ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบตัดเพชร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลายวันต่อมา ดนุภพเรียกประชุมลับที่ห้องนั่งเล่นหลังร้านเพชรไวโอลิน ที่โต๊ะกลางห้องมีแท็บเล็ตของกันยิกาวางอยู่ ทุกสายตาจ้องภาพสามมิติสมจริงเป็นภาพชายแก่หน้าตาอัปลักษณ์จนเหลือเชื่ออย่างหนักใจ

ดนุภพถึงกับปรารภว่าหน้าตาโดดเด่นจนใครๆ ก็ต้องจดจำได้ทันที เด่นเหมือนใส่หน้ากาก แต่ถ้าตอนนั้นฆาตกรแก่ขนาดนั้นจริงๆ สิบกว่าปีผ่านไป ป่านนี้ไม่แก่ตายไปแล้วหรือ

“ไม่ตายหรอก! มันฆ่ามหาราชามาคัสแบบเดียวกับที่ฆ่าพ่อแม่พี่เป๊ะ ไม่มีทางที่จะมีฆาตกรคนอื่นทำเลียนแบบนี้ขึ้นมาแน่” นพดลเชื่อเช่นนั้น ทุกคนพยายามช่วยกันคิด ดาราวรรณนึกถึงคำบอกเล่าของอานุภาพที่ว่า เพชรเพลิงสุริยาไฟทิพย์ที่ชุบกายชายชรา ให้หวนกลับมาเป็นหนุ่มอีกครา...เธอโพล่งขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า

“เพชรเพลิงสุริยา!! ใช่...ถ้าตอนนี้มันตามหาเพชรเพลิงสุริยาและได้มาครอบครองแล้ว มันก็จะกลับเป็นหนุ่มได้อีกครั้ง”

“ที่มันมีชีวิตอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะใช้เพชรเพลิงสุริยาและตอนนี้มันยังได้ครอบครองเพชรละอองทะเลที่เอาไปจากมาคัสด้วย” ดนัยเทพเสริม ดาราวรรณฉุกคิดได้เสริมอีกว่า

“และถ้าหนังสือที่น้าหามาได้มีข้อมูลที่ถูกต้อง มันจะต้องตามหาเพชรเม็ดที่สาม เพชรเนตรปฐพี เพื่อให้มันไม่แก่ ไม่เจ็บ และไม่ตาย!” นพดลถามว่าถ้าตอนนี้มันไม่แก่ไม่อัปลักษณ์อีกแล้ว เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นใคร?

“ถึงไม่รู้ว่าหน้ามันเป็นยังไง แต่เรารู้ว่ามันตามหาเพชรเม็ดนี้อยู่” ดนุภพให้ตามฆาตกรจากเพชรเนตรปฐพี

ดนัยเทพ ดนุภพ และกันยิกา มีความเห็นตรงกันว่าถ้าเราอยากเจอคนที่ต้องการเพชรเนตรปฐพี เราก็ต้องตามหาเพชรนี้ให้เจอก่อนมัน เพื่อล่อให้มันเดินเข้ามาหาเราเอง

ระหว่างประชุมลับกันนั่นเอง ที่หน้าร้านมีรถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด เทวัญที่ใส่แหวนเพชรเต็มสิบนิ้ว ผลักประตูร้านเข้าไป พนักงานทุกคนหันมอง ครู่เดียว พนักงานก็เข้าไปที่ห้องนั่งเล่นหลังร้าน บอกว่า

“คุณดนุภพคะ คุณเทวัญมาขอพบค่ะ”

ทุกคนเงียบกริบ นิ่งงัน บรรยากาศตึงเครียดทันที ดนุภพมองหน้าดนัยเทพหวั่นๆ ในขณะที่กันยิกาตกใจคิดว่าจะให้เทวัญมาเจอเธออยู่กับดนุภพไม่ได้เด็ดขาด!

ooooooo

ดนุภพทำใจเย็นสู้เสือกลัวเทวัญจะจับได้ว่าตนเป็นคนยิงท้องเขาวันนั้น ตีหน้าใสซื่อเดินยิ้มออกไปต้อนรับปากหวานเยินยอว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่กูรูเรื่องเพชรมาเยี่ยมร้านเล็กๆของตน

เทวัญถ่อมตัวว่าตนเป็นแค่คนธรรมดาๆ ที่รักของสวยๆงามๆคนหนึ่งเท่านั้น แล้วทักว่าเขาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนี่ ฝีมือออกแบบเครื่องเพชรระดับต้นๆ ของไทยเลยไม่ใช่หรือ ทำทีขอให้พาไปดูเพชรหน่อย ดนุภพชะงัก เชิญเข้าไปดูที่หลังร้าน กลับออกมาแล้วเทวัญถามว่าเพชรพวกนี้ส่วนใหญ่ได้มาจากที่ไหน

ดนุภพบอกว่าสั่งซื้อตามปกติจากตลาดเพชรทั่วไป เทวัญบอกว่าตนหมายถึงตลาดของโซนประเทศไหน ถ้าไม่ซื้อตามปกติมีวิธีไหนที่เขาใช้หาเพชรมาขายด้วยหรือ คำถามที่ซ่อนเร้นนัยและสายตาที่คมกริบของเทวัญทำเอาดนุภพเกร็ง ถามหยั่งเชิงว่า

“คุณสงสัยว่าผมปล้นหรือขโมยเพชรของคนอื่นมาแล้วเอามาแปรรูป ทำเครื่องประดับชิ้นใหม่ขายเหรอครับ”

เป็นคำถามที่แทงใจดำเทวัญอย่างจัง เขานิ่งไปอย่างไม่แน่ใจว่าดนุภพรู้เรื่องที่ตนขโมยเพชรละอองทะเลจากมหาราชามาคัสหรือเปล่า ทำเป็นพูดออกตัวแต่จิกชิมลางว่า

“ผมจะไปกล่าวหาคุณอย่างนั้นทำไมล่ะครับ... นอกเสียจากว่าคุณจะทำจริงๆ”

ทั้งคู่มองกันนิ่ง ต่างคุมเชิงกัน แล้วเทวัญก็หัวเราะร่าบอกว่าตนล้อเล่นทำหน้าจริงจังไปได้ ชี้ขอดูแหวนเพชรวงหนึ่งในตู้ ดนุภพหยิบให้ดูชมว่าตาคมสมเป็นกูรูเพชรเพราะวงนี้น้ำใสที่สุดในร้าน เทวัญรับไปสวมที่นิ้วชมว่าน้ำดีจริงๆ แต่พอดนุภพถามว่าจะรับสักวงไหม เขากลับบอกว่าเห็นทีจะไม่เหมาะกับตนเท่าไหร่

เทวัญทำเป็นถอดแหวนไม่ออก เขากระชากจนแหวนหลุดจากมือกระเด็นไป ดนุภพเอี้ยวตัวคว้าได้รวดเร็วแม่นยำ เทวัญจับตามองเป๋ง พอดนุภพรับแหวนหันกลับมาเจอสายตาเทวัญก็รู้ทันทีว่าตัวเองพลาด ถูกเทวัญลองของเสียแล้ว

ดนุภพกลบเกลื่อนว่าไม่เป็นไรแหวนไม่เสียหาย อะไร เทวัญไม่พูดเรื่องแหวนเพชรแต่กลับชมเขาว่าตาคมมือไวแม่นเป๊ะ เทียบว่าอย่างนี้ก็จะเล่นกีฬาอาศัยความแม่นได้ดี อย่างพวกต่อสู้มือเปล่า ยิงธนู หรือไม่ก็...ยิงปืน

เทวัญเทียบเคียงจนดนุภพหนาวๆร้อนๆ พอดีเทวัญมองผ่านกระจกไปเห็นรถกันยิกาจอดอยู่ทักว่านั่นรถกันยิกานี่ ดนุภพใจหาย รับว่าใช่ ชมว่าจำแม่นจัง

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกันยิกาคุยกับดาราวรรณเรื่องซื้อเพชรเดินเข้ามามีนพดลเดินมาด้วย กันยิกาทำเป็นดีใจที่เห็นเทวัญถามว่ามาซื้อเพชรเหมือนกันหรือ เทวัญรับลูกแทบไม่ทันบอกว่าพอดีผ่านมาเท่านั้น ดาราวรรณเอ่ยขึ้นว่าเพชรสวยแต่เสียดายไม่มีเวลาต้องรีบไปเปิดร้านแล้ว กันยิกาให้น้าดากลับไปก่อนตนอยากฟังเทวัญวิจารณ์เรื่องเพชรหน่อย ดาราวรรณทำเป็นตำหนิหลานสาวว่าเจอเทวัญเข้าหน่อยลืมงานเลยเพราะวันนี้ต้องไปชิมไวน์ที่เอเย่นต์เอามาให้เลือก

กันยิกาทำเป็นเสียดาย เอ่ยลาเทวัญ ดาราวรรณผสมโรงขอโทษเทวัญบอกว่าจำเป็นจริงๆแล้วพากันกลับ

ดนุภพทึ่งกับการแสดงของสองน้าหลาน นพดลเดินผ่านเทวัญแต่ไม่รู้ว่านี่คือฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ตน

ดนุภพยังมองลีลาสองน้าหลานทึ่ง เทวัญเห็นสายตาเขาก็นึกหวงกันยิกาขึ้นมา

เมื่อดนุภพกลับไปเล่าให้อาฟัง เขาคิดว่าเทวัญต้องสงสัยตนแน่ ดนัยเทพเชื่อว่าเทวัญต้องรู้แล้วว่าเขาคือกุหลาบขาวและต้องการมาสื่อสารให้รู้ว่ามันรู้ ดนุภพถามว่ารู้ได้ไง รู้แล้วทำไมแสดงออกอย่างนี้ เขาเป็นใคร ต้องการอะไร

“เทวัญเป็นเซียนเพชร แล้วเราคือโจรที่ปล้นเพชรจากคนรับซื้อของโจร หรือว่า...มันเป็นพวกนิยมรับซื้อของโจรอีกคน มันถึงอยากขู่แก”

อาหลานมองหน้ากันคิดหนัก

ooooooo

เทวัญหึงกันยิกา ออกจากร้านก็โทรศัพท์สั่งรสลินให้ตามเด็กของเธอมาเจอกันหน่อย พอวางสายก็จิกตากัดฟันพึมพำ

“ไอ้ดนุภพ ไม่ว่าแกจะเป็นกุหลาบขาวหรือต้นตำแย แต่เสี้ยนหนามของแกมันชักจะทิ่มตำฉันหลายแผลเกินไปแล้ว”

วรุตได้รับโทรศัพท์จากรสลินก็ไปที่ลานจอดรถเปลี่ยวกับจ่าฉิว พอไปถึงก็เอะใจเพราะจากเงาที่เห็นมีคนยืนอยู่ข้างรถสามคน วรุฒเอะใจว่าทำไมมากันเยอะ พลันก็ช็อกเมื่อจำได้ว่าสามคนที่ยืนอยู่เหมือนไอ้โม่งสามคนที่ปีนกำแพงและขับรถหนีไปในวันที่มหาราชามาคัสถูกฆ่าตายที่ตนถ่ายรูปไว้ได้

วรุฒสั่งจ่าฉิวให้ถ่ายคลิป 3 คนนั้นไว้ แล้วเอามาเทียบกับรูปที่ตนถ่ายไว้ก่อน ปรากฏว่าเหมือนกันเด๊ะ! จ่าฉิวถึงกับผงะหน้าซีด ยิ่งเมื่อวรุฒยืนยันว่าไม่ผิดแน่ สามคนนี้คือสามคนที่ฆ่ามหาราชามาคัส จ่าฉิวก็ยิ่งกลัว

วรุฒแววตาชั่วร้ายเมื่อคิดอะไรได้ สั่งจ่าฉิวให้ลงไปกับตน

เมื่อเดินไปหาสามคนคือเทวัญยืนกลางโรมันกับรสลินยืนเยื้องข้างหลังระวังภัย เทวัญส่งกระดาษใบหนึ่งให้วรุฒ สั่ง

“ตามมัน ไม่ว่ามันจะไปไหน แล้วคอยรายงานฉัน ห้ามให้มันรู้ตัว และห้ามเอ่ยปากกับใครเรื่องนี้”

วรุฒเล่นแง่เพื่อโก่งค่าตัว เทวัญรู้ทันบอกว่าตนไม่ใช้ฟรีหรอก หันไปถามรสลิน รสลินรับลูกบอกทันทีว่า คุณเทวัญมีรางวัลให้อยู่แล้ว วรุฒไว้เชิงว่าตนไม่ชอบคำว่ารางวัล ตนต้องการมิตรภาพที่เสมอภาคและ...

“นายมีอะไรที่จะมาเสมอภาคกับฉัน” เทวัญฉุนขาดขัดขึ้นทันที

“ถ้าผมมีล่ะ” วรุฒยิ้มเป็นต่อ แล้วเอาคลิปคดีมหาราชามาคัสเปิดให้ดู เทวัญอึ้งโรมันพูดเป็นนัยให้เก็บวรุฒเสีย วรุฒถามว่าจะยิงตำรวจสองคนง่ายๆแบบนี้หรือ โรมันตวาดว่า ยิ่งกว่าตำรวจ ก็ยิงมาแล้ว เทวัญถามว่าคลิปนี้เกี่ยวอะไรกับพวกตน

“ตอนแรกก็ว่าไม่เกี่ยว จนกระทั่งวันนี้ หลักฐานทั้งหมดรวมทั้งปฏิกิริยาของสองคนข้างหลังคุณก็น่าจะบอกได้แล้วล่ะครับว่าพวกคุณคือคนสังหารมหาราชามาคัส!”

เทวัญขู่ว่าเขาจะทำอะไรได้ถ้าตนจะเก็บเสียตอนนี้ วรุฒบอกว่าตนมีกำลังเสริม ถ้าตนไม่กลับไปในสามชั่วโมงนี้ คลิปนี้พร้อมคำบรรยายของตนจะถูกปล่อยขึ้นยูทูบทันที เทวัญเปลี่ยนเสียงทันทีชมว่าเขาเป็นยอดตำรวจจริงๆ โอเคเรามาเป็นมิตรกัน ถามว่าเขาอยากได้ของขวัญอะไรจากเพื่อนคนนี้ว่ามาเลย

“ผมขอคิดก่อนนะว่าผมอยากได้อะไรบ้าง แหม...มันหลายอย่าง เอาอะไรก่อนดี...” วรุฒทำเป็นคิดยียวน

รสลินกับโรมันแค้นมาก แต่เทวัญกลับยืนหน้าเย็น...

ooooooo

เมื่อกลับถึงห้องทำงานที่สำนักงานตำรวจ วรุฒเอาคลิปที่ตนถ่ายกับที่จ่าฉิวถ่ายมาเปรียบเทียบดู มันเหมือนกันเด๊ะ!

จ่าฉิวถามว่าทำแบบนี้ไม่เสี่ยงไปหรือ เขาบอกว่าพระเจ้าให้โอกาสเราแบบนี้ถ้าเราไม่ฉวยโอกาสเดี๋ยวพระเจ้าโกรธเอา

“พระเจ้าหรือซาตานกันแน่ ผู้กอง” จ่าฉิวถาม

“ฉันว่าน่าจะเป็นซาตานนะ” เสียงเอกราชแทรกขึ้น

เอกราชมากับหมวดเอ เขาตรงเข้าชกวรุฒจนล้มกระแทกโต๊ะ วรุฒถามเอกราชว่าเสียสติไปแล้วหรือ “มึงมันเลว ไอ้ชั่ว ไอ้นรก” เอกราชเข้าตะลุมบอนชกต่อยกันนัวเนีย จ่าฉิวกับหมวดเอเข้าห้าม เจอลูกหลงกันเองเข้าเลยต่อยกันอีกคู่

ตำรวจแถวนั้นมาห้ามก็ไม่หยุด จนกระทั่งผู้การเข้ามาเป่านกหวีดจึงหยุด ผู้การตำหนิที่ตำรวจมาต่อยกันเอง ถามว่ามีอะไรจะแก้ตัวไหม เอกราชบอกไม่มีแต่วรุฒฟ้องว่าเอกราชต่อยตนก่อน ผู้การถามเอกราชว่าไปหาเรื่องอะไรเขา เอกราชไม่อยากบอกความจริงเรื่องเสาวนุช ตอบเลี่ยงไปว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เลยถูกผู้การตำหนิว่าทำไมเอาเรื่องส่วนตัวมาลงในที่ทำงาน

ผู้การถามเอกราชว่าคดีที่เขาทำไปถึงไหนแล้ว พอเอกราชบอกว่าใกล้จะคลี่คลายแล้ว ก็ถูกผู้การตำหนิว่าใกล้มาหลายอาทิตย์แล้วบอกมาตรงๆว่าคว้าน้ำเหลวก็ได้ แล้วสั่งพักงานโอนคดีฆ่ามหาราชามาคัสให้วรุฒทำแทน เอกราชจะชี้แจงก็ถูกตัดบทว่าอย่ามีปัญหา เพราะผู้บังคับบัญชาคุยกันแล้ว ให้เขาไปทำงานอื่นที่เหมาะสมกว่า รอรับคำสั่งที่เป็นเอกสารอีกทีก็แล้วกัน

วรุฒส้มหล่น บอกจ่าฉิวว่าใครจะรู้ว่าโดนต่อยแล้วมันจะโชคดีขนาดนี้

“วรุฒ อย่านึกว่ามึงจะชนะ กูไม่ปล่อยคนชั่วลอยนวลแน่” เอกราชจ้องหน้าปราม แล้วชวนหมวดเอกลับ

แม้วรุฒจะส้มหล่นได้เลื่อนขั้นได้ทำคดีเด็ด แต่ฉุกคิดบางอย่างแล้วก็อดกังวลไม่ได้

จัดการกับเอกราชแล้ว คืนนี้ผู้การโทรศัพท์ถึงใครบางคนบอกว่า “จัดการเรียบร้อยแล้วครับท่าน” ฟังปลายสายแล้วพูดอย่างนอบน้อมว่า “สำหรับท่าน น้อยกว่านี้ได้ไงครับ แหม...ท่านจริงใจกับผม ผมก็ต้องจริงใจกับท่านสิครับ...”

ooooooo

วันนี้ กันยิกามีนัดกับเทวัญ เธอแต่งตัวสวยดูดีมาก ดาราวรรณเอาสร้อยเพชรให้ใส่ ให้สมกับที่ไปพบกูรูเพชร

พิมพ์ชลจับตาดูตลอดเวลา ทำทีชงกาแฟให้

ถามว่าแต่งตัวสวยจะไปไหน เดาว่าสวยอย่างนี้ต้องไปเจอคนสำคัญแน่ กันยิกาบอกว่าตนมีเดต แปลกใจที่พิมพ์ชลทำดีถามว่ากินยาผิดหรือเปล่า พิมพ์ชลบอกว่าตนฝันว่าพ่อมาบอกให้ทำดีกับทุกคน

พอกันยิกาขับรถออกไป พิมพ์ชลทำทีมาส่ง แอบโทรศัพท์บอกว่า “มันออกไปแล้ว มันบอกว่าจะไปเดต”

และที่หน้าบ้านนั่นเอง พอรถกันยิกาขับออกไป ก็มีรถอีกคันที่ซุ่มอยู่ขับตามไปทันที

กันยิกานัดพบกับเทวัญที่ร้านอาหารฝรั่งเศสหรู เทวัญมองสร้อยเพชรที่คอ เธอบอกเขินๆว่ามาลั้นช์กับกูรูเพชรทั้งทีก็ต้องมีสร้อยเพชรเล็กๆน้อยๆ ติดตัวมาบ้าง ทิ้งสายตาบอกว่าแต่ที่จริงตนอยากมาเจอเขามากกว่า

เทวัญบอกว่าตนก็ชอบคุยเรื่องเพชรกับเธอ เพราะเธอเป็นผู้ฟังที่ดีทำให้ตนสนุกเวลาเล่า ชวนทานกันไปคุยกันไป ถามว่าวันนี้อยากฟังนิทานเพชรเรื่องอะไรดี

“คุณเทวัญเชื่อเรื่องพลังเหนือธรรมชาติของเพชรไหมคะ” กันยิกาเข้าประเด็น เทวัญมองอย่างระแวงว่าเธอรู้อะไรมา?

ที่นอกร้าน ดนุภพที่ตามกันยิกามาเดินด้อมๆมองๆ ผ่านกระจกเข้าไปในร้านเห็นทั้งสองคุยกันอย่างสวีตมากก็ระแวงว่านี่คือมารยาร้อยเล่มเกวียนหรือชอบกันจริงๆ แน่ ทันใดก็มีสายเข้ามือถือ ดูเป็นสายจากดนัยเทพก็บ่นว่าไม่มีอารมณ์รับ จับตาดูเทวัญและกันยิกาตาไม่กะพริบ

“โธ่เว้ย ทำไมไม่รับวะ มันจะรู้ไหมเนี่ยว่ามีคนตามมันอยู่” ดนัยเทพบ่นหงุดหงิด พยายามโทร.อีก...

ooooooo

เมื่อกันยิกาถามเรื่องพลังเหนือธรรมชาติของเพชร เทวัญทำไขสือถามว่าพลังแบบไหนพวกหินสีใส่แล้วมีโชคหรือ

กันยิกาถามตาแป๋วว่าแค่หินสียังมีพลังรักษามากมายแล้วถ้าเป็นเพชรในตำนานจะมีพลังมากขนาดไหน อ่อยว่า

“ยิกาเคยอ่านมาเห็นว่ามีพวกทำให้ไม่แก่ไม่ป่วยไม่ตายอะไรแบบนี้ด้วยน่ะค่ะ คุณเทวัญเชื่อไหมคะ”

“คุณยิกาคงจำชื่อเพชรละอองทะเลของมหาราชามาคัสได้ รู้ไหมครับว่ามันมีตำนานว่า เพชรละอองทะเลใช้รักษาโรคร้ายได้” กันยิกาตาโตถามว่าถึงเป็นต้นเหตุให้มาคัสถูกฆ่าชิงเอาเพชรไปใช่ไหม “อาจจะมีคนร้ายที่เชื่อตำนานนี้”

กันยิกาถามว่ายังมีเพชรอื่นที่ทำอะไรเก่งๆอย่างนี้ได้อีกไหม เทวัญหัวเราะเอ็นดูคำถามไร้เดียงสานั้นถามว่า

“คุณยิกาเคยได้ยินชื่อ เพชรเพลิงสุริยาแล้วนี่ครับ รู้ไหมครับมันมีตำนานว่า เพชรเพลิงสุริยาสามารถคืนความอ่อนเยาว์ให้มนุษย์ได้”

กันยิกายิ่งทำท่าตื่นเต้นแต่ในใจนึกถึงข้อสันนิษฐานของดนัยเทพที่ว่ามันมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะใช้เพชรเพลิงสุริยาและเพชรละอองทะเล ฝ่ายเทวัญปลื้มกับความตื่นเต้นของกันยิกา เล่าเพลินว่า

“มีเพชรในตำนานถึง 5 อันดับที่มีพลังวิเศษต่างกัน เพชรเพลิงสุริยาทำให้คนที่ครอบครองไม่แก่ เพชรละอองทะเล ทำให้ไม่เจ็บไม่ป่วย และสุดยอดเพชร...เพชรเนตรปฐพี...”

กันยิกาทำเป็นตื่นเต้นมาก ฉะอ้อนว่าตนไม่เชื่อหรอก ถึงเขาจะเป็นกูรูเพชรแต่ก็หลอกตนไม่ได้ง่าย ถามว่าทั้งหมดนี้คือนิทานใช่ไหม เทวัญยืนยันว่ามันเป็นความจริง กันยิกาถามว่าเขารู้ได้ยังไง

“มีคนที่ได้ใช้พลังของเพชรทำให้ไม่แก่ไม่ป่วยมาแล้วจริงๆ” เธอถามว่าเขารู้จักคนนี้หรือ แต่เทวัญไม่ทันตอบก็มีไลน์เข้า เขาเปิดอ่านแล้วยิ้มมุมปากอย่างพอใจบอกกันยิกาว่าพอดีมีเรื่องด่วน ขอตัวสักครู่ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงจะกลับมา ถ้าเธออิ่มแล้วก็สั่งขนมมาชิมเล่นๆรอตน

กันยิกาเสียดาย แต่เมื่อนึกถึงข้อมูลที่ได้ก็พอใจ ที่เทวัญรู้จักฆาตกร พึมพำสะใจ... “เสร็จฉันแน่แก...”

ooooooo

เทวัญออกจากร้านอาหารเดินไปแถวลานน้ำพุ ดนุภพหลบแอบดูเห็นเทวัญไม่สนใจก็รีบเดินตามไปยืนข้างหลัง ทันใดก็ได้ยินเสียงเทวัญพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีว่า อุตส่าห์ตามมาถึงนี่จะไม่ทักทายกันหน่อยหรือ

ดนุภพอึ้งหยุดกึก เทวัญหันขวับเผชิญหน้าโพล่ง

“จอมโจรกุหลาบขาว!”

“อะไรกันครับคุณเทวัญ บังเอิญจังที่เจอคุณมาเดินเล่นแถวนี้ แต่ทักทายกันแบบนี้มันไม่ค่อยดีนะฮะเดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าใจผมผิด ผมแย่เลย” ดนุภพตั้งสติอย่างเร็ว เทวัญมองเย้ยบอกว่าเลิกเสแสร้งเถอะกุหลาบขาว เขาคือจอมโจรที่ตำรวจกำลังต้องการตัว ดนุภพย้อนถามว่า “แล้วคุณล่ะเป็นใคร คุณเทวัญคือสุภาพบุรุษที่ไม่ด่างพร้อยเลยสิครับ”

“แกอย่าหวังว่าจะตัดหน้าแย่งของที่มันควรจะเป็นของฉันไปได้” ดนุภพแย้งว่ากันยิกาไม่ใช่สิ่งของ “ยิ่งเรื่องกันยิกา แกต้องยิ่งถอยไปให้พ้น!”

เทวัญค่อยๆถอดสูทออก ปรามว่าอย่านึกว่าหนุ่มกว่าแล้วจะชนะตนได้ ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกลับไปหาแม่ดีกว่า ดนุภพถูกปรามาส เขาถอดแว่นปาทิ้งกระโจนเข้าต่อยเทวัญแต่เทวัญหลบทันเลยวืดเสียหลัก แต่ก็ทรงตัวได้ทันที ทั้งสองจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดนุภพถอดสูทออกบ้างแล้วพุ่งเข้าใส่ทันที

ดนุภพใช้มวยไทยแต่เทวัญใช้เทควันโด ต่างมีฝีมือชั้นครู รูปร่างกำยำทั้งคู่ สู้ด้วยลีลาของตัวเองจนตกไปในน้ำพุเปียกปอนทั้งคู่ จังหวะหนึ่งเทวัญเหยียบคอ

ดนุภพกะเอาให้ตาย ดนุภพหายใจไม่ออกล้วงกระเป๋ากางเกงปล่อยดอกกุหลาบพุ่งเฉี่ยวหน้าเทวัญจนเลือดออก ดอกกุหลาบขาวตกพื้นก้านดอกเป็นมีดเล็กๆปักพื้นฉึก!

เทวัญเห็นดอกกุหลาบขาว เขายิ้มมั่นใจว่าดนุภพคือจอมโจรกุหลาบขาวแน่ๆ จึงเตะอัด กระทืบรัวกะให้ตายคาเท้า

วรุฒแทรกตัวยืนดูในกลุ่มคน เห็นดนุภพลุกขึ้นมายืนแลกหมัดจนเทวัญพลาดล้มลง กันยิกาที่รอเทวัญนานจึงมาเดินดูเห็นเหตุการณ์พอดี เธอวิ่งเข้าไปแทรกกลางตะโกน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ดนุภพ!!”

กันยิกาแอบหยิกแขนเขาบิดอย่างแรงจ้องหน้าปรามแบบอย่ามายุ่งเรื่องของฉันนะ! แล้วหันไปประคองเทวัญถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เทวัญบอกว่าตน

ไม่เป็นไร เธอหันด่าดนุภพอีกว่า เป็นบ้าอะไรมาหาเรื่องคุณเทวัญทำไม ไล่ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้ แล้วประคองเทวัญชวนกลับ หางตามองดอกกุหลาบขาวที่ตกอยู่

ดนุภพค่อยๆลุกขึ้นรู้สึกตัวเองพลาดไปถนัด มองกันยิกาที่ประคองเทวัญไปอย่างผิดหวัง

วรุฒที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนเดินเลี่ยงไปเหยียบดอกกุหลาบขาวที่พื้นอย่างสะใจ

เทวัญไปส่งกันยิกาที่ร้านโดยให้คนขับรถของตนขับรถของกันยิกาตามไปให้ เธอชวนเขาลงไปดื่มอะไรเย็นๆก่อน เขาขอเป็นวันหลังดีกว่า

พอขึ้นรถกลับใบหน้าที่ยิ้มแย้มอ่อนโยนของเทวัญก็เปลี่ยนเป็นขรึมทันที กันยิกาก็หน้านิ่งทันทีเช่นกัน

“นายหัวตั้งดนุภพนี่มันท่าจะบ้าไปแล้ว” กันยิกาบ่นหัวเสีย

พลันก็สะดุดกึกเมื่ออิสริยาตวาดเรียก “กันยิกา!” แล้วปรากฏตัวออกมาด่าฉอดๆว่าแย่งดนุภพไปแล้วยังมาแย่งเทวัญไปอีก สั่งสองสาวแกร่งที่จ้างมาให้รุมเล่นงานกันยิกาทันที สองสาวทะเล่อทะล่าเข้าไปเจอกันยิกาเตะซ้ายเตะขวาล้มตึงไม่เป็นท่า เมื่อสู้ไม่ได้ก็ควักมีดสั้นออกมาพุ่งเข้าใส่ กันยิกาหลบแต่ก็พลาดโดนมีดบ้างแต่ก็อัดสองสาวจนลงไปกอง

อิสริยาเห็นดังนั้นทั้งโกรธทั้งกลัวยืนตัวสั่น หยิบมีดขึ้นมาขู่ไม่ให้เข้ามา กันยิกาเข้าไปจะกระชากผม

อิสริยาหลบจึงกระชากถูกเสื้อขาด อิสริยารีบยกมือปิดหน้าอก วิ่งไปหาสองสาวที่เพิ่งลุกขึ้นมา พากันจ้องกันยิกาแต่ไม่กล้าหือ สุดท้ายก็หิ้วปีกกันกลับไป

กันยิกาปล่อยให้สามสาวหนีไปอย่างทุลักทุเล มองสภาพตัวเองบ่น “วันนี้วันซวยเต็มรูปแบบจริงๆยิกาเอ๊ย...”

ฝ่ายอิสริยา พอหนีไปพ้นแล้วก็คำราม “นังกันยิกา... หรือหล่อนจะเป็น...เป็นใคร...อะไรสักอย่างแน่ๆ”

ooooooo

เอกราชที่ทำหน้าที่ “พิทักษ์พยาน” พาเสาวนุชมาอยู่ที่คอนโด เขาปฐมพยาบาลเธออย่างรับผิดชอบ ความใกล้ชิดทำให้ต่างรู้สึกดีต่อกัน แต่ยังเล่นแง่

ไว้เชิงกันอยู่ เสาวนุชประชดว่าเขาควรไปสืบว่าทำไมกันยิกาจึงไปหาเทวัญ

เมื่อเสาวนุชรู้ว่าเขาถูกพักงานเพราะไปอัดวรุฒมา เธอแอบซึ้งใจที่เขาแก้แค้นให้ แต่เขาบอกว่าทำไปเพราะแค้นที่วรุฒทรยศต่อความเป็นตำรวจ ความรู้สึกดีๆ เหมือนดอกไม้ที่คลี่บานในใจ พอถูกเสาวนุชประชดเรื่องกันยิกาก็บ่นตัวเองงงๆว่า

“เราลืมยิกาไปได้ไงวะ...เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องยัยเสาวนุชจอมกวนนี่แหละ” พลางโทร.หากันยิกาทันที

ฝ่ายกันยิกา เมื่อเทวัญพามาส่งบ้านกลับไปแล้ว เธอไปบ้านของดนุภพอย่างเอาเรื่อง ดาราวรรณตามไปด้วย พยายามเตือนสติให้ค่อยพูดค่อยจากัน พวก รปภ.เห็นกันยิกามาก็รีบวอบอกดนุภพ พลางหลบกันวูบวาบ

ดนัยเทพออกมารับหน้า ยิ้มหวานถามว่ามาเยี่ยมดนุภพหรือ กันยิกาขอโทษแล้วลุยเข้าไปเลย ดาราวรรณจะห้ามก็ไม่ทัน ได้แต่ร้องบอกว่า “ยิกา...อย่าทำอะไรนายหัวตั้งนะ”

ดนัยเทพถามว่าอะไรกันอีกล่ะ นึกว่าดีกันแล้วเสียอีก ดาราวรรณบ่นว่า นั่นสิ ถามก็ไม่ยอมบอก ดนัยเทพทำตาเชื่อมถามดาราวรรณว่าดื่มอะไรหน่อยไหม ดาราวรรณยิ้มตอบรับว่า “ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป”

“Coffee or Tea...” แล้วทำเสียงกระซิบเซ็กซี่ “or Me ดีครับ”

ดาราวรรณทุบแขนแก้เขินบอกว่ามุกโบราณมาก บอกว่าขอ Cappuccino ฟองนมเยอะๆก็พอ พลางเดินไป แต่หันกลับมาชม้ายยั่วยวนว่า “วันหลังค่อยรับ you ค่ะ” แล้วเดินไปหลังร้านเลย ดนัยเทพร้องเยสทำท่าคึกราวกับวัยรุ่น

ooooooo

กันยิกาผลักประตูห้องนอนดนุภพเข้าไปแล้วปิดประตูปัง เห็นเขานอนหมดสภาพอยู่บนเตียง เธอพุ่งเข้าใส่บอกให้เลิกมาสอดขัดขวางความเจริญของตนเสียที ทุกอย่างจะพังเพราะเขา

ดนุภพเตือนว่าเธอไม่ควรไว้ใจเทวัญเขาไม่ใช่คนธรรมดาเขาเป็นอีกอย่างไม่ใช่อย่างที่เขาสร้างภาพภายนอก ที่สำคัญคือเขาเป็นผู้ชายเธอเป็นผู้หญิงไม่ควรใกล้ชิดกันมากเกินไปมันไม่ดี กันยิกาโต้ว่าเพราะเทวัญเป็นผู้ชายและตนเป็นผู้หญิงนี่แหละทำให้เขายอมเปิดเผยเรื่องราวต่างๆอย่างเนียนๆ ถ้าตัวเขาไม่โผล่มาวันนี้ตนก็จะได้ข้อมูลสำคัญที่สุด

ดนุภพถามว่าข้อมูลอะไร พอกันยิกาบอกว่าเทวัญรู้ว่าใครคือฆาตกร ดนุภพบอกว่าเรื่องนั้นตนสืบให้ก็ได้ไม่จำเป็นที่เธอจะต้องเอาตัวเข้าแลกขนาดนั้น พอดีโทรศัพท์กันยิกาดังขึ้น ดนุภพชะเง้อมองอย่างอยากรู้เห็น กันยิกาเห็นเป็นสายจากเอกราชก็กดตัดสาย ดนุภพได้ทีอ้างว่าเธอกับเอกราชกำลังจีบกันแต่เธอกลับออกเดทกับเทวัญแล้วเอกราชจะเอาหน้าไปไว้ไหน

กันยิกาอึ้งไป แต่ยังปากดีสวนไปว่าอย่าเอาเอกราชมาอ้างเพราะตนไม่แคร์ใครทั้งนั้น ดนุภพบอกว่าแต่ตนแคร์เธอ ไม่อยากให้เธอไปเสี่ยงเพื่อตามหาฆาตกร

“หยุดเลย!อย่าลืมนะว่าฉันคือ ‘แมวตาเพชร’ คนที่เอาชนะคุณมาได้หลายต่อหลายครั้ง” ดนุภพบอกว่าเขารักและเป็นห่วงเธอ “เก็บความหวังดีของคุณเอาไว้เถอะ ฉันมีวิธีทำงานของฉัน แต่คุณสิ คิดได้ยังไงเอาอาวุธกุหลาบขาวปาใส่คุณเทวัญ ทั้งๆไม่ได้ปลอมตัวน่ะ เห็นไหมยิ่งคุณมายุ่งยิ่งเสียแผน สัญญาซะว่าคุณจะไม่มาล้ำเส้นฉันอีก”

ดนุภพอึ้ง เถียงไม่ออกไปไม่เป็นเพราะตนทำพลาดจริงๆ กันยิกายังคงว่าเขาฉอดๆ แล้วจะออกไปเขาฉุดไว้บอกว่าให้มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แต่ฉุดแรงไปกันยิกาเสียหลักล้มทับกันบนเตียง ต่างอึ้ง เขิน และหวั่นไหวไปชั่วขณะ

ดนัยเทพกับดาราวรรณได้ยินเสียงดังตกใจวิ่งขึ้นไปดูเห็นทั้งสองนอนทับกันอยู่บนเตียงก็ขอโทษที่มาขัดจังหวะ

“ไม่ได้ขัดจังหวะอะไรเลยค่ะ เข้ามาก็ดีแล้ว คุณอาช่วยคุมหลานชายด้วย อย่าให้มาแส่สอดระหว่างกิจกรรมของหนูกับเทวัญอีก” แล้วย้ำปรามดนุภพว่า “คุณเทวัญเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณแล้ว ฉะนั้นอยู่ห่างๆฉัน ฉันไม่อยากให้เขามารู้ตัวจริงฉันด้วย!”

ดาราวรรณตกใจถามว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าเทวัญรู้เรื่องกุหลาบขาว ดนัยเทพถามหลานชายว่าที่ยิกาพูดจริงหรือ ดนุภพพยักหน้า ดนัยเทพถึงกับกุมขมับบ่น

“หมดกัน พัง! พังหมดแล้ว ซวยแล้ว แบบนี้ตำรวจจะมาจับเราไหม แล้วการสืบหาฆาตกรของเราก็จบเห่แล้วสิ”

ระหว่างนั่งรถกลับด้วยกัน ดาราวรรณย้ำกับกันยิกาว่าเทวัญรู้เรื่องกุหลาบขาวแล้ว ระวังอย่าให้เขามารู้เรื่องของเรา

ooooooo

เอกราชคิดไม่ตกที่โทร.หากันยิกาแล้วถูกตัดสาย เขาขับรถไปดักขณะกันยิกากับดาราวรรณกลับจากบ้านดนุภพ เอกราชขับรถปาดหน้าจนรถเกือบชนกันพอลงไปเคลียร์กัน เขาต่อว่าเธอที่ตัดสายตนแต่มาหาดนุภพถึงบ้าน

กันยิกาบอกว่าเธอมีธุรกิจบางอย่างที่ต้องต่อรองกับดนุภพและตอนนี้ก็ตกลงกันได้แล้วบอกให้เอกราชถอยรถไปตนจะกลับบ้าน เมื่อเอกราชไม่ยอมถอยเธอจึงเดินไปอย่างไม่แคร์ เอกราชไม่ยอมแพ้ตามไปที่บ้านบอกว่ายังมีอีกเรื่องที่อยากจะขอเธอ คือตอนนี้เธอเข้านอกออกในบ้านเทวัญเป็นว่าเล่น ขอเตือนว่ามันอันตรายเพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคดีฆ่ามาคัส

กันยิกาหัวเราะถามว่าการฆ่าแบบนั้นได้มีคนเดียวหรือ ไม่มีทางที่จะเป็นเทวัญ เอกราชถามว่าทำไมเธอมั่นใจ กันยิกากำลังจะหลุดความลับ ดาราวรรณก็รีบเข้ามาแทรก กันยิการู้ตัวบอกเอกราชว่าวันหลังค่อยคุยกันแล้วตนจะให้การเขาอย่างละเอียด แต่สำหรับวันนี้... “ไม่ใช่คิวของคุณ ไปรับบัตรคิวจากน้าดานะคะ กลับกันเถอะค่ะน้าดา”

สองน้าหลานควงกันผละไป เอกราชได้แต่ยืนมึน

ฝ่ายดนุภพยังฮึดฮัดขัดใจเห็นว่ากันยิกาประมาทเกินไปงานแบบนี้ไม่ใช่งานของผู้หญิง บอกกับตัวเองว่า

“ฉันนี่แหละจะสืบเรื่องนี้ให้รู้ความจริงก่อนเธอ” พลางลุกขึ้นจะเปลี่ยนชุด พลันก็หยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าย่องมาสัญชาตญาณระวังภัย พอประตูเปิดเขาก็สวนหมัดไปทันที ปรากฏว่าเป็นเอกราช เขารับหมัดไว้ได้แซวว่าเป็นการต้อนรับเพื่อนรักที่แสนอบอุ่นจริงๆ

เอกราชถามว่าเมื่อกี๊กันยิกามาหาเขาทำไม ดนุภพตอบเลี่ยงไปว่า ก็แค่มาด่าเรื่องผลประโยชน์เราขัดกันนิดหน่อย อย่าหึงเลย เอกราชบอกว่าหึงยังไม่เท่าห่วง เล่าว่าเสาวนุชบอกว่าเห็นกันยิกาอยู่บ้านเทวัญ ถามว่า

“นายรู้ไหมว่าความสัมพันธ์ของเขาไปถึงไหนกันแล้ว”

“เอกราช...ฉันว่ากันยิกาเขาไม่ได้จริงจังกับแกอย่างที่แกจริงจังกับเขาว่ะ” ดนุภพตัดสินใจเปลี่ยนประเด็น

“หลอกคบเพื่อหาผลประโยชน์หรือ” เอกราชถาม พูดอย่างเจ็บปวดว่าคนอย่างตนแค่เป็นตำรวจตัวเล็กๆไม่มีผลประโยชน์อะไรให้แถมตอนนี้ยังถูกแช่เย็น เธอเลยวิ่งไปหาคนอื่นที่แน่นอนกว่า

ดนุภพตกใจมองหน้าเอกราชแบบช็อกเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักถูกกันจากคดีมาคัสและคนที่มาทำแทนเขาคือวรุฒ

ooooooo

เสาวนุชถูกห้ามออกนอกห้องเพื่อความปลอดภัย เธออึดอัดจึงลงไปหากาแฟกินที่ร้านแถวหน้าคอนโด คนขายกาแฟคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นเธอที่ไหน เธอสะดุ้งบอกว่าตนเป็นคนหน้าโหล ใครเห็นก็ทักอย่างนี้ทุกคน

คนขายกาแฟนึกๆแล้วร้องออกมาอย่างจำได้ว่า “รู้แล้ว พี่เป็นนักประกาศข่าวนี่!” เสาวนุชตกใจวางเงิน ค่ากาแฟ คว้าถ้วยกาแฟจ้ำอ้าวออกไป คนขายกาแฟบ่นว่าโคตรหยิ่งเลย แล้วพยายามนึกว่าชื่ออะไร...แต่นึกไม่ออก


“โอ๊ย...ไม่น่าเลย นายเอกราชรู้ต้องโดนด่าจนเป็นหมันแน่” เสาวนุชก้มหน้างุดเดินกลับ เลยชนกับหมอนพดลที่จะมาตรวจอาการเธอต่างตกใจ นพดลตำหนิที่เธอออกมาเพ่นพ่านเตือนว่าความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย

จ่าฉิวที่วรุฒให้มาเฝ้าสังเกตการณ์ที่หน้าคอนโด สะดุ้งตื่นเมื่อถูกวรุฒโทร.ถามสภาพ พอลืมตาก็บอกว่าตนมาแต่เช้ามืดยังไม่เห็นอะไรเลย แถวนี้ไม่มีอะไรน่าสงสัย มองไปเห็นเสาวนุชยืนคุยกับนพดลบอกว่า

“เห็นก็แค่ยัยนักข่าวเสาวนุชอยู่กับผู้ชายคนนึงเท่านั้นเอง” พูดแล้วนึกขึ้นได้ว่าเสาวนุชตายไปแล้ว ร้องว้ากว่าผีหลอก พอวรุฒถาม จ่าฉิวมองไปอีกทีเสาวนุชก็หายไปแล้ว วรุฒสงสัยว่าเสาวนุชไปทำอะไรแถวห้องของเอกราช? บอกจ่าฉิวว่า

“ฉันไม่เชื่อเรื่องผีว่ะแล้วฉันมีเรื่องเซอร์ไพรส์อีกเรื่องที่จะให้แกเอาไปคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวกันไหม” จ่าฉิวถามว่าอะไร “ไอ้ดนุภพมันคือไอ้กุหลาบขาว และมันกับคุณเทวัญก็ประกาศสงครามกันฉันเห็นกับตามาแล้ว”

“ผมก็เห็นเสาวนุชกับตา” จ่าอวดผลงาน

“งั้นเราซวยแล้ว ถ้าเสาวนุช เอกราช กับดนุภพเป็นสมาพันธ์กัน มันต้องกำลังทำอะไรที่ไม่เป็นผลดีกับเราและคุณเทวัญแน่ๆ”

ooooooo

ดนุภพแสดงความเสียใจที่เอกราชถูกวรุฒปาดหน้าไปแบบนี้ เอกราชเลียบเคียงเจาะข่าวทำตัวน่าสงสารตำหนิตัวเองว่าทำคดีนี้มาตั้งนานแต่จับกุหลาบขาวไม่ได้สักทีถ้ากุหลาบขาวพอจะมีเมตตาสงสารตนบ้างก็น่าจะช่วยตนหน่อย

ดนุภพถามว่าทำไมกุหลาบขาวต้องช่วย เอกราชบอกว่าถึงมันจะเลวบางเรื่องแต่ก็อาจมีดีบางเรื่อง

“มันเลวเรื่องไหน ดีเรื่องไหน”

“มันดี...ที่มันเป็นโจรที่ปล้นโจรเพื่อเอาของไปคืนเจ้าทุกข์ แต่มันเลวที่ใช้ตำรวจซื่อบื้ออย่างฉันเป็นเครื่องมือเพื่อล้วงข้อมูลต่างๆไงล่ะ แต่ตอนนี้ฉันก็คงหมดประโยชน์สำหรับมันเหมือนกัน เพราะฉันถูกเขี่ยออกมาจากคดีเพชรแล้ว แต่ถ้ามันพอจะมีจิตสำนึกอยู่บ้าง มันควรจะบอกความจริงฉันหน่อยว่า ที่ฉันเห็นมันเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับมาคัสน่ะ ถ้ามันไม่ใช่คนฆ่ามาคัสเหตุการณ์ที่แท้จริงคืออะไร แล้วมันไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นและมันเห็นอะไรบ้าง”

“เอาไว้ถ้าฉันมีโอกาสได้เจอกุหลาบขาวฉันจะถามให้นะ”

“ฉันจะรอวันนั้นนะ วันที่ทุกคนจะพูดความจริงกับฉัน ให้ความจริงใจกับฉันบ้าง”

เอกราชดราม่าไปดูท่าทีของดนุภพไปอย่างมีความหวัง

ooooooo

นพดลเข้าไปตรวจอาการของเสาวนุชแล้วทุกอย่าง เป็นปกติดี ต่อไปตนคงไม่ต้องมาบ่อยๆอีก เสาวนุชขอโทษที่ตนออกไปข้างนอก
นพดลพูดขรึมว่าไม่ต้องขอโทษตน เตรียมตัวบอกและขอโทษเอกราชเถอะเพราะเขาเป็นห่วงเธอมากแต่เธอกลับคึกคะนองเอาชีวิตตัวเองออกไปเสี่ยง เสาวนุชพนมมือไหว้สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว นพดลจึงขอตัวกลับ

จ่าฉิวยังซุ่มอยู่หน้าคอนโด เห็นนพดลออกมาจำได้จึงรีบขับรถตามไป รถติดไฟแดง นพดลรู้สึกตัวพยายามมองทะเบียนรถของจ่าฉิวแต่ไฟเขียวเสียก่อนจึงออกรถไปก็ยังเห็นรถจ่าฉิวตามมา ขับเร็วอย่างไรก็ถูกตามจึงเลี้ยวเข้าซอยหลุดไป

นพดลขับรถไปที่บ้านกันยิกา ดาราวรรณตกใจถามว่ามาทำไม บอกแล้วว่าเราต้องไม่ไปมาหาสู่กันให้ใครเห็น

“น้าเล็กวันนี้มีคนขับรถพยายามสะกดรอยตามผม

ดาราวรรณตกใจถามว่ามีคนรู้สถานะจริงของเขาแล้วหรือ!

ooooooo

วรุฒรีบไปรายงานเทวัญว่าเสาวนุชยังไม่ตายไปอยู่กับผู้กองเอกราชและมีใครอีกคนมาพบกันด้วย ไม่รู้ว่าป่านนี้เสาวนุชบอกเรื่องที่ตัวเองถูกอุ้มกับใครบ้างแล้ว ตำหนิว่าคนของเขาทำงานยังไง แบบนี้พวกเขาจะลำบากกันหมด

เทวัญหันไปเล่นงานรสลินถามว่าปกครองลูกน้องยังไงถึงทำงานง่ายๆให้พลาดได้ วรุฒที่มีความสัมพันธ์ลับๆกับรสลินขอร้องอย่าทำอะไรเธอเลย เทวัญตบรสลิน

กระเด็นแล้วกระชากกลับมาตะคอกว่าใครปล่อยให้นักข่าวรอดไปได้มันจะต้องถูกลงโทษ รสลินเสนอจะตัดเงินเดือน เทวัญตะคอกว่าไม่ใช่ แล้วสั่ง

“วรุฒ ไปฆ่าพวกโง่ให้ทีซิอย่าให้รสลินต้องลำบาก เข้าใจไหม” วรุฒถามว่าฆ่าใคร “ได้ยินแล้วก็อย่าถามแบบปัญญาอ่อนสิไปจัดการไอ้พวกลูกน้องกระจอกๆ ของฉันที เข้าใจไหม”

วรุฒหน้าซีดเป็นไก่ต้มไปทันที

ooooooo

จ่าฉิวขับรถตามนพดลไม่ทัน แต่พิมพ์ชลที่เพิ่งกลับบ้านเห็นรถของนพดลจอดอยู่ก็เอะใจ ร้อนผ่าวไปทั้งตัวด้วยความหึงหวงนพดลกับดาราวรรณที่เธอระแวงมาตลอด ย่องไปแอบดูที่หน้าต่าง

ดาราวรรณฟังนพดลเล่าว่าถูกตามแล้วตกใจเป็นห่วงพิมพ์ชลไม่อยากให้มาเสี่ยงกับพวกเราย้ำให้เขาต้องห่างจากพิมพ์ชลอย่าให้รู้เรื่องนี้เด็ดขาด ดาราวรรณเห็นเขาเศร้าจึงกอดปลอบ นพดลบอกว่าอยากให้เจอตัวฆาตกรเร็วๆ เรื่องจะได้จบๆเสียที ดาราวรรณชี้ว่าถ้าเราได้เพชรเนตรสุริยามาเมื่อไรฆาตกรก็จะวิ่งมาติดกับเราเอง

นพดลวิเคราะห์ว่าเพชรที่มีคุณสมบัติเหนือธรรมชาติใครๆก็อยากได้มาครอบครอง เราจะปรักปรำใครไม่ได้นอกจากมีเส้นผมหรือลายนิ้วมือมาพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เราจึงจะแน่ใจได้

ดาราวรรณตาโตจูงมือนพดลเข้าห้องนอนบอกว่ามีบางอย่างจะให้เขาช่วย พิมพ์ชลแอบดูอยู่ทนไม่ได้รีบตามเข้าไป

พิมพ์ชลแอบฟัง ได้ยินทั้งสองคุยกันเป็นนัยเหมือนจะทำอะไรกัน พิมพ์ชลตะลึงพึมพำว่าชั่วทั้งคู่ร้องไห้วิ่งหนีไป

ที่แท้ดาราวรรณพานพดลไปดูกล่องเพชรเพลิงสุริยาที่ฆาตกรทิ้งไว้วันที่ฆ่าพ่อแม่เขา บอดี้การ์ดชาติเป็นคนเอาผ้ารองมือหยิบกล่องเพชรส่งให้เธอเก็บไว้ เธอเอาให้นพดลบอกให้รีบเอาไปหารอยนิ้วมือแต่ระหว่างนี้อย่าให้พิมพ์ชลรู้เป็นอันขาดอย่าให้เธอต้องมาเกี่ยวข้องด้วย และตัวเขาก็ต้องระวังตัวให้มาก เร่งให้รีบไปก่อนที่พิมพ์ชลจะกลับมา

พิมพ์ชลหนียืนร้องไห้ในเงามืดดูน้าดากับนพดลออกจากห้องนอนมาอย่างแค้นใจ

หลังจากนั้น นพดลโทร.หาเอกราช บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาไม่สะดวกจะพูดทางโทรศัพท์ บอกแต่ว่าเมื่อวานไปตรวจเสาวนุชที่คอนโดแล้วถูกตาม เสาวนุชร้อนตัวรีบบอกว่าไม่ใช่เพราะตนไม่มีใครรู้ว่าตนอยู่ที่นี่ตนไม่ได้เจอใครเลย

“ถ้าพี่แค่เดินเข้าคอนโดนี้แล้วเดินออกไป ถึงมีคนมาซุ่มดูผมแต่ก็จะไม่มีใครตามพี่เพราะมาเชื่อมโยงกับผมได้แน่ แต่ถ้า...”

เอกราชพูดแค่นั้น เขาเห็นเสาวนุชมีพิรุธ จึงถามขณะทานมื้อเช้าด้วยกันว่ามีอะไรจะเล่าให้ฟังไหม เสาวนุชจึงสารภาพเรื่องลงไปข้างล่าง เขาโกรธมาก บอกว่าที่ให้เธออยู่แต่ในห้องเพราะกลัวเธอตาย จะทำอะไรให้คิดถึงคนที่รับผิดชอบชีวิตเธอบ้าง เสาวนุชรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าเขา

พิมพ์ชลแค้นใจคิดว่าน้าดากับนพดลมีอะไรกัน เช้านี้เมื่อไปทำงานเธอยิ่งแค้นเมื่อได้รับคำสั่งให้ย้ายไปทำงานที่ชั้นอื่น เธอลิ่วไปเคาะประตูห้องนพดลให้ออกมาคุยกัน นพดลไม่ออกไปคุยด้วย ได้แต่พึมพำขอโทษว่าที่ต้องเป็นแบบนี้เพื่อน้าเล็ก พลางเหลือบมองกล่องเพชรในถุงกำมะหยี่ที่วางอยู่บนโต๊ะ ในขณะที่พิมพ์ชลก็ยังร้องไห้โวยวายอยู่หน้าห้อง

เมื่อนพดลไม่เปิดประตูออกมาคุยด้วย พิมพ์ชลก็เดินจากไปอย่างสงบ แต่แค้นลึก!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:36 น.