เรื่องเล่าเก่าๆของจีนเรื่องเดียวมีหลายสำนวน เรื่องของฝากนาย ในหนังสืองำประกาย กโลบายไร้ผู้ต่อต้าน (เห่งอู๋อั๊ง เขียน อธิคม สวัสดิญาณ แปล เต๋าประยุกต์ พิมพ์ พ.ศ.2553) ผมเพิ่งอ่าน เสียดใจกว่าสำนวนที่เคยอ่านเมิ่งฉางจวิน หนึ่งในสี่องค์ชายแคว้นฉี สมัยจั้นกั๋ว เลี้ยงอาคันตุกะไว้ในจวนนับพัน วันหนึ่งเขาถาม “ใครมีความรู้ด้านบัญชี พอจะไปช่วยทวงหนี้ที่แดนเซวียได้บ้าง?” ฝงเซวียนอาสาจัดเตรียมรถม้าบรรทุกสัญญาให้เช่าออกจากจวน ก่อนออกเดินทาง เขาถามคุณชาย “เก็บหนี้ได้หมดแล้วจะให้ซื้ออะไรกลับมา?” “ท่านเห็นว่าอะไรในจวนข้ายังขาดก็ซื้อมาเถิด!” เมิ่งฉางจวินตอบฝงเซวียนถึงแดนเซวีย ก็เรียกตัวราษฎรทั้งหมดที่ต้องจ่ายหนี้มารวมกัน ตรวจสอบค่าเช่าค้างชำระจากสัญญาให้เช่า เก็บเงินได้เรียบร้อย เขาก็ทำเรื่องที่ราษฎรแปลกใจประกาศว่า เป็นคำสั่งคุณชายแล้วแจกจ่ายเงินที่เก็บได้คืนแก่ราษฎรทุกคนยังไม่จบแค่นั้น เขายังทำปาฏิหาริย์ต่อหน้าต่อตาราษฎร เผา สัญญาให้เช่าเดิมทิ้งทั้งคันรถท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความซาบซึ้งพระคุณของคุณชาย จบหน้าที่ฝงเซวียนก็ขึ้นรถม้าควบกลับแคว้นฉีคุณชายเมิ่งฉางจวินประหลาดใจ งานเก็บหนี้ค่าเช่าเดียวกันนี้ เคยใช้เวลายาวนาน แต่งานนี้จบในไม่กี่วัน แต่ก็ดีใจออกมาต้อนรับ “เก็บหนี้ค่าเช่าได้หมดแล้วหรือ?” “เก็บได้หมดแล้ว” “ซื้ออะไร กลับมาบ้างล่ะ!”“ก่อนข้าไป ท่านบอกว่า ในจวนข้าฯยังขาดอะไรก็ซื้อมา” ฝงเซวียนรายงาน “ข้าตรึกตรองดูแล้ว ในจวนของท่านมีเงินทอง อัญมณีกองเป็นภูเขาเลากา นอกจากมีอาชาอ้วนพีเต็มคอกม้า ในหอมีนางงามมากมายจวนท่านขาดแต่ “เมตตา” เท่านั้น ข้าจึงช่วยซื้อ “เมตตา” มาแทนท่าน”“ท่านซื้อ “ เมตตา” แทนข้าอย่างไรหรือ?” ชื่อเมตตาแปลกหู แต่วิสัยคุณชายหัวใจกว้างจึงตั้งใจฟังคำอธิบายฝงเซวียนบอกว่า ขณะนี้ท่านมีแต่แดนเซวียเล็กๆ เป็นดินแดนพระราชทาน กลับไม่รู้จักถนอมรักษาราษฎรที่นั่น ข้าจึงใช้วิถีแห่งวานิช เอาผลกำไรจากราษฎรแจกจ่ายเงินค่าเช่าทั้งหมดแก่ราษฎร และเผาสัญญาให้เช่าเก่าทั้งหมดทิ้ง โดยแอบอ้างคำสั่งท่านราษฎรต่างโห่ร้อง “จงเจริญ” ให้ท่าน นี่คือวิธีที่ข้าใช้ซื้อ “เมตตา” กลับมาแทนท่านคุณชายเมิ่งฉางจวินแม้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ แม้นิสัยคนใหญ่ใจกว้าง เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ“เอาเถอะ เรื่องนี้ถือว่าแล้วกันไป”หนึ่งปีให้หลังเจ้าแคว้นฉีทรงมีเหตุให้ไม่เชื่อถือคุณชายเมิ่งฉางจวินอีก สั่งถอดตำแหน่งคุณชาย ทั้งมีรับสั่งให้กลับไปอยู่ในดินแดนพระราชทานขณะเดินทาง รถม้าของเมิ่งฉางจวินยังอยู่ใกล้แดนเซวียนับร้อยลี้ แต่ก็มีราษฎรหอบลูกจูงหลาน แม้ผู้เฒ่าลูกเล็กเด็กแดง เบียดเสียดกันออกมาคอยต้อนรับเมิ่งฉางจวินเห็นสภาพนั้น หันไปพูดกับฝงเซวียนว่า “เมตตาที่ท่านซื้อแทนข้า มาบัดนี้ข้าได้เห็นแล้ว”เรื่องของในจวนคุณชายไม่มี...ไม่ได้จบแค่นี้...เรื่องคุณชายเมิ่งฉางจวินเลี้ยงและใช้อาคันตุกะ เมื่อมีน้ำลงก็มีน้ำขึ้น อ่านสนุกอีกหลายตอน วันหน้าถ้านึกขึ้นได้ ผมจะค้นมาเล่าให้ฟังแต่เรื่องที่ผมสงสัยหลังจากอ่านเรื่องนี้ ทรัพย์สินชื่อเมตตา ในบ้านคนมีอำนาจในบ้านเมืองเราจะมีกันบ้างหรือไม่ หรือว่าหน้ามืดตามัวเพราะกระบวนโค่นล้มห้ำหั่นชิงอำนาจกัน จึงไม่รู้จักกันเลย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม