ตอนที่ 3
อัญชันไม่อยากจะเชื่อ แต่สิ่งที่เห็นทำให้ตระหนักได้ทันทีว่าแสนเปลี่ยนไปแล้ว
“คิดไม่ถึงเลยว่าพี่แสนจะทำถึงขนาดนี้”
“เขาจะทำยิ่งกว่านี้อีก ผมมั่นใจ”
“เดี๋ยวกลับไปที่ไร่ ฉันจะให้คนมารับครอบครัวแววไปอยู่ด้วย”
“จะช่วยพวกเขาด้วยวิธีนี้ได้สักกี่ครั้ง กี่ครอบครัว”
“อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”
กัลป์เห็นท่าทางอดีตแฟนสาวอ่อนลงจึงตัดสินใจขอร้อง
“เข้ามายืนอยู่ข้างความถูกต้องเถอะอัญชัน ก่อนที่แสน ราชสีห์ เขาจะทำความชั่วไปมากกว่านี้”
อัญชันลำบากใจ ไม่อยากเลือกระหว่างเขา...อดีตคนรัก กับแสน...พี่ชายคนเดียว แต่สุดท้ายสำนึกผิดชอบชั่วดีก็ทำให้เธอต้องเผยความลับบางอย่าง
“ฉันก็มีเรื่องหนึ่งอยากจะบอกให้คุณรู้...เพลิง กัมปนาท กำลังจะไปพบกับพี่แสนคืนนี้”
ชื่อของเพลิงทำให้กัลป์ชะงัก อัญชันจึงถือโอกาสขอร้องเขาบ้าง
“เพลิงประมาทพี่แสนเกินไป ตัวคนเดียวบุกเข้าไปแบบนั้นต้องเป็นศพแน่ มีนายคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเขาได้”
“ผมต้องไปช่วยเขาแน่”
อัญชันมองมาอย่างขอบคุณ “นายเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะ”
กัลป์มองมาด้วยความซาบซึ้งใจ รับรู้ได้ในนาทีนั้นว่าเธอยังรักเขาอยู่...
ooooooo
กระรอกเป็นห่วงกัลป์พี่ชายคนเดียวมาก อดใจไม่ไหวต้องฉวยโอกาสตอนแสนอนุญาตให้มาซื้อยาให้แม่ แอบไปสืบข่าวจากตะเภาที่ร้านกาแฟในตลาด
ตะเภาไม่สบายใจที่เห็นกระรอก กลัวท่าทางซื่อๆอ่อนต่อโลกของอีกฝ่ายจะพาแสนมาถึงตัวกัลป์โดยไม่ตั้งใจ จงอางน้องชายของเธอก็คิดไม่ต่างกันแต่ไม่กล้าพูดมาก ไม่อยากให้กระรอกต้องบอบช้ำทางใจไปมากกว่านี้
ปานกับแจ้เจ้าของร้านกาแฟในตลาด พ่อแม่ของตะเภาและจงอาง ยอมเฝ้าหน้าร้านและปล่อยให้ลูกทั้งสองพากระรอกไปคุยหลังร้าน ไม่อยากให้มีคนผิดสังเกตและนำไปฟ้องแสน
ตะเภาดึงตัวกระรอกถึงหลังร้านก็เปิดฉากดุ “กระรอก...คิดเหรอว่าไอ้แสนแค่ปล่อยให้เธอออกมาเอายาให้แม่มาลัยอย่างเดียว มันปล่อยเธอให้ออกมาเป็นเหยื่อล่อให้พี่กัลป์ปรากฏตัวมากกว่า”
“ไม่รู้...แต่ฉันยอมออกมาเพราะมีข่าวสำคัญจะมาบอกพวกเรา...เมื่อคืนก่อนฉันเห็นมีคนเอารถบรรทุกมาส่งของหลายสิบลัง นายแสนให้คนงานขนไปเก็บที่โกดังทั้งหมดแต่ท่าทางดูลับๆล่อๆเหมือนเป็นของผิดกฎหมาย”
ตะเภากับจงอางมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนจะเล่าถึงสิ่งที่เห็นในบ้านแสนตอนไปส่งเสบียง
“วันก่อนก็ให้พวกเราไปส่งข้าวสารอาหารแห้งตั้งมากมายเหมือนเตรียมจะไปรบกับใคร”
“ฉันว่านายแสนต้องคิดการใหญ่เพื่อขยายอิทธิพลของตัวเองอยู่แน่”
“อย่าเอาเรื่องนี้ไปพูดที่อื่นนะพี่กระรอก มันอันตราย”
“ฉันไม่พูดหรอก เออ...ว่าแต่ตะเภาจะบอกฉันได้รึยังว่าตอนนี้พี่กัลป์อยู่ไหน”
กระรอกมองมาอย่างมีความหวัง ตะเภาสงสารแต่ยังไม่ไว้ใจ โกหกหน้าตายว่ากัลป์ไม่ได้บอก
องอาจแอบได้ยินทุกอย่าง สีหน้าเข้มขึ้นเมื่อคิดถึงสถานการณ์ผิดปกติในบ้านแสน แต่น้ำตาของกระรอกที่น้อยใจกัลป์พี่ชายคนเดียวก็เบี่ยงเบนความสนใจเขาจนต้องเผลอตะโกนออกไป
“น้ำตาแก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอกครับพี่น้อง โรงหนังยังมีทางออก ปัญหาสุมทรวงย่อมมีทางออกเช่นกัน”
ท่าทางบ้าๆบอๆขององอาจช่วยผ่อนคลายบรรยากาศได้ กระรอกยิ้มออกเมื่อได้ยินมุกตลกของเขา เช่นเดียวกับตะเภากับจงอางที่มองมาขำๆ แม้จะอ่อนใจแต่ก็เชื่อว่าพ่อค้าเร่คนนี้ไม่มีพิษมีภัย
ข่าวจากกระรอกทำให้องอาจตื่นตัวจะแอบไปส่งข่าวที่รถฉายหนังของตน แต่ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นกัลป์ในรถ
“มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ใจหายหมดเลย”
กัลป์ไม่ขำด้วย เอ่ยเสียงเรียบ “คืนนี้เพลิงนัดเจอกับแสน ราชสีห์”
“รนหาที่ตาย”
“ฉันจะไปช่วยเขา”
“งั้นก็ตายเพิ่มอีกศพ”
“รับรองว่าคืนนี้อาณาจักรของไอ้แสนต้องโกลาหลแน่”
“อยากให้ฉันช่วยล่ะสิ”
“ก็ทำนองนั้น”
“ย่อมได้...เรื่องตีหัวคนด่าแม่หมา ฉันไม่พลาดอยู่แล้ว แต่พวกนายเปิดโรงไปก่อนนะ ฉันมีอีกภารกิจต้องทำ...”
ooooooo










