ถ้าเป็นหนังก็ประเภท “อุ้มกระเตงฟัด” หรือ “ซามูไรแม่ลูกอ่อน”เพราะเพิ่งคลอดลูกมาหมาดๆ ถ้าสมัยโบราณก็ยังถือเป็นช่วงอยู่ไฟ แต่ด้วยตั้งใจและใจสู้ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย กลับมาแถลงข่าวการเมืองทันทีทันควันเตรียมกลับมานำทัพลุยหาเสียง ช่วง 100 เมตรสุดท้าย ก่อนเข้าเส้นชัยด้วยตัวเองในห้วงที่แผนแลนด์สไลด์เข้าสู่อำนาจเครื่องกระตุก สะดุดจากความแรงของพรรคก้าวไกล พันธมิตรร่วมปีกฝ่ายค้าน และเป็นคู่แข่งร่วมสมรภูมิเลือกตั้งโพลสำรวจคะแนนนิยมแต่ละสำนักสอดคล้องกันที่ว่า ก้าวไกลแต้มพุ่งทุกบัญชี บางโพลเช็กแต้มแผงผู้นำ ชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกฯค่ายสีส้ม เบียดขึ้นแท่นแทนไปแล้ว ไม่แปลกในการแถลงคัมแบ็กหาเสียงเลือกตั้ง “อุ๊งอิ๊ง” ถึงประกาศปิดจุดอ่อน กระตุกจุดแข็ง เตรียมกระชากแต้มสวิงโหวตปีกซ้าย แดง–ส้ม ให้กลับมาฝั่งเพื่อไทยเสียงเข้มบอก “พร้อม” ให้ทีมงานวางแผนมาเลยโดยเฉพาะ ยินดีกลับไปดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ ล้างอีก “จุดด้อย” ที่ทำเพื่อไทยแต้มลด เพราะแคนดิเดตนายกฯของพรรคห่างร่วมเวทีโชว์จุดขาย สร้างกระแสขยายฐานที่ผ่านมาไปเน้นแต่เวทีปราศรัยในพื้นที่ ที่ระดมแฟนพันธุ์แท้มาอยู่แล้วเช่นเดียวกัน “จุดอ่อน” ที่เพื่อไทยโดนโจมตีมาก่อนหน้านี้ 2 แคนดิเดตนายกฯและคนเพื่อไทย ประสานเสียงปฏิเสธดีลลับพลังประชารัฐ “ไม่จับมือกับลุงคนไหน” รวมทั้งที่ตอกย้ำ คือยุทธศาสตร์เพื่อไทยในการชิงแต้มกับก้าวไกล “อุ๊งอิ๊ง” มาบทเข้ม บอกเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญ ต้องไม่เลือกแค่รอลุ้น“แต่ต้องเลือกให้ชนะขาดแล้วเปลี่ยนรัฐบาลทันที”ไฟต์บังคับชวนกองเชียร์แทงเต็ง ยืนยันเกม “กินรวบ” ไม่แบ่งแต้มเพื่อนวันนี้สมการการเมืองคาดการณ์ยังไม่ชัวร์ ฉากทัศน์สูตรอำนาจยังมี 3–4 แบบ โดยเฉพาะที่บรรดานักวิเคราะห์ โคตรเซียนสำนักต่างๆ โฟกัสอยู่ที่พรรคเพื่อไทยหากแต้มแลนด์สไลด์ไม่ถล่มทลายทะลุ 310 เสียง ต้องเร่งปิดเกมจับขั้วเพราะเริ่มเห็นสัญญาณแปร่งๆ อาจต้องช่วงชิงกับ “แผนเก่า” ฝ่ายตรงข้าม กับสูตร “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” โดยพรรคร่วมรัฐบาลเดิมของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯรวมไทยสร้างชาติ เป็นโต้โผโดยนาทีนี้ ขั้วรัฐบาลเดิมก็ยังถือความได้เปรียบ 250 ส.ว. “ตัวแปรหลัก” เสียงเท่ากับ 1 พรรคใหญ่ กับคิว “เลือกนายกฯ” ก่อนตั้งรัฐบาลจากบทเรียนครั้งก่อน แม้พลังประชารัฐเริ่มจากเสียงข้างน้อย แต่ชิงเก้าอี้นายกฯมาครอง ทำให้โมเมนตัมไหลเข้าทาง บวกด้วยอภินิหารกล้วยล่องูเห่า จากเสียงปริ่มน้ำก็ไล่สอยมาเติมจนล้นทำให้รัฐบาลลุงๆบริหารจนเกือบครบเทอมมาแล้ว เป็นฉากทัศน์ที่เพื่อไทยต้องวัดใจ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐ และมีโอกาสที่เพื่อไทยจะเจอ 3 ป. “ลับลวงหลอน” เวอร์ชันใหม่สอดคล้องกับ “ฉากทัศน์” ที่พรรคเพื่อไทยต้องเงี่ยหูฟัง ประเมินความเสี่ยงไม่ถึงฝัน หากอ่านทางตามที่ “ดร.วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ออกมาแย้มไต๋ หลังปิดหีบเลือกตั้งก็จะรู้ทิศทางระดับหนึ่ง แต่ปักใจไม่ได้ เพราะ 1–2 เดือน ถึงจะประกาศรับรอง ส.ส.อย่างเป็นทางการ“ทิ้งเวลาไป ขั้วรัฐบาลก็อาจเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้”หมายถึง “จำนวน ส.ส.” มีสิทธิโดน กกต.หั่น–เติม ตัวเลขยังลดยังเพิ่มได้มีเวลาให้ขั้วอำนาจเก่าชิงเขย่าสูตร “รัฐบาลเสียงข้างน้อย”เช่นเดียวกับที่ “เนติบริกร” ระดับซือแป๋การเมืองชี้ ถึงแม้จับขั้วลงตัวไม่ง่าย อาจตั้งนายกฯและฟอร์มรัฐบาลล่าช้า แต่ยื้อไปก็ไม่มีปัญหาปม “สุญญากาศ” เพราะ “รัฐบาลรักษาการ” ก็มีอำนาจพอสมควรนั่นก็หมายความว่า แค่ไทม์ไลน์เดิมกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ก็ปลายปี ถ้าเกมฟอร์มรัฐบาลไม่จบ“รัฐบาล 3 ป.” ก็ยิ่งลากอำนาจยาวเข้าไปใหญ่มาถึงวันนี้จึงประเมินได้ ด้วยกติกาและเงื่อนไขไม่เอื้อ ทำให้ทัพ “เพื่อไทย” ต้องพลิกแพลงเกมสู้ทุกทิศทาง ทั้งเบียดขั้วเดียวกันอีกทางก็ต้องฝ่าแรงต้าน สยบฝ่ายตรงข้าม และรอลมฟ้าอากาศเปลี่ยนทิศเป็นใจดูแล้วถึงแม้ชนะเลือกตั้ง แต่เส้นทางเข้าสู่อำนาจก็ยัง “โคตรวิบาก” อยู่ดี.ทีมข่าวการเมือง