“ยศชนัน” ทอดไมตรีการเมือง เปิดประตู พท.จับขั้วได้ทุกค่ายที่นโยบายไปกันได้ นำทีมผู้สมัคร สส.วิ่งสวนลุมฯขอเสียงคนกรุง ชนหมัด “ชัชชาติ” แลกไอเดียผุดสวนสาธารณะแก้ปัญหาสุขภาพ “จุลพันธ์” สำทับเงื่อนไขร่วมหอลงโรงต้องดูที่นโยบาย “ณัฐพงษ์” ยกคณะลุยตลาดเช้าเมืองย่าโม อ้อนขอเสียงคนโคราชต่อยอด 3 ที่นั่งอดีตพรรคก้าวไกล โอ่แฟนคลับฝ่ายประชาธิปไตยเลือก ปชน.ไม่ผิดหวัง ไม่มีปรับค่ายย้ายขั้ว ย้ำมอตโต้กาส้มล้มเทา ยี้ กธ.ไม่โหวต “เสี่ยหนู” ปลุกพลังความไว้ใจกาสีส้ม 2 ใบไล่สีเทาพ้นการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) ทอดไมตรี ไม่ปิดกั้นหรือตั้งเงื่อนไขในการจับมือกับพรรคการเมืองต่างๆในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. ระบุพรรค พท.พร้อมจับมือกับทุกพรรคที่มีแนวนโยบายที่ไปกันได้“ยศชนัน” ใส่เสื้อเบอร์ 9 วิ่งสวนลุมฯเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 2 ม.ค. ที่สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ ‘ดร.เชน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรค พท. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้า พรรคและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นำผู้สมัคร สส.วิ่งออกกำลังกายยามเช้า อาทิ นพ.ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 1 เบอร์ 8 นายเดวิด มกรพงศ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 เบอร์ 5 เมื่อเดินทางมาถึงนายยศชนัน นายจุลพันธ์ และคณะยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แล้วนำทีมผู้สมัคร สส.วิ่งรอบสวนลุมพินี โดยนายยศชนันแต่งกายสวมกางเกงวอร์ม เสื้อยืดสีขาวด้านหลังสกรีนหมายเลข 9 เป็นเบอร์หาเสียงของพรรคชนหมัด “ชัชชาติ” คุยแก้ปัญหาสุขภาพผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทางมีประชาชนมาทักทายอวยพรให้ได้เป็นนายกฯ โดยได้พบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และนายโรเบิร์ต โกเดค อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย นายยศชนันได้ชนหมัดกับนายชัชชาติที่สอบถามว่า “สบายดีหรือไม่ด็อกเตอร์” จากนั้นทั้งคู่ได้ร่วมวิ่งด้วยกันรอบสวนลุมฯ โดยได้พูดคุยเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพ นายชัชชาติกล่าวสั้นๆว่า ยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมือง เพื่อที่จะให้สวนสาธารณะเป็นนโยบายให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ขณะที่นายยศชนันกล่าวว่า ปกติเป็นคนวิ่งบ้าง ตอนวิ่งรู้สึกว่าเรื่องสวนสาธารณะเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน จึงอยากให้กรุงเทพฯมีแบบนี้ ที่อื่นควรมีแบบนี้ด้วยเป็น รบ.ดันต่อ พ.ร.บ.อากาศสะอาดจากนั้นนายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายสวนสาธารณะและสุขภาพว่า ต้องพูดถึงการลดรายจ่ายก่อน เพราะร่วม 10% ของ GDP เป็นเรื่องสุขภาพไม่ดี การดูแลค่ารักษาคือปลายทาง เราพยายามแก้ปัญหาที่ต้นทาง ประมาณ 64% ป้องกันเกิดโรคได้ อยากเชิญชวนทุกคนออกกำลังกายดูแลร่างกาย ส่วนสวนสาธารณะและสภาพอากาศ พรรค พท.ผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่อยู่ในชั้น สว. แต่ยังไม่สุดทางจะผลักดันเรื่องนี้และกฎหมายลูกต่อไป ประชาชนสะท้อนเรื่องปากท้อง เป็นเรื่องหลักของนโยบายพรรค พท. การทำให้สวนสาธารณะเป็นศูนย์รวม ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ จะผลักดันสตรีทฟู้ดหาที่ขายให้ เป็น 1 ในนโยบายไม่ใช่เพียงแค่ใน กทม. ถ้า กทม.