วิกฤติชาวบ้านแตกตื่น เขื่อนวชิราลงกรณ ปริมาณน้ำเกินความจุ เร่งระบาย เมืองกาญจน์อ่วม น้ำท่วมสูง สองฝั่งแม่น้ำแม่กลองกระทบหนักขนย้ายของขึ้นที่สูง เร่งอพยพผู้ป่วยและคนชรา ปราจีนน้ำล้อม รพ.เคลื่อนย้ายผู้ป่วยสีแดง 21 ราย เมืองแปดริ้วและนครนายกอลหม่าน ส่วนเมืองสี่แควมวลน้ำไหลสมทบสูงเกือบมิดหัว เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำเพิ่ม 2,200 ลบ.ม./ วินาที อ.เสนาพื้นที่รับน้ำสูง ขณะที่ชาวแฟลตคลองจั่นและเคหะร่มเกล้ายังทุกข์น้ำเน่าเหม็นฤทธิ์มรสุมกำลังแรงทำฝนตกหนักสะสมซ้ำเติมภาคเหนือ อีสาน ภาคตะวันตก และภาคกลางอย่างต่อเนื่อง น้ำป่าไหลทะลักลงจากภูเขาเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมจมมิด มวลน้ำเหนือไหลทะลักลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนใหญ่ต้องเร่งปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือวิกฤติ ส่งผลให้ กทม. และปริมณฑลเจอน้ำหนุนท่วมขัง เจ้าหน้าที่ ปภ.และอาสากู้ภัยระดมลุยอพยพชาวบ้านขึ้นที่สูง ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี และเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี น้ำเกือบเต็มความจุ เร่งระบายส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนน้ำท่วมแพล่องลอยติดเขื่อนแม่กลองโดยเมื่อวันที่ 30 ก.ย. น.ส.วริษฐา สงวนเสริมศรี ผวจ.กาญจนบุรี น.ส.ชลธิชา วงษ์อุตสาห์ นายอำเภอท่าม่วง ไปตรวจสอบเหตุแพล่องของผู้ประกอบการจำนวน 4 แพ และกระชังปลาลอยมาติดอยู่ที่เขื่อนแม่กลองขวางทางน้ำไหล พบแพล่อง 2 ชั้นขนาดใหญ่ และกระชังเลี้ยงปลาถูกกระแสน้ำพัดกอสวะไปกระทบจนทำให้เชือกที่ผูกยึดโยงกับเสาตอม่อบนตลิ่งบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองใกล้ท่าน้ำหน้าวัดณโน หมู่ 3 ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ความแรงของกอสวะที่พุ่งชนตัวแพและกระชังปลาทำให้เชือกที่ผูกมัดโยงหลุดขาด น.ส.วริษฐาประสานเจ้าหน้าที่เขื่อนดำเนินการปิดประตูบานระบายน้ำ 3 บาน และใช้ทั้งเครื่องจักร รถเครน และกำลังคนเร่งผูกเชือกเพื่อยึดแพที่ไหลมาติดกับบานระบายน้ำประตูเขื่อนแม่กลองบานที่ 5-6-7 โดยยังไม่กู้ขึ้นมา เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยวรุนแรงมากทำได้แค่ผูกเชือกดึงยึดทั้งตัวแพและโครงกระชังปลาให้ติดกับประตูบานระบายเท่านั้น เพื่อเปิดทางระบายน้ำสองฝั่งแม่กลองทะลักหนุนสูงนายก่อพงศ์ เจ้ยแก้ว ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 13 เปิดเผยว่าปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองเพิ่มขึ้น และระดับน้ำเหนือเขื่อนมีแนวโน้มสูงขึ้น แจ้งแผนปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลอง ระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที เป็นระบาย 2,500 ลบ.ม./ วินาที ทั้งนี้ มวลน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนแม่กลองจะเคลื่อนตัวตามลำน้ำผ่านพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสงคราม ก่อนลงสู่อ่าวไทย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 28 ชั่วโมง ระยะทางรวมประมาณ 122 กิโลเมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำแม่กลองและพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายยานพาหนะ สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การเกษตรไปยังพื้นที่ปลอดภัย ช่วยแม่เฒ่าน้ำทะลักเข้าบ้านจ.สมุทรสงคราม น้ำเริ่มเอ่อล้นเข้าพื้นที่ หมู่ 8 ต.กระดังงา อ.บางคนที เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่อาจประสบความยากลำบากในการขนย้ายสิ่งของและดูแลตนเองพบว่า นางบุญสม รอดชีวะ อายุ 90 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว น้ำเริ่มท่วมเข้าบ้าน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก ข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างต้องรีบยกขึ้นไว้ในจุดที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย ผู้นำท้องถิ่นช่วยกันขนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ และทรัพย์สินที่จำเป็นขึ้นไว้ในที่ปลอดภัย รวมทั้งสอบถามความเป็นอยู่และความ ต้องการ หากระดับน้ำสูงขึ้นอีกจะต้องอพยพไปที่ศูนย์พักพิง ขณะที่อาสากู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์สมุทรสงคราม ต้องเร่งออกช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในบ้านริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ตลอดทั้งวันมีประชาชนประสานขอให้ช่วยเคลื่อนย้าย 20 รายขับกระบะฝ่าจุดกั้นตกหลุมลึกจ.สระแก้ว น้ำท่วม 7 อำเภอ ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณที่มีทางน้ำไหลผ่าน บางจุดยังมีน้ำท่วมขังในระดับค่อนข้างลึก บางพื้นที่ยังมีกระแสน้ำไหลแรงส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พบความเสียหายของเส้นทางสัญจรหลายแห่งทั้งถนนถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาด ถนนทรุดตัว และพื้นผิวถนนหลุดล่อน ลอกเสียหาย เป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร ล่าสุดเกิดเหตุรถกระบะฝ่าจุดกั้นบริเวณเส้นทางสระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว ทำให้รถตกลงไปในหลุมบริเวณถนนที่ขาด ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่อาสากู้ภัยอรัญประเทศ พบศพ ด.ช.พุฒิพัฒน์ สำรวมจิต หรือน้องภูผา อายุ 12 ปีที่ทางไปตลาดโรงเกลือ หลังเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ไปเล่นน้ำกับเพื่อนที่บ้านดงงู อ.อรัญประเทศ แล้วถูกน้ำซัดจมหายไปน้ำล้อม รพ.ย้ายผู้ป่วยสีแดงจ.ปราจีนบุรี แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล ผอ.โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงสถานการณ์ที่ประสบสภาวะน้ำท่วมบริเวณหน้าโรงพยาบาลรวมทั้งล้อมรอบว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการป้องกันมา 2-3 วันแล้ว โยกย้ายผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่เป็นผู้ป่วยสีแดงออกมาทั้งหมด 21 ราย ในส่วนนี้ในการเข้าถึงบริการมีความยากลำบากอาจจะมีความไม่ปลอดภัยกับประชาชน ทางโรงพยาบาลประสานกับ ผอ.รพ.ค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี ในการที่จะออกมาเปิดรับบริการผู้ป่วยทั้งผู้ป่วยนอกห้องผ่าตัด หรือห้องคลอด ขณะนี้ขอให้ผู้ป่วยที่จะเข้ามาทำการรักษาขอให้มาติดต่อที่ รพ.ค่ายจักรพงษ์ก่อน ขอให้ติดตามเพจของ รพ.ค่ายจักรพงษ์และ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นระยะจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงติดต่อขออพยพออกจากเมืองส่วนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขณะนี้ปรากฏว่าติดต่อและร้องขออพยพออกจากเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ทำให้ร้านค้าและบ้านเรือนแทบเป็นเมืองร้าง เนื่องจากบรรดาเจ้าของร้าน และบ้านพักไม่สามารถอาศัยในบ้านได้ต่อไปแล้วทหารขับรถหุ้มเกราะช่วยอพยพกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ โดย ร.2 พัน.1 รอ. จัดกำลังพลจิตอาสาและกำลังพลชุดช่วยเหลือประชาชนนำรถยานเกราะล้อยางแบบพยาบาล (BTR-3S) จำนวน 2 คัน ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมขังสูงในพื้นที่อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อเร่งอพยพประชาชน และอำนวยความสะดวกขนส่งข้ามเส้นทางน้ำท่วมขัง ระหว่างจุดอพยพบริเวณแยก 3 ทหารไปยัง รพ.กบินทร์บุรี ระดับน้ำบนผิวจราจรสูง รถยนต์ขนาดเล็กและรถทั่วไปไม่สามารถผ่านได้ รวมถึงการขนย้ายเครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพ และน้ำดื่มสะอาด นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยที่ยังคงติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนตลอดเส้นทางย้ายกลุ่มเปราะบางเข้าศูนย์พักพิงที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา อาสากู้ภัยเร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และเด็กออกจากบ้านไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวภายใน ม.ราชภัฏราช นครินทร์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมว่ามีมวลน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี รวมกับแม่น้ำนครนายกไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงในปริมาณมากส่งผลทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นกำแพงดินแตกอพยพอลหม่านจ.นครนายก เกิดกำแพงดินกั้นน้ำแตกที่หมู่บ้านสวนแสนสุข คลอง 29 หมู่ 1 ต.บางปลากด อ.องครักษ์ มวลน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 1,500 หลัง ระดับน้ำลึกเกือบมิดหัว อาสากู้ชีพนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือขนย้ายผู้สูงอายุ ชาวบ้าน สัตว์เลี้ยง หมา แมว เป็นจำนวนมากอย่างโกลาหล นำขึ้นรถไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเชี่ยวโอสถ หมู่ 9 ต.คลองใหญ่ วัดสันติธรรมราษฎร์บำรุง (วัดคต) หมู่ 11 ตำบลบางปลากด และวัดทวีพูลรังสรรค์ วัดประสิทธิเวช ต.บางปลากด อ.องครักษ์น้ำไหลสมทบถล่มเมืองสี่แควที่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ น้ำท่วมยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง มวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ ต.สร้อยละคร กระแสน้ำส่วนหนึ่งมาจากเทือกเขาแม่วงก์และน้ำป่าที่ไหลลงสู่พื้นที่ อ.ลาดยาว ขณะเดียวกันยังมีมวลน้ำจากบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ อ.แม่เปิน ล้นผ่านทางระบายน้ำของอ่างไหลลงมาสมทบในพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นและกระจายเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ด้าน น.ส.สุวัชรี ศรีกำพี้ นายอำเภอลาดยาว พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชน รวมทั้งมอบถุงยังชีพจำนวน 70 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นขอเต็นท์เป็นที่พักชั่วคราวส่วนชาวบ้านในชุมชนเกาะยมและชุมชนบางปรอง เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ เร่งขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากระดับน้ำที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำสูงถึงเอว นายประเสริฐ อุไรวร อายุ 50 ปี ชาวชุมชนเกาะยม เปิดเผยว่า น้ำเริ่มเข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดก่อนจะเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ชาวบ้านหลายสิบหลังคาเรือนได้รับผลกระทบ ต้องเร่งขนย้ายข้าวของเครื่องใช้และทรัพย์สินที่จำเป็นขึ้นไว้บนที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะเดียวกัน สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านคือการดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง บางครอบครัวไม่มีสถานที่รองรับ ประสานขอรับการสนับสนุนเต็นท์เพื่อใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราว เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำเพิ่มอีกด้าน ร.อ.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกแถลงแจ้งเตือนประชาชน 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ กรณีที่ทางกรมชลประทานคาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วง 1-5 วันข้างหน้า โดยวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ อาจมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,000 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับมีน้ำจากลำน้ำสาขาไหลสมทบอีกประมาณ 700-750 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจอยู่ที่ประมาณ 3,600-3,700 ลบ.ม./วินาที ขณะที่กรมชลประทานรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งประมาณ 550-580 ลบ.ม./วินาที ต้องทำการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 30 ก.ย. เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพิ่มความระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล่วงหน้าอนุมัติปล่อยแค่ 2,200 ลบ.ม./วินาทีขณะที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความสับสนเรื่องข้อมูลที่มีการเผยแพร่กระแสข่าวว่าจะมีการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มไปที่ 2,500 ลบ.ม./วินาทีว่า กรม ชลประทานขอผ่านที่ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาจริง แต่ที่ประชุมอนุมัติเห็นชอบเพียง 2,200 ลบ.ม./วินาที ยืนยันว่ามีเกณฑ์การขออยู่แล้ว เนื่องจากต้องคำนวณน้ำจากภาคเหนือ และที่เป็นส่วนเกินลงมาสู่ภาคกลาง เรื่องการระบายน้ำที่ประชุมเห็นว่าต้องค่อยๆ ระบายแบบขั้นบันได เพราะขณะนี้พื้นที่ กทม.กำลังเร่งระบายน้ำออกไปสู่ทะเล เพื่อให้มีเวลาพร่องน้ำให้มากที่สุด จะค่อยๆปล่อยน้ำข้างบนมาทดแทน เพื่อลดผลกระทบเขื่อนป่าสักฯน้ำล้นความจุเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี หลังปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าความจุ 100% ล่าสุดโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เปิดประตูระบายน้ำครบทั้ง 7 บานในรอบปี เพื่อเร่งระบายน้ำแบบขั้นบันได ปัจจุบันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 930.78 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 106.80% ของความจุในระดับก็บกักปกติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00-1.50 เมตร พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักด้านท้ายเขื่อนพระราม 6 โดยเฉพาะบริเวณ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา อ.เสนา น้ำดันสูงเกือบถึงคอจ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย รวมถึงคลองสาขาต่างๆมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่บริเวณถนนธรรมสิทธิ์เสนา ต.เสนา อ.เสนา ด้านหน้าโรงเรียนราษฎร์บำรุงศิลป์พบว่ามีน้ำจากคลองล้นตลิ่งเอ่อเข้าท่วมชุมชนที่อยู่ติดริมคลอง รวมถึงถนนทางเข้าชุมชนระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า รถยนต์และรถ จยย.ยังสามารถสัญจรได้ แต่ต้องขับลุยน้ำอย่างระมัดระวัง ขณะที่เทศบาลเมืองเสนาจัดทำสะพานไม้เป็นทางเดินตลอดแนวถนน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนใช้เดินทางเข้า-ออกชุมชน และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ นอกจากนี้ บ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อยฝั่งตรงข้ามตลาดเทศบาลเมืองเสนา อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำพบว่ามีน้ำไหลเข้าท่วมภายในชุมชนแล้ว บางจุดมีระดับน้ำสูงเกือบถึงคอ ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เคหะร่มเกล้าอ่วม “พื้นที่ไข่แดง”สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ชุมชน เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ระดับน้ำท่วมขังขยับลดลงเพียงเล็กน้อย บางจุดในพื้นที่ต่ำยังคงมีน้ำท่วม สูงกว่า 1 เมตร การเดินทางเข้า-ออกเป็นไปด้วยความ ยากลำบาก กทม.ร่วมกับกองทัพต้องระดมรถ GMC และเรือท้องแบนเร่งลำเลียงประชาชนกว่า 1,500 คน ที่แจ้งความประสงค์ขอออกจากพื้นที่ไปยังศูนย์พักพิง ชั่วคราว ขณะที่บริเวณใจกลางชุมชน หรือ “จุดไข่แดง” กว่า 300 หลังคาเรือน ติดรั้วกั้นจนเรือกู้ภัยไม่สามารถ สัญจรเข้าไปได้ ส่งผลให้ชาวบ้านประสบภาวะขาดแคลน อาหาร น้ำดื่ม และยาสามัญประจำบ้านอย่างหนัก ล่าสุด ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับกระทรวง พม. และมูลนิธิ กู้ภัยร่มไทร นำโดรนขนส่งเสบียงขนาดใหญ่บินฝ่าสิ่งกีดขวางหิ้วถุงยังชีพหย่อนสลิงลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ติดค้างอย่างเร่งด่วน ด้าน กทม.ประเมินว่า เนื่องจากคลองประเวศบุรีรมย์ยังรับน้ำเต็มความจุ อาจต้องใช้ เวลาอย่างน้อย 5-7 วัน ระดับน้ำในพื้นที่จึงจะค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติแฟลตคลองจั่นน้ำสีดำเริ่มเน่าส่วนสถานการณ์ที่ชุมชนเคหะคลองจั่น (แฟลตคลองจั่น) เขตบางกะปิ ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและขยับลดลงบ้างในบางจุด บริเวณใต้ถุนอาคารแฟลต 5 ชั้น และเส้นทางสัญจรภายในโครงการยังคงมีน้ำท่วมขังสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ชาวบ้านหลายพันครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน รถยนต์ และรถ จยย.จมน้ำเสียหายจำนวนมาก จากการสำรวจพบว่าสาเหตุที่ แฟลตคลองจั่นประสบวิกฤติหนักในครั้งนี้ เนื่องจากตัวโครงการมีอายุเก่าแก่กว่า 50 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่ำ บริเวณโดยรอบยกระดับถนนและก่อสร้างอาคารใหม่ จนทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น “แอ่งกระทะ” รองรับน้ำ ประกอบกับคลองแสนแสบและคลองจั่นมีระดับน้ำสูง จนไม่สามารถระบายน้ำออกได้ตามปกติ ขณะนี้น้ำเป็นสีดำเริ่มเหม็นเน่าสั่งระวังฝั่งตะวันตก–ตะวันออกที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงสถานการณ์อุทกภัย ว่า ฝั่งตะวันตกที่ จ.กาญจนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ กลับมาปล่อยตามปกติอีกครั้ง หลังหยุดไป 3 วัน โดยจะปล่อยน้ำในระดับปกติ เริ่มระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.จนถึง 4 ต.ค. ผ่าน จ.กาญจนบุรี ไปสู่แม่น้ำแม่กลอง ส่งผลให้บริเวณตลิ่ง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 80 เซ็นติเมตร ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวพิจารณา หากต้องการอพยพหรือออกไปศูนย์พักพิง สามารถประสานกับทางจังหวัดได้ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบข้อมูลแล้วเช่นกัน ส่วนฝั่งตะวันออกที่มีปัญหาคือ อ.เมืองปราจีนบุรี ระดับน้ำสูงสุด จะไปรวมกับ จ.นครนายก เขื่อนขุนด่านปราการชล ปริมาณน้ำลดลงไม่ล้นแล้ว สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปคือ จ.ฉะเชิงเทรา 1-2 วัน คนที่อยู่ริมแม่น้ำบางปะกงควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดแม่น้ำเจ้าพระยายังรับน้ำได้อีกเมื่อถามว่าฝนจะตกในวันที่ 4-6 ต.ค. รวมถึงน้ำเหนือเข้ามาเติม จะระบายน้ำออกจาก กทม.ทันหรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่า ขณะนี้การบริหารจัดการน้ำในภาคเหนือ แม่น้ำปิงไหลจาก จ.เชียงใหม่ลงมา จ.นครสวรรค์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม่น้ำน่านไม่ได้เพิ่ม และน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี แม่น้ำสะแกกรังที่ไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาก็ทรงตัวแล้ว ดังนั้นน้ำที่ลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำได้ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และเมื่อมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จุด อ.