สมาชิก

บุพเพสันนิวาส

ตอนที่ 2

“ก็เรียนมาไงคะ เอ๊ย! เจ้าคุณพ่อสอนค่ะ ฉันเรียนจากเจ้าคุณพ่อ” เกศสุรางค์เห็นสายตาสงสัยของท่านหมื่นก็รีบกลับลำ เขาหาว่าที่เธอพูดมีความจริงกี่มากน้อย เธอบอกเต็มร้อย ท่านหมื่นยิ่งงงกับคำของเธอ แต่ไม่อยากสาวความ ก็พอดีเธอเห็นบางอย่างถึงขนาดอ้าปากค้าง ยิ่งพอรู้ว่านั่นคือวัดไชยวัฒนาราม ก็ยิ่งตื่นเต้นที่บ้านอยู่ใกล้วัด ที่สำคัญวันสุดท้ายก่อนมาโผล่ที่นี่เธออยู่ที่วัดนั้น น้ำตาเธอรื้นขึ้นมา...เสียงท่านหมื่นกล่าวกับจ้อย

“อ้ายจ้อย เอ็งพายเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆนา แล้วเข้าพระนครทางปากตูคลองฉะไกรน้อย”

“ไปป่าผ้าเหลืองมิใช่หรือขอรับ” จ้อยแปลกใจทำไมให้อ้อม

เกศสุรางค์รู้ว่าท่านหมื่นพาเที่ยวแต่วางฟอร์ม จึงแกล้งยกมือไหว้ขอบคุณดื้อๆ...ระหว่างเรือแล่นไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา เกศสุรางค์ซักถามว่าซ้ายมือนี้คือป้อมอะไร เขาตอบว่าป้อมปากคลองขุนละครไชย เธอรู้ว่าเป็นคลองที่เข้าพระนคร เขารับว่าใช่และสาธยาย

“ผ่านประตูช่องกุดนั้น คลองนี้ยาวไปออกทางแม่น้ำด้านโน้น”

“ทำไมชื่อขุนละครไชยคะ หรือมีละครให้ดู” เกศสุรางค์อดสงสัยไม่ได้

“ใช่ ตรงปากคลองมีตลาดบ้านจีน มีโรงเหล้าและโรงละคร โรงงิ้วและโรงน้ำชา”

“ตรงนี้นี่เอง ไอ้เรืองตรงนี้ไง ซ่องโสเภณีของอยุธยา แกยังบอกว่าอยากมาเที่ยวไง นี่ฉันเห็นกะลูกกะตาฉันเชียวนะเว้ย” เกศสุรางค์พึมพำด้วยความตื่นเต้น และพอเห็นเรือสำเภา เรือลำใหญ่มีหลังคาเป็นกระเบื้องลูกฟูกอยู่เป็นกลุ่มก็ถามท่านหมื่นอีกว่าเรืออะไร

“เรือสินค้า ทั้งของหลวงทั้งของพ่อค้า ตรงนั้นเป็นบ้านของพระยาราชบังสัน คอยดูแลระวางเรือให้ขุนหลวง ทางโน้นถัดไป วัดพุทไธศวรรย์ บ้านของพระยาวิสูตรสาคร ท่านเป็นเจ้าท่าดูแลแพทั้งพระนคร”

เกศสุรางค์ฟังและมองตาม เผลอฮัมเพลงออกมา เรือนแพ...สุขจริงอิงกระแสธารา...พอนึกได้เหลียวมองท่านหมื่น เขาทำหน้าเอือมระอา เธอหัวเราะเบาๆ หันไปซักถามสิ่งที่พบเห็นอีก เพราะเรือเลี้ยวลอดประตูช่องกุด เข้าเขตเมืองชั้นใน เห็นตลาดแต่ท่านหมื่นบอกว่า ป่าบ้านดินสอ

“ก็คือตลาด ทำไมคนอยุธยาเรียกตลาดว่าป่า แปลกนะคะ” เกศสุรางค์อดสงสัยไม่ได้

หมื่นสุนทรเทวาไม่ตอบ เรือจอดพอดี ท่านหมื่นขึ้นก่อนแล้วหันมายื่นมือจะช่วย แต่เกศสุรางค์กลับกระโดดขึ้นมาหัวเราะเสียงกังวาน ท่านหมื่นเสียหน้า เก้อไป

ตลาดผ้าเหลืองหรือป่าผ้าเหลือง มีของขายมากมาย โดยเฉพาะผ้าไตรจีวรละลานตา หลังร้านเป็นโรงพักอาศัยทำด้วยไม้ไผ่มุงจาก แม้แต่พื้นเรือนก็ทำด้วยไม้ไผ่

เกศสุรางค์ยังสงสัยใคร่รู้ทำไมถึงเรียกตลาดว่าป่า ท่านหมื่นจึงอธิบายว่า ป่าคือที่ที่มีต้นไม้มากๆอยู่รวมกัน

“อ๋อ...เข้าใจแล้วค่ะ จริงด้วย โห...เจ๋งสุดๆ”

ท่านหมื่นหยุดเดินหันมองหน้าอย่างสงสัยในคำพูด ของเธอ เกศสุรางค์กลบเกลื่อนหันไปสนใจผ้าไตรจีวรแล้วเลือกซื้อให้ท่านหมื่นจ่ายสตางค์ แม่ค้าชื่นชมว่าเมียท่านหมื่นงามและพูดจาไพเราะ ท่านหมื่นหน้าตึง

เกศสุรางค์จึงรีบปฏิเสธ บอกตนเป็นแค่ผู้อาศัย

ในวันเดียวกัน จันทร์วาดมาที่บ้านหมื่นสุนทรเทวา เพื่อขอยืมบ่าวสองคนที่แกะสลักลูกไม้ได้ ไปช่วยงานที่บ้านและเจ้าคุณพ่อให้เชิญหมื่นสุนทรเทวาไปด้วย จำปาจึงบอกว่าท่านหมื่นพาการะเกดไปเที่ยวตลาดให้เธอรอชวนเขาเอง จันทร์วาดแปลกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

ระหว่างนั้น เกศสุรางค์มองการคุยกันของผิน แย้มกับแม่ค้า ที่ใช้สรรพนามมึงกูเสียงดังแต่ไม่ได้ทะเลาะกัน หมื่นสุนทรเทวาเห็นสีหน้าจึงเอ่ยถามทำไมทำหน้าเหมือนไม่เคยได้ยิน เธอกลบเกลื่อนชี้ชวนถามเรื่องอื่นแทน ผินกับแย้มเห็นนางเดินตีเสมอท่านหมื่นก็เกี่ยงกันให้เข้าไปเตือน แต่พอเห็นท่านหมื่นไม่ว่าอะไรก็ปล่อยเลยตามเลย

กลับมาที่ท่าเรือ ท่านหมื่นให้จ้อยพายเรือไปส่งที่ท่าตลาดวัดนางชี แล้วพาเกศสุรางค์กลับเรือน หญิงสาวไม่ยอมกลับขอไปเดินรอแถวท่าเรือ เพราะอยากเห็นชุมชนโปรตุเกส ผินกับแย้มห้ามเสียงหลงเพราะกลัวพวกฟะรังคี แต่เกศสุรางค์ออดอ้อนสัญญาจะไม่วุ่นวาย จะรอที่ท่าเรือจนท่านหมื่นทำธุระเสร็จ...ทางน้ำที่ไปตลาดวัดนางชีเป็นปากแม่น้ำเจ้าพระยาบรรจบกับแม่น้ำป่าสัก จึงมีน้ำวน ท่านหมื่นย้ำให้จ้อยระวัง เรือแล่นผ่านป้อมเพชร เกศสุรางค์นึกถึงสมัยเรียน

ป้อมเพชรเป็นป้อมที่สำคัญที่สุดในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเป็นประตูเมืองที่ป้องกันข้าศึก เกศสุรางค์รู้สึกเป็นบุญตาอย่างมากที่ได้เห็นสถานที่จริง จึงมองจนเหลียวหลัง โดนท่านหมื่นเอ็ดให้นั่งดีๆ ไม่เคยเห็นใครกิริยาน่ารังเกียจเท่า หญิงสาวเห็นเรือสำเภาจอดคลาคล่ำก็ลืมตัวอีก

บุพเพสันนิวาส

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด