สหรัฐฯเปิดปฏิบัติการสะเทือนโลกตั้งแต่ต้นปี 69 ส่งเฮลิคอปเตอร์ซีนุก-อาปาเช่นับสิบลำ ยิงจรวดถล่มกรุงการากัส เมืองหลวงประเทศเวเนซุเอลา ก่อนฟ้าสางวันที่ 3 ม.ค. แต่ไม่ทันหมดวันทุกอย่างก็จบเมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศลั่นสหรัฐฯประสบความสำเร็จในการโจมตีครั้งใหญ่พร้อมจับกุมตัว “นิโคลัส มาดูโร” ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภรรยา นำตัวออกนอกประเทศแล้ว เพื่อมารับโทษตามกฎหมายสหรัฐฯ ฐานพัวพันการค้ายาเสพติด-แก๊งอาชญากรรม เข้าข่ายองค์กรก่อการร้ายสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการช็อกโลกตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก เช่น รอยเตอร์ รวมทั้งเอพี และเอเอฟพี รายงานตรงกันว่าเกิดเสียงระเบิดอย่างน้อย 7 ครั้ง ในพื้นที่กรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ช่วงเวลาประมาณตี 2 วันที่ 3 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น และประชาชนในหลายเขตระบุว่าได้ยินเสียงเครื่องบินหรืออากาศยานบินในระดับต่ำ พร้อมแรงสั่นสะเทือน บางพื้นที่เกิดไฟฟ้าดับชั่วคราว ผู้สื่อข่าวและพยานในพื้นที่ยืนยันว่ามีควันลอยขึ้นจากบางจุดของเมืองหลวง แต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป้าหมายคือที่ใด หรือสาเหตุของการระเบิดเกิดจากอะไรขณะที่บัญชีบนแพลตฟอร์ม X สายข่าวความมั่นคงอย่าง OSINTdefender และ Visegrád 24 ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอและข้อความที่อ้างว่าเห็น เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐฯบินเหนือกรุงการากัส รวมถึงการระบุชนิดอากาศยานอย่าง เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพลชีนุก (CH-47 Chinook) หลายสิบลำ รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์จู่โจมรุ่นอะปาเช (AH-64 Apache) ยิงจรวดถล่มระบบป้องกันภัยทางอากาศของเวเนซุเอลาตามด้วย นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ หลังการโจมตี และออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของสหรัฐฯ ระบุว่าจุดประสงค์ของสหรัฐฯ เพียงเพื่อครอบครองทรัพยากรสำคัญอย่างน้ำมันและแร่ธาตุ ขอเรียกร้องให้กองทัพและประชาชนเวเนซุเอลาระดมกำลังต่อสู้เพื่อเอาชนะผู้รุกราน ต่อมา นายวลาดิเมียร์ ปาดรีโน โลเปซ รมว.กลาโหมเวเนซุเอลา ประกาศระดมกำลังทหารทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนรวมพลังต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า การรุกรานครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของเวเนซุเอลา พร้อมย้ำจะไม่ยอมจำนนใดๆ และ เตือนประชาชนอยู่ในความสงบ อย่าตกอยู่ในความตื่นตระหนกที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการสร้างขึ้นด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ออกประกาศเตือนชาวอเมริกันที่อยู่ในเวเนซุเอลาให้หลบอยู่ในที่พัก หลังรับทราบรายงานเหตุระเบิดในและรอบกรุงการากัส โดยระบุว่าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในโคลอมเบียกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงภายหลัง นายฉิว เสี่ยวฉี ทูตพิเศษของจีนด้านละตินอเมริกาและแคริบเบียนเข้าพบนายมาดูโร ในกรุงการากัส โดยทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือทางการเมือง เศรษฐกิจและการทูต โดยจีนแสดงจุดยืนสนับสนุนเวเนซุเอลาในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน และเรียกร้องให้แก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติวิธีอย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ของตนเอง เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ระบุสหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเวเนซุเอลา พร้อมยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯได้จับกุมตัวนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมด้วยภรรยา และได้นำตัวออกนอกประเทศแล้ว หลังจากสื่อใหญ่ทั่วสหรัฐฯรายงานว่า เกิดเสียงระเบิดหลายครั้งในกรุงการากัสเมืองหลวงของเวเนซุเอลาและหลายพื้นที่ของประเทศ เช่น ในรัฐมิรันดา รัฐอารากัว และรัฐลาไกวรา เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นการใช้กำลังทางทหารที่สะเทือนโลกรับปี 2569แหล่งข่าวระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ช่องซีบีเอส นิวส์ ว่า หน่วยรบพิเศษเดลตา ฟอร์ซ ของกองทัพบกสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินปฏิบัติการจับกุมตัวนายมาดูโร ในช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ หน่วยดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับสูงสุดของสหรัฐฯ และเคยมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติการสังหารผู้นำกลุ่มไอเอส อาบู บักร์ อัล-บักดาดี เมื่อปี 2562 แหล่งข่าวระบุว่า ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีทางทหารขนาดใหญ่ ที่สหรัฐฯวางแผนมานานหลายเดือน และได้รับการอนุมัติจากทรัมป์ช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมาการโจมตีเวเนซุเอลาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯมีการปูทางทางทหารมาหลายเดือน โดยกองทัพสหรัฐฯเสริมกำลังทหารในภูมิภาคแคริบเบียน อย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รวมถึงการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford และเรือรบอีกจำนวนมากเข้าประจำการใกล้ชายฝั่งเวเนซุเอลา ขณะที่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯยึดเรือบรรทุกน้ำมันเวเนซุเอลาอย่างน้อย 2 ลำ โจมตีเรือมากกว่า 30 ลำ ที่รัฐบาลสหรัฐฯอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด รวมทั้งโจมตีพื้นที่ท่าเรือที่ทรัมป์ระบุว่าเป็นจุดขนถ่ายยาเสพติดตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์กล่าวหานายมาดูโร ปธน.เวเนซุเอลา มายาวนานว่าพัวพันกับการค้ายาเสพติดและทำงานร่วมกับแก๊งอาชญากรรมที่ถูกจัดเป็นองค์กรก่อการร้าย ซึ่งนายมาดูโรปฏิเสธมาโดยตลอด โดยนายมาดูโรถูกตั้งข้อหาในศาลสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2563 ในข้อหา “นาร์โคเทอร์รอริซึม” (Narcoterrorism : องค์กรผู้ค้ายาเสพติด ที่นำรายได้จากการค้ายามาสนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองหรือก่อการร้าย) ด้วยสหรัฐฯมองว่า นายมาดูโร ใช้เครือข่ายยาเสพติดเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจและทำลายเสถียรภาพ ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่านายทรัมป์ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวเมื่อคืนวันคริสต์มาสอีฟ วันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า หากนายมาดูโรเล่นเกมแข็งกร้าว มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะทำได้ต่อมานายคริสโตเฟอร์ แลนเดา รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นายมาดูโรถูกจับกุมโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ จะถูกนำตัวมาพิจารณา และได้รับโทษตามกฎหมายสำหรับอาชญากรรมที่ได้ทำไว้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่