“อ.ปัว จ.น่าน” ยังระทม ถนนขาด สะพานพัง ชาวบ้าน 3 ตำบลกว่า 4,000 คน ถูกตัดขาดมา 4 วัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรน ลำเลียงอาหารและน้ำดื่มไปช่วยประทังชีวิต ขณะที่ทหารเร่งติดสะพานเบลีย์เชื่อมเส้นทางชั่วคราว ส่วนที่แม่สอด จ.ตาก แม่น้ำเมยยังเอ่อล้นตลิ่งท่วมตลาดริมเมย พ่อเมืองแม่ฮ่องสอนลงพื้นที่เคลียร์ดินโคลนสไลด์ทับเส้นทางแม่สะเรียง-ฮอด ด้าน จ.สุโขทัย เร่งเสริมกระสอบทรายปิดช่องโหว่ป้องน้ำทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจ อุตุฯเตือนรับมือฝนตกหนักอีกระลอกอุทกภัยภาคเหนือหลายจังหวัดยังน่าเป็นห่วง เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ จ.น่าน แม้ว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง หนักสุดที่ อ.ปัว น้ำป่าไหลหลากซัดถนนขาดหลายจุด โดยเฉพาะสะพานฝายจ้าว ต.วรนคร ใช้สัญจร ไม่ได้ ส่งผลให้ชาวบ้านใน ต.วรนคร ต.ภูคา และ ต.ศิลาแลง รวม 14 หมู่บ้าน 1,466 หลังคาเรือน ชาวบ้านกว่า 4,000 คนติดอยู่ในพื้นที่เป็นวันที่ 4 กำลังขาดแคลนอาหาร เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนลำเลียงอาหาร น้ำดื่มและยารักษาโรคไปส่งให้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน แต่ละแห่ง ก่อนกระจายไปให้ราษฎรในพื้นที่ด้าน พ.อ.ปิยะพงษ์ พรดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 นำหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง นำกำลังพลเข้าร่วมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนทั้งการลำเลียงสิ่งของจำเป็น และปรับซ่อมบำรุงฟื้นฟูเส้นทางที่ถูกน้ำป่าไหลเซาะเสียหายหลายจุดในพื้นที่ 14 หมู่บ้าน 3 ตำบลของ อ.ปัว ขณะที่เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงน่านที่ 2 ร่วมกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) ลำเลียงชิ้นส่วนสะพานเบลีย์ขึ้นไปดอยภูคาเพื่อเร่งก่อสร้างสะพานชั่วคราว เพื่อเร่งเปิดเส้นทางเชื่อมต่อเข้าออกหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดโดยเร็วที่สุดส่วนที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.น่าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดม ศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นประธานประชุมติดตามการช่วยเหลืออุทกภัยหลังน้ำลด มีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผวจ.น่าน นำส่วนราชการร่วมหารือ มีการจัดกำลังพลทหารช่าง เครื่องจักรจาก จ.พิษณุโลก 40 นาย พร้อมกำลังพลมณฑลทหารบกที่ 38 จำนวน 550 นาย และมณฑลทหารบกที่ 34-35 อีก 80 นายเข้าช่วยเหลือ กรมชลประทานส่งรถบรรทุกน้ำไปทำความสะอาดล้างดินโคลนตามบ้านเรือนประชาชนพร้อมให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม นายยศชนันห่วงใยสภาพจิตใจผู้ประสบภัยมอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เร่งดูแลเยียวยาจิตใจคู่ไปกับการซ่อมแซมบ้านเรือน ให้นายอำเภอประสานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จัดบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปประเมินดูแลสภาพจิตใจประชาชนอย่างใกล้ชิด ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯรายงานความคืบหน้าการดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ คนพิการในพื้นที่ ต.ศิลาแลง ต.วรนคร อ.ปัว ว่า ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปดูแลแล้ว ทั้งนี้ นายยศชนันเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูชุมชนและซ่อมแซมบ้านเรือนให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว เพราะจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยให้สภาพจิตใจประชาชนฟื้นฟูกลับมาดีขึ้นตามไปด้วยที่บ้านเฮี้ยและบ้านเกร็ด ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชน. ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วม นายณัฐพงษ์เผยว่า สิ่งสำคัญเร่งด่วนคือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หลายคนพูดว่าอยากเห็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว อยากฝากรัฐบาลพิจารณาการจัดสรรงบประมาณต่อเนื่อง เมื่อถามว่าอยากจะเสนอให้รัฐบาล แก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะ Cell Broadcast ที่มีหลายพื้นที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนลงพื้นที่ อ.ปัว ชาวบ้านสะท้อนว่าช่วงกลางคืนก่อนเกิดเหตุไม่ได้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า กลายเป็นผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนต้องมาตีระฆังบอกว่าน้ำกำลังมา คิดว่าเรื่องนี้เข้าใจได้เพราะสภาพ อ.ปัว เกิด Rain Bomb ในพื้นที่หุบเขาและหลากมาลำน้ำคูณ หน่วยงานที่ทำหน้าที่แจ้งเตือนก็ไม่มีข้อมูลในการคาดการณ์ ฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้ป้องกันได้คือการทำแบบจำลองหรือติดตั้งอุปกรณ์ที่ตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกพื้นที่นายประสิทธิ์ โนทะ รองประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎรพร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดภูมินทร์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน หลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก ทำให้พระอุโบสถร้าวหลายจุด โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกพบรอยแตกร้าวและทรุดตัว นายประสิทธิ์เผยว่า วัดภูมินทร์เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดน่าน เป็นโบราณสถาน สำคัญ นักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะพระพุทธรูปและชมจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหลายครั้ง แม้น้ำจะไม่ไหลเข้าไปภายในพระอุโบสถโดยตรง แต่ส่งผลกระทบต่อฐานรากและโครงสร้างของอาคารเก่าแก่ในระยะยาว ตอนนี้ต้องรอให้ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณตลาดริมเมยบ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ล่าสุดแม้ว่าน้ำจะลดลงบ้าง แต่ระดับน้ำในแม่น้ำเมยยังอยู่สูงกว่าตลิ่งประมาณ 30 ซม. ส่งผลให้น้ำยังท่วมบริเวณตลาดริมเมย บรรดาพ่อค้าแม่ค้ายังต้องปิดร้านโดยปริยาย เช่นเดียวกับฝั่งจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตลาดริมเมยและมีพื้นที่ต่ำกว่า น้ำยังท่วมสูงและขยะลอยเกลื่อน ขณะที่ชาวเมียนมากว่า 100 คน ที่อาศัยบนเกาะกลางแม่น้ำเมยหรือเกาะโนแมนแลนด์ต่างนำสินค้าต่างๆ ที่เตรียมไว้ขายให้กับนักท่องเที่ยวไทย มีทั้งสุรา บุหรี่ต่างประเทศและสินค้าอื่นๆจากประเทศจีนใส่วัสดุลอยน้ำที่พอหาได้หนีน้ำท่วมนำมาฝากไว้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ใกล้เกาะโนแมนแลนด์ด้านนายวิบูลย์ แววบัณฑิต ผวจ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ดินโคลนถล่มปิดทับถนนทางหลวง 108 (แม่สะเรียง-ฮอด) มีต้นไม้ใหญ่และเสาไฟฟ้าหักโค่นปิดกั้นเส้นทางกว่า 35 จุด เจ้าหน้าที่เร่งเปิดใช้เส้นทางได้แล้ว 30 จุด แต่ส่วนใหญ่เปิดให้วิ่งได้เพียง 1 ช่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใช้สัญจร ต่อมา ผวจ. แม่ฮ่องสอน ไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวนายบุญช่วย ปัญญากิจตระกูล อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 12 ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง ที่เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มทับกระท่อมในพื้นที่เกษตร พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเยียวยาญาติอย่างเร่งด่วนที่ จ.สุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผวจ.สุโขทัย สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังน้ำเหนือจาก จ.แพร่ และ จ.พะเยา ที่จะไหลมาถึงประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก วันที่ 23 ส.ค.นี้ จังหวัดวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้ไหลลงคลองยมน่าน เพื่อผันลงแม่น้ำน่านประมาณ 300 ลบ.ม.ให้เหลือเข้าตัวเมืองประมาณ 500 ลบ.ม. เป็นปริมาณที่สามารถรองรับได้ แต่หากน้ำมามากกว่าปริมาณที่คาดการณ์ต้องหาทางระบายเพิ่มเติมเข้าคลองก้างปลาและบริเวณอื่นต่อไป ขณะนี้แม่น้ำยมหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดยังต่ำกว่าตลิ่งเกือบ 1 เมตร จังหวัดเร่งปิดช่องทางเดินลงแม่น้ำยมหน้าจวนผู้ว่าฯ และหน้าวัดคูหาสุวรรณ พร้อมระดมกระสอบทรายจุดต่ำตรงโค้งเลยร้านอาหารเฟื่องฟ้า จุดประปาเก่าและหลังโรงเบียร์ช้างชุมชนวังหิน เพื่อสกัดมวลน้ำไม่ให้ไหลเอ่อหรือทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจและชุมชนชั้นในจ.พิษณุโลก สถานการณ์ 4 ลุ่มน้ำสำคัญหลังเกิดฝนตกต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดฝนเริ่มซาลง ส่งผลให้สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำชมพู อ.เนินมะปราง ระดับน้ำลดลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว น้ำส่วนใหญ่ไหลต่อเข้าสู่คลองเนินกุ่มและคลองวัดตายม ก่อนลงสู่แม่น้ำน่านบริเวณบ้านป่ามะคาบ จ.พิจิตร ขณะที่ลุ่มน้ำภาค อ.ชาติตระการ น้ำเริ่มลดลงเช่นกัน น้ำไหลลงแม่น้ำแควน้อยก่อนไหลเข้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนที่ยังรองรับน้ำได้อีกมาก ส่วนลุ่มน้ำเข็กหรือแม่น้ำวังทอง อ.วังทอง สถานการณ์ดีขึ้น ปริมาณน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ลดลง ล่าสุดระดับน้ำอยู่ที่ 8.52 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติ 9 เมตร ด้านลุ่มน้ำยม อ.บางระกำ ยังน่าห่วง ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น หลังมีมวลน้ำจาก จ.สุโขทัย ไหลมาปริมาณมาก เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำผ่านประตู DR 15.8 และ DR 2.8 ต.งิ้วงาม อ.เมืองพิษณุโลก ให้ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน เพื่อรองรับมวลน้ำใหม่ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักอีกระลอกช่วงวันที่ 25-27 ส.ค.ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายอากาศทั่วไปช่วงวันที่ 22-24 ส.ค.ว่าประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่พายุโซนร้อน “นาร์รา” บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่วนในช่วงวันที่ 25-28 ส.ค. บริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2—3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่