ความรู้ต่อเนื่อง จากคำถามที่ 60 เหตุในคนพื้นเมืองภาคใต้จึงขี่ช้างมารบกับทัพขงเบ้ง ในหนังสือ 101 คำถาม สามก๊ก (หลี่ฉวนจวิน และคณะ เขียน ถาวร สิกขโกศล แปล มติชน พิมพ์ พ.ศ.2556) ศัพท์ “เสี่ยงเซี่ยง” (นึกภาพช้าง) เกี่ยวข้องกับช้างหรือไม่?ความหมายแท้จริงของคำ “เสี่ยงเซี่ยง” นั้น แท้จริงแล้ว หมายถึง นึกภาพช้างคัมภีร์หานเฟยจื่อ บทอธิบายเหลาจื่อ กล่าวว่า “คนไม่ค่อยได้เห็นช้างเป็น แต่ได้กระดูกช้างตาย ก็ใช้รูปวาดของช้าง จินตนาการ ถึงลักษณะของช้างเป็น”ดังนั้น สิ่งที่คนจินตนาการขึ้นมาจึงเรียกว่าช้างข้อความนี้มีสาระว่า ในยุคจั้นกั๋ว เนื่องจากอากาศเปลี่ยน คนภาคเหนือยากที่จะได้เห็นช้างแล้ว ได้แต่เห็นกระดูกจึงอาศัยรูปวาดของช้างที่ตกทอดมา คิดถึงรูปลักษณ์ของช้างว่าใหญ่ขนาดไหน เรียกว่า “เสี่ยงเซี่ยง”จึงมีความหมายตรงว่า “นึกภาพช้าง” และความหมายจึงอุปมาว่า “จินตนาการ”ในยุคราชวงศ์เซี่ยและราชวงศ์ซาง ทางภาคเหนือของจีนยังมีช้าง และเป็นเขตอากาศร้อนน้อย อากาศร้อนชื้นแต่พอถึงยุคจั้นกั๋วอากาศเปลี่ยนเป็นแห้งแล้ง ช้างทางภาคเหนือจึงค่อยๆ เคลื่อนย้ายลงภาคใต้ทางภาคเหนือจึงไม่มีช้างให้เห็นอีกบทความเรื่องคนราชวงศ์ซางฝึกช้าง และช้างเคลื่อนย้ายลงใต้ของลีว์จงซีว์ เผยแพร่เมื่อ ค.ศ.1930 อาศัยหลักฐานจากจารึกกระดูก กระดองและเอกสารโบราณเสนอว่าช้างราชวงศ์ซางคือช้างท้องถิ่น และแถบมณฑลเหอหนันเป็นถิ่นที่เกิดของช้าง ชาวซางฝึกช้างเพื่อใช้ในสงคราม ช้างลุ่มแม่น้ำฮวงโหที่คนกล่าวถึง ตามปกติแล้วหมายถึงช้างในย่านนี้จากการที่เคยเห็นช้างแล้วไม่ได้เห็นอีก ผู้คนย่อมคิดถึงเป็นพิเศษ ต่อมาจากศึกสงคราม ช้างเข้าสู่บริบททางวัฒนธรรม กลายเป็นมโนทัศน์ทางปรัชญา ที่ค่อนข้างเป็นนามธรรมวิธีเขียนของคัมภีร์โจวอี้คือ สร้างภาพเพื่อแสดงความนึกคิดให้เต็มที่ แสดงความคิดให้ชัดเจนไม่มีอะไรดีกว่าภาพ ภาพเป็นเหตุให้ความนึกคิดคงอยู่ ได้ความนึกคิดแล้วลืมภาพในนิยายสามก๊กตอนที่ 90 กล่าวถึงตอนขงเบ้งไปปราบเบ้งเฮ็กทางใต้ เบ้งเฮ็กพ่ายหนีไปถ้ำงินแข ย่านนั้นฝนชุก ผู้คนปลูกข้าว หากเก็บเกี่ยวไม่ได้ผลก็ฆ่างูทำแกงและล้มช้างต่างข้าว ซึ่งหมายถึงฆ่าช้างเอาเนื้อเป็นอาหารฝ่ายเบ้งเฮ็กมอบหมายให้บกลกไต้อ๋องออกขี่ช้างเป็นพาหนะ มีเสือสิงห์สุนัขป่าตามมาเป็นขบวน เอวห้อยดาบสองเล่ม จูล่งเห็นแล้วพูดกับอุยเอี๋ยนว่า พวกเรารบมาชั่วชีวิต ไม่เคยเห็นคนประหลาดแบบนี้ดังนั้น จูล่งเห็นบกลกไต้อ๋องขี่ช้างออกรบ จึงคิดอะไรไม่ออก การรบรอบนี้ ฝ่ายขงเบ้งจบลงที่จูล่งกับอุยเอี๋ยนแตกพ่ายผมสนุกกับฉากรบฉากนี้มาก สมัยสามก๊กช้างเป็นสัตว์ในจินตนาการ สำนวน “เสี่ยงเซี่ยง” จึงเป็นสำนวนที่มีความหมาย สมัยนี้ว่า “มโน” จึงไม่แปลก เมื่อจูล่งเจอช้างตัวเป็นๆจึงรบไม่เป็นนึกถึงการเมืองบ้านเมืองแถวๆนี้ครับ นายกฯอนุทินท่านพูดเต็มปาก ไม่รู้เรื่องฮั้ว สว.เอาเลย แสดงว่าท่านไม่รู้เอาจริงๆว่าสว.ที่เรียกสีน้ำเงิน มีความเป็นมายังไง?ผมเจอคำ “เสี่ยงเซี่ยง” (นึกภาพช้าง) ในภาษาจีน ซึ่งก็คือ “มโน” ในภาษาไทย จึงตั้งใจเขียนเรื่องนี้ เผื่อท่านจะยืมใช้ หรือจะให้ท่านร้องเพลง ช้าง...ช้างๆๆ น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า...ช้างมันตัวโตไม่เบา...โถ! ก็ท่านไม่เคยเห็นช้างมาทั้งชีวิตเลยจริงๆ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม