กกต.จับมือสื่อปลุกกระแสเลือกตั้ง ใช้ผู้ดูแล 1.5 ล้านคน “แสวง” เตือนโพลอย่าปั่นชี้นำ ย้ำคุณสมบัติผู้สมัคร สส.ที่ต้องคดี “ผู้กอง” ยันปม “ชนนพัฒฐ์” ไม่กระทบคะแนนเสียง “อนุทิน” เหน็บชาวโซเชียล แซะเลือก ภท.เสี่ยงสูง “เท้ง” ลุยสกลนครขอเสียงหนุนนั่งนายกฯคนที่ 33 “ธนาธร” ลั่น ภท.มาที่ 1 ปชน.เป็นฝ่ายค้าน พท.เดินหน้า 50 เขต 50 โรงพยาบาล ยกระดับ 30 บาท AI “หนิม” อ้อนชาวบึงกาฬยกจังหวัดเอาชนะความยากจน “มาร์ค” เปิดแผน 90 วัน “ไทยหายจน” “กรณ์” ดัน “พร้อมเพย์”-ยกระดับเกษตรกร คน พปชร.โวยขอคืน “บิ๊กป้อม” จวก กก.บห.ชุดใหม่ทิ้งผู้สมัคร ฉะทำไม่ได้ลาออกไป “ลุงป้อม” ลั่นดาลไม่หวนคืนเวทีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดกิจกรรม เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจสื่อมวลชน เพื่อให้การจัดการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญโปร่งใสและเป็นธรรม ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เตือนสำนักโพลอย่าปั่นกระแสชี้นำ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งกกต.จับมือสื่อปลุกกระแสเลือกตั้งเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจสื่อมวลชน ในการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ นายณรงค์ รักร้อย กรรมการ กกต.กล่าวสรุปภาพรวมว่าที่ผ่านมาอาจมีข้อบกพร่องหรือติดขัดอยู่บ้าง ในการรับรู้หรือความเข้าใจของประชาชน แต่สำนักงาน กกต.พยายามแก้ปัญหา โดยเฉพาะต้องทำประชามติในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง เรื่องกฎระเบียบกติกามีการเปลี่ยนแปลงหมด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศกว่า 50 ล้านคน จำเป็นต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการเผยแพร่ให้ประชาขนรับรู้ ขอให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก จะเป็นการสะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองรอบนี้สำคัญใช้ผู้ดูแล 1.5 ล้านคนประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์ว่า ขอให้ทุกพรรค หาเสียงโดยนโยบาย หรือในเชิงบริหาร เชิญชวนให้ประชาชนออกมาเลือกพรรคของตัวเอง การหาเสียงที่ผิดกฎหมาย เช่น การใส่ร้าย ข่มขู่ ขณะนี้มีคนมาร้องเรียนแล้ว กกต.กำลังดำเนินการอยู่ เมื่อถามว่าขณะนี้มีการหาเสียงที่ดุเดือด จะมีมาตรการป้องกันอย่างไร นายณรงค์ตอบว่า ประชุมกับ ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ ให้นโยบายว่าต้องทำงานเชิงรุก เบื้องต้นมีการตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งทุกจังหวัด จังหวัดละ 6-8 คน ทำหน้าที่ติดตามข่าวว่ามีการหาเสียงที่รุนแรง หรือผิดกฎหมาย มีการซื้อสิทธิขายเสียงหรือไม่ และยังแต่งตั้งตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วทั่วประเทศ การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้ง กกต.มีบุคลากรแค่ประมาณ 2,000 คน นอกนั้นเป็นเครือข่ายที่มาช่วย คือ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติครั้งนี้ใช้คนเข้ามาดูแลประมาณ 1.5 ล้านคน เป็นจำนวนมหาศาลเตือนโพลอย่าปั่นชี้นำนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีการทำโพลที่มีหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคกล่าวหาว่ามีการปั่นเพื่อชี้นำการเลือกตั้งว่า การทำโพลเป็นเรื่องของหลักวิชาการ สามารถทำและเผยแพร่ได้ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์หรือไม่ ถ้าโพลนั้นเป็นการจูงใจโดยไม่อยู่ในหลักวิชาการ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ บรรยากาศแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น สำหรับการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนนอกราชอาณาจักร ที่อาจมีคนไทยในต่างประเทศไปใช้สิทธิ ถ่ายภาพการนับคะแนนบรรยากาศการใช้สิทธิการนับคะแนนได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องไม่ไปรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งไม่ควรถ่ายภาพในลักษณะจ้องถ่าย ที่ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกว่าเหมือนถูกจับผิด นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือในการรณรงค์ออกเสียงประชามติ ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ขณะนี้มีบรรยากาศการรณรงค์เหมือนไปกดดันให้ตอบว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และครั้งนี้เราได้ร่วมกับสื่อในการรายงานผล คาดว่าไม่เกิน 23.00 น.จะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการย้ำคุณสมบัติผู้สมัคร สส.ที่ต้องคดีนายแสวงยังกล่าวถึงกรณีผู้สมัคร สส.ถูกจับกุม หรือกรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดทรัพย์ ถือว่าขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่ว่า กรณีผู้สมัครที่ได้รับการประกาศเป็นผู้สมัครแล้ว ภายหลังถูกจับและฝากขัง ยังไม่ได้รับการประกันตัว ตามกฎหมายยังถือว่าผู้สมัครรายนี้เป็นผู้สมัคร ไม่ถือเป็นลักษณะต้องห้าม เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน จนถึงวันที่ 8 ก.พ.2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนให้ได้ ยกเว้นผู้สมัครรายนั้นทำให้ตัวเองมีลักษณะต้องห้าม เช่น พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค แต่ยังมีกระบวนการตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการ ทั้งนี้ข้อเท็จจริงยังต้องรอดูต่อไป เมื่อถามว่ากรณีพรรคต้นสังกัดระบุทราบว่ายังมีผู้สมัครรายอื่นอีกที่อาจเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย โดยที่พรรคไม่ดำเนินการใดๆ สุดท้ายหากถูกจับพรรคการเมืองนั้นจะมีความผิดอะไรหรือไม่ นายแสวงตอบว่า ในการรับรองคุณสมบัติของผู้สมัคร ยังไม่มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม ดังนั้นวันนี้ยังถือเป็นผู้สมัคร“แสวง” รับจบให้มาด่า กกต.แทนเมื่อถามถึงกรณีกลุ่มนักวิชาการรวมตัวกันประกาศคว่ำบาตรพรรคการเมืองหนึ่ง นายแสวงตอบว่า ต้องดูว่าเป็นการใส่ร้ายทำให้พรรคการเมืองเสียหายหรือไม่ ถ้าใส่ร้ายก็ถือว่ามีความผิด ช่วงนี้อยู่ในช่วงเลือกตั้ง การจะไปคว่ำบาตรพรรคการเมืองต้องดูกฎหมาย ทั้งกฎหมายประชามติและกฎหมายเลือกตั้ง มีระบุในเรื่องของคำว่าใส่ร้าย และหากมีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง จะถือเป็นการหวังผลคะแนน หากประชาชนทำด้วยความรู้สึกไม่พอใจ หรือทำไปเพราะโกรธ อาจไม่มีความผิด แต่ไม่อยากให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น “หากอยากด่าพรรคการเมือง ก็มาด่า กกต.แทน เรารับได้อยู่แล้ว ด่าเลขาฯ กกต.ก็ได้”“อนุทิน” สักการะกรมหลวงชุมพรฯเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อไปสักการะพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณด้านข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร นายอนุทินกล่าวว่า เป็นนายกฯ มาหลายเดือนจนจะพ้นวาระแล้ว มีคนบอกว่าควรต้องไปไหว้ พอดีมีเวลาเลยลงมาสักการะเหน็บชาวโซเชียลแซะเลือก ภท.นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์กรณีมีการตั้งข้อสังเกตในโซเชียลว่าพรรคภูมิใจไทยดูแลกระทรวงคมนาคมมา 10 ปี หากจะเลือกอีกต้องรับความเสี่ยงว่า “ต้องดูว่าใครพูดเจตนารมณ์เป็นอย่างไร เห็นชื่อก็รู้แล้ว สื่ออย่าถามแบบนี้เลย ถามแบบนี้เหมือนถามเอาข่าวให้โต้เถียงกันไปมา สื่อก็รู้คำตอบว่าใครโพสต์ และทราบดีว่าการทำสิ่งเหล่านี้ทำเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ด้อยค่า การทำงานของผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ผมเชื่อในระบบที่ทำงานอยู่ และการดิสเครดิตไม่มีปัญหา เพราะจะดิสเครดิตได้หรือไม่ได้อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ” เมื่อถามย้ำว่าไม่กังวลประเด็นเหล่านี้ใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า “รำคาญมากกว่า แต่ทำอะไรไม่ได้ เมื่อรำคาญก็หายใจลึกๆ แผ่เมตตาไป ส่วนจะทนได้หรือไม่ก็ต้องมาวัดกัน” ทั้งนี้ระหว่างสักการะมีประชาชนที่มาไหว้บางคนถามหาคนละครึ่ง เพราะคราวที่แล้วเขาไม่ได้ จึงจะกลับไปบอกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ว่าถ้าเรามีโอกาสที่จะทำอีก ต้องขยายวงให้คนได้รับสิทธิประโยชน์ของเขาเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามว่าหากไม่ได้กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นเพียงพรรคร่วม จะผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัสต่อหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด“หนู” ตระเวนหาเสียงแถวบางกะปิต่อมาเวลา 16.00 น. ที่แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย พร้อม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ แกนนำพรรค ภท.ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร สส.กทม. หาเสียงเดินทักทายชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้าที่ขายของอยู่ มีบางคนเรียกร้องขอให้โครงการคนละครึ่งพลัสกลับมาอีก ก่อนขึ้นรถแห่ไปยังตลาดนัดรามคำแหง 68 และตลาดนัดมาร์เก็ตทูเดย์ มีประชาชนมาขอถ่ายรูปตลอดทาง ขณะที่นายอนุทินยืนบนเก้าอี้ทำมือเป็นเลข 37 และทำท่าพลัส ก่อนโบกมือให้กองเชียร์ที่ส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน นายอนุทินกล่าวถึงบรรยากาศการลงพื้นที่ว่า บรรยากาศดีมาก ประชาชนมีความเชื่อมั่น ที่บอกว่าหาเสียงแบบออร์แกนิกเพราะไม่มีป้ายไม่มีขบวนแห่ ทำให้พี่น้องประชาชนกล้าเข้ามาพูดคุย“ขิง” โว ภท.ตัวแทนอนุรักษ์นิยมใหม่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.กล่าวว่า ถ้าเป็น 5-10 ปีก่อน คงไม่เข้ามาพรรค ภท. แต่มาวันนี้พรรค ภท.มีพัฒนาการ ไม่เหมือนเดิม เป็นการเมืองที่เปิดกว้างให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน สิ่งสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นมาตลอดคือการพูดแล้วทำ ทุกประเทศมีการแบ่งความคิดกับจุดยืนใช้นำทางไปทางสังคมนิยม หรืออยู่กลางๆ เสรีนิยม หรือมาทางขวาคืออนุรักษ์นิยม ที่คนจะนำไปผูกกับความเก่าโบราณ แต่มองว่าอนุรักษ์นิยมในยุคใหม่คือเป็นผู้ที่เข้าใจโลก และปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่โลกสวย วันนี้พรรค ภท.เติบโตพัฒนาการมาเป็นพรรคที่เป็นตัวแทนประชาชน มีจุดยืนและความคิดที่เป็นแบบขวา แบบอนุรักษ์นิยม แต่เป็นอนุรักษ์นิยมที่มีการปรับตัวให้ทันสมัย หรือบางคนเรียกว่าเป็นอนุรักษ์นิยมที่มีความคิดก้าวหน้า“เท้ง” ลุยสกลนครขอเสียงนั่งนายกฯที่ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร นายณัฐพงษ์ เรือง ปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงให้นายภาสพล อุฬารกุล ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 2 ว่า หัวใจของพรรค ปชน.คือการสร้างประเทศไทยที่ไม่มีสีเทา เป็นประเทศไทยที่เท่าเทียมและเท่าทันโลก ความหมายโลโก้พรรค ปชน.คือการทำให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน สามเหลี่ยมหัวกลับคือการวางประชาชนไว้ข้างบน แต่ที่ผ่านมาเสียงของประชาชนไม่เคยอยู่ข้างบน เพราะประเทศไทยไม่เคยมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การเมืองแบบเดิมมุ่งเน้นรวบรวม สส. เพื่อแย่งชิงโควตารัฐมนตรี เข้าไปหาผลประโยชน์จากภาษีของประชาชน มากกว่าทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง พรรคยึดหลักพูดอย่างไรต้องทำอย่างนั้น วันที่ 8 ก.พ.นี้ ขอให้เลือกทั้งพรรคและผู้สมัครเขต สนับสนุนให้ตนเป็นนายกฯ คนที่ 33 มาเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง“ธนาธร” ลั่น ภท.มาที่ 1 ปชน.ฝ่ายค้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.เปิดเผยถึงกลยุทธ์การหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายว่า กลยุทธ์หนึ่งที่ถือเป็นไฮไลต์คือการกลับมาช่วยหาเสียงในประเทศไทยของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่กำลังหาเสียงอยู่กับคนไทยในสหรัฐฯ และยุโรป นายพิธาจะกลับมาช่วยพรรคหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย จัดเวทีใหญ่ในหลายจังหวัด รวมทั้ง กทม.สำหรับจุดยืนชัดเจนว่าหากผลการเลือกตั้งครั้งหน้าออกมา พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 พรรค ปชน.เป็นฝ่ายค้านเลย เพราะถือว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับวาระหรือสไตล์การทำงานของพรรคนั้น มากกว่า แต่ถ้าพรรค ปชน.ได้อันดับ 1 พรรคจะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เพราะเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมให้มีครั้งที่ 3 ที่มีการบิดเบือนเจตจำนงประชาชน และเชื่อว่าปัจจัยที่ไม่มี สว.มาขวาง จะทำให้เสียงของประชาชนได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริงพท.เดินหน้า 50 เขต 50 โรงพยาบาลที่โรงพยาบาลสวนเบญจกิติ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เข้าหารือทีมผู้บริหาร และบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลสวนเบญจกิติ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา (โรงพยาบาลโรงงานยาสูบ) ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย 50 เขต 50 โรงพยาบาล ยกเครื่องการบริการสาธารณสุขใน กทม. นายยศชนันกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นความสำคัญยกระดับสาธารณสุข จาก 30 บาทรักษาทุกที่ เป็น 30 บาท AI จะยกเครื่องแบบบูรณาการ จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนใน กทม. มีปัญหาเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขที่ยังไม่เพียงพอ การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีจะสร้างโอกาสให้ชาว กทม.เข้าถึงการรักษาที่ดี ให้บุคลากรทางการแพทย์มีกำลังใจ“ดร.เชน” ขึ้นสองแถวหาเสียงปากน้ำช่วงเย็นที่ จ.สมุทรปราการ นายยศชนัน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายประชา ประสพดี ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 7 แวะสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ จากนั้นเดินทางไปยังตลาดเอี่ยมเจริญ ช่วยนายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 3 หาเสียง มีประชาชนพ่อค้า แม่ค้า มอบดอกไม้และพวงมาลัย มีโอกาสพูดคุยกับคนขับรถกะป๊อและวินมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะซ้อนท้ายวินมอเตอร์ไซค์ และขึ้นรถสองแถวขอคะแนนกับผู้โดยสาร จนมาถึงลานหน้าห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง นายยศชนันให้สัมภาษณ์ว่า รอบนี้ขอเหมา 8 เขต จากการลงพื้นที่ทุกคนชื่นชอบนโยบาย และผู้สมัครไม่เคยทิ้งพื้นที่ ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์กับการพิสูจน์ตัวเองให้มากขึ้น เมื่อถามว่ามีรายงานว่าในรายชื่อ 10 ผู้สมัคร สส.ที่ดีเอสไอเตรียมเปิดเผยว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา มีผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย อยู่ด้วย นายยศชนันตอบว่า ไม่กังวล สำคัญที่สุดคือต้องดำเนินการตามกฎหมาย ตามกระบวนการยุติธรรม และพรรคตรวจสอบมาเป็นอย่างดีปลุกบึงกาฬประกาศชนะความจนที่โรงเรียนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยทีมผู้สมัคร สส.บึงกาฬ ได้แก่ นายภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ผู้สมัคร สส.เขต 1 น.ส.มลฤดี จันทร์แดง ผู้สมัคร สส.เขต 2 นายนิพนธ์ คนขยัน ผู้สมัคร สส.เขต 3 หาเสียง นายจุลพันธ์กล่าวปราศรัยว่า เชื่อมั่นว่าพรรคจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จุดแข็งคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หลานชายของนายทักษิณพร้อมจะทำนโยบายคนไทยไร้จน ประกาศชัยชนะความยากจนในปีนี้ ที่ จ.บึงกาฬพรรคเพื่อไทย เคยได้ยกจังหวัด แต่ครั้งที่แล้วพลาด เหลือแค่นายนิพนธ์คนเดียว วันนี้ขอให้เลือก สส.เพื่อไทยทั้งบึงกาฬ“ผู้กอง” ยันปม “ชนนพัฒฐ์” ไม่มีผลร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ทรัพย์สินของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส. และผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 4 พรรค กธ. ตกเป็นของแผ่นดิน 158 ล้านบาทว่า เป็นเรื่องทางการเมืองที่มีผู้สมัครจากหลายพรรคถูกดำเนินคดี มีข่าวว่าจะมีอีกหลายราย มองว่าเป็นเรื่องที่ดี ทุกคนจะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะคดีพนันออนไลน์ผิดกฎหมายไม่ว่าพรรคใด เมื่อถามว่ากรณีนายชนนพัฒฐ์อาจเป็นเกมการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ทำไมไม่ไปสอบถาม สส.ที่เพิ่งถูกจับกุมก่อนหน้านี้ นายชนนพัฒฐ์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เมื่อถามว่าจะส่งผลกระทบต่อการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่กระทบ สิ่งสำคัญคือการยอมรับของประชาชนในพื้นที่ ไม่ควรตัดสินกันล่วงหน้า“มาร์ค” เปิดแผน 90 วัน “ไทยหายจน”ช่วงสายที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมแคนดิเดตนายกฯพรรค คือ นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ ร่วมแถลงเปิดแผนปฏิบัติการ 90 วันแรก ทำอย่างไร ให้ไทยหายจน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมาไทยสูญเสียโอกาส พรรคจึงเสนอนโยบายไทยหายจน ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนวัดผลงานภายใน 4 ปี เศรษฐกิจไทยต้องเติบโตอย่างน้อย 5% ต้องปรับบทบาทภาครัฐและโครงสร้างไปพร้อมกัน เรามีแผนปฏิบัติการ 90 วันแรก ให้ไปถึงเป้าหมาย เปิดทางด้วยการลงทุน คน โครงสร้างพื้นฐาน และการต่างประเทศในเศรษฐศาสตร์เชิงรุก เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย ปฏิรูปปรับรื้อกฎหมายที่ซ้ำซ้อน ส่วนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เน้นการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ไม่ใช่ทำแค่ชิ้นส่วน รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น ส่งเสริมใช้พลังงานทางเลือก พลังงานสะอาดดัน “พร้อมเพย์”–ยกระดับเกษตรกรนายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกฯ กล่าวว่าพรรคย้ำผลักดันเศรษฐกิจโตให้ได้ 5% ภายใน 4 ปี โดยใช้ทรัพย์สินของรัฐ ไม่สร้างภาระงบประมาณคือ เปิดให้ประชาชน เอกชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐเพื่อใช้ในเชิงธุรกิจ ที่ดิน อาคารของรัฐ รวมไปถึงการเปิดให้เอกชนลงทุนกับรัฐ เช่น ไฟฟ้า ทำระบบการชำระเงิน หรือพร้อมเพย์ ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงระบบคมนาคม ยุทธศาสตร์ของพรรคจะยกระดับภาคการเกษตรให้เป็นอุตสาหกรรมอาหาร แปลงให้เกษตรกรจากผู้ขายเป็นผู้ถือหุ้น เจาะตลาดใหม่ทั่วโลกคน พปชร.โวยขอ “บิ๊กป้อม” คัมแบ็กวันเดียวกันที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กลุ่มผู้สมัคร สส.ประมาณ 10 คน อาทิ นายกิตติศักดิ์ ครุฑประเสริฐ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายศุภศิษฎิ์ สรภัสจิรพงศ์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี น.ส.ณัฐพร ฝาระมี ผู้สมัคร สส.นครพนม นายอิบรอเฮง โตะฮีแล ผู้สมัครสส.ปัตตานี นัดรวมตัวถามหาความชัดเจนการสนับสนุนผู้สมัครของพรรคในการหาเสียง ไม่มีผู้ใหญ่ของพรรคมาคุยกับผู้สมัคร รู้สึกเหมือนขาดเสาหลัก ไม่เหมือนยุค พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตอนเป็นหัวหน้าพรรค หากยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา และเรียกร้อง พล.อ.ประวิตรกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เป็นนักสู้ตัวจริง การหาเสียงไม่ได้แพ้ผู้สมัครอื่น แต่แพ้แกนนำพรรคที่ไม่มาช่วยจวก กก.บห.ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไปนายกิตติศักดิ์กล่าวว่า หลัง พล.อ.ประวิตรลาออก ผู้สมัคร สส.กำลังใจถดถอย ยังรออยู่ว่าผู้บริหารพรรคหรือแคนดิเดตนายกฯจะจัดกิจกรรม Kick-Off หาเสียงวันไหน นี่เหลืออีก 20 กว่าวันยังไม่ชัดเจน ปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า ขณะที่นายศุภศิษฎิ์กล่าวว่า ลักษณะเหมือนว่าได้เบอร์แล้วปล่อยทิ้ง ไม่มีการเรียกประชุมชี้แจงให้แนวทางหาเสียง ขนาดอยู่บ้านนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ยังทิ้งตนเลย ด้าน น.ส.ณัฐพรกล่าวว่า อยากให้การบริหารเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยลอยแพทิ้งกลางทาง กรรมการบริหารพรรคไม่ให้เกียรติผู้สมัคร ถ้าบริหารจัดการไม่ได้ก็ออกไป ขอลุงเรากลับคืนมา พวกเรายังรักลุงอยู่เหมือนเดิม“ลุงป้อม” ปิดประตูไม่หวนคืนเวทีผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมนายภัครธรณ์แจ้งว่าจะเดินทางมารับฟังข้อเสนอกลุ่มผู้สมัคร สส. และเป็นตัวแทนรับเรื่อง แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาไม่มีใครมา ขณะที่ พล.อ.ประวิตรเปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์เพียงสั้นๆว่า “จะไม่กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคแล้ว เพราะได้ลาออกไปแล้ว”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่