นับแต่โครงการ “รุกข มรดกของแผ่นดินใต้ร่มพระบารมี” เกิดขึ้น ได้ขยายผลไปในหลายจังหวัด...!เจ้าภาพโครงการนี้ กระทรวงวัฒนธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษาจากนั้นจึงลงมือสืบค้น “ต้นไม้ใหญ่” ของแต่ละจังหวัดที่มีตำนานเรื่องเล่า ความเชื่อความผูกพันกับชุมชน สื่อให้เห็นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมพื้นถิ่น เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นมรดกล้ำค่าของชาติจ.สุโขทัย คัดเลือกได้ “ต้นทุเรียนยักษ์พันธุ์จระเข้” อายุกว่า 200 ปี ในพื้นที่บ้านห้วยตม ม.7 ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ทุเรียนตะเข้” มีเพียงต้นเดียวในประเทศไทย โดย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เดินทางไปเป็นประธานเปิดตัวต้นไม้ทรงคุณค่าแก่การเป็น “รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี” ต้นนี้ อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาขณะนี้ “ทุเรียนยักษ์พันธุ์จระเข้” ต้นนี้ อยู่ในความดูแลของ นายสวัสดิ์ จันทร์สี อายุ 59 ปี ชาวบ้านห้วยตมเล่าสืบต่อกันมาว่า บรรพบุรุษเป็นผู้พบเห็นขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาหลังจากเห็นทุเรียนตกอยู่ใต้ต้น มีลักษณะเป็นพูยาวคล้ายหลังจระเข้ เมื่อนำมาแกะกิน พบว่ามีเนื้อในหนาสีเหลือง มีกลิ่นหอม รสชาติหวานมัน อร่อยถูกปาก มีเมล็ดสมบูรณ์ดีอยู่เพียง 2 เมล็ด นอกนั้นลีบหมด จึงนำเมล็ดกลับมาปลูกที่บ้านห้วยตม ปัจจุบันเจริญเติบโตเหลืออยู่เพียงต้นเดียว ตั้งชื่อตามรูปพรรณสัณฐานว่า “ทุเรียนพันธุ์จระเข้” และในที่สุดได้กลายเป็น 1 ใน 63 ต้น รุกข มรดกของแผ่นดิน จากทั่วประเทศในขณะที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้รวบรวมประวัติและเรื่องราวต้นไม้ในสถานที่ต่างๆจากทุกภูมิภาค จำนวน 63 ต้น เทียบเท่ากับพระชนมายุของพระองค์ท่าน จัดทำเป็นหนังสือเรื่อง “รุกข มรดกของแผ่นดิน”นี่แหละบทสรุปแห่งต้นทุนด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ช่วยดึงดูดให้ผู้คนไปสัมผัสไม่ขาดสาย...!พิษณุ ล้อมวงษ์โสภณ