น้ำลดตอผุด น้ำท่วมกรุงครั้งนี้ได้เห็นอะไรที่ไม่คิดมาก่อน ก็ได้เห็นอย่างจะแจ้ง เป็นความจริงที่ซ่อนอยู่หลังเงา ก็ต้องไปตามล้างตามเช็ดกันต่อไป อย่างหนึ่งคือการบินไทยสายการบินแห่งชาติที่เป็นหน้าตาของประเทศมีผลประกอบการนับแสนล้านบาทผ่านสถานการณ์เลวร้ายถึงกับล้มละลายมาแล้ว แต่ก็ได้แก้ไขจนขึ้นมายืนอีกครั้งหนึ่งอย่างไฉไล ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นก็เนื่องมาจากโควิดตัวแสบและการทุจริตคอร์รัปชันมโหฬารพันลึกแต่ก็ไม่คิดว่าการบริหารจะเกิดความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อปรากฏน้ำท่วมหนักจนทำให้เกิดปัญหาที่สนามบินสุวรรณภูมิจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำงานได้เป็นเหตุให้กระเป๋าของผู้โดยสารค้างเติ่งเป็นจำนวนมากผู้โดยสารทั้งคนไทยและต่างประเทศได้รับความเดือดร้อนไปตามๆกันเพราะไม่มีสามารถรับกระเป๋าได้รอแล้วรอเล่าก็ไม่ได้เพราะไม่เจ้าหน้าที่มาการบินไทยกำลังจะกลับมาดีก็เสียเครดิตเข้าไปอีกเนื่องจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีพอและไม่ได้มีการวางแผนรองรับในการที่จะหาคนมาทำงานแทนข่าวว่าปัญหาภายในยังแก้ไขไม่หมดก็เลยปะทุขึ้นมาอีกเพราะผู้บริหารชุดปัจจุบันกำลังจะหมดวาระต้องหาชุดใหม่มาทำแทนเลยเกิดช่องว่างหรือเกียร์ว่าง!ทำให้เกิดปัญหาที่น่าอายยิ่งสำหรับองค์กรใหญ่ๆอย่างนี้นั่นเป็นเรื่องหนึ่งอีกเรื่องหนึ่งก็ กทม.ที่ได้ผู้ว่าฯคนใหม่แต่เก่าโดยได้คะแนนนำโด่งจากการเลือกตั้ง ว่าไปแล้วผู้ว่าฯคนนี้มีดีหลายอย่างขยัน ซื่อสัตย์ มีทีมงานที่ดีคนกรุงเทพฯจึงชอบและมั่นใจ เขาจะทำให้มีความสุขได้แต่พอน้ำท่วมครั้งนี้ก็เลยรู้ว่ามีปัญหาเหมือนกันคือมั่นใจในตัวเองสูงจนคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นต้องเป็น อย่างนี้ เนื่องจากระบบการระบายน้ำในกรุงเทพฯนั้นต้องผ่านคลองสายต่างๆแล้วไหลไปลงที่อุโมงค์ยักษ์ เพื่อให้น้ำผ่านลงไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อไหลลงสู่ทะเลปรากฏว่าไม่เป็นอย่างนั้นเนื่องจากน้ำไม่ผ่านลงอุโมงค์ก็เลยท่วมหนักระบายไม่ได้และยังมีปัญหาเรื่องแก้มลิงที่ในหลวง ร.9 ทรงทำไว้ก็ไม่ได้ใช้เพราะถูกนำไปให้เอกชนทำธุรกิจ ถ้าไม่เกิดเหตุน้ำท่วมก็คงไม่ได้รู้กันว่าอะไรเกิดขึ้นนี่คือเหตุหนึ่งที่ทำให้การระบายล่าช้าไม่แปลกที่มีผู้ชำนาญการเสนอให้มีการเด้งผู้ว่าฯ กทม. ทั้งๆที่เห็นลุยแก้ปัญหาไม่ได้หลับได้นอนแล้วยังมีคนต้องการให้พ้นจากตำแหน่งต่างๆ เหล่านี้ไม่นับรวมนายกรัฐมนตรีเพราะขานั้นยอมรับสภาพอย่างดุษณี ใครจะด่าอะไรก็ยอม!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม