เจอความท้าทายใหม่ๆให้ได้พิสูจน์ฝีมือกันอีกแล้ว สำหรับ แชมป์ ชนาธิป โพธิ์ทองคำ นักแสดงหนุ่มจากละคร “ยิหวาดาตัง” ทางช่อง 3 ยอมรับเป็นบทดราม่าที่ยากที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา พร้อมอัปเดตความหวานกับ แซมมี่ เคาวเวลล์ คบกัน 2 ปี รักแฮปปี้สุดๆยังไม่มีแพลน แต่งงานเร็วๆนี้ มีทริปพาเข้าป่า ไม่คิดฝ่ายหญิงจะมีโหมดสายลุยขนาดนี้...ละครเรื่องนี้ตื่นเต้นท้าทายขนาดไหน “เรื่องนี้เป็นบทยากที่สุดในชีวิตผมตั้งแต่เล่นละครมาเพราะว่าดราม่าค่อนข้างเยอะ ด้วยความที่เราเป็นเด็กผู้ชายที่ตั้งแต่เด็กเลยเราร้องไห้ไม่เป็น การเล่นดราม่าต้องร้องไห้มันค่อนข้างยากแต่มาเล่นดราม่ามีฉากร้องไห้ค่อนข้างเยอะ มันมีความเสียใจ ผิดหวังเยอะมากเพราะเป็นตัวละครที่คิดไม่รอบคอบ เป็นคนมุทะลุ ทำอะไรไม่คิดว่ามีผลกระทบตามมา มีความยากเพราะช่วงนั้นเป็นเราต้องดูแลคุณพ่อและคุณพ่อก็เสียชีวิตตอนถ่ายละครด้วย มีหลายๆอย่างที่เข้ามากวนสมาธิเรา จิตใจตอนนั้นไม่นิ่งแต่ก็ผ่านมาได้”เป็นสายบู๊น่าจะเป็นบทที่คุ้นเคย“เรื่องบู๊ชิลมากเพราะผมเล่นบู๊มาเยอะ มาเล่นบู๊เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยแตกต่างกับเรื่องอื่นๆที่เคยเล่นมา ฟันดาบ ต่อยมวย เป็นแนวแฟนตาซี ปล่อยคาถาเราก็เล่นมาแล้ว อุปสรรคบู๊เรื่องนี้อย่างเดียวเลยเราไม่สามารถใส่รองเท้าได้ ยิ่งถ่ายในป่าเหยียบหิน เหยียบตอไม้ ยิ่งเป็นฉากวิ่งหนียากมากสำหรับผม วิ่งยังไงให้เหมือนเราวิ่งบนพื้นราบโดยไม่สะดุดอะไร ได้บาดแผลทุกวัน ส่วนใหญ่ที่ได้แผล เคยวิ่งแล้วไปเหยียบอะไรแหลมๆ มันจะเจ็บไปหลายเดือนเลย จะเป็นรอยช้ำเหมือนอะไรทิ่มที่เท้าตลอดเวลา” พอมีบทต้องร่ายคาถาเห็นว่าแชมป์จะต้องขอขมาทุกครั้ง“ใช่ๆ บางครั้งเรารีบก็จะลืมบ้าง ที่เชื่อเรื่องนี้เพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนทักผมว่าโดนของ ตอนถ่ายเรื่องพี่นาคและมาถ่ายนางนาคของช่อง 3 เพราะมีบางคาถาที่มันแรงมาก มันติดอยู่ในหัวเราไม่ออกไป ผมรู้สึกว่ามันไม่ปกติ ทำไมดวงผมตกนานจังมีเรื่องอะไรเข้ามาเยอะแยะไม่หยุดหย่อนเสียที ด้วยความเราเป็นเด็กวิทยาศาสตร์กว่าเราจะเชื่อ กว่าเราจะไปแก้ไข ทิ้งเวลาค่อนข้างนาน เรารู้สึกมันจริงเหรอ จนรู้สึกทำไปไม่เสียหายอะไร ผมจะขอขมาแทบทุกครั้งจะพูดไปแค่ละครไม่เกี่ยวชีวิตจริง ไม่ต้องตามมายุ่งอะไรกับชีวิตผมนะ อย่าตามมานะ ด้วยโลเกชันไม่ใช่ในเมืองเป็นป่า และบางป่าไม่ใช่ทุกกองมาถ่ายที่นี่ บรรยากาศค่อนข้างแปลกไปนิดนึง” กับธรรมชาติป่าเขาแชมป์น่าจะคุ้นชินนะท่องเที่ยวเข้าป่าตลอด“ปกติเที่ยวป่าเราไปแนวรักษ์ป่า ศึกษาธรรมชาติ แต่มาเรื่องนี้เราต้องไปท่องคาถาอะไรก็ไม่รู้ เราไม่รู้ความหมายทุกคำในนั้นเราไม่รู้จะมีอะไรตามมาหรือเปล่า” ช่วงสิ้นปีแชมป์ไปขับมอเตอร์ไซค์อเมริกาเป็นยังไงบ้าง“จริงๆ มอเตอร์ไซค์เป็นความฝันของผมอยู่แล้ว เมื่อก่อนผมขับมอเตอร์ไซค์จริงจังเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว คิดว่าถ้าวันนึงได้ไปขับที่ภูเขาลูกนี้ อเมริกาคงเป็นอะไรที่เป็นความสุขมาก เป็นภูเขาลูกที่คนที่ขับมอเตอร์ไซค์จะต้องไปที่นี่ ถนนมันดี วิวด้วย คนที่ขับภูเขาลูกนี้จะต้องเคารพกฎจราจร จะต้องห้ามล้ำเลนกัน มันคือหนึ่งความฝันของไบเกอร์ที่อยากไปขับ แล้ววันนึงเราได้ไปขับที่นี่จริง มันมีความสุข ฟูลฟีลมาก ขับมอเตอร์ไซค์ที่อเมริกาวันละ 6 ชม.” แซมได้ไปเที่ยวด้วยกันไหม“งานนี้แซมไม่ได้ไปเพราะเขาจ้างเราไปคนเดียว เป็นงานอีเวนต์ของไทรอัมพ์” แซมเป็นห่วงเรื่องการขับมอเตอร์ไซค์บ้างไหม“ที่จริงเรื่องมอเตอร์ไซค์ เขาไม่ค่อยชอบให้ขับเพราะเขาเคยล้มเพราะมอเตอร์ไซค์มาก่อน ทำให้เขามีความกลัว แล้วเราเป็นคนที่ขับทางตรงช้าแต่ขับบนเขาเร็วมาก เป็นคนชอบเข้าโค้งเมื่อก่อนเราไปเรียนขับไปแข่งในสนามแบบจริงจัง เขามีความเป็นห่วงก็คอยอัปเดตกับเขาแต่ครั้งนี้ขับเป็นขบวน มีมาแชลที่เก่งมากนำขบวนเพราะฉะนั้นทุกอย่างค่อนข้างปลอดภัย” ช่วงเคาต์ดาวน์คู่เราได้ไปฉลองที่ไหนหรือเปล่า“ผมจัดคอนเสิร์ตที่ร้านอาหารที่เปิดกับแซมแต่ตอนนี้ก็ปิดไปแล้วก็เลยอยู่ทำงานไม่ได้ไปฉลองที่ไหน”หลังจากนี้จะมีทำธุรกิจร่วมกันอีกไหม“ตอนนี้น่าจะกลับมาแพลนเรื่องเดินป่าต่อ ตอนนี้ตลาดเที่ยวป่าค่อนข้างโต อยากมาทำอินฟลูด้านนี้จริงจัง ปีนี้วางแพลน ปีนี้จะทำให้ได้คอนเทนต์ 20 ที่ อาจจะมีทั้งในและต่างประเทศ” แซมมี่มีโวยวายบ่นบ้างมั้ย“ก็มีปกติ (หัวเราะ) 20 เลยเหรอ ไปต่างประเทศ 2 อาทิตย์เลยเหรอ” มีกล่อมยังไงทำให้แซมมี่ ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองมาสายลุยป่าได้ขนาดนี้“ที่จริงเขาเป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วแค่ต้องไม่ลำบากมาก ด้วยความเป็นคนลุยมากก็หาตรงกลางเชื่อมโยงกันได้จะได้มีความสุขทั้งคู่เวลาไป” ความรักครั้งนี้เติมเต็มให้กันและกัน“ความรักตอนนี้ดีมาก ไม่รู้จะมีคำนิยามอะไร ผมรู้สึกมันดีมาก” เราได้เห็นมุมอะไรของแซมที่ทำให้เรารู้สึกเซอร์ไพรส์“ก่อนหน้าผมไม่รู้เลย เลยมีโหมดลุยๆด้วย ภาพที่แสดงออกไปของเขาเป็นนางเอก นางแบบอยู่ในเมือง ใช้ชีวิตในเมืองพอเราได้พาเขาไปอยู่กับธรรมชาติ เขามีความชอบแบบนี้เหมือนกัน” คบกันขนาดนี้มีคุยๆเรื่องแต่งงานบ้างยัง“ตอนนี้ขอเป็นเรื่องงานก่อนดีกว่า เรายังมีความฝัน มีอะไรหลายอย่างวางไว้ในอนาคต อยากทำให้มันสำเร็จก่อน ส่วนเขาก็เหมือนกัน เรื่องนี้มีการคุยกันประมาณนึงเพราะการแต่งงาน สร้างครอบครัวได้ผมมองว่าความคิดผมมันเป็นการวางแผนระยะยาว มันต้องเป็นการสร้างฐานพีระมิดที่มันแข็งแรงมากๆ ก่อน เราถึงจะต่อให้สูงได้ เพราะฉะนั้นช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสร้างฐานพีระมิดไปด้วยกันก่อน ให้มันมั่นคงมากๆก่อน” ถ้าขอแต่งงานต้องไปขอกันในป่ามั้ย“เรื่องนี้เพื่อนตัวเองก็ถามเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งจะขอแต่งงานควรจะอยู่ในที่ที่ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นที่ที่สวยงามมากๆ ที่หนึ่ง และเราต้องรู้สึกว่าจุดนี้แหละจะเป็นจุดที่พิเศษสำหรับเรา”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่