พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว นายกฯประชุมติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ขอผู้ว่าฯ กทม.ขยาย WFH ขู่ข้าราชการใครเกียร์ว่างย้ายเข้ากรุทันที แจงเรื่องแจกเงินชาวบ้าน อ้างถุงยังชีพหมดเลยควักตังค์ในกระเป๋าแจกแทน ไม่สนคำพูดของรักชนก โต้กลับ “พ่อแม่สอนมาดี สอนให้ดูแลประชาชน” ชัชชาติแจงข่าวให้เงินบ้านละ 9 พันบาทเป็นของรัฐบาลเพื่อเยียวยาจิตใจ ไม่ใช่ของ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม 40 ราย “ศุภมาส” สั่ง สคบ.ลุย 9 มาตรการช่วยน้ำท่วม ชูประเมินค่าซ่อมรถฟรี ประสานลดค่าอะไหล่ ค่างวดผ่อนรถ ลดภาระผู้ประสบภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานถุงยังชีพแก่ราษฎรใน จ.สระแก้ว รวม 1 พันถุง ขณะที่หลาย พื้นที่ในหลายจังหวัดทั่วไทยและกรุงเทพมหานคร ยังต้องผจญกับสภาพน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะตามหมู่บ้าน จัดสรรไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านเล็กหรือหมู่บ้านใหญ่ รวมถึงการเคหะฯ คลองจั่น ที่ยังอ่วมอยู่ในหลวง–ราชินีพระราชทานถุงยังชีพเมื่อเวลา 10.27 น. วันที่ 30 ก.ย. พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี พร้อมด้วย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 1,000 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ไปมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และ อ.อรัญประเทศ ณ หอประชุมสโมสร นายทหารสัญญาบัตร ค่ายสุรสิงหนาท อ.อรัญประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและเพื่อเป็นขวัญกำลังใจมีพระราชกระแสห่วงผู้ประสบอุทกภัยโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรง ห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ ประสบอุทกภัยและเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ ทั้งยังได้ลง พื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบ แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จำนวน 3 ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา ทั้งนี้ องคมนตรี ได้พูดคุยให้กำลังใจและขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง จิตอาสาพระราชทานในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วให้ ผวจ.ช่วยเหลือรวดเร็วทั่วถึงในการนี้ นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ได้ร่วมประชุมติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ณ ห้องประชุมสโมสร นายทหารสัญญาบัตร อ.อรัญประเทศ มี ผวจ.หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและรายงานการเกิดอุทกภัย รวมทั้งรายงานการให้ความ ช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัย องคมนตรีได้กล่าว ให้ทุกส่วนราชการ ยึดหลักการปฏิบัติหน้าที่ด้วยการ ประสานความร่วมมือและน้อมนำพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการให้ความ ช่วยเหลือราษฎรให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วทั่วถึงนายกฯประชุมแนะให้ทำใจรับเสียงวิจารณ์เช้าวันเดียวกัน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมกองบัญชาการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัย มี รมว.และ รมช.กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผวจ.ทั่วประเทศ วิดีโอ คอนเฟอเรนซ์เข้าร่วมประชุม นายกฯกล่าวว่า การประชุมวันนี้ ไม่ใช่แก้ปัญหา เฉพาะ กทม. จุดมุ่งหมายคืออุดรอยรั่ว อุดภารกิจเติมเต็ม ซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญที่สุดเวลานี้ คือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การดูแลสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชน ไปลงพื้นที่ได้เห็นสภาพความเดือดร้อน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงตำหนิ เสียงว่ากล่าวจากประชาชน ต้องยอมรับและให้กำลังใจพวกเขาได้ เผชิญมากับทุกสถานการณ์ พวกเราทุกคนต้องใจกว้าง อดทน อย่าไปถือสาคำพูดต่างๆ ตรงกันข้ามขอให้นำ สิ่งเหล่านั้น กลับมาหาวิธี หาหนทางแก้ไขปัญหาให้พวกเขาเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจโยนให้ผู้ว่าฯ กทม.รับคนเดียวนายกฯ กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรก หลังสถานการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดคือปี 2554 ที่มีการ ตั้งศูนย์บัญชาการเช่นนี้ เวลาผ่านไปกว่า 15 ปี ถ้าเรา ไม่มีการประสานงานเชื่อมต่อกัน กทม.ต้องเดือดร้อนฟังประชาชนทุกวัน ต้องเร่งสูบน้ำออกทุกวัน กรม ชลประทานก็ต้องปล่อยน้ำจากเขื่อน ควบคุมน้ำจากทางเหนือ กทม. ต่างคนต่างปล่อยน้ำ ทรัพยากรทั้งหลายก็สูญเปล่าไป ตรงนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือ ในฐานะรัฐบาลไม่สามารถบอกว่าตรงนี้ เป็นเขตพิเศษสำหรับ กทม. ฉะนั้นผู้ว่าฯ กทม.รับไป คนเดียว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น กับประชาชน ผู้ว่าฯ กทม.ตัดสินใจประกาศให้เขต กทม.เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว ฉะนั้นภารกิจของบกปภ.ช.สามารถเข้ามาสนับสนุนได้เต็มที่ เพื่อให้การ แก้ไขสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพรับมีภาวะเสี่ยงทุก จว.ที่น้ำไหลผ่านนายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขน้ำท่วม ทั้งระบบว่า ตอนนี้มีสภาวะความเสี่ยงของทุกจังหวัดที่น้ำผ่าน ทั้งพื้นที่ภาคกลาง และปริมณฑล จึงตั้งวอร์รูม รับฟังสถานการณ์ทุกเช้า เพื่อสั่งการแก้ไขปัญหา หากจังหวัดใดต้องการการสนับสนุนและการตัดสินใจ จะได้ดำเนินการได้ทันทีและจะมีการประชุมย่อยของแต่ละหน่วยงานต่อ อธิบดี ปภ.จะรวบรวมข้อมูลมานำเสนอในที่ประชุมทุกเช้าเพื่อรับข้อสั่งการ จังหวัดในพื้นที่ประสบภัยมีความเสี่ยงจะเร่งประชาสัมพันธ์ แจ้งตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ หลังจากนี้นาย นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ.คนใหม่ จะเป็นคน ให้รายละเอียด จากการลงพื้นที่ ประชาชนต้องการให้เร่งระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด ไม่ใช่แค่ไปแจกข้าว แจกน้ำ แจกถุงยังชีพ ทำให้เราได้สัมผัสถึงความลำบาก ส่วนข้อกังวลตอนนี้ คือน้ำระบายไม่ได้ เพราะน้ำรอบๆ ยังสูงอยู่แจงแจกเงินเพราะถุงยังชีพหมดเมื่อถามถึงกระแสดราม่าลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้ อย่าให้ความสนใจ แต่เดี๋ยวจะหาว่าไม่รับฟังเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ วันนี้ทำงานอย่างเดียว ใครดุด่าว่ากล่าวก็น้อมรับ ใครกล่าวคำแรงๆมา เราก็ปล่อยให้เขาได้ระบายได้เต็มที่ การแจกเงินให้ชาวบ้านระหว่างลงพื้นที่เขตสายไหม เพราะถุงยังชีพที่นำไปแจกหมด เมื่อถามว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคำถามว่าเงินที่ให้สะอาดหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า เงินตนสะอาดแน่นอน เงินเดือนที่ให้ พี่น้องประชาชนไปเมื่อวานยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่ได้รับจากการเป็นข้าราชการ ที่ให้เพราะถุงยังชีพที่เตรียมไปหมดพอดี ประชาชนเดินออกมาไกล ไม่รู้จะตอบแทนอะไร จึงมอบสิ่งที่มีติดตัวไป เท่านั้นเอง คำถามที่ถามต้องไม่เอามาตรฐานตัวเอง มาเทียบกับคนอื่น ผู้สื่อข่าวถามว่าหมายถึง น.ส.รักชนก ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า “ใช่ ผมมีพ่อแม่สั่งสอนมาดีให้ดูแลพี่น้องประชาชน”แฉทีมงานห้ามถ่ายภาพ–คลิปผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่เขตสายไหม ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 29 ก.ย. มีช่วงหนึ่งนายอนุทินได้แจกเงินให้ประชาชนในพื้นที่คนละ 1,000 บาท โดยขณะนายกฯแจกเงินที่เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท มีเสียงของทีมงานนายกฯแจ้งขอ ความร่วมมืออย่าถ่ายภาพ หรือคลิปวิดีโอขณะแจกเงิน อย่างเด็ดขาดนายกฯยังไม่คิดปลดผู้ว่าฯ กทม.ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า ตอนนี้มุ่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อน เมื่อถามย้ำว่านายกฯสามารถปลดผู้ว่าฯ กทม.ได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ยังไม่เคยคิดครับ” ตอนนี้ทุกคนทำงานเต็มที่ วันนี้ถ้ามัวแต่วิพากษ์วิจารณ์คนที่กำลังทำงานอยู่ จะยิ่งทำให้งานถดถอยลงไป ถ้าดูจากสถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับเมื่อสักครู่เพิ่งวางสายจากปลัดกรุงเทพมหานครที่บัญชาการอยู่คน กทม.ลุยน้ำทำงานไม่ไหวโทร. 1555ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงบางพื้นที่ที่ประชาชนต้องลุยน้ำออกไปทำงานว่า กทม.พยายามจัดรถยกสูงไปให้ประชาชนในบาง พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง หากมีปัญหาการเดินทางลำบาก ให้แจ้งมาที่สายด่วน 1555 แต่ขณะนี้หลายพื้นที่น้ำเริ่ม ลดลงแล้ว คิดว่าประชาชนน่าจะเดินทางสะดวกขึ้น ใครที่สามารถเวิร์กฟรอมโฮมได้ อยากให้ทำงานที่บ้าน สำหรับปัญหาขยะชิ้นใหญ่เริ่มจัดเก็บแล้ว เมื่อถามถึงเงินเยียวยาน้ำท่วมในส่วน กทม. มีเพียงพอหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า เรายึดหลักตาม ปภ.ที่มีอยู่ 7-8 รายการ แต่มี 5 รายการเป็นเงินในส่วนที่รัฐบาลช่วย ค่าซ่อมแซมบ้าน ต้องเป็นไปตามสภาพจริง กทม.มีจ่ายเพิ่มให้ 2 รายการ คือค่าเช่าบ้านที่ กทม.ออกเอง ต้องไปดูหากไม่มี ต้องขอจากสภาฯ กทม.มาจ่าย ไม่ได้เหมารายหัว เราจ่ายตามจริง ตอนนี้พัฒนาแพลตฟอร์มให้สามารถยื่นออนไลน์ได้รัฐให้บ้านละ 9 พันไม่ใช่ กทม.ให้เมื่อถามว่ามียอดตัวเลขที่ต้องจ่ายแล้วหรือยัง นายชัชชาติกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มียอด ยังอยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูล เมื่อถามว่าครอบครัวละ 9,000 บาท เป็นเรื่องของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่ กทม. เมื่อถามว่าเงิน 9,000 บาท รัฐบาลให้เป็นเงินเยียวยาจิตใจ แต่เงินซ่อมแซมของ กทม.เป็นอีกก้อนใช่หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ตอนนี้เงินมี 2 ส่วน คือเงินค่าเสียหายตามหลักที่มีระเบียบ ปภ.อยู่ เช่น เงินค่าซ่อมแซมบ้าน แต่ส่วนที่รัฐบาลจะให้เพิ่มก็เป็นอีกหลักเกณฑ์หนึ่ง เพราะถ้าเป็นหมวดเดียวกันมันเบิกซ้ำไม่ได้ เมื่อถามถึงประกันภัยพิบัติ คน กทม.ได้ด้วยหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ขอไปดูรายละเอียด เพราะเพิ่งเห็นข่าว ไม่รู้ว่าจะรวมคน กทม.ด้วยหรือไม่“อนุทิน” ขอผู้ว่าฯ กทม.ขยาย WFHที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าพื้นที่น้ำท่วม ดูจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า พบได้รับผลกระทบแล้ว 1.71 ล้านไร่ทั่วประเทศ พื้นที่ กทม.คลองส่งน้ำต่างๆมีระดับน้ำลดลง พื้นที่ที่น้ำท่วมขังยังอยู่ฝั่งตะวันออก ได้เพิ่มการสูบน้ำ โดยนำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก หรือท่อซิ่งพญานาค เข้าไปสูบน้ำเพิ่ม ที่แฟลตคลองจั่นน้ำลดลง 30 ซม. ในที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ นายกฯได้ปรึกษาหารือกับผู้ว่าฯ กทม. หากเป็นไปได้ขอให้ประกาศเวิร์กฟรอมโฮม (WFH) ต่อไปอีกระยะ เพื่อให้ระบายน้ำออกได้อย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำการช่วยเหลือเรื่องการขนส่ง อาจเพิ่มรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงการจัดรถเพิ่มเที่ยวให้ผู้ที่อยู่พื้นที่น้ำท่วมออกมาทำงานเสียชีวิตจากน้ำท่วม 40 รายนายเอกภพกล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า กลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลแล้ว 52,000 คน รพ.ที่ได้รับผลกระทบ มี รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร รพ.แกลง รพ.บ้านค่าย จ.ระยอง ทั้ง 3 รพ.มีให้บริการบางส่วน แต่วันนี้ผู้ป่วยสีแดงของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะย้ายไป รพ.ข้างเคียง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศมีจำนวน 40 คน ทั้งนี้นายกฯมีข้อสั่งการให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี รวมถึงฉะเชิงเทรา ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมเครื่องมือให้พร้อม เร่งสูบน้ำระบายออกจากพื้นที่ พร้อมระดมรถสุขาเคลื่อนที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมไปยังพื้นที่ที่น้ำท่วมขึงขังใส่ ขรก.เกียร์ว่างเจอย้ายเข้ากรุโฆษกประจำสำนักนายกฯยังกล่าวถึงโครงการระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ที่ ครม.มติอนุมัติไปว่า เพื่อบริหารจัดการในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี ไม่ให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำอีกต่อไป ในที่ประชุม ครม. นายกฯยังสั่งการฝ่ายบริหารและผู้ปฏิบัติงานให้ความร่วมมือ หากไม่ให้ความร่วมมือจะใช้อำนาจขอมาปฏิบัติงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีสภาฯถกญัตติด่วนแก้วิกฤติน้ำท่วมที่รัฐสภา บ่ายวันเดียวกัน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติด่วนแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤติ และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ มี สส.ร่วมเสนอญัตติในทำนองเดียวกันรวม 8 ญัตติ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่าปัญหายังไม่จบยังไม่พ้นวิกฤติ รัฐบาลอย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน ฉากทัศน์ร้ายแรงสุดคือสัปดาห์หน้า ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. เป็นไปได้ที่ฝนจะกลับมาตกหนักอีก สิ่งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ควบคุมได้คือการบริหารราชการแผ่นดินให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น อุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นายอนุทินผ่านอุทกภัยมาหลายครั้ง เลิกพูดเรื่องถอดบทเรียนได้แล้ว ถึงเวลาลงมือปฏิบัติให้จริงจัง เริ่มจาก 1.การแจ้งเตือนภัยล่าช้า นายกฯบอกเองยังอ่านข้อความแจ้งเตือนไม่รู้เรื่อง แล้วประชาชนจะรู้ได้อย่างไร แต่ปัญหาคือนายกฯปรับปรุงแก้ปัญหาเรื่องนี้หรือยังหมดหวังนายกฯฟื้นความเชื่อมั่นนายณัฐพงษ์กล่าวว่า 2.การแก้ปัญหาการเผชิญ เหตุในต่างจังหวัด การตัดสินใจยังขาดการรวมศูนย์ หลายพื้นที่เทศบาลยกธงแดง แต่ผู้ว่าฯไม่ประกาศเขตสาธารณภัย ต่างจาก กทม.ที่ขาดการกระจายศูนย์ ในภาคปฏิบัติ บทบาทสำนักงานเขตน้อยเกินไป 3.การเยียวยาล่าช้า เพราะแต่ละท้องถิ่นไม่มีหลักเกณฑ์เดียวกัน กลัวสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เล่นงาน นายกฯควรเซ็นหนังสือสั่งการให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) สบายใจว่าสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ สตง.ไม่เล่นงาน เอาอำนาจนายกฯเป็นหลังพิงให้ อปท.ช่วยเหลือประชาชน 4.การฟื้นฟูความ เชื่อมั่น ต้องพูดถึงแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมให้ชัดเจนว่าในอนาคตจะไม่เกิดซ้ำรอยเช่นนี้อีก แต่วันนี้คงคาดหวังไม่ได้ ลำพังแค่ความรับผิดชอบมาตอบในสภาฯยังมาไม่ได้ จะไปคาดหวังการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไรสั่ง สคบ.ลุย 9 มาตรการช่วยน้ำท่วมด้าน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะ กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เผยว่า ได้สั่งการ ให้ สคบ.ประสานหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจเดินหน้า 9 มาตรการ ช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยน้ำท่วม ตั้งแต่การจัดหารถยก ประเมินค่าซ่อมรถฟรี ลดค่าอะไหล่ ค่าแรง ประสานช่วยเหลือด้านหนี้สิน ไปจนถึงการซ่อมแซมบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมดูแลไม่ให้ประชาชนถูกเรียกเก็บค่าบริการ หรือกำหนด เงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม รถถูกน้ำท่วมก็ต้องเสียค่าขนย้ายและค่าซ่อม ขณะที่ภาระผ่อนรถยังมีอยู่ บ้านเสียหายก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม จึงได้ให้สคบ.เร่งประสานทั้งหน่วยงานรัฐ อู่ซ่อมรถ ค่ายรถยนต์ ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ประชาชนต้องได้รับความช่วยเหลือ และต้องไม่ถูกฉวยโอกาสซ้ำเติมในช่วงที่กำลังเดือดร้อนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่