นายกฯลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ฐานปฏิบัติการภูหลวง จ.สุรินทร์ ล้อมวงกินข้าว พร้อมมอบ “เหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ” สมเด็จเจ้าคุณธงชัย ฝากให้ทหารแนวหน้า ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯยืนยันไทยปฏิบัติการชายแดนอยู่ในอาณาเขตตัวเอง ไม่ใช่ยึดครองกัมพูชา เผยการดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการสำคัญ ด้านชายแดน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ แม้เสียงปืนสงบแต่ชาวบ้านยังไม่ไว้ใจกัมพูชา หวั่นปะทะซ้ำ ประเมินวันต่อวัน พบ “สุนัขสงคราม” รอดกระสุนวิ่งอยู่ท่ามกลางซากบ้านพังยับ ในสภาพอดอยากหนักเมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 2 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวเทศกาลขึ้นปีใหม่ เดินทางลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการภูหลวง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกับเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนนายกฯลงพื้นที่จุดแรกที่ฐานปฏิบัติการภูหลวง ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์พื้นที่ จ.สุรินทร์ หลังไทย-กัมพูชายุติการหยุดยิง โดยมี พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานต้อนรับ โดยรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ นายกฯเดินทักทายให้กำลังใจและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกำลังพล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ โดยมีเมนูอาหาร อาทิ ขนมจีน ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง และผัดไทยนายอนุทินกล่าวขอบคุณทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ พร้อมกันนี้ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพลที่ยังคงปฏิบัติภารกิจ ดูแลความมั่นคงของชาติช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ก็ไม่ได้กลับบ้าน นายกฯยังได้มอบเหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑแก่กำลังพล และกล่าวว่าสมเด็จเจ้าคุณธงชัย หรือสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม ฝากมาให้กับทหารแนวหน้าทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ ให้ทุกนายแคล้วคลาดปลอดภัย ไม่มีสิ่งใดทำอันตรายได้ ระหว่างนั้นนายอนุทินเห็นหมวกที่ทหารถอดวางไว้บนโต๊ะ เขียนคาถายูงทอง หรือโมรปริตร “นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา” ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต นายกฯได้เข้าไปพูดคุยพร้อมบอกว่าทุกๆเช้าตนก็สวดมนต์บทนี้ 9 จบ จากนั้นนายอนุทินได้เขียนคาถายันต์คาถายูงทองบนหมวกมอบให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อมาเวลา 12.20 น. นายอนุทินและคณะลงพื้นที่ชายแดนช่องจอมและปราสาทคนา 3 จุด จุดแรก คือ จุดตรวจการอัมรินทร์ อยู่ก่อนถึงปราสาทคนาและอยู่บนหน้าผาสูง มองเห็น จ.อุดรมีชัยของกัมพูชา นายกฯใช้กล้องส่องทางไกล ตรวจดูความเคลื่อนไหวตรงจุดนี้ด้วย พร้อมฟังบรรยายสถานการณ์ที่ผ่านมาจากทหารแนวหน้า จุดที่ 2 นายอนุทินเดินตรวจสอบความเสียหายที่ตัวปราสาทคนาและพื้นที่โดยรอบ ตรวจการณ์ไปฝ่ายตรงข้ามเห็นฐานปฏิบัติการของกัมพูชาถูกทำลาย จุดที่ 3 บันไดไม้ 1,800 ขั้นที่ทหารกัมพูชาสร้างขึ้นใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธ แต่ทหารไทยได้ระเบิดเผาทำลายทั้งหมด แล้ววางลวดหนามแน่นหนา ก่อนสถาปนาพื้นที่ความมั่นคงบนปราสาทคณา ทั้งนี้ นายกฯได้ขอจับมือทหารให้กำลังใจพร้อมพูดแซว ว่า “มือนิ่มกว่าผมอีก” และชมเชยทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ สามารถสู้รบจนทวงคืนอธิปไตยไทยกลับมาได้นายอนุทินให้สัมภาษณ์ ว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เชิญมาร่วมตรวจเยี่ยมทหาร เนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ทหารไม่ได้กลับบ้าน เมื่อช่วงต้นสัปดาห์เดินทางไปปราสาทตาควาย ไปในพื้นที่ที่เราควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว ทั้งปราสาทคนา ช่องจอม ขอชื่นชมกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ผบ.กองกำลังสุรนารี ที่บัญชาการทำให้ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้โดยสมบูรณ์และทำลายเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่เป็นภัยต่อทั้งเศรษฐกิจคุกคามคนไทย ถือว่าเป็นผลงานทรงคุณประโยชน์ให้กับประเทศเมื่อถามว่า ภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นเช่นไร เนื่องจากมีรายงานในบางจุดกัมพูชามีการเสริมกำลังต่อเนื่อง นายอนุทินกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปฟัง ให้รอฟังจากฝ่ายความมั่นคง ได้ไปเยี่ยมมาหลายแห่งเห็นถึงความพร้อมในการตรึงกำลัง ไม่มีอะไรที่คนไทยต้องวิตกกังวล หวังว่าฝ่ายกัมพูชาจะเคารพและปฏิบัติตาม เรื่องกัมพูชาบอกว่าจะไม่ยอมรับในเขตแดนที่ใช้ความรุนแรงก็ไม่เป็นไร ตรงนั้นมี JBC ให้ว่ากันไป เราไม่เคยรุกล้ำอธิปไตยประเทศอื่นวันเดียวกัน ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แจงต่อรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ที่ระบุว่าประเทศไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” ของกัมพูชาและห้ามชาวกัมพูชา “กลับบ้านพัก” ถ้อยคำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ ประเทศไทยขอยืนยันว่าการปฏิบัติของฝ่ายไทยเกิดขึ้นภายในอาณาเขตของประเทศไทยและ/หรือในพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อนซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของรัฐอื่นการดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ 1.คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ 2.ป้องกันการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน 3.ควบคุมสถานการณ์และลดระดับความตึงเครียด เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว ประเทศไทยยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน พร้อมยืนยันการใช้สันติวิธี การเจรจา และความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ แถลงด้วยว่าให้ความสำคัญต่อบทบาทของสื่อมวลชน ขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้าน ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้องแก่สื่อมวลชนและภาคีระหว่างประเทศ บนพื้นฐานของความโปร่งใสและความเคารพซึ่งกันและกันต่อมาเวลา 16.00 น. ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถาน การณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ออกเอกสารข่าวชี้แจงเพื่อความถูกต้อง เรื่องกัมพูชาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนที่เกิดจากการใช้กำลัง ว่า ไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะถ้อยแถลงร่วมของการประชุม GBC สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อ 27 ธ.ค.อย่างครบถ้วน การดำเนินการต่างๆ ของไทยในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทยตามที่ตกลงกันในถ้อยแถลงร่วม มิใช่การเปลี่ยนแปลงเขตแดน เป็นการควบคุมรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยดำรงอยู่เดิมก่อนการหยุดยิง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน 3.ถ้อยแถลงร่วมดังกล่าวและการดำเนินการของฝ่ายไทยไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ซึ่งยังคงต้องดำเนินการผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน 4.ไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี การปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีอยู่มิได้เป็นการละเมิดอธิปไตยของฝ่ายใด 5.ไทยพร้อมเดินหน้าความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ และยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการลดความตึงเครียด การสร้างความเชื่อมั่น การแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืนผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่หมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังสถานการณ์การปะทะคลี่คลายลง พบว่าภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีเสียงปืนหรือความเคลื่อนไหวทางทหารเพิ่มเติมให้เห็น สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ คือร่องรอยความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่ที่ตกกระจายตามบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างหลายหลัง บางจุดพังเสียหายอย่างหนัก ต้องรอการสำรวจและซ่อมแซมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมดังเช่นก่อนเกิดเหตุการณ์ปะทะสำหรับสภาพอากาศในพื้นที่วันนี้มีลมพัดแรงและอากาศหนาวเย็น ชาวบ้านที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่างออกมาก่อไฟผิงเพื่อคลายความหนาว บางส่วนพากันนัดรวมตัวบริเวณบังเกอร์ประจำหมู่บ้าน แม้สถานการณ์จะสงบลงแล้ว จากการลงพื้นที่สำรวจของผู้สื่อข่าวเพิ่มเติม พบบ้านเรือนประชาชนบางหลังในพื้นที่แนวปะทะได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังคา ผนัง โครงสร้างบางส่วนพังถล่ม ไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะบ้านหลังหนึ่งที่ถูกแรงระเบิดจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ภายในบ้านไม่พบเจ้าของบ้านหรือสมาชิกในครอบครัว คาดว่าได้อพยพออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านี้แล้วผู้สื่อข่าวเดินทางสำรวจบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ปะทะที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก ไม่สามารถกลับมาอยู่อาศัยได้ พบเพียงสุนัข คาดว่าน่าจะเป็นสุนัขของบ้านหลังนี้ แต่เนื่องจากเหตุการณ์ปะทะช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ได้นำไปด้วย เดินออกมาด้วยความหิวโซท่าทางต้องการอาหารเป็นอย่างมากชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า หลังทราบข่าวการหยุดปะทะครบ 72 ชั่วโมง ก็รีบกลับมาบ้านทันที และดีใจมากที่ได้กลับมาบ้าน ไม่กลัวว่าเสียงปืนจะดังขึ้นแต่อย่างใด เพราะเราประกาศหยุดยิงแล้ว หลังจากกลับมาอยู่บ้าน ต้องมานั่งประเมินสถานการณ์วันต่อวันว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้าวันใดเสียงปืนดังอีก จะอพยพออกไปอีกชาวบ้านอีกราย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าตอนแรกคิดว่าตอนปีใหม่ต้องอยู่ในศูนย์อพยพ เป็นเรื่องดีที่ได้กลับบ้านกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งรู้สึกโล่งใจขึ้น แต่ยังคงไม่ไว้ใจกัมพูชา ถามว่าในใจลึกๆกังวลไหม ก็กังวลและไม่อยากให้มีเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้น แต่ถ้ามีคราวนี้ก็ควรจะจัดการให้จบ เพราะไม่มีความเชื่อใจให้กัมพูชาอย่างแน่นอนผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.บุรีรัมย์ รายงานบรรยากาศ ที่วนอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ว่า มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความมหัศจรรย์ของปราสาทพนมรุ้งจำนวนมาก หลังจากซบเซามาตั้งแต่มีการปะทะรอบแรกและรอบที่สอง น.ส.กฤษณา สมสาย อายุ 35 ปี นักท่องเที่ยวชาว จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า มาเที่ยวเขาพนมรุ้งประจำ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญ เพราะต้องการมาขอพรสิ่งศักดิ์บนเขาพนมรุ้ง ถึงเวลานี้เชื่อมั่นว่าการมาท่องเที่ยวที่นี่ปลอดภัย ตามที่เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานฯแจ้งให้ทราบ แม้จะมีการปะทะกันก็ตาม เพราะจุดนี้อยู่ห่างรัศมีของการปะทะ อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความมหัศจรรย์ของเขาพนมรุ้ง เพื่อเสริมดวงให้กับตัวเอง สำหรับตนชอบมาเที่ยวและมาหลายครั้งแล้วนายนภสินธุ์ บุญล้อม หัวหน้าอุทยานประวัติ ศาสตร์พนมรุ้ง กล่าวว่า ช่วงที่มีการปะทะครั้งแรก นักท่องเที่ยวหายไปเกือบหมด ยิ่งมาปะทะรอบสอง ยิ่งทวีความรุนแรง มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเขาพนมรุ้งเพียงหลักร้อยต่อวัน แต่หลังจากมีการลงนามหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา ปรากฏว่านักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเที่ยวกันมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมไม่น้อยกว่าวันละ 1,500-2,000 คน มั่นใจว่าหากสถานการณ์ชายแดนปกติแล้วจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมตามปกติเพิ่มขึ้นอีกแน่นอนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่