ทำได้จังหวัดอื่นก็ต้องทำได้เช่นกัน ด้านนายจุลพันธ์กล่าวถึงนโยบายแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า ยืนยันหากได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้แล้วเสร็จในสมัยถัดไปให้ได้จับมือทุกขั้วที่นโยบายไปกันได้ต่อมาเวลา 07.20 น. นายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายพรรคการเมืองเริ่มส่งสัญญาณจับมือทางการเมือง พรรค พท.จะจับขั้วกับพรรคใดบ้างว่า ประชาชนเริ่มมองเห็นแล้วว่าการจับขั้วตอนนี้อาจเร็วเกินไป สิ่งที่สำคัญมองประชาชนเป็นที่ตั้ง พยายามจะไปพูดคุยกับผู้คนว่ามีปัญหาเดือดร้อนแค่ไหน นำมาเป็นแนวนโยบายส่งไปถึงประชาชน แต่ละพรรคมีแนวนโยบายแตกต่างกัน หากพรรคใดไม่ได้มีประเด็นนโยบายที่ไม่ไปทางเดียวกัน สามารถจับได้ทุกขั้ว เมื่อถามว่าไม่ได้ปิดตาย หากพรรคไหนนำนโยบายพรรค พท.ไปปฏิบัติจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ใช่ และมีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนพยายามบอกว่าพรรค พท.เป็นอันดับสาม เรายังไม่ค่อยจะเต็มใจตอบ เพราะเมื่อลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนหลายคน จึงมองว่านโยบายเราจะเป็นตัวตั้งการเมืองและต้องมาดูว่าพรรคไหนจะจัดทำนโยบายพรรค พท.ทำได้ และเปิดกว้างหากพรรคอื่นมีนโยบายที่ดีและสอดรับเราพร้อมที่จะทำ“หนิม” สำทับทุกอย่างอยู่ที่นโยบายเมื่อถามย้ำว่า เงื่อนไขการจับมือของพรรค พท. ต่อประเด็นการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. กล่าวว่า เงื่อนไขการจับมือคือต้องดูนโยบาย ทุกอย่างอยู่ในนโยบายหมด รวมถึงเรื่องที่ถามก็เป็นนโยบาย“ชัชชาติ” เชียร์ทุกค่ายบูมสวนสาธารณะนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์ว่า บังเอิญเจอนายยศชนันพอดี อยากให้ทุกพรรคมาออกกำลังกาย สวนสาธารณะสำคัญไม่น้อยไปกว่าโรงพยาบาล เหมือนการป้องกันในเบื้องต้น จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองนำนโยบายนี้ไปผลักดันในทุกจังหวัดทุกอำเภอ ควรต้องมีสวนสาธารณะที่ดีให้ประชาชนออกกำลังกาย ได้พูดคุยกับนายยศชนันระหว่างวิ่งออกกำลังกาย ต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน เพราะประชาชนไม่มีสวนสาธารณะที่บ้าน ต้องออกมาข้างนอก เราต้องพัฒนาทำสวนสาธารณะให้ดีไม่ว่าเดินเท้าและมีต้นไม้มากๆ ทำให้ภูมิทัศน์ดี ให้ประชาชนไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลและมีสุขภาพที่ดี ส่วนการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถ้าลงจะลงในนามส่วนตัว เพราะ 4 ปีหลังจากนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ โลกเปลี่ยนแปลงมาก หากจะลงสมัครต่อต้องมีชุดนโยบายที่ต่อยอดได้อีก 4 ปีกำลังคิดอยู่ว่าตอนนี้เรามีคำตอบที่ดีสำหรับคนกรุงเทพฯหรือไม่ หากมีเซตนโยบายหรือเซตคำตอบที่ดีจะลงสมัครต่อ อยู่ระหว่างระดมสมองกันอยู่“เท้ง” ลุยตลาดเช้าอ้อนคนโคราชเมื่อเวลา 07.30 น. ที่ อ.เมืองนครราชสีมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมาเขต 1 และคณะ ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านที่ตลาดเช้าหลายจุด คือ ตลาดหลักเมือง ตลาดประปา ตลาดหัวรถไฟ และตลาดใหม่แม่กิมเฮง ขอบคุณคะแนนเสียงชาวนครราชสีมาที่เคยมอบให้อดีตพรรคก้าวไกล 3 ที่นั่งจาก 16 ที่นั่งในการเลือกตั้งปี 66 ก่อนไปเขตพื้นที่นายปิยชาติ รุจิพรวศิน ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 3โอ่เลือก ปชน.ไม่มีปรับค่ายย้ายขั้วนายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียง จ.นครราชสีมา ว่า ประชาชนพื้นที่เขต 1 มีจุดยืนจะเลือกพรรคที่อยู่ข้างประชาธิปไตย การเมืองแบบเดิมๆมีการปรับขั้วย้ายค่าย แต่ไม่ใช่ตัวแทนพรรค ปชน. แน่นอน อยากให้ประชาชนตัดสินใจดีๆ ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เลือกคนที่มีอุดมการณ์มั่นคงอยู่ข้างประชาชน การเมืองตรงไปตรงมาเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง พรรค ปชน.เป็นพรรคเปิดกว้าง เราเชื่อเรื่องคนธรรมดามาทำการเมืองได้ ด้วยกระบวนการที่เป็นธรรมชาติ มองกลับกันถ้าเป็นการเมืองแบบเดิมๆที่มีการซื้อตัว สส.ย้ายขั้วย้ายค่าย ประวัติเบื้องหลังอาจเห็นนักการเมืองที่ไปนั่งอยู่ในสภาฯมีส่วนพัวพันเรื่องทุจริต และประวัติไม่ดีแต่ยังคงอยู่ในอำนาจได้ต่อ แต่พรรคต่างๆเหล่านั้น ไม่ได้มีเรื่องกระบวนการ เพราะไม่ได้เป็นพรรคเปิดกว้างแบบเรา พรรค ปชน.ยืนยันหลักการพรรคมวลชน คนธรรมดามาทำงานการเมือง แล้วจะพัฒนากระบวนการให้ดีขึ้นกว่านี้ จะมุ่งมั่นเต็มที่กับ 5 สัปดาห์ที่เหลือ พวกเราจะกวาดชัยชนะให้ได้มากที่สุดย้ำกาส้มล้มเทา ยี้ กธ. ไม่โหวต “หนู”นายณัฐพงษ์ย้ำถึงการแสดงจุดยืนว่าจะไม่โหวตให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หัวหน้าพรรค ภท.และแคนดิเดตนายกฯ รวมถึงตัวแทนพรรคกล้าธรรม (กธ.) เราไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรค กธ.ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการชี้ชะตาว่าระหว่างจะเอาการเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสีเทาหรือพรรค ปชน.ที่ประกาศจุดยืนชัดเจนให้กาส้มล้มเทา ขอฝากให้ประชาชนติดตามดูว่าพรรคใดพรรคหนึ่งมีส่วนพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชัน หรือเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนสีเทาหรือไม่ ถ้ามั่นใจในจุดยืนพรรค ปชน.ให้กาพรรค ปชน.ให้ถล่มทลายเลือกส้ม 2 ใบ ไล่สีเทาพ้นการเมืองนายณัฐพงษ์ยังกล่าวว่า หลายครั้งที่ผ่านมาแม้ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 แต่ยังไม่ได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล เนื่องจากมีเสียง สว.อยู่ ครั้งนี้ไม่มีแล้วเพราะ สว.สิ้นสภาพแล้ว ไม่มีสิทธิ์เลือกนายกฯ ครั้งนี้ขอให้กาพรรค ปชน.ให้ถล่มทลายเป็นที่หนึ่ง เราตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ถ้าเราเข้าไปเป็นรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ถ้าเข้าไปแล้วบริหารล้มเหลวอีก 4 ปีต่อไป ทุกคนลงโทษพรรค ปชน.ได้ นี่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ทุกการตัดสินใจอยู่กับเสียงประชาชน ไม่ได้อยู่กับกลุ่มคนชนชั้นนำในสังคมเท่านั้น วันที่ 8 ก.พ.เป็นวันสำคัญมากๆ เสียงทุกคนมีความหมายจริงๆเป็นอีกหนึ่งเสียงที่กำหนดหน้าตารัฐบาลได้จริง ปัญหาหลายอย่างที่ทุกคนเจออยู่ พรรค ปชน.ยืนยันว่าเราทำได้ นโยบายที่ดี สส. ทีมงานบริหารมืออาชีพ จะเริ่มทำได้ต้องเริ่มที่การเปลี่ยนแปลงเอาสีเทาออกจากการเมือง พัฒนาสังคมไทยให้เท่าเทียมกัน ทำประเทศไทยให้เท่าทันโลก ฝากชาวโคราชทุกคนสนับสนุนพรรค ปชน. กาพรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบโต้เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ก็เคยช่วงเช้า ที่หน้าวัดรวกสุทธาราม กทม. น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ไปลงพื้นที่ช่วยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้สมัคร สส. เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช) นายเท่าพิภพให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้สมัครพรรคอื่นไปฟ้องเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.ว่า แน่นอนถอนหายใจหลายรอบว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องขอสื่อมวลชนว่าการเสนอข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ดี ข้อมูลในโลกใบนี้มี 4 อย่าง 1.ข้อเท็จจริงที่เถียงกันไม่ได้ 2.บางอย่างอาจจะเข้าใจผิด อาจจะเขลา 3.การสร้างเฟกนิวส์ใส่ร้าย แต่กรณีนี้เข้าข้อ 4.คือไม่ใช่เฟกนิวส์ แต่เข้าข่ายไร้สาระ เป็นอะไรที่คุณเปิดเน็ตขึ้นมาแล้ว เปลืองเน็ต เอาค่าอินเตอร์เน็ตของฉันกลับคืนมา ขอว่าอย่าไปนำเสนอข่าวพวกนี้เลย กกต.บอกอยู่แล้ว และไม่ใช่เขตแรกที่ทำ บุรีรัมย์เคยมีเปลี่ยน “ไอซ์” ฮึ่มไม่เอาไว้ ไม่ให้เป็น สส.888ด้าน น.ส.รักชนกกล่าวยืนยันว่า หากเราเจอในพรรคเราไม่เอาไว้ เราไม่ให้เป็น สส.888 และไม่ให้เป็นรัฐมนตรีสีเทา สีเทาตรงไหนอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรค ปชน. ดูเอาไว้ว่าการแทรกซึมอาจเข้าได้ แต่ว่าสุดท้ายเราไม่เอาอยู่ดี และอาจจะติดคุกก่อนใคร ก่อนที่จะอยู่กับพรรคอื่น“ศุภชัย” โต้อคติใส่ร้ายโผล็อกนายกฯหนูวันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์ว่ามีการล็อกเกมจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยเป็นนายกฯต่อ และปัญหาประเทศยังน่าเป็นห่วงว่า ถือเป็นถ้อยคำที่รุนแรงและใส่ร้ายป้ายสี สร้างความเสียหายต่อนายอนุทิน รวมถึงพรรค ภท. อาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง สส. การแสดงความคิดเห็นไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของนักวิชาการอิสระ แต่ใส่อคติทางการเมืองแฝงไปด้วย การเลือกตั้งเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้ง การกล่าวหาว่ามีการล็อกเกมจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้า ต้องชี้แจงต่อสังคมว่าใครเป็นผู้กระทำ เพราะตามหลักการแล้ว ไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดล็อกการเลือกตั้งแทนประชาชนได้ ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่านายอนุทินไม่เข้าร่วมเวทีดีเบตไม่จริงใจกับประชาชน นายอนุทินไม่เข้าร่วมดีเบตเป็นไปด้วยเหตุผลความรับผิดชอบต่อหน้าที่นายกฯ เนื่องจากมีข้อมูลด้านความมั่นคงและข้อมูลลับของทางราชการจำนวนมาก การลงสนามดีเบตกับหัวหน้าพรรคท่านอื่นที่ไม่มีข้อมูลตรงนี้ อาจนำไปสู่การตอบคำถามที่ไม่สามารถเปิดเผยได้จะส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้ ไม่ใช่ไม่จริงใจต่อประชาชนรช.สักการะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อเวลา 09.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พรรครักชาติ (รช.) นำโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 2 พร้อมนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 1 ของพรรค นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.สักการะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อร่วมสดุดีและรำลึกถึงเหล่าวีรชน ทหารกล้า โดยนายเจษฎ์กล่าวถึงกรณีนายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เรียกร้องให้ชาวกัมพูชาฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศและศาลโลก ให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายกรณีบุกรุกและทำลายทรัพย์สินกัมพูชาว่า ขณะนี้กัมพูชายังคงคุกคามไทยอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะถ้อยคำจากผู้นำหรือฝ่ายต่างๆของกัมพูชา การชดใช้ค่าเสียหายไม่ใช่ไทยควรต้องเป็นผู้จ่าย คนที่เป็นคนรุกราน คนที่เป็นคนเริ่มต้นให้เกิดการปะทะกันต่างหาก ที่ควรต้องรับผิดชอบชดใช้ความเสียหาย“องอาจ” ใจชื้น ปชช.จะกลับมากา ปชป.เช้าวันเดียวกัน ที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 33 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายเจษน์สฤษฎ์ เลิศธนาสาร ผู้สมัคร สส.เขต 33 บางพลัด บางกอกน้อย นายองอาจเปิดเผยว่า ผูกพันกับประชาชนในเขตนี้มานานร่วม 30 ปี อบอุ่นเป็นมากที่ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง แม้เลือกตั้ง สส. 2 ครั้ง หลังผู้สมัคร สส.ปชป.ไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่พรรคยังมีทีมงานพรรคและ ส.ก.ทำงานรับใช้ใกล้ชิดต่อเนื่อง เขตบางกอกน้อยชาวบ้านยืนยัน 2 ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้เลือกพรรค ปชป. แต่วันที่ 8 ก.พ.จะเลือก ปชป.แน่นอนจากนั้นช่วงบ่ายนายองอาจไปหาเสียงให้ น.ส.ระมิดา อินทะแพทย์ ผู้สมัคร สส.เขตสายไหม นายองอาจกล่าวว่า พรรคชูนโยบาย 4 เสาหลัก 27 นโยบายย่อย เน้นเสาที่ 1 “หายจนรายได้ลดความเหลื่อมล้ำในเมืองเราชูลดค่าไฟโดยไม่ใช้งบภาษี มาตรการลดภาษีเงินได้ 40,000 บาทแรก ค่าโดยสารรถไฟฟ้า-รถเมล์สูงสุด 30 บาทต่อเที่ยว เสาที่ 2 “หายจนใจ” เสริมหลักประกันชีวิตทุกช่วงวัย มีเงินอุดหนุนแม่และเด็กเดือนละ 5,000 บาทในปีแรก เบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า 1,000 บาทต่อเดือน ปรับปรุงบ้านผู้สูงวัยบ้านละ 50,000 บาท เร่งรัดทำฟันผู้สูงอายุ เพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 2 เท่า เสาที่ 3 “หายจนปัญญา” ปรับระบบการศึกษา ผู้เรียนออกแบบการเรียนรู้เอง สนับสนุนคูปองการศึกษา 3,000 บาทต่อปี จัดหางานชำระหนี้ กยศ.และเสาที่ 4 “หายจนตรอก” เร่งแก้ฝุ่นพิษ PM2.5 ปราบยาเสพติดครบวงจรใน กทม. กระแสตอบรับดีมาก มีประชาชนเขตสายไหมต่างยืนยันว่าเที่ยวนี้จะหันมาเลือก ปชป.แน่นอนประกาศประชามติวันเดียวเลือกตั้ง สส.วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ ตามบัญญัติของรัฐธรรมนูญระบุให้ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ครม.จะขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องใด อันมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะสนับสนุนการจัดทําประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ครม.จึงเห็นสมควรสนับสนุนการทําประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ทั้งนี้ กกต.ได้ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ.69 เป็นวันเลือกตั้ง สส. ครม.เห็นควรมีความจำเป็นให้ทำประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้ง เพื่อประหยัดและใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด รวมทั้งช่วยลดภาระของ กกต. ครม.จึงมีมติเมื่อ 18 ธ.ค.68 กำหนดให้วันที่ 8 ก.พ.69 เป็นวันออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” จึงประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ประกาศ ณ วันที่ 23 ธ.ค.68“ชัชชาติ” ชี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ดีขึ้นแล้วเมื่อเวลา 07.50 น. ที่สวนลุมพินี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯหลังจาก 2-3 วันที่ผ่านมาค่าฝุ่นสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานว่า ช่วงที่ผ่านมาสภาพอากาศปิด ล่าสุดวันนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว หากดูตามรายงานแบบรายชั่วโมงค่าฝุ่นดีขึ้น แต่หากยึดตามรายงาน 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้อาจจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ในเดือน ม.ค.69 ค่าฝุ่นจะรุนแรงที่สุด ขอฝากถึงประชาชนการใช้รถยนต์ควันดำและการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การเผาฟางข้าว อ้อยในต่างจังหวัด ทางกรุงเทพฯได้ประสานไปในหลายจังหวัด หากผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ สถานการณ์ช่วงเดือน ม.ค.จะดีขึ้น เมื่อถามถึงกรณีรถโดยสารประจำทางที่ปล่อยควันดำ นายชัชชาติกล่าวว่า ขอให้ประชาชนช่วยกันหากพบเห็นรีบแจ้งเข้ามาในแอปพลิเคชันทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy fondue) จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพื้นที่อู่รถโดยสารประจำทางทันที ปีที่ผ่านมาตรวจจับได้กว่า 5 แสนคันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่