ตอนที่ 3
กระรอกได้ยินเสียงขลุกขลักตรงหน้าต่างก็สงสัย เดินไปดูแล้วต้องตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นองอาจ หญิงสาวทำท่าจะกรีดร้องขอให้คนช่วย โชคดีที่เขาตะครุบปากทัน
“ลูกพี่อย่าร้อง...นี่ฉันเอง อย่าร้องนะ ถ้าร้องฉันตายแน่”
องอาจยอมปล่อยมือเมื่อเธอพยักหน้า กระรอกจะพูดบางอย่างแต่ไม่ทันอ้าปาก สิงโตลูกน้องของแสนก็มาเคาะประตู สองหนุ่มสาวมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่องอาจจะตั้งสติได้ก่อนกระโจนไปซ่อนใต้เตียง จังหวะเดียวกับที่สิงโตเปิดประตูผางเข้ามา
“ว้าย...อะไรกันเนี่ย จู่ๆเข้ามาทำไม”
กระรอกแสร้งทำตกใจแต่สิงโตไม่สนใจ กวาดตามองความผิดปกติรอบห้อง
“มาตามจับขโมย ลูกน้องฉันสงสัยว่ามันจะมาทางเรือนนี้”
“ไม่เห็นมีใครนี่ ฉันเพิ่งดับไฟนอน”
“จะนอนแล้วทำไมไม่ล็อกประตู”
“อ้าว...ก็แม่ไปคุยกับพี่ดอกไม้ แล้วนายบุกรุกเข้ามาแบบนี้ นายแสนรู้ต้องไม่พอใจแน่”
สิงโตชะงักเพราะรู้ตัวว่ามีความผิดแอบเข้าห้องผู้หญิงของแสนยามวิกาลแบบนี้
“ฉันแค่ทำตามหน้าที่ ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน”
ooooooo
สิงโตสำรวจรอบห้องกระรอกอีกพักใหญ่จึงผละไป องอาจรีบออกจากที่ซ่อนและเข้าไปกระแซะเธอทันที กระรอกหวาดระแวงสายตาเจ้าชู้ พยายามเบี่ยงตัวหนีแต่เขาตามไปกอดแน่น
“ฉันกลัวจ้ะลูกพี่...แต่แค่ได้กอดลูกพี่แบบนี้แล้วอาการกลัวหายเป็นปลิดทิ้งเลย”
“ปล่อยฉันเถอะ”
“จะให้ดี...ขออนุญาตหอมแก้มลูกพี่เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจอีกสักหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
องอาจยื่นหน้าเหมือนจะจูบ กระรอกเบือนหน้าหนีตัดพ้อเศร้าๆ
“เกิดเป็นผู้หญิงนี่มันไม่ดีเลยนะ มีแต่ผู้ชายคิดจะล่วงเกิน ไว้ใจใครไม่ได้สักคน”
ท่าทางหวาดๆของเธอทำให้องอาจชะงัก หยุดทำรุ่มร่ามและคลายอ้อมกอดทันที
“เอ้อ...ฉัน...ฉันขอโทษ โถ่...อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นลูกพี่ เดี๋ยวฉันร้องไห้นะ”
“รีบหนีไปเถอะ ถ้านายแสนมาฉันคงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะลำพังตัวฉันเองยังแทบจะเอาตัวไม่รอด”
กระรอกเดินหนี หลบตาไม่อยากให้เขาเห็นความหวั่นไหว องอาจร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินลูกพี่เลยนะ ถึงเราจะเพิ่งเจอกันไม่นาน แต่ฉันจริงใจกับลูกพี่จริงๆนะ เชื่อฉันนะ...ตราบใดที่ฉันยังอยู่ จะไม่มีใครทำร้ายลูกพี่เป็นอันขาด!”
น้ำเสียงกับท่าทางจริงจังของเขาทำให้กระรอกลดความกลัว ส่งยิ้มบางๆให้ องอาจใจชื้นและฉวยจังหวะนี้ขอกำลังใจยกสองนิ้วแตะริมฝีปากตัวเองเอาไปแตะที่แก้มเธอ
“โอ้...กำลังใจมาเต็ม พร้อมรบ องอาจไปล่ะนะลูกพี่”
องอาจผละไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งกระรอกมองตามอึ้งๆ ก่อนจะหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายสุดขีด...ใจจริงก็แอบชอบและประทับใจในความทะเล้นของเขาไม่น้อย ...องอาจ ชาตินักรบ!
เพลิง กัมปนาท เดินเข้าบ้านแสนเมื่อถึงเวลานัด แสน ราชสีห์ นั่งรออยู่แล้วพร้อมแก้วเหล้าสองใบบนโต๊ะ
“เชิญ...ขอต้อนรับอย่างมิตร”
“แน่ใจรึว่านี่เป็นการต้อนรับอย่างมิตร”
“กูไม่เคยต้อนรับใครอย่างนี้ ไม่เคยให้โอกาสกับใครเลยนอกจากมึง...เพลิง กัมปนาท!”
แสนส่งแก้วเหล้าให้ เพลิงยื่นมือไปรับแล้วต้องชักกลับแทบไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายฟาดคมแฝกใส่ เพลิงตวัดคมแฝกของกัลป์ที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกรับ แสนยอมรับว่าคาดไม่ถึงแต่ไม่แปลกใจนักเพราะจำคมแฝกในมือเพลิงได้ดี
“คมแฝกเขี้ยวเสือของไอ้กัลป์ ไม่เลว...ขอกูพิสูจน์ดูหน่อยก็แล้วกัน”
เพลิงรู้ดีว่ากัลป์อดีตเพื่อนรักส่งสาส์นท้าทายมาพร้อมคมแฝก วาดลีลาแม่ไม้คมแฝกใส่เพลิงไม่ยั้ง
“ถึงตอนนี้มึงยังไม่ออกมาอีกเหรอไอ้กัลป์!”
แสนจัดการเพลิงจนถอยร่นไม่เป็นท่า ก่อนตวัดคมแฝกของกัลป์ไปอีกทาง กัลป์รีบออกไปรับและยกคมแฝกไปกันเพลิงไว้ไม่ให้อดีตเพื่อนรักทำร้ายไปมากกว่านี้
“ในที่สุดก็ออกมาจนได้นะไอ้กัลป์ แล้วยังไง...จะมาช่วยเพื่อนมึงคนนี้เหรอ...แม่...เมีย...น้องสาว...มึงก็ยังไม่มีปัญญาช่วยพวกเขาเลย” แสนหัวเราะเย้ยหยันพลางปรายตาไปที่ข้อมือซึ่งมีผ้าพันไว้ของกัลป์ “แล้วเจ็บข้อมือแบบนี้ อย่าว่าแต่ตีคมแฝกเลยมึง แค่ยกไม้คมแฝกก็ไม่ไหวแล้ว มึงรนมาหาที่ตายแท้ๆไอ้โง่!”
ooooooo










