ตั้งรัฐบาลกันแล้ว...ยังไม่ทันกาบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ก็รู้แล้วว่า ใครเป็นแกนนำรัฐบาลพรรคไหนร่วมด้วย นั่นก็เพราะมีการกำหนดแนวทางตามอุดมการณ์ของแต่ละพรรค อย่างพรรคไหนห้ามแตะ 112 มีเรา ไม่มีเทา ก็จะรู้แล้วว่าใครไม่ร่วมกับใคร เหลือเพียงแค่ตัวเลขว่าพรรคไหนจะได้กี่คนเท่านั้นก็ไม่แปลกที่มีการพูดกันว่าพอปิดหีบเลือกตั้งก็จะรู้แล้วว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคไหนร่วมรัฐบาลบ้างพูดง่ายๆว่าไม่ต้องรอลุ้นเหมือนการตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา“ก้าวไกล” คือ “ประชาชน” ในปัจจุบันจับมือกับ “เพื่อไทย” พรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ซึ่งดูแล้วก็ง่ายดีลงตัวไม่ต้องยุ่งยากแต่ในความง่ายกับยุ่งยากและไม่สามารถจับมือกันได้ก็เพราะแต่ละพรรคต่างก็มีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกันแถมยังมีตัวแปรคือ สว.ซึ่งตอนนั้นมีอำนาจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยปรากฏ “ก้าวไกล” จ้องไปเป็นฝ่ายค้านไม่ได้เป็นรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี“เพื่อไทย” ไปจับมือกับพรรคแนวอนุรักษ์นิยมและพรรคลุงเป็นรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีทำให้พรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่แค้นเคืองมาจนถึงทุกวันนี้!แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ทุกพรรคต่างรู้ดีว่าจะอยู่ในจุดไหนจึงไม่ยุ่งยากสามารถตกลงกันได้ง่ายเพียงแต่วางตำแหน่งรัฐมนตรีเท่านั้น“เพื่อไทย” ประกาศชัดเจนคือจับมือกับทุกขั้วทุกพรรคได้ขอให้เป็นรัฐบาลเท่านั้น นั่นก็เพราะไม่มีทางเลือกอย่างอื่นไม่มีอำนาจต่อรองใดๆทั้งสิ้นเมื่อนั้นก็ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน!“ภูมิใจไทย” วางตัวเองว่าต้องเป็นแกนนำรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรีจึงมีอำนาจต่อรองสูงกว่าพรรคอื่นๆเพียงแต่ว่าจะได้เสียงมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นยิ่งเสียงมากก็ยิ่งมีอำนาจมากที่จะเลือกพรรคไหนมาร่วมรัฐบาลหรือไม่เลือกได้ อย่างเช่นร่วมกับเพื่อไทยตั้งรัฐบาลสามารถเลือก “กล้าธรรม” หรือ “ประชาธิปัตย์” พรรคใดพรรคหนึ่งก็ได้จริงอยู่ “กล้าธรรม” นั้นหวังจะร่วมรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” เพราะกอดคอกันมาก่อนแบบไปไหนไปด้วยแต่เนื่องจากภาพลักษณ์ของพรรคไม่ค่อยดีนัก!ใครเอาเข้าไปร่วมรัฐบาลก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาในการยอมรับได้อย่างที่ปรากฏ “ประชาชน” และ “ประชาธิปัตย์” ต่างก็ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะไม่ร่วมกับพรรคนี้ในการเป็นรัฐบาล“อนุทิน ชาญวีรกูล” ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีน่าจะเลือก “ประชาธิปัตย์” มากกว่าที่ไม่มีปัญหาก็คือ “เพื่อไทย” พร้อมเป็นรัฐบาลร่วมกับ “ภูมิใจไทย” ได้แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า “ภูมิใจไทย” จะได้เสียงเท่าใด “ประชาธิปัตย์” จะได้เสียงเท่าใดหากรวมกันแล้วเป็นเสียงข้างมากมีเสถียรภาพมั่นคงก็จะไปทางนั้น“ประชาชน” นั้นทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือได้เสียงอันดับ 1 และมากกว่า 250 เสียงขึ้นไปจึงจะได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลนอกนั้นแทบจะไม่มีโอกาสเลยก็ว่าได้จึงต้องพยายามหาเสียงโน้มน้าวให้เลือก “ประชาชน” ให้มากที่สุด!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม