กระทรวงการต่างประเทศนำผู้แทนจากสถาน เอกอัครราชทูตต่างๆ ลงพื้นที่ดูจุดกัมพูชาละเมิดอธิปไตยและละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ลอบฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของใหม่ในดินแดนไทย ส่งผลให้ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขณะลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยพื้นที่บาดเจ็บขาขาดหลายนาย ทั้งยังไปดูสภาพบ้านเรือนประชาชนที่เสียหายจากการโจมตีด้วยอาวุธโดยกัมพูชาในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษให้ประชาคมโลกได้เห็นกับตา หลังกัมพูชาขยันปั้นข่าวเท็จรายวันโจมตีไทยไม่เลิก แม่ทัพภาคที่ 2 เห็นด้วยหากไทยทำรั้วลวดหนามหีบเพลงที่แข็งแรงแบบประเทศเพื่อนบ้าน ติดอยู่ที่งบประมาณสูงมากเพราะชายแดนไทยยาวเกือบ 1 พัน กม. แต่ถ้าทำได้จะช่วยลดปัญหาได้มาก ส่วนภาพกัมพูชารื้อลวดหนามไทยที่แพร่ในโซเชียลข่าวเท็จ กองทัพบกยันเป็นข่าวเท็จกัมพูชาจัดฉากลดกระแสความกดดันจากชาวกัมพูชา กองทัพบกเปิดตัว “พล.อ.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล” ผู้เชี่ยวชาญอาวุธเคมีระดับโลกเขมรขยันเดินเกมเล่นละครฟ้องชาวโลกรายวัน กล่าวหาไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและยังพาคณะผู้ตรวจการณ์จาก 7 ประเทศ ลงพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว กล่าวหาไทยปิดเส้นทางหมู่บ้านในเขตแดนไทย ที่ไทยใจดีผ่อนปรนให้ชาวกัมพูชาผ่านเข้าออก บริเวณจุดผ่านแดนบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูงและจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านตาพระยา อ.ตาพระยา มานานหลายปี จนชาวกัมพูชาหลงละเมอคิดว่าจุดดังกล่าวเป็นแผ่นดินตัวเอง ขณะที่ รมว.ต่างประเทศ เดินสายในเวทีโลกชี้แจงนานาชาติกัมพูชาละเมิดอธิปไตยไทยไม่เลิก ลอบเข้ามาวางกับระเบิดในดินแดน ไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า“มาริษ” แจงทูตภาคีออตตาวาที่เมืองอันหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศตามกรอบความร่วมมือแม่โขง—ล้านช้าง หรือ MLC ครั้งที่ 10 ที่เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน พร้อมบรรยายสรุปแก่คณะทูตกลุ่มรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา กรณีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชาผ่านบันทึกวีดิทัศน์ ต่อเอกอัครราชทูต อุปทูตรักษาการชั่วคราว ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารและองค์การระหว่างประเทศ รวม 67 คน จาก 41 ประเทศ 1 องค์กรและ 4 องค์การระหว่างประเทศ เนื้อหาสรุปว่า ประเทศไทยยึดมั่นพันธกรณีทางกฎหมายภายใต้อนุสัญญาออตตาวา 20 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ไทยได้กอบกู้และส่งคืนพื้นที่ มีการวางทุ่นระเบิดกว่าร้อยละ 99 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,500 ตารางกิโลเมตรยันเขมรจงใจละเมิดอธิปไตยไทยรมว.ต่างประเทศแถลงอีกว่า วันที่ 7 ส.ค. ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มีการตกลงหยุดยิง ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงโดยสมบูรณ์ แต่เป็นที่น่าเศร้าใจที่ไม่ถึง 5 วันหลังจากการประชุมฯ ก็เกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดอีก 2 ครั้ง โดยมีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนว่า ทุ่นระเบิดเหล่านี้เพิ่งถูกวางใหม่โดยกัมพูชา เหตุการณ์ทุ่นระเบิดที่เกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่ากัมพูชายังคงจงใจละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยชวนลงพื้นที่ชายแดนสังเกตการณ์นายมาริษกล่าวว่า ขอเรียกร้องประเทศสมาชิกอาเซียน ในฐานะคณะสังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team) ให้พิจารณาประเด็นนี้อย่างถี่ถ้วน ในการไปสำรวจพื้นที่ในอนาคต เพื่อที่บริเวณชายแดนจะปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของพลเรือนของทั้งสองประเทศ พร้อมขอเชิญร่วมกันลงพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในวันที่ 16 ส.ค.เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ทุ่นระเบิดด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของประเทศไทยต่อพันธกรณีตามอนุสัญญาออตตาวาและการหยุดยิงพาทูตดูผลกระทบจากทุ่นระเบิดด้านนายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต เข้าร่วมการเยี่ยมพื้นที่ในวันที่ 16 ส.ค. เพื่อสังเกตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ที่เพิ่งถูกฝังโดยฝ่ายกัมพูชา โดยจะไปเยี่ยมหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมใน จ.ศรีสะเกษและพื้นที่ภูมิประเทศที่ได้รับผลกระทบ ที่จะมีโอกาสเห็นด้วยตนเองถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมของทุ่น ระเบิดต่อชุมชนในพื้นที่ จากนั้นไปที่บ้านหนองเม็ก อ.กันทรลักษ์ ที่บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยอาวุธโดยกัมพูชากต.ย้ำทุ่นระเบิด PMN–2 ของใหม่ที่กระทรวงการต่างประเทศ เวลา 10.00 น. นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงหลังการบรรยายสรุปแก่คณะทูตเกี่ยวกับทุ่นระเบิดว่า มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ข้อเท็จจริงกรณีฝ่ายกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ทหารไทยหลายนายได้รับบาดเจ็บถึงขั้นทุพพลภาพถาวร โดย รมว.ต่างประเทศเป็นผู้กล่าวเปิดการบรรยาย สรุปผ่านวิดีโอคลิป เพราะยังติดการกิจอยู่ที่ประเทศจีน จากนั้นเป็นการบรรยายของนายรัศม์ สรุปประเด็นสำคัญได้ 6 เรื่อง คือ 1.ไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและพร้อมปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมถึงพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวา ในการกำจัดทุ่นระเบิดให้หมดไป 2.ในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน ทหารไทยต้องเหยียบทุ่นระเบิด ที่วางโดยฝ่ายกัมพูชาแล้วรวม 5 ครั้ง ส่งผลให้ผู้ทุพพลภาพถาวร 5 ท่าน มีผู้บาดเจ็บหลักสิบคน ไทยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่บ่งชี้ว่าทุ่นระเบิดที่พบบริเวณชายแดน เป็นทุ่นระเบิดประเภท PMN-2 ที่ถูกนำมาวางไว้ใหม่ ไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่เป็นมรดกจากสงครามในอดีตตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง ขอย้ำอีกครั้งว่าไทยไม่มีทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในครอบครองแล้วไทยประณามกัมพูชารุนแรงที่สุดนายนิกรเดชกล่าวอีกว่า 3.ไทยได้ดำเนินการประท้วงกัมพูชาในช่องทางต่างๆ โดยไทยประณามอย่างรุนแรงที่สุด ต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและพันธกรณีตามอนุสัญญาออตตาวา 4.กัมพูชาปฏิเสธที่จะหารือเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด รวมถึงเรื่องการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ ตามที่ไทยเคยเสนอในการประชุม GBC สมัยวิสามัญที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่ไม่สุจริตใจและไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชาพร้อมพาทูตฯ ดูจุดเขมรวางกับระเบิดอีกด้าน ที่กองบัญชาการกองทัพบก เช้าวันที่ 15 ส.ค. พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมนำคณะทูตที่เป็นผู้แทนจากสถานทูตประเทศภาคีของ Ottawa Convention ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานีและ จ.ศรีสะเกษ ที่บริเวณผามออีแดง รับฟังการบรรยายสรุปและการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 ในพื้นที่ภูมะเขือ ว่า เราพร้อมให้ผู้แทนนานาชาติเข้าไปดูพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ เราเก็บข้อมูลหลักฐานไว้หมดแล้ว ชี้ชัดได้ว่าทหารกัมพูชาเป็นผู้วางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตอธิปไตยของไทย ทำทหารไทยบาดเจ็บหลายราย มีทุ่นระเบิดที่เราเก็บได้ และจะพาไปดูจุดเกิดเหตุ ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางเอาไว้ ซึ่งเป็นแผ่นดินไทยและเป็นระเบิดที่นำมาวางใหม่ ขณะนี้เราได้เคลียร์พื้นที่ปลอดภัยแล้วใช้เทคโนโลยีโดรนลาดตระเวนพล.ท.บุญสินกล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่อื่น ที่จำเป็นต้องใช้ทหารลาดตระเวน ระหว่างนี้สั่งการให้ตรวจทางไกลก่อน ยังไม่ให้เข้าไปพื้นที่ หากเครื่องมือ อุปกรณ์การตรวจทุ่นระเบิดยังไม่เพียงพอ แต่หากมีความจำเป็นต้องลาดตระเวน ให้ใช้เทคโนโลยีโดรนเฝ้าตรวจไปก่อนแทนการลาดตระเวน เพราะไม่คุ้ม พร้อมทั้งใช้ลวดหนามหีบเพลงที่ประชาชนบริจาคมาวางขวางกั้นให้ทั่วถึงทั้งหมดอยากให้ทำรั้วลวดหนามสูงกั้นแดนเมื่อถามถึงกรณีโซเชียลมีเดียแชร์รั้วลวดหนามหีบเพลงที่แข็งแรงของประเทศเพื่อนบ้านกับกัมพูชา ของไทย มีโอกาสที่จะสร้างแบบนั้นได้หรือไม่ พล.ท.บุญสินกล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการในอนาคต หากจะสร้างรั้วแบบนั้นต้องได้รับความยินยอมจาก กัมพูชา จะเห็นได้ว่าประเทศเพื่อนบ้านเราทำได้บางจุด ที่มีการปักปันเขตแดนชัดเจนแล้ว ของไทยก็ทำได้เช่นกัน อยากให้ทำและทยอยทำไปเรื่อยๆได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ยอมรับว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ยาวมากเกือบ 1,000 กิโลเมตร ต้องใช้งบประมาณสูง หากทำได้เช่นนั้น จะสามารถแก้ไขปัญหา ลดการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ ใช้เทคโนโลยีเปิดกล้องวงจรปิด ก็จะลดภาระงานของกำลังพล สำหรับปัญหาเรื่องโดรนบินล้ำแดนอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาเผยพบแสงอินฟราเรด–โดรน 50 ลำขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 แถลงว่าสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยรวม ตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ของฝ่ายตรงข้าม ในพื้นที่ชายแดน 37 ลำ พื้นที่ตอนใน 13 ลำ และตรวจพบการอพยพของประชาชนกัมพูชาพื้นที่ อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร ทั้งยังตรวจพบแสงอินฟราเรด 10 จุด กำลังเคลื่อนที่จากหลังเขา พนมประสิทธิโส ขึ้นไปบนเขาห่างจากจุดตรวจประมาณ 1-2 กม. คาดว่ามีการเพิ่มกำลัง ฝ่ายเรายังคงมีการตรึงกำลังที่ฐานปฏิบัติการในเขตอธิปไตยของไทย โดยยึดมั่นตามข้อตกลงของการประชุม GBC ที่ผ่านมา“ภูมิธรรม” ชี้แนวเปิด–ปิดด่านรอจีบีซีขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุจะไม่มีการเปิดด่านชายแดนจนกว่าตนเองจะเกษียณอายุราชการ แนวทางรัฐบาลเป็นอย่างไร ว่า แนวทางรัฐบาลชัดเจนอยู่แล้วว่ารอให้การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) เกิดขึ้นก่อน ค่อยว่าไปตามนั้น ว่าไปตามกระบวนการ เมื่อถามถึงเรื่องการล้อมรั้วชายแดน ประชาชนบางส่วนอยากให้ทำเป็นกำแพงถาวรไปเลย นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องรอการเจรจา ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการ แต่ความปรารถนาจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันอีกทีมั่นใจเครดิตไทยในประชาคมโลกดีเมื่อถามถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศเชิญทูตต่างประเทศ โดยเฉพาะที่สนับสนุนกัมพูชา เราพยายามได้มากน้อยแค่ไหนที่ชี้ให้เขาเห็นว่ากัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดและสื่อให้เขาเลิกสนับสนุนกัมพูชา นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรายื่นประท้วงไปแล้ว ว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา จะเป็นประเด็นหนึ่งที่จะใช้คุยในคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (อาร์บีซี) และจีบีซี เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดปัญหาได้ร้องไปที่องค์กรระหว่างประเทศต่างๆทางนั้นมีปฏิกิริยาอย่างไรหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า หลายองค์กรได้ติดตามแล้ว บางองค์กรเรียกประชุมกัน ด้านการทูตก็มีกระบวนการของเขาอยู่ ทั้งหมดนี้อย่างที่เคยบอกให้เก็บหลักฐานทั้งหมด จะเอาไปใช้ในช่วงเวลาหรือกระบวนการที่เหมาะสม เราเองได้เชิญทูตมาดู มาพบ มาเห็น ส่วนใหญ่ไทยยืนอยู่ในจุดที่นานาประเทศเข้าใจเรา เชื่อเครดิตของไทยในประชาคมโลกได้รับการยอมรับมากกว่า ทั้งพฤติกรรมและกระบวนการต่างๆที่ไทยดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนทางกฎหมายมาตลอดกัมพูชารื้อลวดหนามไทยข่าวเท็จพ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่ากองทัพบกชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์ เผยแพร่ภาพอ้างว่าเป็นการรื้อถอนลวดหนาม ในพื้นที่จุ๊บตะโมก บริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ประจำปราสาทตาเมือนธม ยืนยันว่าไม่ปรากฏเหตุการณ์หรือการปฏิบัติใดๆของทหารกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง หากมีการรื้อถอนลวดหนามในพื้นที่จริงจะต้องมีการเข้าดำเนินการตอบโต้จากฝ่ายไทย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตแดนไทย อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่า เสาธงที่ปรากฏในภาพไม่ได้มีอยู่จริงในพื้นที่ที่กล่าวอ้าง จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏกองทัพบกประเมินว่า เป็นการจัดทำข่าวปลอมโดยฝ่ายกัมพูชาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและลดกระแสกดดันจากสังคมภายในประเทศ จากการที่ฝ่ายไทยสามารถยึดพื้นที่คืนจากทหารกัมพูชาได้ 11 พื้นที่ หลังการสู้รบที่ผ่านมายันทุ่นระเบิดเก่าเก็บกู้หมดแล้วที่ บก.ทบ. ช่วงบ่าย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมากัมพูชาพยายามปฏิเสธและบิดเบือนการนำทุ่นระเบิดมาใช้โจมตีฝ่ายไทยหลายเหตุการณ์ โดยเหตุการณ์ที่กระทบฝ่ายไทย ทำให้กำลังพลบาดเจ็บทั้งหมด 5 ครั้ง และ 2 ครั้งล่าสุดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิง ในวันที่ 16 ส.ค. กระทรวงการต่างประเทศจะนำคณะทูตพร้อมสื่อไทย สื่อต่างประเทศลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายไทยมีข้อสังเกตที่น่าสนใจให้พิจารณา คือ ทุ่นระเบิดส่วนใหญ่กัมพูชาจะพูดว่า ตกค้างจากสงครามในอดีต แต่ระเบิดที่ตกค้างอยู่ในอดีต TMAC เก็บกู้แล้ว และรายงานไปยังองค์กรสากลเรียบร้อยแล้ว ระเบิดที่พบมี 1,300 ลูก ทั้งหมดไม่มีชนิด PMN-2 ที่พบในปัจจุบัน หากมองในหลักการของธรรมชาติที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดน มีเพียงไทยและกัมพูชาเท่านั้น หากไม่ใช่ไทยก็เป็นอื่นไม่ได้จะต้องเป็นกัมพูชา เพราะจากการสังเกต เป็นไปไม่ได้ที่ไทยจะตั้งใจทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือสูญเสียกับกำลังพลของตัวเอง 5 ครั้งที่ผ่านมามีเฉพาะกำลังพลไทยเท่านั้นที่บาดเจ็บอินฟลูฯเขมรทำคอนเทนต์โฆษก ทบ.กล่าวด้วยว่า ขณะที่อีกหนึ่งหลักฐาน มีการปล่อยภาพอินฟลูเอนเซอร์กัมพูชา ที่พบว่าเป็นการดำ เนินการโดยกัมพูชา ไปถ่ายภาพทำคอนเทนต์ที่ปราสาทตาเมือนธม มีภาพพวงชุดทุ่นระเบิด PMN-2 วางกองอยู่ที่ตัวปราสาท จะอ้างว่าเป็นการจัดฉากเพื่อปลอมภาพเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้การเก็บกู้หรือเข้าตรวจสอบพื้นที่แบบประณีตในพื้นที่ที่กองกำลังกัมพูชาเคยอยู่ มีทุ่นระเบิด PMN -2 อยู่บริเวณภูมะเขือ และยังพบภาพกับคลิปที่ได้มาในทางลับ เป็นภาพและคำสนทนาภาษากัมพูชา ที่ปรากฏเป็นการเก็บระเบิดเพื่อเคลื่อนย้ายไปติดตั้งที่ใหม่โดยทหารกัมพูชาเอง หลักฐานทั้งหมดนี้ที่ฝ่ายไทยแสดงให้เห็น กัมพูชาอ้างว่าไทยจัดฉากขึ้น อยากให้สื่อเพื่อประกอบการพิจารณาเปิดตัวผู้เชี่ยวชาญอาวุธเคมีระดับโลกวันเดียวกัน พล.อ.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล ที่ปรึกษากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี ชีวะ รังสีและนิวเคลียร์ แถลงว่า ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติ ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมี ได้ผู้ตรวจอาวุธเคมี ณ ประเทศอิรัก ตั้งแต่ปี 2534 ถือเป็นประสบการณ์การทำงานในระดับโลก อาวุธเคมีเป็นหนึ่งในอาวุธที่สามารถทำลายสูง อาวุธเหล่านี้มีกฎหมายระหว่างประเทศควบคุมอยู่สอนมวยร้องเรียนไทยใช้อาวุธเคมีพล.อ.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล แถลงว่าในช่วง 1-2 วันนี้จะเห็นว่ามีทหารกัมพูชาใส่หน้ากากออกมาถ่ายรูป หรือถ่ายทำคอนเทนต์ รื้อฟื้นเรื่องเก่าทั้งที่ถูกจับได้ว่าเป็นเรื่องเท็จ หากมีการกล่าวหาว่ามีการใช้อาวุธเคมีจริง วิธีที่ถูกต้องกัมพูชาจะต้องร้องเรียนไปที่ องค์การห้ามอาวุธเคมี (Organisation for the Prohibition of Chemical Weapons : OPCW) ตั้งอยู่ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ พร้อมนำหลักฐาน เช่น ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธเคมีที่ไทยใช้ หรือผู้เสียชีวิต หลักฐานทางการแพทย์ จะต้องบันทึกว่ามีอาการป่วยอย่างไร หรือเก็บตัวอย่างโลหิต ปัสสาวะ ไปตรวจในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เพื่อพิสูจน์ยืนยันซัดได้แต่กล่าวหาไทยลอยๆ พล.อ.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล ยังกล่าวด้วยว่า กัมพูชาต้องเก็บหลักฐานสภาพแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ ต้นไม้ ใบไม้ ที่ปนเปื้อนในบริเวณนั้นส่งไปตรวจห้องปฏิบัติการทางเคมีที่ได้รับการยอมรับ องค์การห้ามอาวุธเคมีก็จะสอบถามมาที่ไทย หากมีคำชี้แจงที่เชื่อถือได้ เขาจะยุติการตรวจสอบ แต่ถ้ายังติดใจสงสัยจะมีการส่งผู้ตรวจอาวุธมายังประเทศไทย เพื่อตรวจตามคำกล่าวหา แต่ที่ผ่านมากัมพูชาไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด ได้แต่กล่าวหาไทยลอยๆ สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนไทยและคนกัมพูชาที่อยู่ตามแนวชายแดน“ทักษิณ” มอบรองเท้าป้องกันสะเก็ดบึมที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 เปิดเผยว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีความห่วงใยทหารชุดลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และหน่วยเก็บกู้ตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD ที่ต้องเผชิญกับการเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บและสูญเสียขา ประสงค์ที่จะมอบ “รองเท้าป้องกันสะเก็ดระเบิด” ที่มีนวัตกรรมสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัย รักษาอวัยวะสำคัญให้กับทหารที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยงภัยและเจ้าหน้าที่หน่วย EOD ที่ต้องเผชิญกับทุ่นระเบิด โดยมอบผ่าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาราชแทน รมว.กลาโหม ผอ.ศบ.ทก.นำไปมอบให้ทหารชายแดน จำนวน 100 คู่ เป็นเงิน 2,500,000 บาท มอบให้หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) จำนวน 20 คู่ เป็นเงิน 500,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท เพื่อใช้ลาดตระเวน โดยรองเท้าป้องกันสะเก็ดระเบิดดังกล่าว สั่งผลิตพิเศษจากโรงงานตามมาตรฐานเยอรมันที่กองทัพใช้ จะทยอยส่งมอบให้ครบภายใน 30 วันจะฟ้องแพ่ง 2 พ่อลูกอาชญากรสงครามที่สภาทนายความในพระบรมราชาชูปถัมภ์ วันที่ 15 ส.ค. นายวีรศักดิ์ โชติวานิช รองเลขาธิการ สภาทนายความฯ ในฐานะรองโฆษกสภาทนายความ กล่าวว่า การสู้รบที่ชายแดนไทยกัมพูชาสภาทนายความฯ เห็นว่ามีการสั่งการจากสมเด็จฮุน เซน และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้ทหารกัมพูชาเปิดศึกกับไทย เข้าข่ายเป็นอาชญากรสงคราม ประชาชนในพื้นที่สู้รบได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหาย บาดเจ็บ เสียชีวิต สภาทนายความฯจะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องคดีแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหายให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบตามกฎหมายแพ่งของไทย ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาให้ข้อมูลกับสภาทนายความฯ เพื่อรวบรวมยื่นฟ้องศาลเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากสมเด็จฮุน เซน และฮุน มาเนต โดยจะยื่นฟ้องแบบคดีกลุ่ม ฟ้องเป็นคดีแพ่งสามัญ เมื่อยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว จะส่งหมายให้สมเด็จฮุน เซนและฮุน มาเนต ผ่านสถานทูตกัมพูชา แม้สุดท้ายจะบังคับให้ สมเด็จฮุน เซน และฮุน มาเนต มาขึ้นศาลได้หรือไม่ เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย แต่เราต้องใช้สิทธิทางกฎหมายปกป้องสิทธิของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนคดีอาญาสภาทนายความฯจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อศึกษาในข้อกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องอาชญากร สงคราม เพื่อให้เป็นข้อมูลกับรัฐบาลด้วยขึงลวดหนาม 2 จุดชายแดนสระแก้วผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังกองทัพกัมพูชาพาคณะผู้ตรวจการณ์จาก 7 ประเทศ ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว 2 จุด คือที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูงและผ่อนปรนทางการค้าบ้านตาพระยา อ.ตาพระยา ติดแนวเขตแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ตรวจสอบข้อกล่าวหาของกัมพูชา ที่อ้างว่าไทยปิดเส้นทาง หมู่บ้านในเขตแดนไทยเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงหยุดยิง เพื่อเป็นมาตรการเสริมความมั่นคงของไทย ในวันที่ 15 ส.ค. ฝ่ายไทยจึงดำเนินการขึงลวดหนามเพิ่มบริเวณจุดใกล้เคียงพื้นที่พิพาท ป้องกันการลักลอบข้ามแดน ติดตั้งสแลนปิดล้อมรอบพื้นที่พิพาท ไม่ให้ฝั่งกัมพูชามองเห็นฝั่งไทย ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของไทย 100% เจ้าหน้าที่ไทยระบุว่าจากการตรวจสอบด้วยระบบ GPS และแผนที่อย่างละเอียด พบว่าพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตประเทศไทยชัดเจน แม้พื้นที่นี้มีการปลูกสร้างและอยู่อาศัยโดยครอบครัวกัมพูชาแต่ยังไม่มีการขับไล่ เพราะคำนึงถึงความเป็นมนุษย์และครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่เขมรขยันปั้นข่าวเท็จแถลงรายวันวันเดียวกันกระทรวงสื่อสารกัมพูชา เผยแพร่การแถลงข่าวประจำวันของนายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ย้ำคำเดิมว่ากัมพูชาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเมิดใดๆ และใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูง แม้จะมีการยั่วยุไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งลวดหนาม การยิงหนังสติ๊ก รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่างๆ ยืนยันว่าประชาชนกัมพูชาต่างเชื่อมั่นและไว้วางใจผู้นำกัมพูชาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี รวมทั้งกองทัพที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันยังระบุว่าคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวจากมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เดินทางเยือนพื้นที่ชายแดนที่ด่านอานเซส จังหวัดพระวิหาร ตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมเสริมว่าพบเห็นการขึงแนวลวดหนามและเพิ่มกำลังพลของกองทัพไทยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่