พร้อมเริ่มทำงานได้เลยหลังการเลือกตั้ง เป็นถ้อยคำที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พกความมั่นใจตั้งแต่นำทัพรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในช่วงออกสตาร์ต หลังจากในเบื้องต้นได้ศึกษานโยบายของพรรคอื่นๆอยู่เรื่อยๆโดยพรรคคู่แข่งไม่มีค่ายไหนน่ากลัว ทุกคนน่ารัก เวลาเจอกันก็พูดคุย แต่อาจยังไม่ได้หารือถึงแนวนโยบายว่าเข้ากันได้จริงหรือไม่ นโยบายเร่งด่วนที่เขาคิดและพรรค พท.คิดแตกต่างกันหรือไม่ผลเลือกตั้งออกมาน่าจะได้พูดคุยกันก่อนหน้านั้นหลังพ่ายแพ้การเลือกครั้งล่าสุด และพ่ายแพ้โหวตเลือกนายกฯในสภาได้ถอดบทเรียนนำไปปรับปรุงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่อำนาจอย่างไร นายยศชนัน บอกว่า มีหลายส่วนที่ถอดบทเรียนแล้วได้นำมายกเครื่องเพื่อไทยตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้พวกเรามั่นใจ และมีความพร้อมที่สุดเข้าสู่สนาม นำนโยบายลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้-ขยายโอกาสลงไปสู่ประชาชนการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศ หนึ่งในนั้นพรรค พท.เคยผลักดันปฏิรูประบบราชการ แต่ติดขัดที่กฎหมายหลายฉบับผูกมัดพันเหมือนหนวดปลาหมึก ครั้งนี้เตรียมผลักดันต่ออย่างไร นายยศชนัน บอกว่า ภายในพรรคพูดถึงการเปลี่ยนแปลงประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อผลักดันยกเครื่องประเทศไทยพร้อมฉายภาพให้เห็นด้วยการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ ช่วยคนจมน้ำขึ้นมาก่อน แม้หลายคนมองว่าเป็นประชานิยม เมื่อรอดชีวิตถึงมีการแก้หนี้ทั้งคนเกษียณ คนทำงาน เกษตรกร โดยสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆให้ด้วย เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เพื่อรากหญ้ายังไม่นับรวมกลุ่มเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มบริการ มีนโยบายสำหรับกลุ่มก้อนเหล่านี้หมด สามารถทำได้ทันที ส่วนรัฐบาลดิจิทัลเกี่ยวข้องเชิงสังคม และเศรษฐกิจดิจิทัล เริ่มจากเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเป็นระบบดิจิทัล การเชื่อมโยงตรงนี้เรียกว่า เอพีไอ เมื่อข้อมูลของไทยกับข้อมูลต่างประเทศหากเชื่อมกันสำเร็จ ทำให้เกิดมูลค่ามหาศาลรัฐบาลตั้งวันสต็อปเซอร์วิส พร้อมเปิดเป็นโอเพน กัฟเวอร์เมนต์ ทำให้เกิดดิจิทัลกัฟเวอร์เมนต์ที่มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่สุดพอมีข้อมูลจำนวนมหาศาล ต้องมีเอไออินฟาสตักเจอร์เกี่ยวกับเดต้า เซ็นเตอร์ ตัวนี้ก็เชื่อมโยงเศรษฐกิจทางด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์เดต้า เซ็นเตอร์ต้องมีชิ้นส่วนที่มาจากไทย ใครมาลงทุนที่ไทยต้องมีเงื่อนไขถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างมาร์เกตเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีคนไทยที่เก่งๆจบจากมหาวิทยาลัยระดับโลกทางด้านนี้ยินดีช่วย ทุกคนมีความหวังให้นำเสนอเรื่องนี้หวังสักวันไทยเจริญทัดเทียมประเทศอื่นถึงวันนี้ประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องตกอยู่ภายใต้เงาของประเทศอื่นทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกต่อไป เห็นได้จากที่พรรค พท.