ประชาธิปัตย์ใจชื้นนิด้าโพลชี้คนสงขลาเทใจเลือกทั้งคนทั้งพรรคพุ่งพรวด “อภิสิทธิ์” ขอบคุณชาวบ้านไว้วางใจรอรัฐบาลใหม่สะสางปัญหา นำทีมชุดใหญ่ลุยขอเสียงคนกรุง 4 เขต วัดใจ ปชช.กาบัตรหยุดขบวนการทุนเทา “พิพัฒน์” เมินโพลไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ท่องคาถาคืนโอกาส พัฒนาให้คนใต้ มั่นใจกระแสจริงกวาด 31 สส.ตามเป้า พท.ซื้อใจคนกรุงเน้นขนส่งสาธารณะตลอดวันไม่เกิน 60 บาท “ยศชนัน” จ่อเปิดนโยบายอีก 8 ม.ค. “สุดารัตน์” ควง “จินนี่” ท่องสยามสแควร์หาเสียงวัยโจ๋ เปิดนโยบายดูแลคนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนแก่ ก่อนคลอดถึง 6 ขวบรับเดือนละ 2 พัน เรียนฟรีจนจบ ป.ตรี มีกองทุนตั้งตัวกู้ทำทุน 1 หมื่น-1 แสน คนชรารับบำนาญ 3 พัน “เท้ง” บุกอุดรฯวอนเลือกสีส้มให้ถล่มทลาย อัดฉีดจุกๆ 12 คูปองมัดใจเกษตรกร ทุ่ม 200 ล้านฟื้นท่องเที่ยว 1 เมืองรอง กกต.สรุปยอด 1.26 ล้านคนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าหลายพรรคการเมืองเคลื่อนไหวรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งขอคะแนนคนกรุง สนามเลือกตั้งที่มี สส.ทั้งหมด 33 เขต โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมใหญ่เดินสายหาเสียงช่วยลูกพรรคใน กทม. 4 เขต ประเมินว่ากระแสความนิยมของพรรค ปชป.ในภาพรวมขยับดีขึ้นเรื่อยๆ“มาร์ค” นำทีมใหญ่หาเสียง กทม.4เขตเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 4 ม.ค. ที่สวนพฤกษชาติ การเคหะคลองจั่น ซอยนวมินทร์ 8 ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กทม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กทม. ร่วมลงพื้นที่ช่วยรณรงค์หาเสียงให้ ร.อ.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ ผู้สมัคร สส.เขต 14 บางกะปิ นายสกลธีกล่าวว่า ทีม “กรุงเทพฯฟ้าใหม่” ออกช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.กทม.ต่อเนื่อง วันนี้ลงพื้นที่ 4 เขต เริ่มที่เขต 14 ที่สวนพฤกษ์ การเคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ เขต 3 ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ช่วงบ่ายนายอภิสิทธิ์นำทีม สส.กทม.ลงพื้นที่เขต 32 เขตบางกอกน้อย (เฉพาะแขวงศิริราช) เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ (ยกเว้นแขวงบางหว้า แขวงบางด้วนและแขวงคลองขวาง) เขตตลิ่งชัน (เฉพาะแขวงบางเชือกหนัง) เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจี และแขวงบางยี่เรือ) ที่วัดระฆัง ได้เข้าสักการะสมเด็จโต ทักทายแม่ค้าพ่อค้าในตลาดวังหลัง แล้วไปลงพื้นที่เขต 33 เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช) ที่ตลาดนัดเย็น วัดภาณุรังษี ถนนจรัญสนิทวงศ์35/37โอ่กระแสดีวันดีคืนคนหวังมาฟื้น ศก.นายสกลธีกล่าวว่า น่าชื่นใจกระแสตอบรับของพรรคจากประชาชนทุกพื้นที่ดีวันดีคืน บางพื้นที่เป็นฐานเสียงเดิม ชาวบ้านต้อนรับหัวหน้าพรรค คณะผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร สส.กทม.พรรค ปชป.อย่างดี ที่กลับมารวมพลังในการบริหารและพัฒนาประเทศให้เดินหน้าต่อ หวังว่าจะช่วยกันพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังย่ำแย่ให้กลับดีขึ้นมาได้ ยิ่งทำให้มีความหวังกับพรรค ปชป.จะกลับมาช่วยกู้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศ แก้ปมทุนเทาและการทุจริตคอร์รัปชัน ตรงกับนโยบายของพรรค พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่รับปากว่าพร้อมสนับสนุนเต็มที่ให้คนไทยกาบัตรหยุดขบวนการทุนเทาขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนต้อนรับอบอุ่น ส่วนใหญ่ผูกพันกับพรรคมาในอดีตยืนยันจะกลับมาสนับสนุนอีกครั้ง ปัญหาของ กทม.โซนฝั่งตะวันออกคือการจราจรจากการก่อสร้าง พยายามแก้ทำให้ประชาชนเข้าถึงการขนส่งมวลชนสาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้าราคาไม่ให้เกิน 30 บาท ส่วนปัญหาทุนเทา คนที่จะปราบและแก้ไขได้ดีที่สุดคือประชาชน วันที่ 8 ก.พ.69 การหยุดขบวนการทุนเทาที่จะเข้ามาซื้ออำนาจรัฐ ซื้อประเทศ ซื้อกระบวนการยุติธรรมด้วยการเลือกนักการเมืองที่จริงใจจริงจัง ต่อสู้การเรียกความเชื่อมั่นความมั่นใจจากนักลงทุน จะเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจดีเหมือนอดีต จะได้เข้าสู่ภาวะไทยหายจนจี้ กกต.คุมเข้ม ลต.ล่วงหน้า–นอกเขตส่วนผลสำรวจของนิดาโพล จ.สงขลา ทั้งแคนดิเดตนายกฯ สส.เขตและบัญชีรายชื่อพรรคปชป.มีคะแนนสูงสุด 40.67% นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอบคุณชาวสงขลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ลงพื้นที่หาดใหญ่พบชาวสงขลาที่รอคอยรัฐบาลมาฟื้นฟู เอาจริงเอาจังกับปัญหาหลายอย่าง ที่บางพรรคตั้งข้อสังเกตการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าอาจเป็นการทุจริตซื้อเสียงล่วงหน้า อยากให้ กกต.ชัดเจนเรื่องนี้เพราะมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว การเลือกตั้งล่วงหน้ากติกาหลายอย่างไม่เข้มงวดเท่าวันเลือกตั้งจริง เมื่อถามถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรค ปชป. ระบุว่ามีการติดต่อซื้อเสียงโหวตเลือก อ.เป็นนายกฯล่วงหน้า นายอภิสิทธิ์หัวเราะกล่าวว่า ชื่อ อ.มีหลายคน ไปถามนายนิพิฏฐ์เองจะดีกว่า ยังไม่ได้รายงานอะไรมาถึงตน ทราบตามข่าวเท่านั้น กรณีการปลุกกระแสให้ประชาชนเลือกข้าง อยากให้ประชาชนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ ที่ใช้กระแสชาตินิยมและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มาเป็นจุดขายหาเสียงเลือกตั้ง อยากให้ทุกพรรคเอาใจช่วยกองทัพและเป็นหนึ่งเดียว ไม่ควรเอามาแบ่งแยกแข่งขันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง“ชวน” ตอกย้ำให้เลือกคนดีสุจริตด้านนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.และอดีตนายกฯ พร้อมนายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรค ปชป.ดูแลพื้นที่ภาคกลาง นำทีมผู้สมัคร สส.นครปฐม 6 เขตกราบสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ก่อนรณรงค์หาเสียง มีประชาชนและกองเชียร์ต้อนรับอบอุ่นคึกคัก นายชวนนำเดินพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้ารอบองค์พระปฐมเจดีย์ นำข้อมูลปัญหาเป็นแนวทางจัดทำนโยบายตอบโจทย์ พร้อมย้ำความสำคัญการเลือกคนดีสุจริตมาทำงานเพื่อบ้านเมือง จากนั้นคณะนายชวนไป จ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตลาดบางลี่และหน้าที่ว่าการอำเภออู่ทอง เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ หน้าสวนน้ำสมอรุณ ชูประเด็นการเมืองต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน พรรคปชป.ยุคใหม่ยังคงยึดมั่นสัจจะและความสุจริต นำประสบการณ์มืออาชีพมาพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตคนไทยทุกคน“ดร.เอ้” ลุยบางพลัดสู้น้ำท่วม-แก้หนี้กยศ.เมื่อเวลา 07.00 น. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยก้าวใหม่ (ทกม.) ลงพื้นที่เขต 33 บางพลัด บางกอกน้อย กทม.หาเสียงให้ น.ส.บุณณดา สุปิยพันธุ์ ผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรค เขต 33 ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 79 พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนชุมชนวัดบางพลัด รับหนังสือร้องเรียนจากนายสายันต์ พูนมาด ประธานชุมชนวัดภาณุรังษีและเครือข่ายประธานชุมชนในเขตบางพลัด เกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน อาทิ หนี้สินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากยาวนาน นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ขอแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นระบบ พรรคมีนโยบายชัดเจนต้องมี สส.มากพอผลักดันกฎหมายและโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเขตบางพลัดต้องเผชิญทั้งน้ำเหนือจากจ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และน้ำทะเลหนุน เลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคนกรุงเทพฯ หากเลือกเรานโยบายแรกจะเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจริงจัง ออกกฎหมาย แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ให้กรุงเทพฯเสี่ยงจมน้ำในอนาคต และมีนโยบายให้เรียนฟรีตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาเอก เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศขายฝันค่าไฟ 3 บาท กองทุน ปชช.2หมื่นต่อมานายสุชัชวีร์พร้อมคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรค ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง ท่าน้ำศิริราช ช่วยหาเสียงให้ น.ส.ไปรพร แสงจันทร์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 32 บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าแนะนำตัวผู้สมัครและแนวนโยบายพรรค นายสุชัชวีร์เผยว่า ลงพื้นที่วัดใหม่ยายแป้น เจ้าอาวาสพาเดินดูสภาพพื้นที่ยกโบสถ์สูงถึง 4 เมตรหนีน้ำท่วม สะท้อนความรุนแรงของปัญหา จำเป็นต้องแก้ที่ต้นตอสร้างระบบป้องกันน้ำทะเลหนุน ค่าไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วยทำได้จริง ติดตั้งโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ พรรคมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและพลังงานโดยตรงที่ทำได้ ที่สำคัญเรามีนโยบายกองทุนประชาชน 20,000 บาท ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเข้าถึงได้ เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อยและอาชีพอิสระให้มีเงินทุนตั้งต้นประกอบอาชีพพรรครักชาติชูปราบส่วย-แก้หนี้นอกระบบเมื่อเวลา 08.30 น. ที่ตลาดสดศิริชัย เขตบางบอน กทม. พรรครักชาติ (รช.) นำโดย 2 แคนดิเดตนายกฯของพรรค นายเจษฎ์ โทณะวณิก และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค พร้อมผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงให้นายปิ่น แจ้งชะไว ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 28 นายเจษฎ์กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายหลักการปราบตำรวจก่อนเป็นโจร ตำรวจที่ดีมีมาก แต่จำเป็นต้องจัดการกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและอิทธิพลมืดให้จริงจัง ให้ความสำคัญการปราบส่วย พรรคได้เสียงสะท้อนมาจากประชาชนทุกพื้นที่ พบร้องเรียนระบบการรีดไถ เชื่อมโยงหลายฝ่ายทั้งตำรวจและผู้มีอิทธิพล บางกรณีมาในรูปบัตรคอนเสิร์ตหรือบัตรกิจกรรมต่างๆมีมูลค่าสูง รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมและแรงงานต่างด้าวจะสะท้อนปัญหาไม่ว่าจะได้ สส.กี่คน เป็นรัฐบาลหรือไม่ ช่วงบ่ายไปสักการะตำหนักพระแม่กวนอิม มหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (โชคชัย 4) ขอเสียงคนเขตลาดพร้าว เน้นย้ำนโยบายช่วยคนตัวเล็ก“หนิม” เลาะรอบกรุงหาเสียงมีนบุรีเมื่อเวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิร่มไทร กรุงเทพฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค และนายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 หาเสียง โดยรับฟังปัญหาในพื้นที่และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครกู้ภัย จากนั้นไปที่ตลาดจตุจักร 2 (มีนบุรี) ทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด ได้รับการต้อนรับอบอุ่น ประชาชนเข้าขอถ่ายภาพด้วยเป็นจำนวนมากชูขนส่งสาธารณะวันละไม่เกิน 60 บาทนายจุลพันธ์กล่าวว่ามาพร้อมเลือดใหม่ของพรรค ตั้งใจเข้ามาช่วยผลักดันนโยบาย อาทิ รถไฟฟ้านโยบาย 20 บาท ตลอดสาย 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาล พท. ผลักดันกฎหมายเรียบร้อยแล้ว แต่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไม่เดินต่อ พยายามทำเป็น 40 บาทตลอดวัน มีวิธีการแตกต่างไป เราต้องการให้ค่าครองชีพในกรุงเทพฯถูกลง จึงต้องการให้เข้าถึงขนส่งสาธารณะโดยการกำหนดราคา 20 บาทตลอดสาย และโครงการต่อเนื่อง คือการทำรถเมล์ให้เป็นรถเมล์แอร์ราคา 10 บาทตลอดสาย หากในอนาคตคนกรุงเทพฯ เดินทางจากบ้านมาขึ้นรถเมล์ และไปต่อรถไฟฟ้าจะเดินทางไม่เกิน 60 บาทต่อวัน เงินที่เหลือไปเลี้ยงดูครอบครัว ยังมีนโยบายลดค่าครองชีพ เข้าถึงที่พักอาศัยราคาถูกโครงการบ้านเพื่อคนไทย 4,000 บาทต่อเดือน ขอให้ช่วยกันเลือกพรรค พท.เข้าสู่สภาฯ ไปผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.กู้ภัย เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและสวัสดิการดูแลกู้ภัยทั่วประเทศกว่า 2 แสนคน ที่ไม่เคยได้รับการอุดหนุน“เชน” รับฟังปัญหาชุมชนคลองเตยต่อมาเวลา 15.00 น. ที่มูลนิธิดวงประทีป เขตคลองเตย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.การเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. พร้อมคณะลงพื้นที่ช่วย น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 หาเสียง รับฟังปัญหาจากชาวบ้าน นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีปกล่าวว่า หากพรรค พท.ได้จัดตั้งรัฐบาล ขอให้แบ่งที่ดินการท่าเรือมาสร้างเมืองใหม่ให้คนจน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ชัดเจน ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านอยากให้มีศูนย์ล้างไตในคลองเตยหรือสนับสนุนเครื่องมือล้างไตในพื้นที่ รวมถึงขยายโรงพยาบาล สร้างศูนย์กายภาพ นายสุริยะกล่าวว่า ข้อเสนอแนะสร้างศูนย์กายภาพหรือศูนย์ล้างไต หากได้รับเลือกตั้งเข้ามาพร้อมทำทันที ขณะที่นายยศชนันกล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำ 2 เรื่อง คือการศึกษาและสาธารณสุข เรารับไว้ทั้งหมด นอกจากโรคไตแล้วจะมีโรคหัวใจและมะเร็งด้วย วันที่ 8 ม.ค. จะเปิดนโยบาย จองที่แถวหน้าได้เลยจะเป็นคนประกาศเอง ผู้สื่อข่าวถามถึงผลโพลพรรค พท.ไม่ติดโผทั้งคะแนนแคนดิเดตนายกฯและพื้นที่นายยศชนันตอบว่า ต้องทำงานให้มากขึ้น สิ่งใดที่โพลออกมาน้อมรับ พร้อมจะปรับปรุงไทยสร้างไทย หาเสียงวัยโจ๋สยามสแควร์เมื่อเวลา 15.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายโภคิน พลกุล พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และ น.ส.ยศสุดา หรือจินนี่ ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาวคุณหญิงสุดารัตน์ ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงที่ย่านสยามสแควร์ เปิดนโยบาย “ดูแลคนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนแก่” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า นโยบายนี้จะทำให้คนไทยหายเหนื่อยกับการดำรงชีวิต มีชีวิตที่มีสุขและมั่นคงในชีวิตทุกช่วงวัย พรรค ทสท.ตระหนักว่าคนไทยทุกคนควรมีสิทธิจะได้รับการดูแลจากรัฐให้มีชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิตทุกช่วงวัย จากงบฯของรัฐปีละเกือบ 4 ล้านล้านจากเงินภาษีและภาระเงินกู้ที่ประชาชนต้องร่วมกันรับผิดชอบชั่วลูกชั่วหลาน ส่งผลให้เด็กเกิดใหม่ในไทยลดลงมาก เหลือแค่ 400,000 คนต่อปี จะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต กระทบเศรษฐกิจไทยและระบบแรงงานอย่างหนักลั่นดูแลคนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนแก่“ทสท.เห็นว่าถึงเวลาที่นักการเมืองทุกคนต้องทำเพื่อประชาชนอย่างจริงใจ งบฯเกือบ 4 ล้านล้านต้องกลับมาดูแลคนไทยเต็มที่ ไม่ใช่หมดไปกับการโกงกินของข้าราชการและนักการเมืองทุจริตปีละหลายแสนล้าน ขอคืนสิทธิ์คนไทยด้วยการจัดสรรงบฯอย่างมีประสิทธิภาพ สุจริต นำเงินภาษีประชาชนกลับมาดูแลคนไทยให้มีชีวิตที่มีสุขและมั่นคงตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงวัยชรา เริ่มสร้างคนไทยที่เก่งและดี ตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 6 ขวบ จะได้รับการดูแลเดือนละ 2,000 บาทให้เด็กมีโภชนาการที่ดี ได้รับการพัฒนาทั้งร่างกายและสมอง เรียนฟรีจบ ป.ตรี เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน คนไทยทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อตั้งตัวด้วย “กองทุนตั้งตัว” ให้กู้ทำทุน 10,000 -100,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ แค่บัตรประชาชนกู้ได้ เมื่อถึงวัยชรามีบำนาญ 3,000 ต่อเดือน ไม่เป็นภาระลูกหลาน และยังช่วยประหยัดงบฯรักษาพยาบาลอีกปีละเป็นแสนล้าน ที่สำคัญเงิน 3,000 บาทเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน เป็นพายุหมุนเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง พรรค ทสท.ขออาสาทำให้คนไทยหายเหนื่อยกับการใช้ชีวิตทุกช่วงวัย เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่มั่นคง มีศักดิ์ศรี มีกินมีใช้ มีความสุข” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว“จินนี่” รอนัดทนายก่อนให้ปากคำเอาผิด “โดม”น.ส.ยศสุดากล่าวถึงคดีนายโดม ปกรณ์ ลัม คอมเมนต์คุกคามทางเพศว่า ต้องมีการนัดหมายกับทีมทนายความอีกครั้ง เพราะให้ผ่านจากช่วงปีใหม่ หลังจากนี้ค่อยดำเนินการไปตามกระบวนการต่อไปคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า นายโดมติดต่อผ่านคนรอบตัวมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่จะเข้ามาพบวันที่นายโดมเข้ามาที่พรรค พวกเราไม่ได้อยู่ที่พรรค จึงฝากกระเช้าไว้ที่ รปภ. ได้แจ้งผ่านคนที่ติดต่อมาว่าหลังปีใหม่ค่อยพูดคุยกัน ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่สังคมต้องหยุดมองผู้หญิงเป็นวัตถุ ต้องเคารพคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าเพศใด ตนแสดงความจำนงชัดเจนดำเนินคดีให้สังคมตระหนักว่าการมองผู้หญิงเป็นวัตถุใน พ.ศ.นี้ควรจบได้แล้ว หากใครโดนแบบนี้ไม่ใช่แค่ลูกสาวตน แต่เป็นลูกยายมียายมาควรได้รับการเคารพเช่นกัน เมื่อถามว่าหากโดมเข้ามาขอโทษจะรับคำขอโทษหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ต้องพูดคุยกันก่อน ช่วงหลังปีใหม่นี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนายโดม ทางกฎหมายคงไม่มีการเผชิญหน้ากันแน่ ตนและจินนี่เองต่างเสียใจ การดำเนินการหลังจากนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย จินนี่ต้องไปให้ปากคำตามกฎหมาย จะวันไหนยังไม่มีการนัดหมาย“ไอติม” อ้อนคนลาดกระบังกาส้ม 2 ใบช่วงเช้า ที่ตลาดกลางนครร่มเกล้า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน. พร้อมนายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ลงพื้นที่ช่วยนายชุมพล หลักคำ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 20 (ลาดกระบัง) หาเสียง พ่อค้าแม่ขายและผู้มาจับจ่ายใช้สอย ทักทายสอบถามนโยบายปากท้องและนโยบายสวัสดิการดูแลคนทุกช่วงวัย นายพริษฐ์กล่าวว่า ยุทธศาสตร์เลือกตั้งคือรักษาเขตเดิม เพิ่มเติมเขตใหม่ใน กทม. ครั้งที่แล้วพรรคก้าวไกลได้ 32 เขต จากทั้งหมด 33 เขต เขตลาดกระบังเป็นเขตเดียวที่แพ้ไป 4 คะแนน นายชุมพลตั้งใจมาขอความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง จากนั้นนายพริษฐ์และผู้สมัคร สส.ขึ้นรถแห่หาเสียง เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติวันที่ 8 ก.พ.69 เป็นโอกาสที่ประชาชนใช้ปลายปากกากำหนดอนาคตของรัฐบาลในอีก 4 ปีข้างหน้าและอนาคตกติการะบบการเมืองของประเทศ ขอความไว้วางใจกาให้พรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบ เพื่อตั้งรัฐบาลพรรค ปชน.ร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ไม่เทา เท่ากัน ทันโลกขอคนอุดรฯ เลือกสีส้มให้ถล่มทลายที่ จ.อุดรธานี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.นำผู้สมัคร สส. อุดรธานีลงพื้นที่ขอเสียงสนับสนุน โดยแสดงความมั่นใจว่า พรรค ปชน.มีจุดเด่นไม่แพ้ใคร ทั้งจุดยืนประชาธิปไตยมั่นคง นโยบายดีออกแบบมาเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ผู้สมัคร สส.ความสามารถโดดเด่น ทีมบริหารที่ทำงานได้จริง เชื่อใจ เชื่อมือได้ จ.อุดรธานีมี 10 เขตส่งครบ ขอแรงใจจากพี่น้องให้เลือกพรรค ปชน.ให้ถล่มทลาย เพื่อไปเป็นปากเป็นเสียง ผลักดันนโยบายต่างๆที่ยังผลประโยชน์ให้ประชาชนให้สำเร็จได้ฟื้นท่องเที่ยว อัดฉีด 200 ล. เมืองรองนายณัฐพงษ์กล่าวว่า นโยบายท่องเที่ยวของพรรค เช่น โครงการร่วมจ่าย “เที่ยวไทยได้ทุกเดือน” จะพัฒนาระบบสนับสนุนการใช้จ่ายลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เรียกว่า “กลไกร่วมจ่าย” มีการร่วมจ่าย รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามจริงสูงสุด 500 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อทริป รับสิทธิได้ 1 ครั้งต่อปี ยังมีระบบหมุนเวียนพื้นที่ ทุก 4 เดือน (ตามฤดูกาล) จะประกาศจังหวัดเมืองรองเข้าร่วมโครงการ กระจายจำนวนนักท่องเที่ยวให้สมดุลตลอดทั้งปี ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ช่วงเทศกาลสำคัญ สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (Man-Made Destination) คือเมกะโปรเจกต์ของพรรค ปชน.รัฐบาลลงทุน 5,000-10,000 ล้านบาท สร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Made Destination) ขนาดใหญ่ อย่างน้อย 5-10 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าอย่างน้อย 5 แห่งภายใน 4 ปี เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น จะอัดฉีดงบฯ 200 ล้านบาทต่อหนึ่งเมืองรอง เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบแหล่งท่องเที่ยว Man-Made Destination ที่ตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่น ตั้งเป้าเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใน 25 เมืองรองภายใน 4 ปี เป็นต้นขายฝัน 12 คูปองผูกใจเกษตรกรนายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่าด้านเกษตรกรจะทำเกษตรกรรมทันสมัยขึ้น นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พรรคมีนโยบายเกษตรแบบไม่เผา มาตรการสนับสนุนภาครัฐ เกษตรกรจะได้รับการบริการและการสนับสนุนผ่าน 12 คูปอง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ 1.คูปองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คูปองไม่เผา 250 บาทต่อไร่ คูปองท่อนพันธุ์มันทนโรค 800 บาทต่อไร่ คูปองวิเคราะห์ดิน+ปุ๋ยแม่นยํา 500 บาทต่อไร่ คูปองปลูกพืชบํารุงดิน 1,000 บาทต่อไร่ 2.คูปองแก้ปัญหาฐานราก คูปองขุดบ่อน้ำ 50,000 บาท+ลดหนี้ คูปองฟาร์มปลอดโรค 5,000 บาทต่อราย คูปองเปลี่ยนพืชที่ไม่เหมาะสม 2,000 บาทต่อไร่ คูปองปลูกไม้ยืนต้น 5,000 บาทต่อไร่+ลดหนี้ 3.คูปองเพิ่มมาตรฐาน แปรรูป ทักษะ คูปอง GAP เกษตรอินทรีย์ 5,000 บาทต่อราย คูปองข้าวลดโลกร้อน 500 บาทต่อไร่ คูปองแปรรูปผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 50,000 บาทต่อราย คูปองฝึกทักษะ 5,000 บาทต่อคนต่อปีโวพาสู่อนาคตใหม่ที่ไกลกว่าเดิมขณะที่เพจเฟซบุ๊กพรรค ปชน.ปล่อยคลิปวิดีโอชวนประชาชนให้ติดตามการเปิดตัวทีมบริหารพรรค ปชน. จะมีการจัดงานวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ วันที่ 11 ม.ค.ในคลิปมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.สื่อสารไปถึงประชาชนว่า ตลอด 93 ปี ที่ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สลับกับรัฐบาลเผด็จการทหาร คุณจำรัฐมนตรีที่ดีได้สักกี่คน 32 นายกฯกับรัฐมนตรีอีกนับไม่ถ้วน พาประเทศไทยมาได้ไกลเท่านี้ 2569 เลือกนายกฯคนใหม่ ภายใต้โครงสร้างใหม่ วิธีบริหารใหม่ รัฐบาลประชาชนนำโดยผม จะพาประเทศไทยไปสู่อนาคตใหม่ที่ก้าวไกลกว่าเดิมแม่ค้าทวง “ขิง” คนละครึ่งพลัสกลับมาเมื่อเวลา 13.30 น. ที่ตลาดวังหลัง กทม.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ แกนนำหาเสียงเลือกตั้ง สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยหมวดตรีศุภิกา พัฒน์ธนันภู ผู้สมัคร สส.เขต 32 นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ผู้สมัคร สส.เขต 33 หาเสียงพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน มีแม่ค้าบางคนตะโกนอยากได้โครงการคนละครึ่งพลัสกลับมา ฝากไปถึงนายกฯยังติดหนี้พี่น้องประชาชนอยู่ 2,400 บาท นายเอกนัฏเปิดเผยว่า ประชาชนต้องการโครงการคนละครึ่งพลัสกลับมา ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงวิกฤติ เป็นความรับผิดชอบ ไม่ใช่นโยบายประชานิยมแบบฟรี ประชาชนเรียกร้องนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 2 และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ผู้ช่วยหาเสียงด้วย พรรคจะจัดคิวลงพื้นที่ช่วงไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีแล้ว สนามเลือกตั้ง กทม.เป็นตลาดเปิด หลายพรรคมีโอกาสช่วงชิง สส.ได้ เวลาที่เหลืออีกไม่ถึงเดือน มั่นใจว่า ภท.มีนโยบายที่ดี ผู้สมัครที่พร้อม มีมือดีมาเป็นรองนายกฯ และทำงานกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญที่คน กทม.เชื่อถือได้ จะนำทีมผู้สมัครสู้ให้สุดซอย ครั้งนี้พรรค ภท.ได้เสียงตอบรับที่ดีขึ้น“พิพัฒน์” โพสต์ทวงคืนโอกาสคนใต้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขออาสาทวงคืนโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ หลัง 30 ปีที่ผ่านมาโอกาสของคนใต้หายไปมากเกินพอแล้วผ่านวิสัยทัศน์นโยบายภาคใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.วางรากฐานและสร้างการพัฒนา 2.สร้างประชาภูมิใจ และ 3.ไทยใต้มั่นคง ควบคู่การขับเคลื่อนการพัฒนา 7 ด้านหลัก ครอบคลุมทุกมิติ ทั้ง 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.ท่องเที่ยว-การค้า 3.เกษตร-ประมง 4.อุตสาหกรรม 5.การศึกษา 6.AI สังคม และ 7.ความมั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญผลักดันให้ 14 จังหวัดภาคใต้เติบโตอย่างเท่าเทียม มั่นคง และยั่งยืน สร้างงาน สร้างรายได้ และเปิดโอกาสให้ลูกหลานคนใต้สามารถทำงานบนบ้านเกิดของตนเองเมินโพลใต้มั่นใจกวาดตามเป้า 31 ที่นั่งต่อมาที่ จ.พัทลุง นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลคนสงขลาหนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็น นายกฯว่าโพลเป็นเพียงภาพสะท้อนความคิดเห็นช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกตั้ง เคารพทุกผลโพล แต่การเลือกตั้งจริงตัดสินกันที่ชีวิตจริงของประชาชน โพลไม่สามารถแทนเสียงของคนทั้งจังหวัดหรือทั้งภาคได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือใครทำให้คนใต้มีอนาคตดีขึ้นได้จริง ช่วงเวลาที่เหลือกลยุทธ์หลักคือการสื่อสารนโยบายภายใต้แนวคิด “ขอโอกาสทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” กว่า 30 ปีที่ผ่านมาภาคใต้เคยให้โอกาสทางการเมืองพรรคอื่นมาแล้วหลายครั้ง วันนี้ถึงเวลาจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า โอกาสนั้นกลับมาถึงคนใต้มากพอหรือยัง ภท.ขอเป็นทางเลือกใหม่ เป้าหมาย สส.ภาคใต้ พรรคตั้งเป้าไว้ 30-31 ที่นั่ง จากกระแสตอบรับในพื้นที่ขณะนี้เชื่อมั่นว่าผลลัพธ์อาจออกมาดีกว่าที่คาด หากประชาชนเห็นว่านโยบายและแนวทางการทำงานของพรรคตอบโจทย์ชีวิตจริง มั่นใจว่าแนวทางของพรรค ภท.กำลังได้รับความสนใจ และมีโอกาสทำผลงานได้ตามเป้าแน่นอน“ธนกร” แซะ “โรม” แก้เกี้ยวกลัวแต้มตกนายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ปชน. ระบุว่า กองทัพใช้ไอโอมุ่งด้อยค่าพรรค ปชน.ว่า นายรังสิมันต์น่าจะกำลังเข้าใจผิด เห็นมีแต่พรรค ปชน.ด้อยค่าตัวเองมากขึ้นทุกวัน คำพูดว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ไม่เคยมีใครคิด แต่เป็นคนจากพรรคนายรังสิมันต์บัญญัติขึ้นมา การอ้างจุดยืนพรรค ปชน. ชัดเจนมาตลอดต้องการเห็นกองทัพทำหน้าที่หลักป้องกันประเทศให้คนไทยปลอดภัย คนไทยที่ได้ฟังน่าจะขำกลิ้ง เพราะคนทั้งประเทศรู้อยู่เต็มอกว่า ที่เรากินอิ่มนอนหลับได้แม้ยามสงคราม เพราะเรามีทหารคอยปกป้องคุ้มครอง นโยบายปรับลดกำลังพล การอภิปรายปรับลดงบฯ ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ ล้วนมาจากปากคนพรรค ปชน.เองไม่ใช่หรือ ที่ผ่านมาเอาแต่ด้อยค่ากองทัพ แต่พอชาวบ้านรู้ความจริงแล้วว่ากองทัพคือผู้เสียสละปกป้องประเทศ จึงรีบมาแก้เกี้ยวกลัวกระทบกับการเลือกตั้งใช่หรือไม่วันแรกขอออกเสียงประชามติกว่า 2 แสนคนวันเดียวกัน สำนักงาน กกต.สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักร ที่เปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 3-5 ม.ค. เมื่อวันที่ 3 ม.ค.วันแรกมีผู้ขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ 225,920 คน เป็นผู้ขอใช้สิทธินอกเขตออกเสียง 207,439 คนและมีผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร 18,418 คน การออกเสียงประชามติไม่มีการลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า มีแต่การลงคะแนนออกเสียงนอกเขตออกเสียงในวันที่ 8 ก.พ. เป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ดังนั้นประชาชนที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติในเขตออกเสียงที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียงได้ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.1.26 ล้านลงทะเบียนกาบัตรล่วงหน้าสำนักงาน กกต.ยังได้สรุปยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร รวม 15 วันของการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค.68-3 ม.ค.69 รวม 1,264,103 คน มีผู้ขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 4,837 คน มีผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจำนวน 1,148,146 คน และมีผู้ขอลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักร 111,120 คน สำหรับการเปิดให้ประชาชนที่มีกิจธุระจำเป็นไม่สามารถไปออกเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.หรือประชาชนที่อยู่นอกราชอาณาจักร รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติการในวันเลือกตั้งลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.68-5 ม.ค.69 ทั้งนี้ประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเปลี่ยนใจหรือไม่สะดวกจะไปใช้สิทธิในวันที่ 1 ก.พ.69 เนื่องจากไม่สามารถออกเสียงประชามติล่วงหน้าได้สามารถยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้เพื่อจะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมกับการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.69โพลคนสงขลาเทใจเลือก “มาร์ค-ปชป.” วันเดียวกัน นิด้าโพลเผยผลการสำรวจ ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้งใน จ.สงขลา 1,067 ตัวอย่าง เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนสงขลา” เมื่อวันที่ 20-25 ธ.ค.68 บุคคลที่คนสงขลาจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯวันนี้ ร้อยละ 40.67 ระบุนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 24.18 ยังหาคนเหมาะสมไม่ได้ ร้อยละ 12.56 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 11.43 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และร้อยละ 2.16 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ พรรคที่คนสงขลามีแนวโน้มเลือก สส.บัญชีรายชื่อ ร้อยละ 45.45 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 19.49 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.09 พรรคประชาชน ร้อยละ 11.90 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.16 พรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อถามถึงพรรคที่คนสงขลามีแนวโน้มเลือก สส.เขต ร้อยละ 44.42 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 23.81 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.96 พรรคประชาชน ร้อยละ 10.87 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 1.87 พรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติในสัดส่วนเท่ากันฐานเสียง ภท.-พท.แน่นแนวโน้มขยับขึ้นด้านสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยรายงานผลการสำรวจ หลักสถิติ แนวโน้มคะแนนเสียงของพรรคการเมืองครั้งที่ 3 จากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,706 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 59.6 เลือกทั้ง สส.เขตและบัญชีรายชื่อพรรคเดียวกัน ร้อยละ 31.8 เลือกคนละพรรค โดยพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 8.4 ล้านคะแนนเป็น 9.4 ล้านคะแนน พรรคเพื่อไทย พลังผสมของผู้นำพรรคคนรุ่นใหม่กับความหวังเชิงอนาคต แนวโน้มคะแนนเสียงที่เพิ่มขึ้นมีนัยสำคัญจาก 7.5 ล้านคะแนน เป็น 7.9 ล้านคะแนน พรรคประชาชน ความเห็นใจมิติความเป็นมนุษย์กับการเมืองเชิงศีลธรรม คะแนนเสียงเพิ่มจาก 4.5 ล้านคะแนนเป็น 4.7 ล้านคะแนน ขณะที่กลุ่ม “เลือกพรรคอื่นๆ และพรรคเปิดตัวใหม่” เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 4.56 ล้านคะแนน เป็น 7.48 ล้านคะแนน พรรคเศรษฐกิจเพิ่มจาก 7 แสนคะแนนเป็น 9 แสนคะแนน พรรคปวงชนไทยเพิ่มจาก 4.7 แสนคะแนนเป็น 5.8 แสนคะแนน และพรรคไทยก้าวใหม่ เพิ่มจาก 2.6 แสนคะแนนเป็น 3.7 แสนคะแนน ส่วนกลุ่มคนลังเล/ไม่ตัดสินใจ/ไม่ตอบ ลดลงจาก 14.64 ล้านคะแนนเหลือ 11.19 ล้านคะแนนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่