มีรถยนต์บางคันที่ความประทับใจเกิดขึ้นทันทีที่เห็น และมีรถยนต์บางคันที่ความประทับใจนั้นค่อยๆเติบโตขึ้นตามระยะทาง “เบนท์ลีย์” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแรกอย่างไม่ต้องสงสัยแต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือคำถามที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น นั่นคือ เมื่อรถถูกส่งมอบและเสียงประตูปิดลงเบาๆแล้ว อะไรคือสิ่งที่จะทำให้ความ รู้สึกพิเศษในวันแรกยังคงอยู่ไปอีกนานหลายปีสำหรับรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความประณีตในทุกตารางนิ้ว การดูแลหลังการขายจึงไม่ใช่เรื่องปลายทาง หากเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวตั้งแต่ต้น และนี่คือบริบทที่ทำให้ “เบนท์ลีย์ แบงค็อก” ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยในเครือ “เอเอเอส กรุ๊ป” ได้นำเสนอ “Beyond Diamond Programme” เอกสิทธิ์การบริการและการดูแลหลังการขายแบบเหนือระดับภายใต้มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต เพื่อเฉลิมฉลองในวาระ 40 ปีทองในการทำตลาดประเทศไทย แนวคิดของโปรแกรมไม่ได้ซับซ้อน เพียงแต่ครอบคลุมสิ่งที่เจ้าของรถระดับนี้คาดหวังว่าจะได้รับตลอดเส้นทางการครอบครอง ตั้งแต่การบำรุงรักษาตามระยะ การรับประกัน ไปจนถึงการคุ้มครองด้านประกันภัย โดยแบ่งออกเป็น 4 ทางเลือกภายใต้ชื่อ Diamond Service, Diamond Trust, Diamond Plus และ Diamond ProtectionDiamond Service รองรับการใช้งานที่แตกต่างกันด้วยแพ็กเกจ Light Usage และ Regular Usage พร้อมระยะเวลา 3 หรือ 5 ปี, ส่วน Diamond Trust เปิดทางให้ต่อการรับประกันจากโรงงานได้อีก 1 หรือ 2 ปี สำหรับผู้ที่ต้องการให้ทุกอย่างรวมอยู่ในแพ็กเกจเดียว, Diamond Plus เป็นทางเลือกที่รวมบริการบำรุงรักษาและการต่อการรับประกันเข้าด้วยกัน และ Diamond Protection เติมมิติของประกันภัยชั้น 1 และทุนประกันตามเงื่อนไขที่กำหนดพร้อมกันนี้ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้มีการปรับราคาของรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นใหม่ทั้งไลน์ โดย Bentayga เริ่มต้นที่ 14.9 ล้านบาท Flying Spur ที่ 16.3 ล้านบาท และ Continental GT ที่ 17.6 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ตัวเลขอาจเป็นสิ่งแรกที่สะดุดตา แต่สิ่งที่น่าพิจารณากว่าคือสิ่งที่อยู่ถัดจากตัวเลขเหล่านั้น รถยนต์รุ่นที่ใช้ระบบไฮบริดมาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ขณะที่การรับประกันจากโรงงานและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงมีระยะเวลา 3 ปี และสามารถเลือกต่อการรับประกันได้สูงสุด 4 ปีนี่คือรายละเอียดที่อาจไม่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายของรถ ไม่ได้ทำให้รถดูเร็วขึ้น และไม่ได้เพิ่มความเงางามให้กับตัวถัง แต่กลับมีความสำคัญในวันที่รถถูกใช้งานจริง ในวันที่ต้องเดินทางไกล ในวันที่ต้องออกจากบ้านแต่เช้า หรือแม้แต่ในวันที่สิ่งที่เจ้าของต้องการที่สุดคือการรู้ว่าทุกอย่างยังอยู่ในการดูแลของคนที่เข้าใจรถคันนั้นเรื่องราวนี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ในปี 2529 จากธุรกิจดูแลรักษารถยนต์ระดับบน ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทน จำหน่ายเบนท์ลีย์ในประเทศไทยในปี 2533 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในปี 2538ตลอดเส้นทางกว่า 40 ปี สิ่งที่สะสมจึงไม่ใช่เพียงจำนวนปี หากเป็นประสบการณ์ในการดูแลรถยนต์ที่ต้องการความละเอียดในระดับสูง ทั้งเครื่องมือสำหรับตรวจสอบและวิเคราะห์รถเบนท์ลีย์โดยเฉพาะที่นำเข้าจากโรงงาน อะไหล่แท้ และบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง เมื่อมองย้อนกลับไป “Beyond Diamond Programme” จึงมีความหมายมากกว่าโปรแกรมหลังการขายชุดหนึ่ง มันคือการนำประสบการณ์ที่สั่งสมมานานมาวางไว้ในรูปแบบที่จับต้องได้ และยังเป็นการตอบคำถามสำคัญของรถยนต์ระดับลักชัวรีว่า จะทำอย่างไรให้ความรู้สึกพิเศษไม่ได้หยุดอยู่เพียงวันที่รับรถ!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม