เศรษฐกิจ “ขาขึ้น” สงครามตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ถึงวันนี้...จบแน่ จะมีการลงนามที่เจนีวา สวิสปลายสัปดาห์นี้ เป็นสัญญาณบอกว่าโลกกำลังกลับสู่ภาวะปกติเสียที ผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นก็จะจบและผ่อนคลายไปทีละเปาะยังเป็นโอกาสทองของรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นคืนกลับมาเสียทีนี่ถือเป็นข่าวใหญ่ข่าวดีของรัฐบาลที่กำลังประสบปัญหาการเมืองที่ถูกฝ่ายค้านรุกไล่เป็นพัลวันจนตั้งตัวแทบไม่ติดไม่ฉวยโอกาสทำวิกฤติให้เป็นโอกาสก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วที่ไปล่วงหน้าก่อนนี้คือตลาดหุ้นที่ตกต่ำมาอย่างยาวนานก็ผงกหัวขึ้นในรอบหลายปี ดัชนีพุ่งขึ้นไปถึง 1,600 จุดและวิ่งอยู่ในระดับ 1,500 ปลายๆอย่างต่อเนื่องอันแสดงว่า “ทุนนอก” ได้เข้ามาในตลาดทุนแล้วว่ากันว่าดีที่สุดในภูมิภาคนี้เลยก็ว่าได้สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันบ่งบอกว่าเศรษฐกิจของไทยกำลังเดินหน้าไปสู่แนวโน้มที่ดีหากรัฐบาลต่อยอดไปให้สุดก็น่าจะฟื้นตัวได้!ทีมเศรษฐกิจจึงต้องปรับทิศปรับทางสนองรับด้วยความกระตือรือร้นเพราะนโยบายไทยช่วยไทยพลัสนั้นเป็นเพียงแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นการดึงนักลงทุนต่างชาติก็ยังเป็นเรื่องที่จะต้องเกาะติดกันต่อไป แต่จะต้องเร่งเร้าให้มากขึ้นเนื่องจากเป็นโอกาสทองนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียนซัมมิตกับรัสเซียที่คาซานก็ต้องใช้โอกาสนี้เจรจากับรัสเซียเพื่อดึงให้มาลงทุนในประเทศดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยต้องเน้นเรื่องนี้เป็นหลักว่าไปแล้วรัสเซียนั้นมีทรัพยากรธรรมชาติมากมายทั้งก๊าซ น้ำมัน ปุ๋ย หากเชื่อมต่อให้ดีก็สามารถที่จะมีหลักประกันด้านพลังงานได้ที่สำคัญก็คือไทย-รัสเซียนั้นมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นยาวนานซึ่งจะพูดคุยกันง่ายในยามที่สหรัฐฯยังมั่วอยู่กับสงครามจึงหาทางที่จะผูกไมตรีกับรัสเซียเพื่อหาประโยชน์ให้มากขึ้นได้ประเด็นคือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจของประเทศพ้นจากหล่มเสียทีนี่คือหนทางที่รัฐบาลจะอยู่ยาวต่อไปได้เป็นวิถีทางเดียวที่จะรอดจากวงล้อมทางการเมืองที่เป็นชนักติดหลังอยู่ก่อนที่จะสายเกินไป!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม