วังตั้งแต่มีข่าวจะรวม “วังเทเวศร์” ซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของ ทายาท ราชสกุลกิติยากร สมัย หม่อมเจ้า นักขัตร มงคล (พระราชบิดาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งต่อมา ม.จ.นักขัตรมงคล ได้รับสถาปนาเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) ให้กลับคืนเป็นผืนเดิมเหมือนในอดีต ทำให้ต่างคนที่ต่างรู้ต่างเล่า ความเป็นมา และ ความจะเป็นไป จนเกิดความสับสนว่า “เรื่องจริงเป็นอย่างไร”—โสมชบา จึงถูกขอให้ลำดับเรื่องราว ซึ่งก็ยาก แต่ก็น่าจะไม่ผิดนักประวัติวังเทเวศร์ ก็ทราบแล้วว่าเป็นที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ พระโอรสใน รัชกาลที่ 5 แต่หลังจาก กรมพระจันทบุรีฯ สิ้นพระชนม์ พระชายา คือ ม.จ.หญิงอัปศรสมาน กิติยากร ก็ชวน พระยาอนิรุทธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ) ซึ่งตอนนั้นจำต้องขาย บ้านบรรทมสินธุ์ (หรือบ้านพิษณุโลก) ที่ได้รับพระราชทานจาก รัชกาลที่ 6 ให้รัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในราคา 500,000 บาท ให้มาอยู่ด้วยกัน โดยแบ่งขายพื้นที่ส่วนหนึ่ง ราวๆ 6 ไร่ ให้ พระยาอนิรุทธฯ ซึ่งมี ตำหนักใหญ่ ที่เรียกว่า เทวา มานอร์ อยู่ในที่ดิน--ซึ่ง คุณหญิงเฉลา ภริยาของ พระยาอนิรุทธเทวา เคยเล่าให้หลานๆฟังว่า ตอนย้ายเข้าไปเพิ่งเสร็จงานพระศพ กรมพระจันทบุรีฯ ตำหนักใหญ่ยังมีพวงหรีดอยู่เต็มเลยในพื้นที่ที่แบ่งขายให้ นอกจาก ตำหนักใหญ่ ยังมี ตำหนักน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา และ บ้านตึก 2 ชั้น ซึ่งเดิมเป็น เรือนหอ ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (พระองค์วรรณ) ซึ่งเสกสมรสครั้งแรก กับ ม.จ.หญิงพิบูลเบญจางค์ กิติยากร พระธิดา กรมพระจันทบุรีนฤนาท กับ ม.จ.หญิงอัปศรสมาน (ม.จ.หญิงพิบูลเบญจางค์จึงเป็นขนิษฐาของ ม.จ.นักขัตร มงคล) ซึ่งเรือนหอสร้างไว้สวยสวีตมาก ปั้นรูปหัวใจไว้ที่ราวบันได--ต่อมา กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ เสกสมรสใหม่กับ หม่อมพร้อยสุพิณ วรวรรณ ณ อยุธยาสำหรับ “เพื่อนบ้าน” คือ พระยาอนิรุทธเทวา กับ คุณหญิงเฉลา มีบุตรธิดา 3 คน คนโต ชื่อ งามเฉิด สมรสกับ เตียบ สุจริตกุล มีบุตร คือ ติรวัฒน์ และ งามโฉม คนที่สอง คือ คุณหญิงงามฉลวย สมรสกับ ศ.นพ.ดนัย บุนนาค มีบุตรชาย คือ ดนุช บุนนาค คนที่สาม คือ พล.อ.เฟื่องเฉลย สมรสกับ ม.ร.ว.วิมลโพยม สวัสดิวัตน์ มีบุตรธิดา 3 คน คือ เทวานุวัฒน์–แพรวโพยม–พันเอกเฟื่องวิชช์--หลัง พระยาอนิรุทธเทวา ถึงอนิจกรรม คุณหญิงเฉลา ภริยา ก็ได้แบ่งมรดก คือที่ดินแปลงนี้ให้ลูกๆ 3 คน คือ คุณงามเฉิด และ คุณหญิงงามฉลวย ซึ่งในชั้นนี้โอนเรียบร้อยแต่มรดกส่วนที่เป็นของลูกชายคนสุดท้อง คือ พล.อ.เฟื่องเฉลย นั้น คุณหญิงเฉลา ได้ใส่ชื่อผู้รับมรดกไว้ 4 คน คือ พล.อ.เฟื่องเฉลย กับลูกๆของ พล.อ.เฟื่องเฉลย คือ เทวานุวัฒน์, แพรวโพยม, พันเอกเฟื่องวิชช์ (รวมเป็นมีทายาทมรดก 4 คน) แต่เพราะ ยังไม่มีการโอน จึงเกิดปัญหาที่ทุกคนตกลงกันไม่ได้ ว่าใครจะได้อะไร--แต่คนอื่น ส่วนใหญ่จะคิดว่า คุณแซม–เฟื่องวิชช์ คือเจ้าของ เพราะเห็นเป็นคนบรรยายเรื่องราว และพาชมตำหนักใหญ่ ส่วน คุณเจี๊ยบ–เทวานุวัฒน์ ซึ่งพักอยู่บ้านริมน้ำ ซึ่งสภาพทรุดโทรมน้ำท่วมทุกปี (มองจากสะพานพระราม 8 เห็น) ไม่มีบทบาทอะไรนอกจากนั้นยังมี มรดก อีกบางส่วน ที่มีการฟ้องว่าเป็น พินัยกรรมปลอม และยืดเยื้อมาสิบกว่าปี แต่ล่าสุดมีข่าวว่าพิสูจน์แล้วว่า เป็นพินัยกรรมจริง ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะต้องตั้งผู้จัดการมรดกมาจัดสรรตามพินัยกรรม และจะทำให้ คุณเจี๊ยบ–เทวานุวัฒน์ ซึ่งเป็นที่รู้ในหมู่ญาติว่าเป็น ลูกพ่อ (พล.อ.เฟื่องเฉลย) ได้มรดกส่วนใหญ่ (แต่ คุณแซม–เฟื่องวิชช์ ซึ่งเป็นลูกแม่ (คุณหญิงวิมลโพยม) ก็ได้ที่ดินคอกม้าแถวบางนา มูลค่าสองร้อยล้าน จากมารดาไปก่อนนี้แล้ว)--แต่ในที่สุดน่าจะจบสวย และหากมีการซื้อที่ดินแปลงนี้ เพื่อรวมเป็นผืนเดียวกับวังเทเวศร์เหมือนในอดีต บรรดา ทายาทพระยาอนิรุทธเทวา ก็จะรวยทุกคน.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม