ถึงวันที่ผมเขียนคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลกรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพในขณะนี้ ผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งโลกมีมากถึง 257 ล้านคน ตายไปแล้ว 5.16 ล้านคน ใครจะนึกเล่าครับว่าโควิด-19 จะคร่าชีวิตมนุษย์เกิน 5 ล้านคน และเป็นหนึ่งความหายนะครั้งใหญ่ของมนุษยชาติผมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 3 เข็ม เพราะคาดว่าโควิด-19 ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่องไปอีกนาน ที่น่าตกใจคือรัสเซีย ตอนนี้มีคนติดเชื้อใกล้จะถึง 10 ล้านคน ตายไปแล้ว 2.6 แสนคน ดูจากคลิปและไลฟ์สดที่ส่งมาจากรัสเซีย พบว่าคนที่นั่นไม่นิยมสวมหน้ากากอนามัย ใครใส่ก็ดูเป็นคนแปลก แม้จะมีกฎหมายบังคับ แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล เป็นเพราะมีการกำหนดว่าต้องโชว์ใบรับรองการฉีดวัคซีนก่อนการเข้าไปสถานที่สาธารณะ ทำให้มีใบรับรองการฉีดวัคซีนปลอมขายกันเกลื่อนกลาดดาษดื่น พอมีการจับกุมขึ้นมา ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงหันมาโชว์ใบรับรองการฉีดวัคซีนจริง ทว่ามีการฉีดปลอมการฉีดปลอมก็คือ มีการเข้าไปใช้บริการจริง แต่ขอให้แพทย์ฉีดวัคซีนเข้าไปในผลส้ม หลังจากนั้นแพทย์ก็จะออกใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มให้ เมื่อมีใบนี้แล้วก็สามารถเดินทางด้วยรถไฟ เครื่องบิน หรือเข้าไปในสถานที่ราชการและสถานที่อื่นได้ เรื่องนี้อันตรายมาก เพราะเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าฉีดจริงหรือไม่ และนี่คือสาเหตุที่ทำให้คนรัสเซียเสียชีวิตกันมากผมคุยกับหัวหน้าสำนักข่าวของทางรัฐบาลรัสเซีย ได้รับข้อมูลว่า หลังจากประชาชนส่วนหนึ่งมีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงเสียชีวิตจากโควิด-19 จึงเกิดความกลัว คนที่ยังไม่เคยฉีดก็รีบไปหาสถานที่ฉีด ส่วนพวกที่มีใบรับรองว่าฉีดแล้ว (แต่ฉีดเข้าผลส้ม) ก็จะกลับไปขอฉีด ทว่าไม่สามารถจะฉีดได้เพราะตนมีใบรับรองว่าฉีดครบ 2 เข็มหรือ 3 เข็มแล้วผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ประจำภาคพื้นยุโรป ท่านเตือนว่า ภายในเดือนมีนาคม 2565 อาจจะมีคนยุโรปเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 5 แสนคน เพราะสภาพเศรษฐกิจในทวีปยุโรปตกต่ำย่ำแย่กันถ้วนหน้า หลายประเทศจึงยอมเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกได้ง่ายขึ้น ทำให้ในปัจจุบันมีอัตราการติดเชื้อในหลายประเทศสูงสุดตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปี พ.ศ.2563เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าโควิด-19 แพร่ระบาดได้ง่ายขึ้นในสภาพอากาศหนาว อากาศหนาวทำให้ตัวกลายพันธุ์เดลตาแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น องค์การอนามัยโลกพยายามออกประกาศเตือนและรณรงค์ให้มีการสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งไม่ปฏิบัติตามมีข้อถกเถียงในสังคมยุโรปด้านประเด็นทางกฎหมายและสังคม หลายกลุ่มประท้วงว่าการบังคับให้ฉีดวัคซีนเป็นการจำกัดเสรีภาพ แต่รัฐบาลของบางประเทศยอมที่จะถูกประท้วงและกำลังพิจารณาจะออกกฎหมายว่าด้วยการบังคับต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่กำลังเป็นข่าวว่าจะออกกฎหมายบังคับฉีดคือออสเตรีย ออสเตรียเป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งมีการแพร่ระบาดสูงที่สุดตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปีที่แล้วขณะนี้โฆษณาของบริษัททัวร์ไปยุโรปออกมาเกลื่อนโซเชียลมีเดีย ขอฝากไว้เป็นข้อพิจารณาสำหรับท่านที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในทวีปยุโรป ว่าการเดินทางในปัจจุบันไม่ปลอดโปร่งโล่งสบายเหมือนการเดินทางไปท่องเที่ยวก่อนการระบาดของโควิด-19 เพราะหลายประเทศเริ่มหันกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ แทนที่จะสนุกสนาน กลับถูกจำกัดการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยวก็ปิด ร้านอาหารภัตตาคารก็ปิด อย่างเนเธอร์แลนด์นี่ประกาศล็อกดาวน์ 3 สัปดาห์ คนเนเธอร์แลนด์ที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนออกมาประท้วงและปะทะกับเจ้าหน้าที่จนถึงขั้นเกิดการจลาจล มีคนบาดเจ็บเรียนย้ำซ้ำอีกรอบครับ ว่าการไปท่องเที่ยวทวีปยุโรปในฤดูหนาวนี้ อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เสียความรู้สึก เสียเงิน รวมถึงเสียชีวิต.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com