พยายามชี้ให้เห็นผ่านป้ายหาเสียงเน้นคำว่า “วิทยาศาสตร์” ขึ้นมา เป็นวิทยาศาสตร์ในเชิงสังคม การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆทีมการเมือง ถามว่า ในรอบกว่าทศวรรษ ประเทศไทยจัดสรรงบประมาณแผ่นดินจำนวนเยอะมาก ผลักโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่ล้มเหลว เพราะต่างหน่วยงานต่างองค์กรสร้างแพลตฟอร์มของตัวเอง โอเปอเรเตอร์เชื่อมโยงกันไม่ได้ ท่ามกลางสงครามนวัตกรรม สงครามระบบการเงินใหม่ จีนผลักดันหยวนดิจิทัล สหรัฐฯผลักดันดอลลาร์ดิจิทัล ไทยพยายามทำบาทดิจิทัล เป็นไปได้แค่ไหน ประเทศไทยวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจริง โดยใช้ Internet of Assets (IoA) และ Blockchain 3 Layers ที่เป็น Decentralized ที่เชื่อมไทยเชื่อมโลกได้แบบไร้รอยต่อนายยศชนัน บอกว่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่พยายามทำมาโดยตลอด เพื่อให้ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมโลกอย่าง โอดีซีดี ที่ผ่านมีดิจิทัลวอลเล็ต บางคนมองเฉพาะแค่แจกเงินหมื่น แต่พรรค พท.พยายามทำดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อทำระบบเชื่อมโยงกับภาคส่วนต่างๆการเพิ่มจำนวนประชากรเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศ เห็นได้จากวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 ที่ฟื้นตัวเร็ว ส่วนหนึ่งมีวัยแรงงานเข้าสู่ระบบเยอะมาก แต่วันนี้แรงงานในระบบมีน้อย พรรค พท.มีนโยบายเพิ่มประชากรอย่างไร นายยศชนัน บอกว่า กำลังเตรียมออกนโยบายช่วงต้นเดือน ม.ค.69โดยพิจารณาถึงผลผูกพันของนโยบายและพยายามนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมาเสริม อย่างผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว มีความหวังอยากทำสมาร์ทฟาร์ม เรามีอุปกรณ์ช่วยทำให้เขาสมหวังได้หรืออาจให้ผู้สูงอายุเป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องๆรุ่นใหม่ในการสร้างนักรบนวัตกรรม ตรงนี้เป็นคำพูดของสมาคมสตาร์ตอัพที่จะทำ ทำให้มีกองทัพนวัตกรรมรองรับนักรบนวัตกรรมที่มีความเข้มแข็งในการผลิต พร้อมรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ และเรียนรู้นวัตกรรมเพิ่มเติม พร้อมดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจการเงิน-ดิจิทัลเป็นเรือธงสร้างเครื่องยนต์ใหม่ให้เศรษฐกิจไทยแคนดิเดตนายกฯพรรค พท.ถูกมองเป็นนักการเมืองที่ไม่เป็นนักการเมือง ไม่หยิบมุมการเมืองขึ้นมานำ และต้องระวังหลังอย่างไร นายยศชนัน บอกว่า ตั้งแต่เปิดตัวมามีหลายประเด็นไม่ได้ตอบโต้ แต่มีประชาชนช่วยตอบโต้ทั้งหมดเกิดจากผมทำความเข้าอกเข้าใจกับประชาชน ประชาชนก็มาช่วย หน้าที่ของเราทำไปข้างหน้าและไม่สร้างศัตรู แต่หากโดนแทงก็รักษา ไม่เป็นอะไร แน่นอน ออกรบต้องมีบาดเจ็บ แต่ต้องไม่ตาย“วันนี้มาทะเลาะกันอย่างนี้มันยากแล้ว การมองพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งอยู่กับพรรคไหน เทาไม่เทา ผมก็โดนตำหนิเยอะว่า จะจับกับเทา จะจับกับไม่เทาปรักปรำว่าใครเทาไม่เทา เป็นสิ่งที่ไม่ควร เป็นเรื่องที่ประชาชนรู้อยู่แล้ว ถ้าเทาประชาชนไม่เลือกเข้ามาอยู่แล้ว ขอให้มองในเลนส์สายตาของประชาชนว่า วันนี้กำลังแย่อยู่แล้ว ทำไมไม่ไปข้างหน้าสุดท้ายเพื่อไทยจับมือกับคนที่ประชาชนเลือกเข้ามา โดยดูนโยบายเป็นไปตามที่เราต้องการได้หรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดมีความจริงใจพูดคุยกับทุกคนได้”“มีเทามีเรา-มีเราไม่มีเทา” เพื่อไทยยืนอยู่ปีกไหน นายยศชนัน บอกว่า เหมือนเดิม อยู่ฟากประชาชนที่เลือก ขอย้ำว่าการไปกล่าวหาใครเทา อาจไม่แฟร์มากนัก เชื่อว่าประชาชนรู้ว่า ใครเทาไม่เทา หากเทาประชาชนไม่เลือกอยู่แล้วตั้งแต่ยุคไทยรักไทยจนถึงเพื่อไทย เจอรัฐประหาร นิติสงครามมาโดยตลอด ทำไมถึงกล้าลงสู่สนามการเมืองอีก นายยศชนัน บอกว่า เป็นสิ่งที่อยากทำอยู่แล้ว โดยนำวิทยาศาสตร์มาเพิ่มในเชิงนโยบาย แล้วเหตุการณ์หลังจากนี้คงไม่มีอะไร เพราะประเทศไทยเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งสำคัญเดินไปข้างหน้าด้วยความสามัคคี ไม่แตกแยกกันบ่งบอกให้เห็นถึงในอนาคตประเทศไทยไม่เกิดรัฐประหาร นิติสงครามไม่เกิดขึ้น คนในชาติเลิกทะเลาะกันเพื่อเดินไปข้างหน้า นายยศชนัน บอกว่า “ผมเชื่อว่าประเทศ ไทยทำได้”เตรียมฝ่ากระแสชาตินิยมอย่างไร นายยศชนัน บอกว่า ทุกคนมีมิติความเป็นชาตินิยมอยู่ในตัว โดยต้องแปลงชาตินิยมเป็นความรักในด้านเศรษฐกิจเมดอินไทยแลนด์ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การทะเลาะกัน ที่จะทำให้เสียเอกราชทางความคิด อาจลุกลามไปถึงด้านเทคโนโลยี ขอให้มีความตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้โพลหลายสำนักสำรวจผลออกมาอยู่ลำดับ 3 ตลอด เหลือระยะเวลาหาเสียงอีกเดือนกว่าๆ ขยับมาเป็นพรรคอันดับที่ 1 ได้อย่างไร นายยศชนัน บอกว่า เคารพในผลโพล ถือเป็นเสียงสะท้อนของประชาชน ในช่วงเวลาที่เหลือมั่นใจว่า ถ้าได้สื่อสาร แสดงความจริงใจถึงประชาชนให้มากขึ้นความจริงไม่ได้เพิ่งแสดงออกเมื่อเข้ามาทำงานการเมือง สมัยทำงานทั้งชีวิตก็รับใช้รัฐบาลอยู่แล้ว เป็นอาจารย์คนหนึ่งที่เติบโตมาจากเงินหลวง วันนี้เปลี่ยนบทบาทแล้วก็พยายามทำให้มากขึ้นมั่นใจว่าเป็นพรรคที่มาอันดับ 1 ได้ นายยศชนัน บอกว่า ไม่เคยไม่มั่นใจเลย แต่ถูกจับให้เป็นที่สามตลอด และไม่เคยได้รับให้บอกว่าถ้าเพื่อไทยเป็นที่ 1 จะเลือกพรรคไหนร่วมรัฐบาล แต่สิ่งที่สำคัญสุดเพื่อไทย...เป็นขวาในเชิงความจงรักภักดี-ความมั่นคงเป็นซ้ายอ่อนๆในด้านเศรษฐกิจช่วยคนจน.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม