พญ.ณัฐินี อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง กทม. เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ยกเลิกสัญญากับคลินิกชุมชนอบอุ่น และขณะนี้อยู่ระหว่างการเชิญชวนคลินิกเอกชนให้มาเข้าร่วมในระบบหลักประกันสุขภาพนั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ได้มีประชาชนมารับบริการที่ศูนย์มากขึ้น 50% จากเดิม 156 ราย/วัน เพิ่มเป็น 240 ราย/วัน ซึ่งเมื่อมีปริมาณผู้รับบริการมากขึ้น ทางศูนย์ได้เชิญแพทย์ที่เกษียณแล้วและเภสัชกรมาให้บริการเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้ทุกคน โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มาจะเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จากเขตดินแดงและเขตใกล้เคียงด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช.ขับเคลื่อนระบบบริการปฐมภูมิรูปแบบใหม่ “รักษาปฐมภูมิทุกที่ ในเครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่น”ที่นำร่องในพื้นที่ กทม. เริ่มวันที่ 1 พ.ย.63 นั้น ตามนโยบายนี้ หน่วยบริการจะมีทั้ง “หน่วยบริการปฐมภูมิ” และ “หน่วยบริการร่วม” โดยมีศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และโรงพยาบาลที่เป็นหน่วยบริการประจำ ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการแม่ข่าย ซึ่งในส่วนหน่วยบริการปฐมภูมิจะมีประชากรที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 8,000-10,000 คนเช่นเดิม แต่ประชากรเหล่านี้จะเข้ารับบริการที่หน่วยบริการปฐมภูมิใดก็ได้ในเครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่นเดียวกัน ซึ่งคลินิกจะได้รับค่าใช้จ่ายตามผลงานที่บริการจริง ทั้งนี้ หากสิ้นปีงบประมาณเหลือ สปสช. ก็จะกระจายเงินก้อนนี้กลับไปยังหน่วยบริการทั้งหมด ส่วนการส่งต่อผู้ป่วยในรูปแบบใหม่นี้ สปสช.จะจัดหาโรงพยาบาลรับส่งต่อให้ โดยแบ่งกลุ่มโรงพยาบาลตามโซนของ กทม. 6 พื้นที่ ทำให้หน่วยบริการมีโรงพยาบาลรับส่งต่อเพิ่มเติม และในกรณีที่เตียงโรงพยาบาลในหน่วยบริการเต็ม สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลทุติยภูมิ ตติยภูมิ หรือข้ามเขตได้ ทำให้การส่งต่อผู้ป่วยรวดเร็วขึ้นนพ.ศักดิ์ชัยกล่าวว่า ส่วนที่กังวลว่าการเปิดให้เข้ารับบริการปฐมภูมิทุกที่ในเครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่น อาจทำให้เกิดที่ซ้ำซ้อนได้นั้น สปสช.ขอย้ำว่าการเข้ารับบริการของผู้ป่วยที่หน่วยบริการทุกครั้ง ผู้ป่วยต้องใช้บัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนและการเข้ารับบริการ ซึ่งจะมีการเชื่อมต่อข้อมูลกันในเครือข่ายบริการ ทำให้ทราบว่าผู้ป่วยเข้ารับบริการที่หน่วยบริการใดบ้าง จะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้.