การเมืองทั้งศึกในศึกนอกอีนุงตุงนังไปหมด ในสภาพที่ รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คนที่ทำหน้าที่ รักษาการนายกฯก็ไม่เหมือนนายกฯ ทำแทนนายกฯได้แค่บางเรื่อง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายโดยตำแหน่ง นายกฯในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ก็ยังต้องมีส่วนในการพิจารณาอยู่ดี หรือเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่งด้วยซ้ำ จะให้รักษาการนายกฯทำแทนหมดก็ไม่ได้ บางตำแหน่งก็ต้องไปตีความกันว่ารักษาการนายกฯมีอำนาจในการอนุมัติแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ด้วยซ้ำอาทิ การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ เที่ยวนี้ เฉพาะโผระดับนายพล มีถึง 100 ตำแหน่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เป็นประธานบอร์ดกลั่นกรอง ระดับรอง ผบ.ตร. ไปจนถึง ผบก.ทั่วประเทศ มีรอง ผบ.ตร.ว่างลง 2 ตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร.อีก 2 ตำแหน่ง ฝุ่นตลบน่าดูกองทัพมีคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารอยู่แล้ว ในส่วนของการเมือง รมว.กลาโหม และ รมช.กลาโหม เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ปีนี้มีแต่ รมช.กลาโหม ฝ่ายการเมืองมีเสียงเดียว นอกนั้นเป็นปลัดกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพที่จะเสนอชื่อ ผบ.คนต่อไปขึ้นมาให้พิจารณา ในสถานการณ์เช่นนี้การเมืองคงไม่กล้าไปล้วงลูกส่วน ข้าราชการพลเรือนระดับสูง ผู้ว่าฯอธิบดี เรียบร้อยโรงเรียนการเมือง (พรรค) พวกใครก็ (พรรค) พวกมัน ทีใครก็ทีมัน โดยเฉพาะการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองที่จะต้องปูทางไปสู่การเลือกตั้งในไม่ช้าไม่นานนี้ อย่างน้อยฝ่ายรัฐบาลก็ต้องชิงความได้เปรียบเอาไว้ก่อน ฝ่ายไหนมาก็ทำแบบเดียวกันนี้กระแสข่าวการซื้อตัว สส. กระฉ่อนไปทั่ว จ่ายกันเป็นเดือนล่วงหน้า มัดจำไว้ก่อน คนละ 1-2 กิโลต่อเดือน ตอนเลือกตั้งให้อีกคนละ 50 กิโล จะบอกว่าเป็นงูเห่าก็ไม่ถูก เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องเอาไว้เอง ไม่มีบทลงโทษเอาผิดใดๆได้ ถ้ายิ่งถูกขับออกจากพรรคก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี จะได้ไปหาพรรคสังกัดใหม่แบบไม่ต้องปิดๆบังๆ กรรมของพรรคต้นสังกัด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องหวานอมขมกลืนกันไปไหนๆก็ไหนๆแล้วดูจากปรากฏการณ์ เดินสาย ของบรรดานักการเมืองมืออาชีพในช่วงนี้ดูแปลกๆ แสดงว่าใกล้จะล้มกระดานเลือกตั้งกันใหม่ พรรคอื่นยังดูปกติธรรมดา แต่เป็น พรรคประชาชน ทำเอาสังคมถึงกับอึ้ง ยิ่งดูท่าทีอุดมการณ์ของพรรคประชาชนเปลี่ยนไป สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองก็คือการเมืองวันยังค่ำ เพียงแต่ว่าถ้าพรรคประชาชนเปลี่ยนแนวทางและทิศทางการทำงานวันไหน แฟนคลับพรรคประชาชนคงรับไม่ได้อีกต่อไปฤดูการโยกย้ายใหญ่ต้องจับตาให้ดี ทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือนและนักการเมือง จะเป็นสัญญาณบ่งถึงการชิงอำนาจทางการเมือง ระลอกใหม่ ไม่ใช่ขั้วอนุรักษ์นิยมกับขั้วประชาธิปไตยในอดีต ที่แบ่งแยกกันด้วยอุดมการณ์แต่จะชิงอำนาจกันในรูปแบบ Money Politics หรือธนกิจ การเมืองเต็มตัว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม