พระอาจารย์พรหม...เล่าเรื่อง “โลกเสรี” ไว้ใน “ชวนม่วนชื่น” เล่มแรก (โรงเรียนทอสี พิมพ์ แจกเป็นธรรมทาน พ.ศ.2549) ผมชอบมาก ลอกของท่านเล่าไปหลายครั้งเรื่องเล่า เริ่มต้นจากพระ...(วัดพุทธ เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย) เพื่อนของพระอาจารย์ รับงานเป็นครูสอนฝึกสมาธิ นักโทษเรือนจำที่มีการควบคุมเคร่งครัดแห่งนั้นสอนไปนานจนคุ้นเคย นักโทษย้อนถามเรื่องชีวิตประจำวันของท่านในวัดบ้างพระเล่า ตื่นตี่สี่ทุกเช้า บางเช้าก็หนาวมากๆ ห้องเล็กของพระไม่เคยมีเครื่องทำความร้อน ฉันอาหารที่รวมกับข้าวทุกอย่างลงในบาตรวันละมื้อ หลังจากนั้น ก็ไม่ฉันอะไรเลย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าเวลาบ่ายหรือกลางคืนแน่นอน! พระไม่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ฟังเพลงทางวิทยุ ไม่ดูทีวี ไม่ดูหนัง ไม่เล่นกีฬา เวลาที่ยังตื่น ทำงานหนักและใช้เวลาว่างทั้งหมดขัดสมาธิ นั่งดูลมหายใจ จนถึงเวลานอน พระนอนบนพื้นพระเล่าแค่นี้ เหล่าศิษย์นักโทษอึ้ง...นิ่งกันไปเลย นักโทษคนหนึ่งรำพึง ชีวิตพระในวัดเทียบกับเรือนจำที่เขาอยู่ ก็โรงแรมห้าดาวดีๆนี่เองขณะที่ศิษย์หลายคนรำพึง ศิษย์คนหนึ่งหลุดพูดโพล่งออกมา “ถ้าชีวิตพระในวัดแย่ถึงขนาดนั้น นิมนต์ท่านมาอยู่กับพวกเราในเรือนจำนี้ ไม่ดีกว่าหรือ?”ประโยคนี้ เรียกเสียงฮาครืนพระอาจารย์ฟังพระเพื่อนเล่า...เรื่องนี้ แล้วจับเป็นประเด็นพิจารณา จริงอยู่ชีวิตในวัดของพระมีข้อปฏิบัติละเอียด และเข้มงวด มากกว่าในเรือนจำที่คุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์แต่พระก็สมัครใจที่จะเข้ามาอยู่ แล้วยังอยู่ด้วยความสุข ขณะที่นักโทษทั้งหลายอยากจะหนีออกจากเรือนจำ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครันนักโทษไม่มีความสุขจะอยู่ในนั้น เพราะอะไร? เพราะนักโทษไม่พอใจที่อยู่ นี่คือความแตกต่างสถานที่ใดที่เราไม่อยากอยู่ ไม่ว่าจะสะดวกสบายขนาดไหน มันก็คือ เรือนจำนี่คือความหมายแท้ๆของคำว่า เรือนจำสถานที่ใดก็ตามที่เราไม่อยากจะอยู่ ตำแหน่งหน้าที่การงานที่เราไม่ชอบ นั่นก็คือ เรือนจำความสัมพันธ์ใดๆที่เราไม่พอใจ นั่นก็คือ เรือนจำร่างกายที่เจ็บไข้ได้ป่วย และทนทุกข์ทรมาน แน่ล่ะ! เราไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น นั่นก็คือ เรือนจำสรุปอีกครั้ง สถานที่ที่เราไม่อยากจะอยู่ ไม่อยากจะเป็น นั่นคือ เรือนจำคำถาม? ถ้ากระนั้น เราจะหนีจากเรือนจำมากมายทั้งหลายในชีวิตของเรา ได้อย่างไร?คำตอบ ไม่ยาก! ก็แค่เปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ หรือสถานที่นั้นๆให้เป็นความอยาก ความพอใจที่จะอยู่ในที่นั้น แม้อยู่ในเรือนจำ หากสามารถเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกว่าถูกขังไว้ก็จะหมดไป เพียงแค่เปลี่ยนทัศนคติต่อหน้าที่การงาน ต่อความสัมพันธ์ ต่อร่างกายที่เจ็บป่วย และการยอมรับสถานการณ์ แทนที่จะรังเกียจมันเมื่อใด! เราจะไม่รู้สึกว่า เราอยู่ในเรือนจำอีกต่อไป เมื่อเราพอใจที่จะอยู่ที่นั่น เมื่อนั้นเราจะรู้สึกเป็นอิสระพระอาจารย์พรหมจบเรื่องนี้ว่า ความเป็นอิสระ คือความพอใจในที่ที่เราอยู่ เรือนจำ คือความอยากจะไปอยู่ที่อื่นๆ โลกเสรี คือโลกที่จะสัมผัสได้เฉพาะคนสมถะผู้มีความพอใจ สิ่งที่มี ที่เป็นและความเป็นอิสระที่แท้จริง คือเป็นความอิสระจากความอยาก ไม่ใช่อิสระที่จะอยาก.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม