“กรมราชทัณฑ์” แจงผลสอบเบื้องต้น กรณี “แป้ง นาโหนด” ผู้ต้องขังเรือนจำกลางบางขวาง อัดคลิปร้องเรียนสื่อมวลชนยอมรับไม่ได้ส่งเอกสารการต่อสู้คดีให้ผู้ต้องขังตัดสินใจยื่นฎีกา เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่เรือนจำ อ้างมีเอกสารต้องส่งให้ผู้ต้องขังจำนวนมาก ตั้งกรรมการสอบเอาผิดแล้ว ส่วนเรื่องการยื่นฎีกาไม่ทัน ประสานศาลฎีกาแล้วอยู่ระหว่างรอคำตอบ ส่วนการขอย้ายเรือนจำ ถ้าอนุมัติต้องไปอยู่เรือนจำความมั่นคงสูงระดับเดียวกับเรือนจำกลางบางขวาง เพราะผู้ต้องหามีพฤติกรรมสร้างอิทธิพล ทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น และทำร้ายเพื่อนนักโทษด้วยกรณีนายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางบางขวาง ให้ญาติอัดคลิป เสียงสนทนาส่งออกมาร้องเรียนผู้สื่อข่าวถึง 3 คลิป อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม และถูกกลั่นแกล้งให้เสียสิทธิการต่อสู้คดีหลายเรื่องจนต้องการขอย้ายไป อยู่เรือนจำอื่น นอกจากนี้ ยังโวยเรื่องนักโทษวีไอพี สามารถใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ในเรือนจำได้ หลังคลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมา กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ตรวจสอบพบว่า นายเชาวลิตให้ญาติแอบอัด คลิปเสียงขณะเยี่ยมญาติผ่านแอปพลิเคชันไลน์ด้วยการวิดีโอคอลออกมาเผยแพร่ เป็นการกระทำต้อง ห้ามชัดเจน เบื้องต้น พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งการให้เรือนจำกลางบางขวาง เร่ง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำรายงานกลับมาด่วน ตามที่ เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากกรมราชทัณฑ์ (รท.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 เม.ย. หลังนายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด อายุ 41 ปี ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ ความผิดฐานปล้นทรัพย์ ความผิดต่อเสรีภาพ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ กำหนดโทษ 20 ปี 16 เดือน ปัจจุบัน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ร้องเรียน เรือนจำกลางบางขวางเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็น และรายงานมายังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้รับทราบความคืบหน้าข้อเท็จจริง มูลเหตุพอ สมควร รายละเอียดทั้งหมดจะถูกใช้พิจารณาในชุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์เป็นประธาน และอธิบดีกรมราชทัณฑ์เตรียมลงนามคำสั่งแต่งตั้งจากร่างเสนอคำสั่งในวันที่ 27 เม.ย. เมื่อมีการลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คณะกรรมการฯจะลงพื้นที่ แดน 10 เรือนจำกลางบางขวาง เพื่อพูดคุยและสอบถาม ข้อมูลโดยตรงจากนายเชาวลิต ทองด้วง เพื่อให้ความ เป็นธรรม กรณีนายเชาวลิตรู้สึกว่าตนถูกกระทบสิทธิ ผู้ต้องขัง มี ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง สนับสนุนข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยสำหรับเรื่องคลิปเสียงสนทนาระหว่างญาติและนายเชาวลิต ขณะเยี่ยมญาติทางวิดีโอคอลไลน์ ตรวจสอบแล้วพบว่า ญาติลักลอบแอบบันทึกเสียงสนทนาดังกล่าวออกมาเผยแพร่ เนื่องด้วยบริบทและ สภาพห้องเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางบางขวางจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ 16 เครื่อง สำหรับให้ผู้ต้องขัง เยี่ยมญาติออนไลน์ ผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับความเป็น ส่วนตัวจากกันด้วยการใส่หูฟังเวลาสนทนา และมีผู้คุม คอยเดินตรวจตราความเรียบร้อย หากพบว่ามีการ นัดแนะแอบส่งของผิดกฎหมาย หรือมีลักษณะสุ่มเสี่ยง พูดคุยลักษณะพิรุธเจ้าหน้าที่จะตัดสัญญาณทันทีส่วนกรณีญาตินายเชาวลิตลักลอบบันทึกเสียงสนทนาออกมาเผยแพร่ ถือเป็นการละเมิดกฎเรือนจำที่ห้ามบันทึกภาพและเสียง อย่างไรก็ดี การที่เรือนจำฯ จะมีมาตรการงดเยี่ยมญาติในส่วนของนายเชาวลิต หรือปรับลดชั้น หรือย้ายแดนขัง หรือดำเนินคดีอาญา กับญาตินั้น อาจยังไม่ใช่ในตอนนี้ เพราะปกติแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ละเมิดกฎเรือนจำฯ จะต้องตั้งคณะ กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในชั้นเรือนจำฯให้เรียบร้อยก่อน ยิ่งในกรณีข้อร้องเรียน 3 ประเด็นของ นายเชาวลิต ยิ่งต้องรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการฯ ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะมีคำสั่ง หรือมาตรการต่อการเยี่ยมญาติของนายเชาวลิตต่อไป ขอย้ำว่าในข้อร้องเรียน ของผู้ต้องขัง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการถูกกระทบสิทธิ ดังนั้น กรมราชทัณฑ์มีหน้าที่ต้องให้ความเป็นธรรม ด้วยการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ผู้ร้องด้วยอีกกรณีนายเชาวลิตอ้างว่า ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางกลั่นแกล้ง ไม่ส่งเอกสารเรื่องการต่อสู้คดีที่สามารถให้ผู้ต้องขังยื่นฎีกาได้ จากการ ตรวจสอบพบว่า เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางจริง เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ลืมส่งเอกสารแจ้งแก่นายเชาวลิต เป็นเหตุให้กระทบสิทธินายเชาวลิตโดยตรง ตอนนี้ ทางเรือนจำฯแก้ปัญหาโดยการส่งเอกสารหารือกับทาง ศาลฎีกาเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอการตอบกลับ จากศาลฎีกา ในความบกพร่องส่วนนี้ทางเรือนจำฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้วขณะที่ประเด็นนายเชาวลิตประสงค์ย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อขอไปคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น ผลการตรวจสอบจากเรือนจำกลางบางขวางรายงานมาว่า นายเชาวลิตมีพฤติกรรมสร้างตัวเป็นอิทธิพลในแดน มีปากเสียงทะเลาะกับเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่นๆบ้าง ทำร้ายร่างกายเพื่อนผู้ต้องขังด้วยการเตะ ทำให้นายเชาวลิตถูกลงโทษแยกขังที่แดน 10 อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเครียดจากการถูกควบคุมเข้มงวด เข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่า ตัวเองถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลั่นแกล้งตัดสิทธิเรื่องยื่นอุทธรณ์ฎีกาคดี แต่ความเป็นจริงแล้วเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าบกพร่องเรื่องการแจ้งเอกสารจริง แต่ไม่ใช่ การกลั่นแกล้งแน่นอน เพราะมีเอกสารจำนวนมากเข้ามารวบรวมไว้ จึงลืมว่าฉบับใดเป็นขั้นตอนไหน ของผู้ต้องขังรายใดบ้างส่วนจะถึงขั้นต้องอนุญาตให้นายเชาวลิตย้ายเรือนจำหรือไม่นั้น ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติก่อน เพราะพฤติกรรมของนายเชาวลิต หากต้องย้ายเรือนจำฯ ต้องไปคุมขังอยู่ในเรือนจำระดับซุปเปอร์แม็ก หรือเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เช่น เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี เรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา เรือนจำกลางระยอง จ.ระยอง หรือ เรือนจำกลางพิษณุโลก จ.พิษณุโลก เพราะที่ผ่านมา ผู้ต้องขังรายใดที่กระทำผิดวินัย ผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วไปมักจะถูกส่งตัวมาที่เรือนจำกลางบางขวาง เพราะเรือนจำกลางบางขวาง ถือเป็นเรือนจำที่ค่อนข้างเข้มงวด ในการดูแลสวัสดิภาพและพฤติกรรมนิสัยผู้ต้องขังอยู่แล้ว ฉะนั้นระหว่างนี้นายเชาวลิตจะยังอยู่ในความ ดูแลของเรือนจำกลางบางขวางเช่นเดิม ขอย้ำว่านาย เชาวลิตจะไม่ถูกเพ่งเล็งจากการเรียกร้องและร้องเรียนเรือนจำฯแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ผู้คุมมีหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพของผู้ต้องขังทุกราย ให้ประพฤติตนอยู่ในระเบียบของราชทัณฑ์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่