ตอนที่ 2
“โอ้โฮ...เป็นร้อยลำไหมเนี่ย สินค้าอยุธยา...อะไรมั่งหว่า เฮ้ย...ทำไมฉันจำได้แต่ว่ามีขี้ผึ้ง น้ำผึ้ง มันต้องมีของแพงกว่านั้นสิ” อดรนทนไม่ได้ซักถามท่านหมื่นโดยไม่สนใจว่าเขารำคาญ
หมื่นสุนทรเทวาถามอยากจะรู้ไปทำไม หญิงสาวอ้างว่าลืม สมองเสื่อม เขาจึงสาธยายว่า อยุธยามีไม้กฤษณา กำยาน น้ำมันครั่ง คราม ผ้าฝ้าย เครื่องถ้วยของสุโขทัย หญิงสาวชี้นิ้วทำท่า ถูกต้องแล้วค่ะ ท่านหมื่นเหล่มองตาขุ่น...เกศสุรางค์นึกถึงที่อาจารย์สอนประกอบ
“อาณาจักรอยุธยาต้องถือว่ารวยมาก เพราะค้าขายกับต่างประเทศ ชวา บาหลีไปถึงเกาะบอร์เนียว แล้วยังส่งสินค้าไปขายฝรั่ง ส่วนฝรั่งโปรตุเกส ฝรั่งเศสส่งเรือเข้ามาซื้อขายกับชาวสยามเป็นประจำ เราขายเครื่องเทศ พริกไทยและสินค้าอื่นๆอีก...ปี 2517 เราพบเรือสำเภาอยู่ใกล้เกาะครามชลบุรี สินค้าที่พบในเรืออย่างเช่นโลหะ งาช้าง เราพบเครื่องถ้วยสังคโลกของสุโขทัย”
เรือมาถึงท่าเรือจ้างวัดนางชี หมื่นสุนทรเทวาก้าวขึ้นไปก่อนหน้าตาเฉย ปล่อยให้เกศสุรางค์เก้กังกว่าจะขึ้นได้ ท่านหมื่นไม่ช่วยเพราะเคืองที่หน้าแตกครั้งก่อน เธอขึ้นมาได้บ่นอุบ
“เฮ้อ โคตรฟอร์มเลยเว้ย...ไปพวกเรา ไปเดินเที่ยว ไม่มี ก.ข.ค.แล้ว”
ท่านหมื่นเดินไปแล้ว เกศสุรางค์จึงกล้าพูด พวกบ่าวพากันงุนงง...เธออยากเห็นพวกฝรั่งโปรตุเกสมาก ว่าหน้าเหมือนฝรั่งที่กรุงเทพฯหรือไม่
เดินไปไม่เท่าไหร่ เกศสุรางค์ได้เห็นฟะรังคีตัวใหญ่ ชนฟานิกพ่อค้าผ้าจนผ้าหล่นพื้นเปรอะเปื้อน แถมยังเบ่งว่าเป็นทหารประจำตัวออกหลวงสุรสาคร เมื่อฟานิกไม่ยอมก็ทำกิริยาทรามถ่มน้ำลายใส่ ออกหลวงสุรสาครหรือฟอลคอนนายทหารกรีกที่รับราชการในอยุธยาไม่ดุว่าลูกน้องแถมปัดว่าไม่เอาความ เกศสุรางค์ไม่พอใจเข้าไปต่อว่าและให้ขอโทษฟานิก...มะลิสาวลูกครึ่งแขกโปรตุเกสเห็นพ่อถูกแกล้งรีบออกมา ฟอลคอนสะดุดตาความงามของเธอจึงอ่อนลง
ฟอลคอนปรายตามองเกศสุรางค์แล้วพูดภาษาฝรั่งเศสก่อนจะเดินไป ความหมายว่า กลับกันเถอะ อย่ายุ่งกับพวกสถุลพวกนี้เลย...เกศสุรางค์เรียกเสียงลั่นให้หยุด แล้วพูดตอบโต้กลับไปภาษาเดียวกัน ความหมายว่า ถ้าพวกฉันสถุล พวกคุณก็สถุล เพราะเราเป็นคนเหมือนกัน
บรรดาบ่าวอ้าปากค้างกับภาษาที่เกศสุรางค์พูด แถมฟอลคอนหันกลับมาทำหน้าตกใจก่อนจะรีบเดินจ้ำออกไป...ผินกับแย้มรีบถามว่าพูดอะไร เกศสุรางค์ปัดว่าพูดส่งเดช หมื่นสุนทรเทวาเดินกลับมาพอดี ถามมีเรื่องอะไร เกศสุรางค์เห็นท่านหมื่นเดินเซแถมมีกลิ่นเหล้า ก็กระซิบถามผิน เธอรับว่าเมาทุกวันเป็นปกติ หญิงสาวแปลกใจที่เขามีมุมแบบนี้ด้วย
กลับถึงเรือน จันทร์วาดยังรออยู่ เธอเห็นเกศสุรางค์ที่เข้าใจว่าเป็นการะเกดเดินพูดคุยมากับบ่าวด้วยท่าทางสบายๆก็แปลกใจ พอเจอหน้ากันก็ทำหน้าไม่รู้จัก จำปาต้องบอกให้ทักทายจันทร์วาด เกศสุรางค์จึงถึงบางอ้อ ยกมือไหว้กล่าวสวัสดี ทุกคนทำหน้างงว่าพูดภาษาอะไร
จันทร์วาดหาว่าการะเกดไม่ชอบหน้าตน จึงพูดคำไม่สุภาพ เกศสุรางค์รีบปฏิเสธและชมว่าเธอสวยมาก กลับทำให้จันทร์วาดโกรธมากขึ้น ลากลับทันที และขอให้หมื่นสุนทรเทวาเดินไปส่งท่าน้ำเพราะมีเรื่องจะคุยด้วย
เกศสุรางค์เข้าห้อง พร่ำบอกตัวเองว่าการะเกดเกลียดจันทร์วาด เพราะเธอจะแย่งท่านหมื่น แล้วถอนใจว่าตกลงตนจะเป็นใครกันแน่ แล้วเดินมายืนมองท่านหมื่นคุยกับจันทร์วาดทางหน้าต่าง ไม่ได้ยินก็พยายามชะเง้อเงี่ยหูฟังจนท่าทางน่าขำ พอท่านหมื่นหันมาเห็นก็รีบหลบ
จันทร์วาดบอกจุดประสงค์ที่มาเชิญเขาไปงานเลี้ยงที่บ้าน แต่อ้างว่าท่านพ่อไม่ให้พาการะเกดไปด้วย เพราะนางโดนมนต์กฤษณะกาลี ถือเป็นสิ่งไม่ดี...เมื่อเธอกลับไป ท่านหมื่นขึ้นเรือนมาเจอจำปา ก็พูดคุยกันถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปของการะเกด จำปาเชื่อว่านางผีเข้า ท่านหมื่นรู้ว่าเกศสุรางค์แอบฟังอยู่ก็เรียกเสียงดังให้ออกมา ทำเอาจำปาสะดุ้งสุดตัว
เกศสุรางค์ค่อยๆโผล่ออกมา ท่านหมื่นเรียกผินกับแย้มให้ออกมาด้วย แล้วซักถามสองบ่าวว่าวันนี้การะเกดพูดอะไรกับฟะรังคี เกศสุรางค์เห็นสองบ่าวทำหน้าอยากตายจึงโพล่งขึ้นว่าจะเล่าเอง พอเล่าจบท่านหมื่นตำหนิแล้วทำไมต้องโป้ปด เธออ้างว่ากลัวถูกดุ ท่านหมื่นสวน
“ออเจ้าเป็นใครจากไหน มาอยู่ในร่างของแม่การะเกด” เกศสุรางค์ตาโพลงตกใจ ท่านหมื่นสำทับ “ใช่ล่ะสิ เจ้าตายมานานกี่มากน้อยแล้ว ทำไมไม่ไปผุดไปเกิด...ตกใจที่ข้ารู้ใช่รึไม่ เอาล่ะ เจ้าจะยอมออกไปดีๆ หรือจะให้หมอผีมาขับไล่ ไปเสียดีๆเถิดอย่ามีทรมาน แล้วไปเกิดเสีย ถ้าช้าไปกว่านี้ วิญญาณของเจ้าจะเร่ร่อน หาทางเกิดไม่พบไม่เจอ”
“โอ๊ย...ไม่ใช่ค่ะ คือว่า...”
ท่านหมื่นไม่ฟังกลับบอกไม่ถือโทษ ออกจะเห็นใจด้วยซ้ำที่เป็นสัมภเวสีไร้ญาติ จึงมาหาที่พักพิง เกศสุรางค์พยายามบอกว่าตนไม่ใช่ผี ถ้าเป็นผีจะเป็นผีใคร แล้วแก้ตัวว่าที่ตนวิปลาสไปเพราะมนต์กฤษณะกาลี หาว่าตนฆ่าคนแล้วยังมาหาว่าผีเข้าอีก ไม่ฟ้องหมิ่นประมาทก็ดีเท่าไหร่
“ข้าบอกให้หยุด เจ้าเป็นคนกำเริบไม่รู้จักกาลเทศะ วาจาพิกลพิการฟังไม่รู้ความ จิตใจหยาบกระด้างไม่มีเมตตาข้าทาสบริวาร ไม่เอาการเอางาน ขี้คร้านจนตัวเป็นขน ดีแต่แต่งตัวนั่งชะม้อยชายตาหน้าขาว น่ารำคาญ”
เกศสุรางค์อ้าปากค้างกับคำกล่าวหาของท่านหมื่น ผินกับแย้มก้มหน้าสงสารนายตน...เมื่อนางไม่ยอมรับ ท่านหมื่นสนทนากับจำปาว่าจะใช้วิธีใดกับนางดี จำปาเสนอให้ใช้หมอผี แต่ท่านหมื่นว่ามนต์กฤษณะกาลีแรงกว่าหมอผี จำปาชักเป็นห่วงนางเพราะถึงอย่างไรก็เป็นคู่หมายของเขา ท่านหมื่นยืนกรานว่าเกลียดนางเข้าไส้
เกศสุรางค์คับข้องใจว่าการะเกดทำไมต้องมาอยู่บ้านนี้ทั้งที่มีแต่คนชัง ฟังๆดูนางเป็นตัวแสบด้วยซ้ำ ทุกคำที่ท่านหมื่นว่านาง ตนไม่เคยเป็นเลยสักนิด ฉะนั้นตนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้คำกล่าวหานั้น ผินกับแย้มหวั่นใจกลัวจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่อีก
ooooooo










