หนังสือปกแข็งสวยเล่มหนา “คมอาจินต์” (ผู้เขียน อาจินต์ ปัญจพรรค์ สำนักพิมพ์โอเลี้ยงห้าแก้ว ก.พ.2568) คงหาซื้อได้ในงานหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์สิริกิติ์ปีก่อตั้งสำนักพิมพ์โอเลี้ยงห้าแก้วปี 2508 นั้น โอเลี้ยงแก้วละบาท ผมซื้อจากแผง ย่านวังบูรพา วันนั้น บัวบานในอเมซอน เล่มหนาครึ่ง “คมอาจินต์” วันนี้พี่อาจินต์ยอมขาดทุนเงิน แต่ได้กำไรน้ำใจ...พิมพ์ขายขอบอกแฟนๆอาจินต์ไว้ อ่านเล่มนี้แล้วฟื้นความหลังกับนักเขียน นักคิด ศิลปินน้อยใหญ่ ใครทำอะไร มังกรห้าเล็บ เล็บไหน? พี่อาจินต์ เขียนไว้หมด โกวิท สีตลายัน คนปั้นผมมากับมือ ผมยังลืมพี่โกลาไปอยู่ดาวมังกรบนฟ้า 6 ก.พ.2543 นับถึงวันนี้ 25 ปีเข้าไปแล้วเด็กรุ่นหลังๆหากอยากจะรู้ คมอาจินต์ คมบาดใจแค่ไหน มีหนังสือในมือ เปิดหน้า 923 เรื่องสั้นโลกาวินาศชายสองคนนั่งคุยกันถึงเรื่องต่างๆในกลางเดือนมิถุนายน 2536 คนแก่อายุ 65 ชื่อเอกา คนหนุ่มอายุ 45 ชื่อโลกาคนหนุ่มถามคนแก่ว่า “ตอนนี้ทำอะไรพี่” “หายใจ” เฒ่าเอกาตอบหนุ่มโลการู้สึกว่าถูกรวน แต่คำตอบนี้โก้มาก เขาชมจริงใจ“พี่ตอบได้เด็ดขาดไปเลย ผมขอเอาไปใช้กวนตีนเพื่อนได้ไหม?”“คุณต้องไปขอจากสง่า อารัมภีร์ แต่แกตายแล้วนะ คุณจะใช้ก็ใช้เถอะ”“ใครคือสง่า อารัมภีร์?” หนุ่มถาม “เขาพูดที่ไหน เมื่อไหร่?” “พูดที่บ้านเขา เมื่อตอนที่เขาได้เป็นศิลปินแห่งชาติ”“แล้วคุณสนใจอะไร?” เฒ่าเอกาถาม “ผมสนใจโลกานุวัตร เรื่องเศรษฐกิจ สารสนเทศ ธุรกิจข้ามขาติ ที่ครอบคลุมนวัตกรรมทั่วโลก” “คุณอ่านอะไรตอนนี้” เฒ่าเอกาถามหนุ่มโลกาตอบ “ผมอ่านเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อ่านด็อกเตอร์ชัยอนันต์ อ่านเกษียร เตชะพีระ อ่านนิธิ เอียวศรีวงศ์ อ่านคำนูญ สิทธิสมาน...”“อ่านที่ไหน?” เฒ่าเอกาถาม “ในหนังสือผู้จัดการ” “เขาเขียนอะไรกัน”“ส่วนมากวิเคราะห์สังคมและการเมือง โดยเอาแนวโลกานุวัตร โกลบัลไลเซชั่นเข้าจับทุกเรื่อง ทุกวันนี้คิดอะไร ต้องคิดระดับโลกานุวัตร ไม่ใช่คิดเรื่องส่วนตัว ส่วนจังหวัด หรือส่วนประเทศ แต่ต้องคิดถึงโลก”เฒ่าถามว่า “แล้วคุณอ่านเดอะเนชั่น ของสุทธิชัย หยุ่น บ้างหรือเปล่า?”“อ่านซี ผมอ่านเนชั่นสุดสัปดาห์เล่มนั้น กาแฟดำ เขียนเรื่องสั้น เรื่องหนุ่มเวียดนามที่ไปได้ดีในสหรัฐฯกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด เขาคุยกับ ต.ม.ว่า เขาหนีไปจากแผ่นดินที่รักนี้ไปในวันที่เวียดนามแตกสลาย”แต่ ต.ม.ผู้รักชาติร้อง “อ๋อ! นั่นเป็นวันที่เราปลดแอกจากอเมริกาได้สำเร็จ”“นั่นเป็นโลกานุวัตร หรือชาตินิยมล่ะ” เฒ่าถาม “ถ้าคิดให้ลึกๆแล้ว จะเห็นว่าภาพรวมเป็นโลกานุวัตร” หนุ่มตอบอย่างสง่างาม “ผมชอบคิดดาดๆ เพราะต้องมีตื้นก่อน จึงจะทำให้ลึกได้” เฒ่าเอกาว่าไปเรื่อยๆ“เอางี้ดีกว่า วันสองวันนี้ผมอ่านหนังสือพิมพ์ มีข่าวพยากรณ์ว่าจะมีแผ่นดินไหวที่เมืองกาญจน์ ไม่ปีนี้ก็ปีหน้า คราวนี้จะแรงหลายริกเตอร์ ตึกสูงๆอาจจะโค่นลงมา ข่าวนี้คุณอ่านหรือเปล่า?”“ไม่ได้อ่าน แล้วไงครับ”ตาเฒ่าถามอีก “คุณเคยอ่านวิธีปฏิบัติตนให้พ้นภัยเวลาแผ่นดินไหวบ้างไหม? คราวนี้ผมขอแนะนำคุณให้จดวิธีปฏิบัติตนติดกระเป๋าติดตัวไว้ เวลาเกิดเหตุจะได้ควักมาดูได้ทันที นี่ไงผมเก็บไว้” หนุ่มโลกาขอจด“เมื่อเกิดแผ่นดินไหว อย่าเข้าบ้าน หรือออกจากบ้าน จงยึดส่วนที่แข็งแรงของบ้าน จงอยู่ให้ห่างประตูหน้าต่าง จงอยู่ห่างเสาไฟฟ้า ต้นไม้สูง ชายหาดมีคลื่น อย่าใช้ลิฟต์ ออกจากที่เสียหายทันที เพราะอาจมีระลอกสอง”เฒ่าเอกาพึมพำ “นอกจากคิดแบบโลกานุวัตรแล้ว เราต้องระวังโลกาวินาศด้วย”อาจินต์ ปัญจพรรค์ จบเรื่องสั้นที่เขียนลงในกุลสตรี เมื่อ มิ.ย.2536 ผมอ่านแล้วอัศจรรย์...ข้อเขียนเมื่อ 32 ปีที่แล้ว แต่อ่านอย่างเข้ายุคสมัย สะใจได้ถึงวันนี้.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม