“อนุทิน” โอ่เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ยกระดับสัมพันธ์ระหว่างกันดีมาก อัปเกรดความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืน เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ตีปี๊บข่าวดี การบินไทยรอฤกษ์ฟื้นบินตรงโอ๊คแลนด์ “เอกนิติ” ฟุ้งดึงดูดการลงทุนเป็นรูปธรรม ดันไทยศูนย์กลางกระจายสินค้าในภูมิภาค “กรวีร์” มั่นใจรัฐบาล ภท.ไร้แผล ตอบได้หมดทุกปมซักฟอก หยันอยากรู้จะจับฮั้ว สว.โยงรัฐบาลอย่างไร ปชป.นัดถก สส.ลุยอภิปรายไม่ไว้วางใจ-แก้ รธน. จองกฐินขย่มโกง สว.-สว.AI Passport-บริหาร สธ.เหลวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย สรุปผลการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ชี้ความสัมพันธ์กับทั้งสองประเทศดีมาก พร้อมยกระดับสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืนทุกมิติก่อนกลับพบปะชุมชนไทยที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ขอให้ช่วยกันสร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นให้ประเทศนายกฯพบชุมชนไทยก่อนกลับไทยเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 ส.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ เร็วกว่าไทย 5 ชั่วโมง) ที่ห้อง Harbour 1 ชั้น 2 โรงแรมพาร์ค ไฮแอท โอ๊คแลนด์ นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะพบปะชุมชนไทยในนิวซีแลนด์ เป็นภารกิจสุดท้ายก่อนเดินทางกลับไทย มีคณะสงฆ์ นำโดยพระราชวรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดญาณประทีป นิวซีแลนด์ ผู้ประกอบการไทยและคนไทยกว่า 100 คน บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง นายกฯกล่าวว่า ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญดูแลคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ พร้อมรับฟังความต้องการและปัญหาต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและอำนวยความสะดวก ทุกคนคือเจ้านายของรัฐบาล หน้าที่รัฐบาลคือทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มากที่สุด ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนอย่างเต็มที่ขอช่วยกันสร้างชื่อเสียง–เชื่อมั่นให้ ปท.นายกฯกล่าวอีกว่า การหารือผู้นำออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นไปด้วยดี สามารถต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ทั้งการค้า การลงทุน เทคโนโลยี พลังงานสะอาด การเกษตร การศึกษา และความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยมุ่งใช้จุดแข็งของไทย ทั้งที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม และความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศ ดึงดูดการลงทุนและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามา ขอให้คนไทยช่วยกันสร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น ทั้งนี้ นายกฯรับฟังข้อเสนอจากชุมชนไทย โดยเฉพาะด้านแรงงานและการประกอบอาชีพ รัฐบาลจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนิวซีแลนด์ เพื่อแสวงหาแนวทางเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทย ควบคู่ดูแลสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตพระให้พรพารัฐนาวาไทยไปข้างหน้าโอกาสนี้พระราชวรญาณมุนี กล่าวชื่นชมและให้พรนายกฯและคณะ ขอให้ยึดมั่นในสติ ขันติ เมตตาและการให้อภัย เนื่องจากต้องแบกรับภาระในการบริหารประเทศ ขอสามัคคีเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนรัฐนาวาคือประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า พร้อมขอให้ ครม.ประสบความสำเร็จปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่คนไทยที่เข้าร่วมงานแสดงความยินดีที่ทราบว่า การบินไทยจะกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ในปีหน้า พร้อมแสดงความประสงค์ที่จะเห็นการขยายความร่วมมือด้านการเกษตรปลื้มยกระดับหุ้นส่วนออสซี–นิวซีแลนด์นายอนุทินกล่าวสรุปภาพรวมความสำเร็จภารกิจครั้งนี้ว่า ภาพรวมความสัมพันธ์ไทย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ อยู่ในระดับที่ดีมาก ได้วางกลยุทธ์และลงนามข้อตกลง เพื่อยกระดับสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืน ทั้งด้านการค้า เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เทคโนโลยีและการลงทุน จะมีการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)อย่างเต็มรูปแบบ มิติความมั่นคงยืนยันสถานการณ์ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวชายแดนกัมพูชา สระแก้ว ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด ล้วนสงบเรียบร้อย ไม่มีการปะทะทางทหารใดๆ ส่วนประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชา รัฐบาลได้ใช้นโยบาย “โฮลไว้ก่อน” ชะลอการเจรจาข้อพิพาท เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและมุ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ส่วนความไม่สงบในเมียนมา ยืนยันไม่สนับสนุนให้ชนกลุ่มน้อยใช้อาวุธ หรือใช้พื้นที่ชายแดนสร้างผลกระทบต่อไทย ไทยกำลังทำงานร่วมกับอาเซียนอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหายาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการบริหารจัดการพลังงานก๊าซธรรมชาติเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติรอข่าวดี กทม.–โอ๊คแลนด์กลับมาบินตรงนายกฯยังกล่าวถึงมิติทางเศรษฐกิจว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นบวกอย่างชัดเจน ตอกย้ำเสถียรภาพรัฐบาล ปัจจุบันตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เติบโตขึ้นเกือบ 100% ขณะที่การส่งออกขยายตัวถึง 20% ค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ ตลาดหลักทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และความน่าเชื่อถือของไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม และขอให้ทุกคนรอข่าวดีเร็วๆนี้ สายการบินไทยมีแผนจะกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ อีกครั้งจับมือพัฒนา ศก.–พลังงานสะอาดด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง กล่าวว่า การเยือนนิวซีแลนด์รัฐบาลมุ่งเน้นเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และดึงดูดการลงทุนให้เป็นรูปธรรม พบนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในไทยจำนวนมาก นักลงทุนไทยได้ขยายฐานการลงทุนในนิวซีแลนด์ เช่น การถือหุ้น 20% ในธุรกิจน้ำผึ้งคุณภาพดี (Comvita) และการเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมชั้นนำ รัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนวิกฤติพลังงานและค่าครองชีพให้เป็นโอกาส โดยจับมือกับนิวซีแลนด์พัฒนาพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากนิวซีแลนด์เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรม ไทยจะนำความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์อาหารและเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวมาใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และยกระดับรายได้เกษตรกรไทยผลักดันไทยศูนย์กลางกระจายสินค้านายเอกนิติกล่าวอีกว่า จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า โดยเฉพาะแอปเปิลในภูมิภาค อาศัยความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจไทย เช่น กลุ่มเซ็นทรัล และได้หารือกับ T&G Globalในการลงทุนตั้งศูนย์กระจายสินค้าในไทยเรื่องนี้แล้ว ด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว ทั้งสองประเทศยกระดับความร่วมมือผ่านข้อตกลง FTA ไทย-นิวซีแลนด์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เร่งรัดให้การบินไทยกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงสู่นิวซีแลนด์อีกครั้ง เมื่อการบินไทยได้เครื่องบินใหม่เข้าฝูงบิน จะให้พิจารณาเส้นทางการบินตรงมายังนิวซีแลนด์เป็นลำดับต้นๆ พร้อมพัฒนาศักยภาพคนไทย มุ่งเน้นดึงทักษะสมัยใหม่ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีมาถ่ายทอดรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจโอ่ผู้นำคลิกกันหนุนเจรจาสำเร็จ 80%ขณะที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานะของไทยในเวทีโลกปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ เช่นเดียวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทในเวทีต่างๆกำลังดำเนินไปในทางที่มั่นคง แม้จะยังมีความท้าทายจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง เปิดความสัมพันธ์ใหม่กับประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่งหนึ่ง ถือเป็นโอกาสสำคัญขยายความร่วมมือ หัวใจสำคัญปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศ ถ้าผู้นำคลิกกันหลายเรื่องมันสำเร็จไปเกือบ 80% และทุกประเทศที่นายกฯได้ไปเยือนสังเกตได้ว่าสามารถสร้างความเป็นกันเอง ความสนิทสนม ความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นปัจจัยทำให้การหารือที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หลายเรื่องประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายเล็งเพิ่มโควตาแรงงานเกิน 7.8 พันคน/ปีด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงานกล่าวว่า รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนทำงาน สร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมถึงประเทศคู่ค้าหลักอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ นโยบายด้านแรงงานปัจจุบันมีแรงงานไทยเข้ามาทำงานในนิวซีแลนด์ตามฤดูกาลภาคการเกษตรเป็นหลักประมาณ 7,800 คนต่อปี กระทรวงแรงงานเตรียมนำเรื่องแรงงานพ่วงเจรจา FTA เพื่อขยายโควตา ดูแลสวัสดิภาพสวัสดิการ ลดข้อจำกัด เช่น ภาษา โดยเสนอปรับลดข้อจำกัดทักษะภาษาอังกฤษแรงงานบางสาขาอาชีพ อาทิ ภาคการเกษตร เชฟ และพนักงานนวด ลงมาระดับ basic communication การสื่อสารขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยกลับถึงไทยลงพื้นที่น้ำท่วมน่านทันทีต่อมาเวลา 11.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นายอนุทินพร้อมภริยาและคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ กลับประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ มีกำหนดถึงไทยเวลา 19.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ก่อนเตรียมลงพื้นที่ จ.น่านช่วงเช้าวันที่ 23 ส.ค. เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยสงขลาจัดผ้าบาติกรับ ครม.สัญจรน.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยถึงความพร้อมการเตรียมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ที่ จ.สงขลา ในวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย. เตรียมความพร้อมทุกมิติ รวมทั้งข้อเสนอการพัฒนาจังหวัด และการบริหารจัดการงบฯ คณะกรรมการฝ่ายจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย ครม.เป็นผ้า “ลายราชวัตร” ทอด้วยมือเป็น “ลายก้านแย่ง” หรือ “ลายคอนกเขา” ซึ่งคล้ายขนคอของนกเขาชวา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า “ลายราชวัตร” แปลว่ากิจวัตรหรือการกระทำ และได้จัดเตรียมผ้าบาติกชุดผ้าลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ” ให้ครม.สวมใส่ในกิจกรรมช่วงเย็นวันที่ 31 ส.ค.โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงต่อยอดดอกไม้พระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่ผ้าลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ”พร้อมเตรียมกระเป๋าเชือกกล้วย “กลุ่ม กอร์ตานี” OTOP อ.หาดใหญ่ เป็นของที่ระลึกสั่ง 76 ผวจ.เร่งสำรวจสิทธิบัตรคนจนนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ห่วงใยประชาชนที่ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 พร้อมสั่งการให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องรีบดำเนินการเชิงรุกตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงให้ถูกต้อง กระทรวง มท.ได้สั่งการ ผวจ.ทั้ง 76 จังหวัด มอบหมายและกำชับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามนโยบายรัฐบาล เร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลประชาชนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้ที่เดือดร้อนและมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ และส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังพิจารณาโดยเร็ว เพื่อให้การเข้าถึงสิทธิของประชาชนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน เกิดประโยชน์กับผู้มีคุณสมบัติอย่างทั่วถึง“กรวีร์” มั่นใจ รบ.ไร้แผลตอบได้หมดนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาฯ (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วิปรัฐบาลยังไม่มีการนัดประชุมเตรียมรับมือเพราะไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นเมื่อไหร่ และญัตติเป็นเรื่องอะไรบ้าง ต้องรอให้ชัดเจนก่อน จะได้พูดคุยกันถูก การยื่นเป็นสิทธิของฝ่ายค้านอยู่แล้ว ซึ่งเขาคงจะต้องยื่น ไม่อย่างนั้นจะเสียสิทธิการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อถามว่ามีการเก็งการบ้านไว้หรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ไม่ทราบเลย แต่จะเป็นประเด็นไหนก็ได้ เราไม่ได้กังวล เชื่อว่ารัฐมนตรีตอบข้อชี้แจง อธิบายเหตุผลให้กับฝ่ายค้านทุกเรื่องได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าหากลงมติมั่นใจหรือไม่ว่าเสียงรัฐบาลจะโหวตครบ นายกรวีร์กล่าวว่า มั่นใจรัฐบาลตอบข้อซักถามได้ทั้งหมด ไม่มีแผลอะไรที่จะตอบไม่ได้ ส่วนคะแนนเสียงคงต้องไปพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อน ต้องให้เกียรติกันดูเหตุผล และสิ่งที่รัฐบาลตอบมีน้ำหนักหรือฟังได้หรือไม่ แต่หากชี้แจงชัดเจน สภาฯยกมือผ่านอยู่แล้วอยากรู้เหมือนกันฮั้ว สว.โยง รบ.ยังไงเมื่อถามว่าฝ่ายค้านจั่วหัวเรื่องคดีฮั้ว สว.เยอะมาก เรื่องนี้อภิปรายได้หรือไม่ เพราะเหมือนจะไม่เกี่ยวกับรัฐบาล นายกรวีร์กล่าวว่า ต้องไปดูว่าเขา จะโยงให้เกี่ยวอย่างไร อยากจะรู้เหมือนกันว่าไปเกี่ยวตรงไหน เพราะเรื่องอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากเขามีเรื่องส่งฟ้องศาลอยู่ที่ศาล ต้องดูว่าประเด็นไหนที่เขาคิดว่าเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ตอนนี้คาดการณ์กันไปเองทั้งหมด ยังไม่รู้ว่าเขาจะยื่นเรื่องอะไร ญัตติที่เขาเสนอจะเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินตรงไหน หากเขามีเหตุผลและหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล ค่อยมาดูอีกที การเลือก สว.เกิดขึ้นตั้งแต่ 2 ปีก่อน ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหาร หากมีเรื่องไหนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายรัฐบาล มองว่าก็อภิปรายได้ แต่ต้องไปดูว่าเกี่ยวตรงไหน ตามขั้นตอนขณะนี้รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่ไปสืบข้อเท็จจริงอะไรแล้ว และรัฐบาลไม่ได้เป็นคนจัดการเลือกตั้ง เพราะเป็นเรื่องของ กกต. จึงอยากแยกเรื่องนี้ให้ชัดเจน แต่หากเขามีข้อมูลว่านายกฯหรือรัฐมนตรีไปเกี่ยวข้อง อาจจะอภิปรายได้ แต่ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะบอก รอดูญัตติก่อนบี้ ปธ.สภาฯจัดระเบียบอำนาจ กมธ.นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรค ภท. ประธาน กมธ.ตำรวจ สภาฯ กล่าวว่า สนับสนุนแนวคิดนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.ที่เสนอให้ประธานสภาฯกำหนดกรอบอำนาจหน้าที่ กมธ. 35 คณะให้ชัดเจน โปร่งใส ไม่นำไปเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง ป้องกันซ้ำซ้อนก้าวก่ายอำนาจกันเอง ประธาน กมธ.บางคณะไม่ทำหน้าที่ในบทบาทคณะตนเอง ใช้อำนาจเกินหน้าที่หวังผลทางการเมือง นำประเด็นจากสื่อมาปั้นน้ำเป็นตัวจับแพะชนแกะสร้างเรื่องราว ทำให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ถูกพาดพิงเสียหาย ขอเตือน กมธ.ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว หากยังใช้อำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกโดยมิชอบจนเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ผู้เสียหายมีสิทธิตอบโต้กลับได้ ทั้งแจ้งดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ยื่นสอบจริยธรรมส่งให้ ป.ป.ช.สอบ“อาสพลธ์” โร่เคลียร์ “นฤชา” พันโกง สถ.ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯกล่าวถึงการไปให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ระบุมีชื่อนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง เกี่ยงข้องคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า อาจพูดผิด ได้ยินคำถามไม่ชัด เพราะอยู่ในบริเวณพื้นที่เสียงดัง จึงฟังคำถามไม่ชัด ยืนยันว่านายนฤชาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริต และเป็นผู้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งประธานและกรรมการร่างทีโออาร์ใหม่ที่ตรวจพบการจับกุมปลัดเทศบาลนครราชสีมา ในการร่างทีโออาร์ใหม่นั้น ยังไม่มีใครเชิญประธานและกรรมการร่างทีโออาร์มาให้ข้อมูล ดังนั้นในการประชุม กมธ. ป.ป.ช. วันที่ 27 ส.ค. จะเชิญประธานร่างทีโออาร์มาให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแจงเหตุตัดสิทธิ ม.บูรพาจัดสอบนายอาสพลธ์กล่าวว่า ในการประชุม กมธ. ป.ป.ช.ที่ผ่านมา เลขานุการคณะทำงานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ให้ข้อมูลว่า ระยะเวลา 30 วันที่ตรวจสอบทั้งหมด ขณะนี้ถึงระดับ 10 คืออธิบดีและข้าราชการท้องถิ่น คณะทำงานชุดนี้ทำงานเสร็จแล้ว ที่เหลือเป็นการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ปปง. และ ป.ป.ป.แต่การสอบหาข้อเท็จจริงของคณะทำงานชุดนี้ไม่ตรงกับกรณีมหาวิทยาลัยบูรพาพูดผ่านสื่อ กรณีนี้เหตุเกิดปี 2564 ในการสอบข้าราชการท้องถิ่น ก่อนจัดสอบมีผู้ร้องเรียนทุจริตนำไปสู่การจับกุมปลัดเทศบาลแห่งหนึ่ง จ.นครราชสีมา จึงแก้ทีโออาร์ใหม่ แม้มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะ แต่เมื่อมีการจับกุมว่ามีการทุจริตครั้งใหญ่ปี 2564 จึงแก้ทีโออาร์ใหม่ เมื่อแก้เสร็จเงื่อนไขทีโออาร์เปลี่ยนแปลงจากเดิมพอสมควร ผู้ว่าจ้างถามมหาวิทยาลัยบูรพาจะทำราคานี้ได้หรือไม่ มหาวิทยาลัยตอบว่าไม่สามารถทำตามได้ จึงไม่มีการลงนาม เป็นที่มาการประกวด ราคาใหม่ทีโออาร์ใหม่ และเชิญมหาวิทยาลัยบูรพามาร่วม แต่ไม่มาร่วมประกวดราคา นี่คือสิ่งที่คณะทำงานฯแจ้งที่ประชุม กมธ.คณะทำงานแจ้งว่าการสอบข้อเท็จจริงได้เชิญมหาวิทยาลัยบูรพามาให้ข้อมูล แต่ไม่มาให้ข้อมูลแย้ม ปปง.ใกล้อายัดทรัพย์บางรายนายอาสพลธ์กล่าวว่า จากการสอบถามข้อมูลทุจริตสอบท้องถิ่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบว่ามีนายหน้าต่างจังหวัด เช่น ศรีสะเกษ อธิบดีดีเอสไอบอกว่าสอบปากคำผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหาครบหมดแล้ว มีประเด็นสำคัญคือขบวนการนี้ไม่ได้ทำครั้งแรก ทำมาตลอด กลุ่มนายหน้าเหล่านี้ผูกพันกระบวนการทุจริตรู้จักคนจัดสอบในมหาวิทยาลัยหมด ต่อให้จ้างมหาวิทยาลัยใด จะมีช่องทางติดต่อทำทุจริต ข้อมูล ณ วันนี้ถึงแต่นักการเมืองท้องถิ่น ไม่ไปถึงนักการเมืองระดับชาติ สิ่งที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) บอกโยงถึงนักการเมืองระดับชาติ ขอให้ดีเอสไอ ป.ป.ช.เชิญนายรังสิมันต์มาให้รายละเอียดมีที่มาอย่างไร ไปกล่าวหาบุคคลที่ 3 มันไม่เป็นธรรมกับคนถูกกล่าวหา ส่วนที่ ป.ป.ช.ระบุจะใช้เวลา 10 เดือน ส่งฟ้องคดีต่อศาล ป.ป.ช.จะนำผลการศึกษาคณะทำงานนายปกรณ์ไปศึกษา เพื่อส่งฟ้องให้เร็วขึ้น ส่วนคดีแพ่ง เลขาธิการ ปปง.ให้ข่าวว่า อีกไม่นานจะอายัดทรัพย์ผู้ทุจริตบางราย และจะส่งฟ้องศาลแพ่ง 99% ผู้ถูกส่งฟ้องศาลจะเห็นพ้องตาม ปปง.คือยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งคดีทางแพ่งและคดีอาญากระบวนการเดินไปแล้ว กมธ.จะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไปปชป.นัดถก สส. เปิดซักฟอก-แก้ รธน.ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า วันที่ 25 ส.ค.จะมีการประชุม สส.พรรค ปชป.นัดสำคัญกรณีการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และการร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลจะนำเข้าสู่การประชุมสภาฯสมัยหน้านี้ เมื่อถามว่าพรรคเตรียมประเด็นใดไว้บ้างในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสกลธีกล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. จับประเด็นเรื่องฮั้ว สว. ส่วนนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค จับเรื่อง TH-AI Passport ส่วนตัวกำลังดูอยู่ว่าการปล่อยปละละเลยในกระทรวงสาธารณสุข ทั้งกัญชา พ่อทิพย์ หมอพร้อมทิพย์ จะดูว่า รมว.สธ. ละเลยในการบริหารและการแก้ไขหรือไม่ รวมถึงปัญหาที่หมักหมมในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)กาหัวฮั้ว สว. AI Passport บริหาร สธ.เหลวเมื่อถามว่าแม้จะอภิปรายดีอย่างไร แต่เสียงฝ่ายค้านไม่พอที่จะโหวตล้มรัฐบาล นายสกลธีกล่าวว่า ฝ่ายค้านล้มรัฐบาลเรื่องการซักฟอกนั้น ยากอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็เป็นเวทีที่ชี้ให้สังคมได้เห็นถึงความบกพร่อง ได้เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน บางครั้งอาจจะชนะการโหวต แต่แพ้ในสายตาประชาชนก็มี ซึ่งขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือและน้ำหนักของข้อมูลที่ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีกมธ.บี้ สธ.แจงเพิ่มปมพ่อ-แม่ทิพย์นายสกลธีในฐานะประธานคณะ กมธ.การสาธารณสุข สภาฯ กล่าวถึงการตรวจสอบประเด็นพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ สวมรอยรับรองบุตรผ่าน รพ.ว่า ต้องรอเอกสารจากหน่วยงานที่กังวลจะเปิดเผยข้อมูล ขอให้เปิดเผยรายชื่อ รพ.ในข่ายต้องสงสัยเพื่อเรียกมาชี้แจง กทม.ผู้มีแนวโน้มเป็นพ่อทิพย์มีกว่า 500 คน ที่กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่าคีย์ข้อมูลผิดไม่พอ มีผู้มาร้องถึง 200-300 รายมีแนวโน้มไม่ใช่การคีย์ผิด แต่จะทุจริตหรือไม่จะเชิญผู้ชี้แจงมาอีกครั้งหนึ่ง มี รพ.เอกชนเกี่ยวข้องกว่า 20 แห่ง ต้องการหาคนรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่จับ ปรับจบกันและเงียบกันไป ทำเป็นขบวนการอยากไปให้สุด ตรวจเส้นเงินขุดรากถอนโคนเงินเทาที่เข้ามาทุกวงการ กมธ.มี พ.ร.บ.อำนาจเรียก สัปดาห์หน้าจะประชุมสภาฯ มีเรื่องแอปพลิเคชันหมอพร้อมทิพย์ ยืนยันจะเดินหน้าเรื่องพ่อทิพย์แม่ทิพย์ให้ถึงที่สุด เพราะทุนเทาเข้าไปทุกกระบวนการ แม้กระทั่งในสาธารณสุขกัดกินงบฯของคนไทยห่วงคลิปดัดแปลงปืนเถื่อนว่อนเน็ตนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงปัญหาการควบคุมอาวุธปืนและใบอนุญาตสั่งหรือนำเข้าอาวุธปืน (แบบ ป.2) ว่า กรณีกระทรวงมหาดไทยไม่อนุมัติให้นำเข้าปืนร้านค้าอาวุธปืนถูกกฎหมายมา 3 ปีหลังเหตุการณ์กราดยิงที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน รมว.มหาดไทยขณะนั้นตั้งใจป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย แม้เจตนาดีแต่ข้อเท็จจริงพบว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุไม่ใช่ปืนถูกกฎหมาย แต่เป็นอาวุธปืนดัดแปลง ตลอดช่วงเวลาที่ภาครัฐไม่อนุมัติซื้อขายปืนถูกกฎหมาย กลับส่งผลให้อาวุธปืนดัดแปลง ปืนเถื่อนแพร่หลายมากขึ้น เพียงแค่ค้นหาผ่านแฮชแท็กในสื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงการซื้อขายปืนเถื่อนและปืนไทยประดิษฐ์ได้แทบทุกช่องทาง มีทั้งรีวิวทดสอบยิงเปิดเผยในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น ยูทูบ มีคลิปวิดีโอสาธิตขั้นตอนดัดแปลงปืนแบลงก์กัน (Blank Gun) ให้ใช้งานได้จริงอย่างละเอียด เป็นภัยร้ายแรงที่ทำให้เยาวชนเข้าถึงวิธีการดัดแปลงอาวุธใช้ได้โดยง่ายจี้นายกฯเร่งคุยแพลตฟอร์มปิดกั้น“นายกฯและ รมว.มหาดไทยสั่งการไม่ให้นำเข้าปืน เพื่อควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง แต่ปืนที่ใช้วันนั้นคือปืนดัดแปลง หากไปแก้ปัญหาโดยไม่รู้ถึงต้นตอแท้จริง ไม่มีทางแก้ได้สำเร็จ ขอเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งปราบปรามปืนเถื่อนและปืนไทยประดิษฐ์เด็ดขาด ควบคู่การประสานงานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อปิดกั้นและลบคอนเทนต์สอนการผลิตหรือดัดแปลงอาวุธปืน ป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมกราดยิงขึ้นซ้ำซ้อนอีก สิ่งสำคัญอย่าทำผิดทิศทาง อย่ามัดมือคนดี ปล่อยผีคนร้าย เราต้องทำให้คนร้ายไม่มีปืนไปก่อเหตุ และต้องปกป้องคนดีให้ได้มากที่สุด” นายพงศกรกล่าวฉะตั้งปลัดพลังงานเน้นรู้ใจเมินสายงานนายพงศกรกล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ทั้งที่ตลอดเส้นทางรับราชการเติบโตมาจากกระทรวงเกษตรฯ ไม่มีประสบการณ์สายตรงการบริหารนโยบายพลังงานว่า สังคมเกิดข้อกังขาว่าเหตุใดตำแหน่งปลัดกระทรวงที่ซับซ้อนเชิงเทคนิคสูง มีผลต่ออนาคตเศรษฐกิจประเทศ จึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีความเชี่ยวชาญและคลุกคลีในแวดวงพลังงานโดยตรงขึ้นมาทำหน้าที่หรือความใกล้ชิดทางการเมือง หรือความต้องการคนรู้ใจมากกว่าศักยภาพความรู้เฉพาะทางหรือไม่ ทั้งที่ภารกิจกระทรวงพลังงานละเอียดอ่อนเชื่อมโยงความมั่นคงระดับชาติ ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า จำเป็นต้องเป็นผู้มองเห็นภาพรวมเชิงโครงสร้างอย่างถ่องแท้ สามารถให้ข้อเสนอแนะที่ถูกต้องแม่นยำแก่ฝ่ายการเมืองได้ทันท่วงที นายกฯและ รมว.พลังงาน ควรชี้แจงเกณฑ์ประเมินความเหมาะสมและความพร้อมให้สังคมสิ้นสงสัย ประชาชนรอคอยผลงานและความจริงใจแก้ปัญหา 4 มิติหลัก คือโครงสร้างราคาน้ำมันที่เป็นธรรม การคำนวณราคาก๊าซธรรมชาตินำเข้าโปร่งใส ตรวจสอบได้ การขับเคลื่อนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนที่เป็นรูปธรรม การเปิดระบบรับซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชนราคายุติธรรม เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง“เดชรัต” ลงชุมชนดัน “เด็กนนท์เท่าเทียม”ช่วงเช้า ที่ จ.นนทบุรี นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ในนามพรรคประชาชน (ปชน.)พร้อมทีมงานพรรค ปชน.ลงพื้นที่พบปะทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ที่ตลาดประชานิเวศน์ 3 แนะนำตัวและนำเสนอชุดนโยบายพัฒนาจังหวัดรวม 20 นโยบาย มุ่งเป้าขับเคลื่อน “NEW นนท์” สู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่ นำหน้า สำหรับทุกคน จากนั้นนายเดชรัตและคณะไปที่ศาลาชุมชนประชานิเวศน์ 3 ร่วมประชุมหารือกับประธานชุมชน ตัวแทนชาวบ้านและกลุ่มสภาเด็กและเยาวชน ถึงแนวทางการผลักดันนโยบาย “เด็กนนท์เท่าเทียม” มุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตั้งแต่ฐานราก ผ่านการจัดตั้งทีมสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก การดูแลกลุ่มเด็กที่มีความท้าทายในการเรียนรู้เฉพาะด้าน ตลอดจนการพัฒนาระบบการศึกษาแบบไร้รอยต่อที่เชื่อมโยงทั้งในและนอกระบบโรงเรียน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเรียนรู้และสกัดกั้นไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่