บางบาล บางไทร แต่จุดสูงสุดที่ทำให้ กทม.มีน้ำท่วมหนุนได้ปริมาณต้องอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่ปัจจุบันน้ำที่อยู่ที่ อ.บางบาล และบางไทรอยู่ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ยังเหลืออีก 900 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และในวันที่ 4-6 ต.ค.มีฝนเข้ามานั้น เป็นฝนเปลี่ยนฤดู ไม่ใช่ฝนตกแช่ ดังนั้นปริมาณน้ำฝนไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยาประชาชนอยู่นอกคันกั้นน้ำให้ระวังอีกด้านที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สถานการณ์น้ำเหนือและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากปริมาณน้ำที่ปล่อยลงมารวมกับน้ำฐานประมาณ 2.10 เมตร ยังอยู่ต่ำกว่าระดับเขื่อนกั้นน้ำที่สามารถรองรับได้มากกว่า 3 เมตร ขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำ หรือจุดที่มีรอยซึมและรอยรั่ว เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก สถานการณ์ระดับน้ำในคลองแสนแสบปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้คลองสายย่อยและพื้นที่ระบายน้ำลงคลองแสนแสบเริ่มระบายน้ำได้ดีตามไปด้วยคลองจั่นน้ำสะสม 3 แสน ลบ.ม.รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวอีกว่า สำหรับปฏิบัติการกู้พื้นที่วิกฤติอย่างเคหะคลองจั่น ประเมินว่ามีปริมาณน้ำค้างสะสมถึง 3 แสน ลบ.ม. สาเหตุที่ระบายน้ำได้ยาก เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ลึก ระบบท่อเดิมระบายน้ำออกยากและช่วงแรกไม่สามารถเดินเครื่องสถานีสูบน้ำริมคลองแสนแสบ 2 แห่งได้ เพราะระดับน้ำในคลองยังสูง หากสูบออกไปน้ำจะไหลย้อนกลับ กระทั่งช่วงเวลา 22.00 น. ระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลง 50 ซม. เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำ ด้านโซนลาดกระบัง ถนนศรีนครินทร์ สถานการณ์ยังหนัก เนื่องจากพื้นที่รอบคลองประเวศบุรีรมย์ระบายน้ำได้ช้ากว่า โซนสายไหม สะพานใหม่ ประสานงานทยอยปล่อยน้ำโดยเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ขึ้น 10 ซม. เพื่อควบคุมระดับน้ำ ประคองสถานการณ์ร่วมกับจังหวัดข้างเคียง สำหรับแผนการจัดการน้ำเน่าเสียตามชุมชน กทม. จะใช้หลักการดึงน้ำจากคลองสายหลักลงก่อน ตามด้วยถนนสายหลัก เมื่อถนนแห้งจะส่งทีมเข้าไปสูบระบายน้ำออกจากซอย หมู่บ้าน และชุมชนต่างๆ ที่มีข่าวคันกั้นน้ำสายไหมแตก ยืนยันว่าไม่ได้แตก เป็นเพียงน้ำล้นคันกั้นน้ำยันคน กทม.ทำงานเต็มกำลังนายวิศณุกล่าวว่า กรณีสถานีสูบน้ำพระโขนง ยืนยันว่าเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง แต่น้ำเดินทางมาช้าเนื่องจากลำคลองประเวศฯ มีลักษณะคดเคี้ยวแบบไส้ไก่ ขณะนี้ กทม.ผู้รับจ้างเตรียมก่อสร้างอุโมงค์รับน้ำบริเวณวัดมหาบุศย์ เพื่อดึงน้ำตรงเข้าสถานีสูบน้ำและลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานร่วมมือกันทำงานเต็มกำลังความสามารถ การวางแผนถือว่าทำได้ตามเป้าหมาย คือมุ่งเน้นระบายน้ำในคลองสายหลักให้ลดลงก่อน เพื่อให้คลองสายย่อย ซอยต่างๆ ระบายน้ำตามลงมาได้เร่งลุยน้ำเก็บขยะตามพื้นที่ต่างๆขณะที่นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม.เร่งจัดเก็บขยะในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังสูง ทำให้การจัดเก็บขยะค่อนข้างลำบาก เช่น ในพื้นที่สำนักงานเขตลาดกระบัง ที่ยังมีระดับน้ำสูงระดับ 1-1.20 เมตร ส่งผลให้บริเวณศูนย์พักพิงและรอบศูนย์ฯ มีขยะลอยน้ำกระจัดกระจาย สำนักสิ่งแวดล้อมระดมกำลังผู้มีความชำนาญการจัดเก็บขยะทางน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 100 คน มาประเมินสถานการณ์ที่หน้างานว่า สามารถใช้เรือจากแม่น้ำเจ้าพระยามาเก็บขยะในพื้นที่เขตลาดกระบังได้หรือไม่ เนื่องจากเรือแม่น้ำเจ้าพระยามีขนาดใหญ่ 2×8 เมตร กินน้ำลึกประมาณ 1 เมตร กองโรงงานช่างกลและสำนักการโยธา จะได้ไปนำเรือมาทดลองใช้งาน หากสามารถใช้การได้ดี ก็จะเพิ่มจำนวนเรืออยากได้อุปกรณ์ให้ จนท.รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องการมากขณะนี้ คือเรือท้องแบนขนาดเล็ก เพื่อใช้ในนำส่งความช่วยเหลือและสิ่งของให้ประชาชนในการพื้นที่ รวมถึงการขนขยะออกจากพื้นที่ หากใครมีเรือท้องแบนขนาดเล็ก ประสงค์สนับสนุนการทำงาน กทม.พร้อมรับจำนวนมาก รวมถึงหากได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องลุยน้ำเพิ่มเติม อาทิ น้ำยาล้างห้องน้ำ ผงซักฟอก น้ำยาถูพื้น ถุงขยะขุ่นขนาด 36×45 นิ้ว ชุดเอี๊ยมกันน้ำ หรือรองเท้าบูตทรงยาวเหนือเข่าขึ้นไป จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้รับความปลอดภัยมากขึ้นพ่อเมืองระยองบินสำรวจน้ำพล.ร.ต.ทวีศักดิ์ บุญนำ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยองขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่ ตรวจสอบความเสียหายและประเมินสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ระยอง เพื่อวางแผนและจัดกำลังเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน ด้าน พล.ร.ต.ทวีศักดิ์เผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันส่งผลให้บ้านเรือน ทรัพย์สิน ยานพาหนะ และพื้นที่เกษตรของชาว จ.ระยอง ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ตลอดจนเส้นทางการจราจรหลายพื้นที่ถูกตัดขาด ทหารกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ขณะที่นายไตรภพเผยว่าต้องการเห็นภาพความเสียหายโดยรวมทั้ง จ.ระยอง ประสานความร่วมมือกับทางกองทัพเพื่อสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ทำให้เห็นภาพความเสียหายจากมุมสูง เพื่อประเมินเตรียมพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจิตอาสาช่วยพยุงผู้ป่วยหนีน้ำ รพ.ที่ อ.แกลง จ.ระยอง บริเวณถนนสุขุมวิท ตั้งแต่แยกโพธิ์ทอง-แยกเขาดิน น้ำยังท่วมสูง ปิดการจราจรรถไม่สามารถผ่านได้ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ขณะที่ รพ.แกลง เจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายปิดกั้นที่หน้า รพ. เร่งสูบน้ำออกเป็นการด่วน นอกจากนี้ทหารจิตอาสา กองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน จ.ระยองมาช่วยเหลือผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวที่ รพ. พร้อมนำรถยกสูงและเรือท้องแบนเข้าไปช่วยชาวบ้านติดค้างในชุมชนน้ำกัดเซาะถนนทรุดปิดเส้นทางจากสถานการณ์ฝนตกหนักและมวลน้ำจำนวนมากที่ไหลลงจากพื้นที่อ่างเก็บน้ำดอกกราย ส่งผลให้บริเวณถนนสายคู่ขนานแม่น้ำคู้ 3191 สาย 22 ตัดออก วังประดู่-มาบยางพร ซอย 9 หมู่ 6 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ถูกกระแสน้ำกัดเซาะอย่างรุนแรงจนพื้นถนนพังขาด รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางที่มีประชาชนใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังหลายพื้นที่ โดยเฉพาะประชาชนและผู้ใช้แรงงานที่ต้องเดินทางไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ อ.ปลวกแดง มวลน้ำที่ไหลลงมาอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการกัดเซาะจนถนนพังเสียหายและถูกตัดขาด จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นต้องเดินทางอ้อมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่