ตอนที่ 3
รองเพชรพาลูกน้องมาล้อมจับสมิงและสมุนของแสน พร้อมสั่งสำรวจความเสียหายทั้งหมดโดยเฉพาะที่ร้านกาแฟของปานกับแจ้ที่ถูกถล่มจนเละ!
“ลูกพี่ของไอ้สมิงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้กับเจ้าของร้านนี้”
ปานกับแจ้มองหน้ากันอึกๆอักๆจะไม่เอาเรื่องเพราะกลัวอิทธิพลของแสน รองเพชรต้องประกาศกร้าว
“พ่อปานกับแม่แจ้ไม่เอาเรื่องแต่ฉันเอา”
“แต่ทั้งหมดนี้เป็นคนของนายแสนนะท่านรอง” ปานค้านเสียงอ่อย
“คนของนายแสนก็ให้นายแสนไปประกันที่โรงพัก ฉันจะได้ตั้งข้อหาซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อการร้ายอีกกระทง”
จ่ากานพลูลูกน้องคนสนิทของรองเพชรรายงานผลการสอบสวนกัลป์ เพลิง และองอาจว่าเป็นการป้องกันตัว และมีพยานชี้ว่าพวกสมุนของแสนเป็นคนก่อเรื่อง รองเพชรจึงหันไปพูดกับสามหนุ่ม
“คราวนี้ฉันจะไม่เล่นงานพวกนายเพราะเห็นว่าโดนรังแก แต่ขอเตือนไว้ก่อน...คราวหน้าถ้าคิดจะทำอะไร ขอให้นึกถึงตำรวจบ้าง...เข้าใจนะ”
รองเพชรกลับไปแล้วหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบความเสียหาย กัลป์ เพลิง และองอาจยังปักหลักที่ร้าน กาแฟ โดยมีตะเภาคอยดูแลทำแผลให้สามหนุ่ม เพลิง มองท่าทางประคบประหงมของตะเภาที่มีต่อกัลป์ด้วยแววตาหมั่นไส้ แต่กระนั้นก็ซาบซึ้งใจกับความช่วยเหลือของกัลป์
“ต้องขอบคุณอีกครั้ง...สำหรับบทเรียนคมแฝกฉบับเร่งรัด”
“ไม่เป็นไรครับ ใครที่เป็นศัตรูของแสน ราชสีห์... ผมถือว่าเป็นมิตรของผม”
กัลป์คุ้นหน้าคุ้นตาเพลิงอย่างบอกไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าใช่คนที่เคยช่วยเขาหนีจากบ้านแสนเมื่อคืนก่อนหรือไม่
“เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะผมนิสัยไม่ดีชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน”
“ถ้าใช่...ผมก็ขอบคุณกับความช่วยเหลือเมื่อคืนก่อน”
เพลิงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ กัลป์จึงมั่นใจว่าเพลิงต้องเป็นชายปริศนาคนนั้น องอาจเห็นเป็นโอกาสดีจะแนะนำตัวกับสองหนุ่ม ปานเฝ้ามองดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเป็นกังวล แอบกระซิบกับแจ้เมียรัก
“ชื่อแซ่แต่ละคน...กัลป์ เกรียงไกร...เพลิง กัมปนาท ...องอาจ ชาตินักรบ...ชวนมีเรื่องทั้งนั้น งานนี้เมืองพลมีหวังได้บู๊สนั่นลั่นบาง...”
ooooooo
เพลิงจะกลับไปไร่ของอัญชันเพื่อเก็บของ กัลป์เตือนด้วยความหวังดีว่าแสนคงไม่ปล่อยผ่านเรื่องวันนี้ไปง่ายๆ เพลิงยิ้มเย็นก่อนเผยความลับของแสนที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อคืน
“พรุ่งนี้มันจะขนอาวุธสงครามเข้าเมืองพล ถ้ารองเพชรจับได้...แสน ราชสีห์ ต้องกระอักเลือด”
“แต่ถ้ามันรู้ว่านายเป็นคนบอกตำรวจ นายก็เดือดร้อนเหมือนกัน”
องอาจยืนฟังสองหนุ่มคุยกันแล้วเสนอตัวช่วยเต็มที่
“ถ้างั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง งานนี้เราต้องใช้พรายกระซิบ...”
พรายกระซิบขององอาจคือการดัดเสียงตัวเองลงวิทยุสื่อสารส่งข่าวให้รองเพชรรู้เรื่องเส้นทางการขนอาวุธสงครามของแสนเข้าด่านเมืองพลทางทิศเหนือ
รองเพชรไม่มั่นใจนักแต่ไม่ประมาทจัดเตรียมกำลังลูกน้องไปตั้งด่านดักจับ กัลป์ เพลิง และองอาจ... สามสหายรวมตัวกันแบบเฉพาะกิจอีกครั้งและตามไปสังเกตการณ์ปฏิบัติการครั้งนี้ของพวกตำรวจด้วย
มั่นลูกน้องคนสนิทของแสนรับหน้าที่ควบคุมการขนอาวุธสงครามจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามชายแดนมาถึงด่านเมืองพล เขาได้รับคำสั่งจากแสนให้เตรียมตลบหลังด้วยการแหกด่านตำรวจ!
รองเพชรหน้าเครียดเมื่อเห็นว่าขบวนรถบรรทุกต้องสงสัยไม่ลดความเร็วและเร่งเครื่องฝ่าด่าน เขารีบสั่งการ ให้ตามจับแต่ไม่ง่ายเลยเมื่ออีกฝ่ายใช้อาวุธสงครามร้ายแรงยิงตอบโต้จนลูกน้องของเขาเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส
“เราไม่น่าเสียท่าพวกมันเลย ป่านนี้มันขนอาวุธสงครามไปไว้ไหนแล้วก็ไม่รู้”
จ่ากานพลูบ่นด้วยความเจ็บใจแต่คงไม่เท่ารองเพชรที่แค้นแทบกระอัก
“เรื่องภารกิจไม่สำเร็จไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่ลูกน้องต้องมาล้มหายตายจาก...ผมเสียใจ...ไอ้แสน ราชสีห์ กับผมจะอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้ ผมจะใช้กฎหมายกำจัดมันให้สิ้นซาก!”










