สมาชิก

บุพเพสันนิวาส

ตอนที่ 2

พอถึงเวลาบ่าย เกศสุรางค์ก็ชะเง้อมอง “นี่มันบ่ายมากแล้วนะพี่ผิน พี่แย้ม ทำไมตาหมื่นยังไม่มา” สองบ่าวทำหน้าตกใจ เธอหันมาเห็นถามเป็นอะไรกันอีก

“ทำไมเรียกคุณพี่อย่างนั้น คุณพี่เป็นคู่หมายนะเจ้าคะ”

เกศสุรางค์ตกใจบ้าง แย้มให้เบาเสียงเกรงจำปาได้ยิน แต่เธอยังยื้อถามด้วยน้ำเสียงเบาลง

“พี่บอกว่าข้ากับอีตาหมื่นขี้เก๊กนั่น เป็น...เป็นคู่หมายกันจริงหรือ...ตาย...ตายแน่ๆไม่แช่แป้งเลย จริงเหรอเนี่ย”

ผินกับแย้มแปลกใจทำไมถึงลืม เกศสุรางค์กลบเกลื่อนว่าไม่ได้ลืมแต่ถามให้แน่ใจ สองบ่าวบอกว่าอีกไม่นานก็ต้องตบแต่งกัน เธอจึงแย็บถามว่าท่านหมื่นกับตนรักกันไหม ระหว่างนั้นหมื่นสุนทรเทวากำลังก้าวขึ้นบันไดเรือนจึงได้ยิน...เกศสุรางค์เห็นสีหน้าผินกับแย้มก็เดาได้

“เฮ้อ...เห็นหน้าก็รู้ ไม่ต้องถามก็ได้”

ท่านหมื่นหน้าตึงถามผินกับแย้มพร้อมหรือยัง พอทั้งสองรับว่าพร้อม ก็หันไปเรียกจ้อยบ่าวคนสนิทให้เตรียมเรือและบ่าวไปอีกสามคน...สั่งเสร็จก็ปรายตามองเกศสุรางค์ก่อนจะหันกลับลงบันได หญิงสาวหมั่นไส้แต่ก็ตื่นเต้นจะได้ไปเที่ยวตลาด รีบวิ่งตาม ผินกับแย้มปรามว่าวิ่งไม่งาม ทันใด ท่านหมื่นกลับขึ้นมา เกศสุรางค์ไม่ทันเห็นจึงชนกันอย่างจัง

ท่านหมื่นกอดเกศสุรางค์ไว้เต็มอ้อมกอดเพื่อไม่ให้ล้ม ใบหน้าทั้งสองชิดใกล้ สองบ่าวปิดปากอุทานไม่ออก ท่านหมื่นทำหน้าดุก่อนจะปล่อยและเอ็ด

“วิ่งไยกัน กิริยามิสมเป็นลูกหลานพระยา”

“กลัวไม่ทันค่ะ เห็นคุณหมื่นวิ่งลงบันไดไป”

หมื่นสุนทรเทวาสะดุดหูกับคำเรียกของเธอ แต่เก็บความสงสัยไว้ก่อน สั่งจ้อยเข้าไปหยิบถุงเงินบนโต๊ะในห้องแล้วกลับลงไป เกศสุรางค์หันมาหลิ่วตาให้ผินกับแย้มก่อนจะตามลงไป

พอจะลงเรือ หมื่นสุนทรเทวาก้าวลงก่อนอย่างสบาย แต่เกศสุรางค์จดๆจ้องๆก้าวลงอย่างลำบาก ท่านหมื่นมองสงสัย พอเธอก้าวลงมาได้ก็ยิ้มย่องยกนิ้วมือว่าตัวเองเก่ง แต่พอเรือโยน เธอก็เซล้มไปนั่งตักท่านหมื่น ต่อหน้าทุกคนที่ตกตะลึง หญิงสาวทำหน้าอายๆลุกไปนั่งตรงข้าม

ผินกับแย้มรีบไปลงเรืออีกลำ จ้อยจะพายเรือตัดเข้าประตูก็ถึงป่าผ้าเหลือง แต่ท่านหมื่นกลับให้เขาอ้อมออกแม่น้ำเพราะอยากให้เกศสุรางค์ได้ชมสองฟากฝั่ง ...หญิงสาวตื่นตาตื่นใจจนเก็บอาการไม่อยู่ พึมพำคนเดียว

“อยุธยา...อยุธยา สมัยพระนารายณ์จริงๆ เห็นกะตาเหมือนที่ลาลูแบร์เขียนไว้ เหมือนคำให้การของชาวกรุงเก่าที่เคยอ่าน...ไอ้เรือง...คิดถึงแกจัง แกบ่นว่าอยากเห็นอยุธยาตามที่เราอ่านกันมา นี่ไง ฉันเห็นแล้ว ของจริงเลยแกเอ๋ย” พอเห็นหญิงชาวบ้านไม่สวมเสื้อ นั่งคุยกันก็ตาโต “เฮ้ย! ไอ้เรือง ฉันเห็นจริงๆ  ผู้หญิงสมัยนี้ พอแก่ลงก็ปล่อยตัว ผ้าผ่อนท่อนสไบบางทีก็ไม่ใส่ ไม่มีใครเห็นแปลกด้วย”

ท่านหมื่นเห็นเธอมองจนเหลียวหลังก็ถามว่ามองอะไร เกศสุรางค์สะดุ้งปัดว่าไม่มีอะไร แต่พอเห็นเรือมีประทุน มีผู้ดีแต่งกายสวยงามนั่งกางร่ม มีทั้งคนฝรั่งและคนไทยก็รีบถามว่าใช่พวกโปรตุเกสไหม ท่านหมื่นพยักหน้าอย่างระแวง เธอแย้งว่าอาจเป็นพวกฮอลันดา เขาสวนทันที

“ถ้าข้าไม่รู้แน่ จะตอบออเจ้าได้อย่างไร”

“อ้าว...ฟะรังคีเหมือนกัน”

“แต่แต่งตัวไม่เหมือนกัน” ท่านหมื่นตอบทันควัน

เกศสุรางค์เห็นจริง พอเห็นเรือแล่นใกล้ประตูช่องกุดก็ถามเขาอีกว่าเราอยู่แม่น้ำอะไร ท่านหมื่นอธิบายว่าด้านนี้เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา หญิงสาวแทรกว่าทางโน้นก็ต้องเป็นแม่น้ำลพบุรี

“ออเจ้าไม่เคยไป รู้ได้อย่างไร”

บุพเพสันนิวาส

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด