ตำรวจเดินเครื่องสอบคดีการตายของ “อดีตผู้กำกับโจ้” 2 ประเด็น 1.ฆ่าตัวตาย 2.ถูกทำให้ตาย เรียกภรรยาและแม่ยายให้ปากคำ ทนายความเผยให้ปากคำตั้งต้นการดำเนินคดี คดีอุ้มหาย “ผบก.น.2” เผยได้บันทึกกล้องวงจรปิดจากเรือนจำแล้ว ส่ง พฐ.ตรวจสอบว่าตัดต่อหรือไม่ ส่วนเลือดในห้องขังเป็นเลือดที่ไหลจากศพระหว่างชันสูตรหลังเสียชีวิต ยันตรวจสอบทุกประเด็นที่สังคมสงสัย ด้านกรมราชทัณฑ์สั่งย้าย “เผด็จ หริ่งรอด” รรท.ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม กลับไปทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา “ทวี สอดส่อง” ย้ำสั่งการราชทัณฑ์ให้ความร่วมมือตำรวจเต็มที่ กรณีกระแสข่าวอดีต ผกก.โจ้ โวยวาย หลังญาติเข้าเยี่ยมก่อนเกิดเหตุมีการบันทึกเสียงไว้จริง ส่งให้ตำรวจแล้ว สั่งปลัด ยธ.ตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบเข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายหรือไม่ พร้อมประกาศ ปฏิรูปการตรวจสอบการเสียชีวิตผิดธรรมชาติในเรือนจำ ให้เป็นไปตามระเบียบการชันสูตรพลิกศพกรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ นักโทษคดีใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตภายใน สภ.เมืองนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าตรวจสอบพบอดีตตำรวจคนดังใช้ผ้าขนหนูผูกคอเสียชีวิตสภาพนั่งในห้องขังหมายเลข 50 ตึกนอนแดน 5 เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อคืนวันที่ 7 มี.ค. หลังเกิดเหตุครอบครัวผู้กำกับโจ้ออกมาโวยว่า ก่อนหน้านี้ถูกผู้คุมทำร้ายร่างกายจนส่งหนังสือร้องเรียนมาแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ต่อมาผลการชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และฝ่ายนิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ออกมาตรงกันว่า ผู้กำกับโจ้เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจาก สน.ประชาชื่น เมื่อเวลา 10.25 น.วันที่ 12 มี.ค. น.ส.สิภชา หรือทราย แก่นสุวรรณ อายุ 28 ปี ภรรยาอดีตผู้กำกับโจ้ พร้อมมารดา (แม่ยายอดีตผู้กำกับโจ้) และนายวีรศักดิ์ นาคิน ทนายความ เข้าพบ พ.ต.อ.สัญญา อุบลวิรัตนา ผกก.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.ณัฐพล รัตน์สุภาพงศ์ สว. (สอบสวน) สน.ประชาชื่น เจ้าของคดี เพื่อให้ปากคำ มีรายงานความคืบหน้าการสอบสวนด้วยว่า พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น นัดหมายพนักงานอัยการไปเรือนจำกลางคลองเปรม สอบปากคำพยาบาลของเรือนจำคนตรวจสอบร่างอดีต ผกก.โจ้ ในวันเกิดเหตุ นอกจากนี้จะเรียกผู้คุม 2 คนและผู้ต้องขังที่อยู่ห้องใกล้เคียงมาสอบสวนอีก 4-5 ปากส่วนอดีตผู้คุมแดน 7 ที่มีข้อพิพาทกับอดีต ผกก.โจ้ ไม่ได้อยู่ในรายชื่อต้องสอบปากคำในคดีชันสูตรการตาย แต่จะเกี่ยวข้องคดีทำร้ายร่างกายซึ่งเป็นคนละส่วนกัน แต่จะสอบสวนควบคู่กันไป สำหรับภาพกล้องวงจรปิดภายในแดน 5 ที่อดีต ผกก.โจ้ ถูกคุมขัง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดมาแล้ว อยู่ระหว่างส่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบรายละเอียดว่าถูกตัดต่อหรือไม่เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ประสานแม่อดีต ผกก.โจ้ มาให้ข้อมูลร่วมกับพนักงานอัยการแล้ว แต่เนื่องจากยังอยู่ในอาการโศกเศร้า กอปรกับยังอยู่ในช่วงจัดพิธีศพจึงนัดหมายภายหลัง ส่วนประเด็นหยดเลือดในที่เกิดเหตุและผ้าขนหนูนั้น อยู่ระหว่างรอผลการตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน คาดว่าใช้เวลาตรวจสอบ 30 วันตามกรอบเวลา ส่วนแนวทางการสอบสวนตำรวจยังคงตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ 1.ฆ่าตัวตาย และ 2.ถูกทำให้ตายเหมือนเดิมต่อมาเวลา 12.35 น. น.ส.สิภชา แก่นสุวรรณ ภรรยาอดีตผู้กำกับโจ้พร้อมมารดาและนายวีรศักดิ์ นาคิน ทนายความ ออกจากห้องสอบสวนหลังเข้าให้การนาน 2 ชม. ระหว่างเดินออกจากโรงพักผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเรื่องอะไร ทนายความตอบแทนว่า มาให้ปากคำเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย เป็นการตั้งต้นทางคดี ส่วนประเด็นที่มาให้ปากคำขอสงวนไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากให้การพนักงานสอบสวนหมดแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน หากมีกำหนดการอะไรตนจะแจ้งให้ทราบภายหลังผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า กรณีมีกระแสข่าวว่า ก่อนหน้าอดีตผู้กำกับโจ้เสียชีวิตมีปากเสียงกับคนที่มาเยี่ยมหรือไม่ ทนายความกล่าวว่า ยังเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ ถามย้ำว่า มีการโวยวายจริงหรือไม่ ทนายความไม่ตอบ ผู้สื่อข่าวหันไปสอบถาม น.ส.สิภชา ว่าวันนั้นพูดคุยอะไรระหว่างเยี่ยม ภรรยาอดีตผู้กำกับโจ้ไม่ตอบรีบขึ้นรถทันที ก่อนผู้สื่อข่าวสอบถามทนายความทิ้งท้ายว่า วันที่ไปเยี่ยมครั้งสุดท้ายอัดเสียงสนทนาไว้หรือไม่ ทนายความกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ที่พนักงานสอบสวน ก่อนขึ้นรถออกไปที่ บก.น.2 เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 เผยว่า ช่วงเช้าตนไปร่วมหารือกับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางคลองเปรม เร่งรัดให้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องภายในเรือนจำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้คุมแดน 5 และแดน 7 แพทย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน ผู้ต้องขังที่เห็นเหตุการณ์และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสอบปากคำพยานไปแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังห้องใกล้เคียง นอกจากนี้ยังยกเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดต้นฉบับทั้งหมดของเรือนจำ ไม่เฉพาะวันเกิดเหตุแพ็กเรียบร้อยอยู่ในสภาพเดิมที่กรมราชทัณฑ์ส่งมาไปให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่า มีการแก้ไขดัดแปลงตัดต่อกล้องวงจรปิดหรือไม่ผบก.น.2 กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีคราบเลือดต้องสงสัยบนพื้นห้องขังอดีตผู้กำกับโจ้ เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบกล้องวงจรปิด ภาพนิ่ง ก่อนและหลังการชันสูตรพลิกศพแล้วพบว่า เป็นคราบเลือดที่เกิดจากการพลิกร่างขณะชันสูตรเบื้องต้น เนื่องจากก่อนเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจศพไม่พบคราบเลือด มาพบหลังชันสูตร ตรวจสอบแล้วไม่ใช่เลือดสดแต่เป็นของเหลวที่ไหลออกมาหลังการเสียชีวิตจากบาดแผลสัตว์กัดแทะไปเปื้อนพื้นห้องขัง ส่วนประเด็นมีปากเสียงหลังพูดคุยกับครอบครัวที่เข้าไปเยี่ยม อาจเป็นแรงกดดันให้จบชีวิต จากการสอบปากคำพยานขณะนี้ยังไม่พบความขัดแย้งหรือปัญหาครอบครัว ต้องรอรายงานผลสอบปากคำพยานทั้งหมด รวมถึงผลการตรวจกล้องวงจรปิดก่อน ส่วนคลิปบันทึกการสนทนาระหว่างญาติมาเยี่ยม ประสานขอคลิปจากเรือนจำแล้ว ถือเป็นวัตถุพยานต้องนำมาตรวจสอบพล.ต.ต.เจษฎากล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ต้องเข้าไปจำลองเหตุภายในเรือนจำด้วย ต้องให้ศพเล่าเรื่อง เพราะหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ไม่โกหก สำนวนการชันสูตรพลิกศพภายใน 30 วัน ต้องชัดเจนว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร หรือใครทำให้ตาย ต้องดูเจตนาผลกระทบที่อาจส่งผลต่อการเสียชีวิตด้วย ตำรวจติดตามกระแสข่าวและข้อสงสัยต่างๆที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียตลอด ยืนยันว่าสืบสวนทุกประเด็นมากกว่าที่สังคมสงสัยแน่นอน“ความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ แม้เป็นการฆ่าตัวตาย แต่หากถูกกดดันจากภายนอก ลดคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลก็เข้าข่ายความผิดแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงมือทำร้ายร่างกาย ส่วนการแจ้งข้อหาเป็นเรื่องของอัยการหรือคณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย” ผบก.น.2 กล่าวที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งที่ 70/2568 ลงวันที่ 12 มี.ค. มอบหมายให้นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไปปฏิบัติหน้าที่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม มีหน้าที่และอำนาจเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของเรือนจำกลางคลองเปรมอีกหน้าที่หนึ่ง และให้นายเผด็จ หริ่งรอด ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การลงโทษ แต่เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำกลางคลองเปรมมีประสิทธิภาพ ตลอดจนให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อกรณีการเสียชีวิตของ ข.ช.ธิติสรรค์ อุทธนผล และข้อกล่าวหาถูกผู้คุมทำร้ายร่างกายเป็นไปด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ เป็นธรรมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมต่อไปที่ บช.ปส. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เผยว่า ตนสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ให้ความร่วมมือกับตำรวจเร่งรัดให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วตรงไปตรงมา กรมราชทัณฑ์จะดูเรื่องการสอบสวนภายใน แต่การสืบสวนสอบสวนคดีการตายเป็นของตำรวจ ส่วนกรณีกระแสข่าวผู้คุมถ่ายคลิปผู้กำกับโจ้โวยวายสติหลุดขณะญาติมาเยี่ยม พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ปกติเรือนจำทุกแห่งจะบันทึกการสนทนาขณะญาติเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง หลักฐานทั้งหมดต้องถูกเก็บเป็นความลับ หากเป็นเหตุการณ์และมีหน่วยงานที่ต้องการใช้ตามกฎหมาย เราก็ให้ความร่วมมือ หากเป็นทนายความเข้าไปคุยกับผู้ต้องขังเกี่ยวกับคดี จะไม่มีการบันทึกการสนทนา“สำหรับภาพกล้องวงจรปิดสามารถเปิดให้ประชาชนดูได้หรือไม่ อยู่ที่พนักงานสอบสวน เพราะกรมราชทัณฑ์ส่งภาพกล้องวงจรปิดทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนแล้ว ในส่วนที่ตำรวจขอภาพวงจรปิดย้อนหลัง 1 สัปดาห์ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าติดขัดปัญหาตรงไหน ย้ำกับตำรวจไปแล้วว่า หากติดปัญหาส่วนไหนให้แจ้งมาทันที กรมราชทัณฑ์ยินดีให้ความร่วมมือ” รมว.ยุติธรรม กล่าวกรณีพนักงานสอบสวนกล่าวว่า ขณะเข้าไปพบศพไม่ได้อยู่ในสภาพแขวนคอแล้ว ยากต่อการชันสูตร พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องปฏิรูปทั้งหมด เพราะตามระเบียบเจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพเท่านั้นที่แตะศพได้ ยกเว้นกรณีช่วยเหลือก่อนเสียชีวิต การเข้าไปต้องรอให้ครบ 4 หน่วย กรณีนี้มองว่ากว่าจะได้เข้าไปล่าช้า ต้องดูเหตุผลว่า ทำไมพอเป็นเวลากลางคืนแล้วช้า ตนไม่ปล่อยให้ทำลายพยานหลักฐาน ส่วนการสอบ ผบ.เรือนจำและผู้คุมขณะนี้กำลังเร่งรัด ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นหัวหน้าคณะตรวจสอบว่าเข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายฯหรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่