วันที่ 3 ช่วงรณรงค์ 7 วัน อันตรายขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนนดับสังเวยปีใหม่แล้ว 145 ศพ กรุงเทพฯ แชมป์ตายมากสุดส่วนภูเก็ตเกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด สาเหตุเกิดจากซิ่งรถเร็วเกินกำหนด รองลงมาเป็นเมาขับ ขณะที่ประชาชนทยอยเดินทางกลับจากการเฉลิมฉลองล่วงหน้า หวังหลีกเลี่ยงรถติดวันหยุดสุดท้าย ส่งผลให้การจราจรบนถนนมิตรภาพสายอีสานและเส้นเอเชียสายเหนือรถเริ่มหนาแน่น ตำรวจต้องเร่งระบายรถไม่ให้ติดสะสมประชาชนทยอยเดินทางกลับจากเที่ยวฉลองปีใหม่ เมื่อวันที่ 2 ม.ค.บรรยากาศการจราจรเส้นทางสายเหนือ และอีสาน รถเริ่มหนาแน่นตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากประชาชนทยอยเดินทางกลับ เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดในช่วงวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ กระทั่งเช้าวันนี้รถหนาแน่นมาก โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา การจราจรฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯแน่นขนัด จุดพักรถหรือหน้าปั๊มน้ำมันต่างๆจะมีรถเลี้ยวเข้ามาก ทำให้รถชะลอตัว ตำรวจทางหลวงนครราชสีมาและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1 ต้องคอยอำนวยความสะดวกเร่งระบายรถไม่ให้ติดสะสมนายสิทธิพร แพร่งสุวรรณ รอง ผอ.แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 เปิดเผยถึงการจราจรบนถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์บางประอิน-นครราชสีมา) หรือ M6 ที่เปิดให้รถ 4 ล้อขึ้นใช้ฟรีในฝั่งขาเข้า กทม. ตั้งแต่ กม.ที่ 196 จ.นครราชสีมา ถึง กม.1 ต่างระดับบางปะอิน ว่า เช้านี้ตั้งแต่ 06.00 น. ถนนมอเตอร์เวย์จาก กม.110 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่เปิดให้รถใช้บริการกลับกรุงเทพฯเริ่มทยอยกันกลับตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าช่วงบ่ายและเย็นรถจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น แต่คงไม่ถึงกับติดขัด เพราะเป็นทางลงเนินเขาตั้งแต่กลางดงเป็นต้นไป ประกอบกับถนนมอเตอร์เวย์สายนี้สามารถแบ่งเบาการจราจรบนถนนมิตรภาพได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ แต่อยากเน้นย้ำให้ผู้ใช้บริการถนนมอเตอร์เวย์ตั้งแต่นครราชสีมา ไปถึงช่วงต่างระดับบางปะอินรวมระยะทาง 196 กม. ไม่มีปั๊มน้ำมันบริการ รถทุกคันต้องเตรียมน้ำมันให้พร้อมก่อนการเดินทางส่วนบรรยากาศบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา จุดรับทัวร์โดยสารและรถตู้สาธารณะ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าประชาชนทยอยเดินทางมาต่อรถ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆอย่างแน่นขนัด ต่างอุ้มลูกจูงหลาน หอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระ ข้าวสาร อาหารแห้ง พวกหน่อไม้ดอง ปลาป่น และปลาร้ากลับไปกินที่บ้านและหอพัก ส่งผลให้บริเวณหน้าห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารมีคนยืนเข้าแถวแออัดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องคอยจัดระเบียบเพื่อความรวดเร็ว สอบถามผู้โดยสารทราบว่าส่วนใหญ่ที่เลือกเดินทางกลับวันนี้ เพราะไม่อยากแย่งกันเดินทางในวันหยุดสุดท้ายที่คาดว่าคนจะเยอะกว่านี้อีกหลายเท่าตัวที่ จ.อุทัยธานี พ.ต.อ.สมบูรณ์ ทองลอย รอง ผบก.ภ.จ.อุทัยธานีร่วมกับ พ.ต.อ.ภคิน วรรณศรี ผกก.สภ.เมืองอุทัยธานี นำกำลังอำนวยความสะดวกการจราจรบริเวณจุดตรวจถนนสายเอเชีย เพื่อรองรับรถที่ทยอยเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรฝั่งขาเข้า กทม.รถหนาแน่นเป็นพิเศษ จุดตรวจแห่งนี้นอกจากเจ้าหน้าที่เน้นกวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวดแล้วยังบริการซาลาเปาร้อนๆที่ทำสดใหม่จากเตาในป้อมจราจรจากฝีมือตำรวจแจกจ่ายให้ผู้ใช้รถใช้ถนนวันละ 2,000 ลูกพร้อมน้ำดื่ม เพื่อให้ประชาชนได้แวะอิ่มท้องช่วยให้ผ่อนคลายในช่วงการขับรถทางไกล ก่อนออกเดินทางต่อสู่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยส่วนการจราจรบนถนนเอเชีย เส้นทางรองรับรถสายเหนือ โดยเฉพาะบริเวณจุดยุทธศาสตร์สี่แยกหางน้ำสาคร ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท การจราจรเริ่มติดสะสมตั้งแต่เช้าและเคลื่อนตัวไปตามจังหวะสัญญาณไฟจราจร ทำให้หางแถวยาวหลายร้อยเมตร ตำรวจทางหลวงชัยนาทเตรียมแผนรองรับการจราจรที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับเพิ่มมากขึ้น โดยจะปิดสี่แยกหางน้ำสาครที่กำลังมีการก่อสร้าง ส่งผลให้การจราจรจากเดิม 3 ช่องการจราจรลดลงมาเหลือ 2 ช่อง กลายเป็นคอขวด เพื่อระบายรถขาล่องให้คล่องตัวมากขึ้น พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ต้องการข้ามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปบนถนนสายเอเชียเพื่อกลับรถที่อยู่ห่างออกไปราว 2 กม.ส่วนอุบัติเหตุในช่วงรณรงค์ 7 วันอันตรายยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายแรก ร.ต.ท.กิตติพงศ์ ปัญญามูล รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองน่าน ตรวจสอบรถกระบะเฉี่ยวชนกันบนถนนสายน่าน-เวียงสา บริเวณหน้าบริษัททรัพย์แสงดาว บ้านธงใหม่พัฒนา ต.ดู่ใต้ พบรถกระบะอีซูซุ แค็บ สีบรอนซ์ ทะเบียน บร 4097 แพร่ พลิกคว่ำขวางถนน ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะโตโยต้า รีโว่ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน 3 ขบ 7902 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงพังเสียหายทั้งคัน ในที่เกิดเหตุพบผู้โดยสารที่มากับรถทั้งสองคนบาดเจ็บ14คน เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบจ.น่าน ร่วมกับกู้ภัยสว่างนครน่านรวมใจ กู้ชีพเทศบาลตำบลกองควาย กู้ภัยน่าน และกู้ชีพเทศบาลตำบลดู่ใต้ร่วมนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลน่านอีกรายช่วงตีหนึ่งวันที่ 2 ม.ค. อาสากู้ภัยมูลนิธิพุทไธศวรรย์ จุดวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบอุบัติเหตุรถบัสไม่ประจำทางทะเบียน 30-3802 พระนครศรีอยุธยา พลิกคว่ำตกร่องถนน มีผู้บาดเจ็บหลายคนบนถนนพหลโยธิน หรือทางหลวงหมายเลข 1 กม.ที่ 73 ช่องทางขาเข้ากรุงเทพฯ ต.ชะแมบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้โดยสารบาดเจ็บ 11 คน ก่อนลำเลียงส่ง รพ.วังน้อย และ รพ.บางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา สอบถามเบื้องต้นว่ารถบัสรับผู้โดยสารทั้งหมด 55 คนจาก จ.เพชรบูรณ์ มุ่งหน้าไปส่งปลายทาง จ.สมุทรสาคร ถึงที่เกิดเหตุเกิดเสียหลักพลิกคว่ำที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เวลา 10.15 น. วันที่ 2 ม.ค. นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่เป็นวันที่สาม (30 ธ.ค.68-1 ม.ค.69) ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ว่า เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 54 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 40.18 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 29.45 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จยย. ร้อยละ 76.92 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 78.22 ถนนกรมทางหลวงร้อยละ 36.81 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.75 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 22.91นายจิระพงศ์กล่าวว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต 16 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต 18 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 7 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมสามวัน เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 769 คน ผู้เสียชีวิตรวม 145 ราย จังหวัดเกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต 34 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต 38 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 12 ราย อย่างไรก็ตามวันที่ 2 ม.ค. ยังเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง ประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพฯและกลับไปทำงานในพื้นที่ต่างๆล่วงหน้าเพื่อเลี่ยงการจราจรหนาแน่น คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณรถกว่า 700,000 คัน ทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลที่ยังคงอยู่ในพื้นที่และทยอยเดินทางกลับในช่วง 1-2 วันข้างหน้านี้ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะประธานการประชุม ศปถ. เปิดเผยว่า ช่วงนี้จะมีประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพฯและพื้นที่ต่างๆ คาดว่าปริมาณรถจะหนาแน่นที่สุดวันที่ 4 ม.ค.69 ศปถ.ประสานสั่งการจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มความเข้มข้นเรื่องการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ต่างๆ และให้ท้องถิ่น ท้องที่ดูแลเรื่องด่านชุมชนอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดพฤติกรรมเสี่ยง เมาแล้วขับ พร้อมตั้งจุดบริการในจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในและการชนท้าย สำหรับจังหวัดที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติ จากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุเมื่อวานมีนักท่องเที่ยวและต่างชาติเกิดอุบัติเหตุ ได้กำชับพื้นที่ให้เน้นการตรวจใบอนุญาตขับขี่ การกวดขันวินัยจราจร การขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มไม่ขับ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ รวมถึงตรวจสอบสัญญาณไฟและป้ายจราจร ที่สำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ด้านการจราจรช่วงเทศกาลทั้งผู้ขับขี่และเดินเท้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัยร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำวันที่ 1 ม.ค. วันที่ 3 ของมาตรการควบคุมเข้มงวดว่ามีคดีเข้าสู่ระบบทั้งสิ้น 85 คดี เนื่องจากเป็นวันที่ศาลปิดทำการ แบ่งเป็นขับรถขณะเมาสุรา 78 คดี คิดเป็นร้อยละ 91.76 ขับเสพจำนวน 7 คดี คิดเป็นร้อยละ 8.24 ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 3 วันตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2568-1 ม.ค.2569 รวมทั้งสิ้น 1,558 คดี แบ่งเป็นขับรถขณะเมาสุรา 1,444 คดี คิดเป็นร้อยละ 92.68 ขับรถประมาทจำนวน 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.26 ขับเสพ 109 คดี คิดเป็นร้อยละ 7.00 ขับซิ่ง 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.06 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมีคดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 65 คดี พบว่าในปีนี้มีจำนวน 78 คดี เพิ่มขึ้น 13 คดี ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.นนทบุรี 174 คดี 2.กรุงเทพฯ 131 คดี และสมุทรปราการ จำนวน 127 คดีอธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า มาตรการช่วงควบคุมเข้มข้นให้สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศบูรณาการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอาสาสมัครคุมประพฤติในพื้นที่ นำผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคมที่หน่วยบริการประชาชน ทั้งในจุดตรวจหลักและด่านชุมชน รวมถึงการทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์บริเวณจุดเสี่ยง 28 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 310 ราย เพื่อรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้กรมคุมประพฤติดำเนินการทั้งการป้องกันและการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม จัดเจ้าหน้าที่ไว้เตรียมความพร้อมให้บริการแก่ผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีในฐานความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบกที่ศาลมีคำพิพากษาให้คุมความประพฤติเพื่อเข้าสู่กระบวนการเพื่อแก้ไขฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยให้สังคม ช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุและความสูญเสียช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569ที่สถานีขนส่งหมอชิต กทม. บรรยากาศการเดินทาง หลังเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาล่วงหน้าก่อนกำหนด แต่ยังไม่คึกคัก เนื่องจากยังเหลือวันหยุดยาวต่อเนื่องอีก 2 วัน คาดว่าในวันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค. ประชาชนจะเดินทางกลับกันมากขึ้น เช่นเดียวกับที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ประชาชนทยอยเดินทางกลับอย่างต่อเนื่อง สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำสถานีทราบว่า วันนี้รถไฟช่วงเช้ามีคนทยอยเดินทางกลับจำนวนมาก แต่ยังไม่หนาแน่น คาดว่าวันเสาร์-อาทิตย์นี้คนน่าจะเยอะ มีการเสริมขบวนรถไฟสายพิเศษรองรับประชาชนที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนา มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางต่อทั้งรถไฟทางไกลไปยังภาคเหนือ อีสาน หรือรถไฟฟ้าสายสีแดงและน้ำเงินอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่