขาวเข้าโจรกรรมเพชรชิ้นหนึ่งซึ่งมีระบบการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง เมื่อเจาะเซฟเข้าไปได้ก็ปรากฏว่าเพชรได้ถูกขโมย ตัดหน้าไปก่อนแล้ว เหลือแต่นามบัตรทองคำขาวรูปแมวตาเพชรเอาไว้ให้ดูต่างหน้าทำให้จอมโจรกุหลาบ-ขาวรู้สึกอับอายเหมือนเสือโดนเหยียบจมูก

แต่ผู้ที่ต้องปวดหัว และอับอายมากกว่าอีกคนก็คือ ร้อยตำรวจเอกเอกราช นายตำรวจหนุ่มไฟแรง ที่พึ่งจบหลักสูตร FBI จากอเมริกา เพราะในที่เกิดเหตุเอกราชก็ไม่พบหลักฐานอะไรพอที่จะสืบหาโจรได้แถมยังถูกเร่งเร้าจากผู้บังคับบัญชา อีกทั้งยังมี เสาวนุช นักข่าวฝีปากคมคอยเกาะติดจิกไม่เว้นแต่ละวัน เอกราชจึงเต็มไปด้วยความกดดัน และต้องการที่จะเอาชนะโจรพวกนี้ให้ได้

กันยิกา และ ดาราวรรณ ผู้เป็นน้าสาวทำร้านอาหารเล็กๆ เป็นฉากบังหน้า แต่ทว่าเบื้องหลังทั้งคู่คือ โจรปล้นเพชร และ แมวตาเพชร ก็คือกันยิกานั่นเอง กันยิกาต้องการสืบหาร่องรอยของฆาตกรที่ฆ่าพ่อของเธอตายอย่างโหดเหี้ยมเมื่อ 14 ปีก่อน ฉะนั้นเป้าหมายในการปล้นของเธอจึงเป็นเพชรที่พวกโจรอื่นๆ หมายปอง ทั้งนี้ก็เพื่อสืบหาร่องรอยคนร้ายที่ฆ่าพ่อเธอนั่นเอง

กันยิกาจำคนร้ายหน้าตาประหลาดที่บังคับให้พ่อของเธอเจียระไนแปลงรูปเพชรเพลิงสุริยาที่ขโมยมาจากราชวงศ์ในยุโรปแต่พ่อของเธอไม่ทำให้จึงถูกฆ่าตายอย่างทารุณ ดาราวรรณซึ่งเป็นน้าสาวได้ช่วยกันยิกาหนีรอดมาได้พร้อมพิมพ์ชล ลูกสาวบอดี้การ์ดที่พ่อถูกฆ่าตายเช่นกัน แต่ก็พลัดหลงกับนพดลพี่ชายของกันยิกา จนพลัดพรากหากันไม่เจอตั้งแต่นั้นมา


กันยิกา ดาราวรรณ และพิมพ์ชลต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆ และพยายามสืบหาร่องรอยของคนร้ายหน้าตาประหลาดเพื่อล้างแค้น ขณะที่นพดลก็เติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่ม และพยายามตามหาน้องสาวและหาฆาตกรที่ฆ่าพ่อตัวเองเช่นกัน เวลาผ่านไป ดาราวรรณก็พบว่ากันยิกาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษทาง ด้านพลังจิต ดาราวรรณจึงเตือนให้กันยิกาซ่อนความสามารถพิเศษของเธอเอาไว้ไม่แพร่งพรายให้คนอื่นรู้ เพราะเกรงภัยจะมาถึงตัว

นพดล เติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มมีอาชีพเป็นหมอ และเปลี่ยนชื่อเป็นปราการ โดยปราการและดนุภพเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่โรงเรียน ทั้งคู่มีความสนิทสนมรักใคร่กันแบบเพื่อนตาย เมื่อดนุภพรู้เรื่องอดีตของปราการก็รู้สึกเจ็บแค้นแทนและรับปากที่จะช่วยปราการสืบหาร่องรอยของฆาตกรที่ฆ่าพ่อของปราการให้ได้

อิสรียา เป็นอีกคนที่ตามหาเพชรเพลิงสุริยา พ่อของเธอคือสมุนเอกของอดีตฆาตกรหน้าอัปลักษณ์ แต่ถูกชายหน้าอัปลักษณ์ประหลาดนั้นทำร้ายเพื่อฆ่าปิดปาก ในวันเกิดสุริยคราสเมื่อ 14 ปีก่อน โดยที่เธอเองก็ไม่ทราบสาเหตุ และก่อนตายพ่อสั่งเสียให้เธอตามหาเพชรเพลิงสุริยาให้เจอ ให้เอามาครอบครองให้ได้ และให้ฆ่าเจ้านายคนนั้นแก้แค้นให้พ่อด้วย อิสรียาโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อโตขึ้นเธอก็เข้าไปคลุกคลีกับบรรดาแก๊งนักต้มมนุษย์ 18 มงกุฎทั้งหลาย ศึกษาวิชาอาชญากรรมมาสืบข้อมูลเข้าไปสู่วงการอัญมณี เพื่อจะได้เข้าถึงใครก็ตามที่เป็นเจ้าของเพชรเพลิงสุริยา

ดาราวรรณได้วางแผนที่จะจัดงานลีลาศการกุศลขึ้น โดยให้บรรดาหญิงไฮโซทั้งเมียน้อยเมียหลวง มาร่วมงานโดยให้แต่งเครื่องเพชรเม็ดใหญ่ๆ มาประชันกัน เผื่อว่าจะมีใครสวมเครื่องเพชรเพลิงสุริยามาบ้าง งานนี้ก็เป็นเป้าหมายของดนุภพและดนัยเทพเช่นกัน ในงานสองหนุ่มสองสาวได้ชนกันหน้างานด้วยความ รีบเร่ง ทำให้ดาราวรรณส้นรองเท้าหักและกระโปรงขาด กันยิการีบอาสาไปนำรองเท้าคู่ใหม่มาให้และดนุภพตามไปด้วยความติดใจ แต่ปรากฏว่ากันยิกากับดนุภพเกิดผิดใจและปะทะกันด้วยกำลัง ลีลาการต่อสู้ป้องกันตัวของเธอทำให้เขาอดคิดโยงใยไปถึงแมวตาเพชรไม่ได้

อิสรียาก็มาในงานนี้ด้วย เธอได้หว่านเสน่ห์จีบดนุภพและดนัยเทพ จนทำให้ดนัยเทพติดใจในตัวเธอ อิสรียารู้ว่าดนุภพกับดนัยเทพเป็นพ่อค้าอัญมณีคนสำคัญ เธอรีบสานต่อความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยความหวังว่าพวกเขาจะเชื่อมโยงให้เธอไปถึงเพชรเพลิงสุริยาได้แน่ๆ และเธอก็ได้พบว่ากันยิกากับดาราวรรณ เป็นอุปสรรคและคู่แข่งคนสำคัญของเธอ

กันยิกา และดนุภพต่างผิดหวังที่เพชรสีส้มซึ่งคุณหญิงภรรยาส.ส.ท่านหนึ่งที่มาร่วมงาน กลับกลายเป็นเพียงเพชรปลอมเท่านั้น บุคคลที่ผิดหวังจากงานลีลาศครั้งนี้มีอีกคนคือ พิมพ์ชล สาวน้อยในความอนุเคราะห์ของสองสาวที่เพิ่งเรียนจบและเป็นพยาบาลฝึกงาน เธอนำบัตรงานนี้ไปมอบให้ คุณหมอนพดล คุณหมอผ่าตัดคนใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกาที่เธอหลงรัก และคุณหมอก็รับปากว่าจะมา ปรากฏว่าคุณหมอกลับหายเงียบไปเลย

ที่จริงหมอนพดลก็ตั้งใจจะมางานนี้เช่นกัน แต่ระหว่างทางเขาเห็น “น้าดา” ขับรถสปอร์ตสีแดง ผ่านไป น้าดา คือ ดาลัด น้าสาวแท้ๆ ของเขาที่หายสาบสูญไปพร้อมกับบุษบากรน้องสาวคนเดียวเมื่อ 14 ปีก่อน เขาคลาดกับรถคนนั้นอย่างหวุดหวิดและพยายามขับรถวนหารถคันนั้นรอบเมืองจนมาไม่ทันงาน

เทวัญ หนุ่มหล่อมหาเศรษฐีพันล้าน ฉากหน้าคือเศรษฐีหนุ่มใจบุญที่ชอบบริจาคเงินช่วยเหลือคนยากไร้ แต่แท้จริงก็คือหัวหน้าอาชญากรร้ายที่หลงใหลความงามของเพชรและพยายามโจรกรรมเพชร ในตำนานมากมายมาครอบครองโดยมีลูกน้องคู่ใจเป็น ผู้ชายชื่อ โรมัน และผู้หญิงชื่อ รสลิน โดยทั้งโรมัน และรสลิน ต่างก็เคยเป็นทหารที่ผ่านหลักสูตรลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก (RECON) และได้รับการติดยศชั้นสูงสุดมาแล้ว ทำให้โรมันและรสลินจึงเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวของ กุหลาบขาว และแมวตาเพชร

เมื่อ 14 ปีที่แล้ว หลังจากที่เทวัญได้เพชรเพลิงสุริยามาครอบครอง เทวัญก็ค้นพบอำนาจวิเศษของเพชรโดยบังเอิญจากเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์สุริยคราส แสงเงาคราสส่องมากระทบเพชรเพลิงสุริยา แล้วสะท้อนพลังทำให้เทวัญผู้มีหน้าตาอัปลักษณ์ ย้อนวัยและเปลี่ยนโฉมตัวเองกลายเป็นชายหนุ่มหล่อ รูปงาม จากนั้นมาอำนาจของเพชรเพลิงสุริยาก็ครอบงำเทวัญจนเขากลายเป็นคนบ้าเพชร พยายามสืบหาเพชรในตำนานเม็ดอื่นๆ อีกมากมายเพื่อเพิ่มพลังอำนาจลึกลับในตัวให้มากขึ้น และเขานี่เองคือผู้ฆ่าพ่อของอิสรียา และครอบครองเพชรเพลิงสุริยา แต่บัดนี้หน้าตาเข้าเปลี่ยนไปแล้ว อิสรียาจะมีทางคลำปริศนานี้พบหรือไม่

เพชรในตำนานเม็ดต่อไปที่เทวัญหมายปองก็คือ เพชรละอองทะเล งานนี้แม้เพชรจะถูกคุ้มกันด้วยเทคโนโลยีไฮเทคแค่ไหน แต่ก็ไม่พ้นฝีมือของโรมันและรสลินไปได้ แต่งานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะกุหลาบขาวได้เข้ามาขัดขวาง ทำให้โรมันและรสลินเสียที เทวัญรีบเข้ามาช่วย ทำให้กุหลาบขาวถอยร่น แต่ขณะที่กุหลาบขาวกำลังจะเสียที แมวตาเพชรก็ปรากฏตัวมาช่วย ทำให้กุหลาบขาวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

เทวัญเจ้าเล่ห์รู้ว่าสู้ไม่ได้จึงรีบหนีไปก่อน ขณะที่กุหลาบขาวกับแมวตาเพชรหันมาปะทะกันอย่างดุเดือด และจากการปะทะกันทำให้ดนุภพรู้ว่าแมวตาเพชรคู่แข่งคือหญิงสาวร่างงามแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์และมีเล่ห์เหลี่ยมอย่างแพรวพราวจนเขาตามไม่ทัน การปะทะจบลงที่เอกราชนำกำลังตำรวจเข้ามารักษาเพชรละอองทะเลไว้ได้ ทำให้กุหลาบขาวและแมวตาเพชร รีบหลบหนีไป

แม้งานนี้เอกราชจะรักษาเพชรละอองทะเลไว้ได้ แต่เสาวนุชกลับไม่พอใจการทำงานของตำรวจ พยายามขุดคุ้ย ชี้ข้อบกพร่องต่างๆ ทำให้เอกราชไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรเสาวนุชไม่ได้เพราะสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น

เอกราชพยายามสืบหาร่องรอยโจรกุหลาบขาว โดยไม่รู้เลยว่าจอมโจรกุหลาบขาวที่เขาเกลียดชังคือดนุภพเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียน และนอกจากนี้เอกราชยังไปติดพันกันยิกาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น โดยไม่ได้สงสัยเลยว่ากันยิกาก็คือจอมโจรแมวตาเพชรนั่นเอง หลายครั้งที่เขาคุยฟุ้งเรื่องแผนที่จะจัดการกับ แมวตาเพชรให้กันยิกาฟัง หารู้ไม่ว่ากำลังให้ข้อมูลลับที่เป็นประโยชน์กับนางโจรแท้ นอกจากนี้เอกราชก็พยายามที่จะชักนำเพื่อนรักให้มารู้จักหญิงที่เขาหมายปองแต่ทั้งสองก็เกิดคลาดกันไปทุกครั้ง

แม้จอมโจรกุหลาบขาวจะเก่งกาจสักเพียงใด แต่เมื่อกลับมาเป็นดนุภพเมื่อใด เขาก็จะต้องเจอ สิ่งที่ทำให้เขากระอักกระอ่วนใจนั่นคือ อิสรียา ที่มาจีบและสร้างสถานการณ์เหมือนเป็นแฟนตัวจริงของเขามานานเสียเต็มประดา แล้วยังตามระรานรังควานกันยิกา ทำให้กันยิกาเข้าใจผิด โดยที่ดนุภพทำอะไรไม่ได้เลย เพราะความเป็นสุภาพบุรุษ และดนัยเทพก็ปลื้มอิสรียาเอามากๆ ทำให้อิสรียามีโอกาสมาเข้าใกล้เขาได้ตลอดเวลา

หลายต่อหลายครั้งที่ อิสรียาใช้มารยาสารพัดเล่มเกวียนกับดนุภพ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ดนุภพมาหลงรักเธอได้เสียที จนกระทั่งอิสรียาได้รู้จักกับเทวัญ และเริ่มหลงเสน่ห์ในรูปโฉมของเทวัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว

แม้เพชรละอองทะเลจะอยู่ในการดูแลของเอกราช และเก็บไว้ในตู้เซฟธนาคารแห่งหนึ่งซึ่งมีระบบการดูแลที่ทันสมัยที่สุด เอกราชจึงวางใจและวางแผน หลอกล่อเพื่อจับจอมโจรกุหลาบขาว และโจรแมวตา-เพชร โดยปล่อยข่าวว่ากำลังเคลื่อนย้ายเพชรละอองทะเลไปไว้ที่อื่น และงานนี้ก็สามารถล่อให้กุหลาบขาวและแมวตาเพชรปรากฏตัวได้สำเร็จ เอกราชพร้อมกำลังตำรวจอาวุธครบมือบุกจับโจรทั้งสองทำให้เกิด การต่อสู้กัน

อิสรียาก็เป็นนางโจรอีกคนที่เข้ามาชิงเพชรเม็ดนี้ด้วย เธอเป็นคนที่ทำให้แมวตาเพชรเสียแผน จึงโดนเอกราชยิงถูกไหล่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

กุหลาบขาวเห็นเหตุการณ์จึงตัดสินใจช่วยพาแมวตาเพชรหนีไปได้ เทวัญซึ่งมีอำนาจวิเศษล่วงรู้ว่าเพชรละอองทะเลยังคงอยู่ที่ธนาคารจึงย้อนศรรีบให้โรมันและรสลินแอบไปโจรกรรมชิงเพชรละอองทะเลไปครอบครองได้อย่างง่ายดาย

เทวัญได้เพชรละอองทะเลมาครอบครองสำเร็จ ด้วยความดีใจเพราะนี่คือเพชรเม็ดสุดท้ายที่จะทำให้เขามีพลังวิเศษเหนือความวิเศษใดๆ เขาจึงเฝ้านับวันรอที่จะไปทำพิธีในวันสุริยคราสที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า

อิสรียาผิดหวังในตัวดนุภพ เมื่อรู้ว่าเขารักกันยิกาจริงๆหวังแต่ง ที่สำคัญเธอพบว่าเขาไม่ใช่คนยิ่งใหญ่สำหรับเธอ คนที่ยิ่งใหญ่ในเวลานี้คือเทวัญต่างหาก เธอเริ่มเอาตัวเข้าหาเทวัญอย่างออกนอกหน้า แต่แปลก แทนที่เขาจะหลงเธอ เธอกลับเป็นฝ่ายหลงใหลเขามากขึ้นทุกวันๆ

ที่บ้านเซฟเฮ้าส์กลางสวนกุหลาบ กันยิกาฟื้นขึ้นมาหลังจากได้รับการผ่ากระสุนแล้ว ดนุภพดูแลรักษาเธอ ทั้งสองได้มีช่วงเวลาหวานๆ ด้วยกันและต่างเปิดใจ เผยความเป็นมาให้กันและกันรู้ในที่สุด ทั้งคู่ก็พบว่าต่างมีศัตรูคนเดียวกันซึ่งคือเทวัญ และกันยิกาเป็นน้องสาวของรุ่นพี่ปราการที่ดนุภพยึดเป็นแบบอย่างนั่นเอง นอกจากนี้กันยิกาบอกเรื่องพลังวิเศษของเพชรละอองทะเลให้ดนุภพรู้ ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะไปขัดขวางไม่ให้เทวัญทำพิธีได้สำเร็จ แต่กันยิกายังไม่อยากติดต่อกับดาราวรรณเพราะเกรงจะถูกห้ามปรามด้วยความเป็นห่วง

ดาราวรรณค้นหานพดลเจอโดยบังเอิญ และรู้ว่านพดลโตขึ้นมามีอาชีพเป็นหมอ และได้เปลี่ยนชื่อเป็นปราการเพื่ออำพรางตัว แต่ดาราวรรณยังไม่สามารถบอกข่าวดีกับกันยิกาได้ เพราะยังติดต่อกันไม่ได้ดาราวรรณจึงไปมาหาสู่กับหมอนพดล อยู่บ่อยๆ

พิมพ์ชลผู้ซึ่งตกหลุมรักหมอนพดล เข้าใจผิดคิดว่านพดลมีใจให้กับดาราวรรณ ทำให้พิมพ์ชลหึงหวงและคิดร้ายต่อดาราวรรณผู้มีพระคุณ พิมพ์ชลเปิดเผยข้อมูลเรื่องแมวตาเพชรให้เอกราชฟัง เอกราชสะกดรอยตาม และสามารถจับดาราวรรณได้ขณะกำลังจะไปหากันยิกากับดนุภพที่ทะเล อิสรียาซึ่งแอบ รู้เรื่องจึงตามไปที่ทะเลด้วยเช่นกัน

ที่ทะเลแห่งหนึ่งในวันสุริยคราส เทวัญและสมุนคนสนิทคือโรมัน และรสลินนำเพชรในตำนานที่เขาสะสมมาวางเรียงรายบนปะรำพิธี รอเวลาให้แสงสุริยคราสส่องสะท้อนเพชรเพลิงสุริยา เพชรละอองทะเลและเพชรอื่นๆ เพื่ออาบแสงเพชรเพิ่มพลังวิเศษในตัว ทำให้รูปร่างหน้าตาของเทวัญเต็มไปด้วยแสงออร่าดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล อิสรียามองเห็นเทวัญแล้วอดใจไม่ไหวรีบวิ่งเข้าไปกลางพิธี ทำให้เธอถูกโรมันและ รสลินทำร้าย

พิธีอาบแสงเพชรของเทวัญเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่แล้วกุหลาบขาว และแมวตาเพชรมาถึง และพยายามขัดขวางพิธี แต่ก็ไม่สามารถสู้กับพลังอำนาจวิเศษที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเงาคราสของเทวัญได้ ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะพ่ายแพ้นั้น แสงคราสสุดท้ายที่ส่องกระทบเพชรละอองทะเล และเพลิงสุริยาในเหลี่ยมมุมที่เกินพอดี แสงคราสสะท้อนเข้าสู่ร่างของเทวัญ ร่างของเทวัญเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง จากวัยหนุ่มเริ่มกลายเป็นชายชรา และโดนแผดเผาจนกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา อิสรียามองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและช่วงหนึ่งเธอพบความจริงว่าเทวัญนั่นเอง คือคนฆ่าพ่อเธอ เธอตัดสินใจเข้าไปจะหยิบเพชรทั้งสองมาครอบครองเป็นของตน แต่แล้วมันกลับเปล่งแสง และทำให้เธอเสียสติไป

เอกราชและเสาวนุชเพิ่งมาถึงหลังจากที่เทวัญตายแล้ว จอมโจรกุหลาบขาวหายตัวไป เหลือแต่โจรแมวตาเพชร เอกราชต่อสู้และยิงแมวตาเพชรตาย จากนั้นก็เปิดหน้ากากให้ทุกคนดู (ซึ่งก็คือรสลิน สมุนของเทวัญนั่นเอง) ทำให้เอกราชปิดคดีได้

ดาราวรรณกับดนัยเทพลงเอยกันได้ อิสรียากลายเป็นหญิงบ้า แมวตาเพชรตาย ส่วนกุหลาบขาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย มีแต่กันยิกาและดนุภพที่ไปดูแลรักษาอาการบาดเจ็บอย่างหวานชื่น

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:08 น.