ตำรวจไซเบอร์ตามลากคอเพิ่มอีก 3 รายกลุ่มบัญชีม้าเครือข่ายแก๊งโรแมนซ์สแกมลวงรักออนไลน์ ใช้ภาพโปรไฟล์ชายหนุ่มหน้าตาดีแฝงตัวเข้ากลุ่มเฟซบุ๊กชาวเกษียณหาเพื่อนคุย เข้าไปตีสนิทเหยื่อเป็นหญิงโสดวัย 53 ปี หว่านคารมหยอดคำหวานหลอกให้รักก่อนชักชวนร่วมลงทุนร้านค้าออนไลน์ ตอนแรกลงเงินแค่หลักร้อยได้กำไรจริง เหยื่อติดกับหลงเชื่อเพิ่มเงินขึ้นเรื่อยๆไปถึงหลักล้าน สุดท้ายโอนไปทั้งหมด 56 ครั้ง รวมกว่า 10 ล้านบาท ได้ผลตอบแทนกลับมาเพียง 4 พันบาท พอเงินหมดก็ถูกตัดขาดการติดต่อจนรู้ตัวว่าถูกหลอกโร่เข้าแจ้งความ ตำรวจไล่เช็กเส้นเงินจนรู้ตัวผู้ร่วมขบวนการขอศาลออกหมายจับ 43 ราย จับได้แล้ว 13 ราย เร่งตามล่าตัวอีก30รายที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญา กรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานีอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต. วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 นำกำลังพร้อมหมายจับจากศาลอาญาพระโขนง เข้าจับกุม น.ส.วรรณวิษา หวานชะเอม อายุ 47 ปี ชาว จ.สระแก้ว นายดลวี สระสิทธิ์ อายุ 20 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี และนายจิตรารุวัฒน์ เครือจันทร์ อายุ 41 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน มิ.ย.67 มีผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 53 ปี เข้าร่วมกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะชื่อ “เกษียณรู้ใจ หาเพื่อนคุย เพื่อนกิน ชิวชิว” ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแก๊งโรแมนซ์สแกมใช้ภาพโปรไฟล์เป็นผู้ชายหน้าตาดี ติดต่อเข้ามาชักชวน พูดคุยเรื่องทั่วไปผ่านโปรแกรม Messenger ก่อนเปลี่ยนไปพูดคุยกันในแอปพลิเคชันไลน์ ต่อเนื่องทุกวัน ต่อมาผู้เสียหายเห็นว่าสัญญาณการติดต่อผ่านไลน์ไม่ค่อยดีเลยเปลี่ยนไปเป็นการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ มีการสอบถามแสดงความห่วงใยใส่ใจกันสม่ำเสมอเรื่อยมา ด้วยความที่ผู้เสียหายเป็นคนโสดใช้ชีวิตอยู่คนเดียวทำให้จิตใจหวั่นไหว อีกทั้งมิจฉาชีพใช้คำพูดเชิงจิตวิทยาหว่านล้อมให้ความหวังเป็นประจำ เช่น บอกว่าต้องการคนที่เชื่อใจไว้ใจได้พร้อมเดินไปด้วยกัน ในลักษณะหลอกให้รัก ต้องการที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความไว้ใจจากนั้นมิจฉาชีพเริ่มต้นชักชวนให้ผู้เสียหายหารายได้ทางออนไลน์ โดยส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแพลตฟอร์มชื่อ “LeLong” สอนให้สมัครสมาชิกเพื่อลงทะเบียนร้านค้าออนไลน์ ให้ถ่ายภาพบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่ออัปโหลดไปยังแพลตฟอร์มดังกล่าว พร้อมแนะนำวิธีการใช้งานและการนำสินค้าเข้าแพลตฟอร์ม ครั้งแรกมิจฉาชีพแจ้งว่ามีลูกค้าต้องการซื้อสินค้า ให้ผู้เสียหายโอนเงิน 473.14 บาทเพื่อนำเข้าออเดอร์ ปรากฏว่าได้กำไรจริงและสามารถถอนเงินออกมาได้ จากนั้นก็มีออเดอร์ของลูกค้าทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ มิจฉาชีพใช้เหตุผลต่างๆพูดจาหว่านล้อมให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน เพิ่มยอดสูงขึ้นเรื่อยๆไปจนถึง 2 ล้านบาทต่อครั้งแต่ละครั้งทางระบบจะแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารแตกต่างกันไป แม้ผู้เสียหายเกิดความสงสัย มิจฉาชีพก็อ้างว่าระบบมีลูกค้าจำนวนมากทำให้บัญชีที่รับโอนเต็มวงเงินจึงต้องมีหลายบัญชีในการรับโอน สุดท้ายผู้เสียหายโอนเงินไปทั้งหมด 56 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ได้รับผลตอบแทนกลับมาเพียง 4 พันกว่าบาท พอไม่สามารถหาเงินโอนไปให้ได้อีกแล้วสุดท้ายก็ถูกตัดขาดการติดต่อ จนรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีกับแก๊งมิจฉาชีพต่อมาชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.1 สืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินจนทราบตัวผู้เกี่ยวข้องที่กระทำผิดทั้งหมดในขบวนการ รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ 43 ราย ก่อนหน้านี้จับกุมไปแล้ว 10 ราย และครั้งนี้ตามจับเพิ่มอีก 3 รายเป็นผู้กระทำผิดในกลุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้า ประกอบด้วย น.ส.วรรณวิษา หวานชะเอม จับกุมได้ในพื้นที่ จ.สระแก้ว นายดลวี สระสิทธิ์ จับกุมได้ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และนายจิตรารุวัฒน์ เครือจันทร์ จับกุมได้ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เบื้องต้นสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.1 สอบสวนดำเนินคดี พร้อมออกตามล่าตัวเพื่อนร่วมขบวนการอีก 30 รายที่เหลือต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่