ปี 2569 ถือเป็นกำหนดครบรอบ 72 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับอิสราเอล ซึ่งในโอกาสนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย จึงดำเนินการเริ่มจัดกิจกรรมแรกเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการสร้างโรงเรือนและปรับปรุงระบบน้ำเพื่อการเกษตร ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงบ้านสวนเมอร์ซี่ ถนนกรุงเทพกรีฑา กรุงเทพมหานคร ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (บ้านเมอร์ซี่) ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาเยียวยาเด็กและเยาวชน ส่วนใหญ่เป็นผู้ด้อยโอกาส มีภูมิหลังที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะยากจน มาจากครอบครัวที่เปราะบาง หรือต้องการความสนับสนุนด้านการศึกษาและกำลังใจสถานที่แห่งนี้เด็กๆได้เรียนรู้ทักษะชีวิตด้านเกษตรกรรม สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง อยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิ และดำเนินชีวิตภายใต้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร โดยโครงการบ้านสวนเมอร์ซี่เริ่มต้นเมื่อปี 2549 ภายใต้การดูแลของโจเซฟ เอช ไมเออร์ บาทหลวงชาวอเมริกันสถานเอกอัครราชทูตเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจ ว่าเป็นพื้นฐานหลักของสังคมที่เข้มแข็งและเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม จึงริเริ่มโครงการความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมถึงจัดกิจกรรมหลากประเภททั้งด้านการศึกษา สังคมและบันเทิง เพื่อสนับสนุนศูนย์เมอร์ซี่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสองทศวรรษ ในปีนี้สถานเอกอัคร ราชทูตอิสราเอลฯ ได้ปรับปรุงระบบน้ำหยดให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม พร้อมกับสร้างโรงเรือนให้อีกหนึ่งหลัง เพื่อให้การปลูกผักสวนครัวดำเนินไปได้ตลอดปี มีการจัดการระบบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันพืชผักสวนครัวจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลานางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัคร ราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือนี้สะท้อนความเชื่อของอิสราเอลที่ว่าการศึกษาคือเครื่องมือที่สร้างความเข้มแข็งให้เด็กๆ จากการใช้นวัตกรรม และสร้างทักษะจากการลงมือทำ หวังว่าการแบ่งปันความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร จะช่วยบ่มเพาะให้สมาชิกบ้านสวนเมอร์ซี่มีความมั่นใจและรู้จักพึ่งพาตนเองโครงการนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันแท้จริงยั่งยืนระหว่างอิสราเอลและประเทศไทยที่มีมาตลอด 72 ปี โดยตั้งอยู่บนความหวังที่เรามีร่วมกันต่อบุตรหลานของเรา.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม