ปิดฉากความกระหึ่มไปแล้วในมหกรรม “จักรวาลดนตรีไทยญี่ปุ่นยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี Thai–Japan Iconic Music Fest 2023” ซึ่งสนุกสุดมันส์ไปด้วยกองทัพศิลปินไทยและญี่ปุ่นตลอด 3 วันเต็ม ฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี แห่งมิตรภาพและความร่วมมืออาเซียนและญี่ปุ่นอย่างงดงาม ณ ริเวอร์ พาร์ค, ไอคอนสยาม พาร์ค และเจริญนคร ฮอลล์ ไอคอนสยาม ด้วยความร่วมมือของไอคอนสยาม จับมือกับ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัดงานนี้มีหนึ่งไฮไลต์ความพิเศษ ได้ศิลปินตัวพ่อเจ-ร็อกระดับตำนานของญี่ปุ่น Gackt (แก๊กต์) ผู้มีความสามารถเป็นทั้งนักดนตรี อดีตนักร้องนำวง Malice Mizer ก่อนมาเป็นศิลปินเดี่ยว นักแต่งเพลง และนักแสดง ได้มาร่วมในพิธีเปิดรวมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองซึ่ง Gackt (แก๊กต์) โลดแล่นในวงการบันเทิงมากว่า 20 ปี แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้เดินทางมาพบกับแฟนคลับชาวไทยอย่างเป็นทางการ เลยไม่พลาดคว้าตัวพูดคุยแบบสุดเอกซ์คลูซีฟ สัมผัสคนดังระดับซุปตาร์ที่ชีวิตจริงสุดเรียบง่ายเริ่มจาก...ความรู้สึกที่ได้ร่วมงาน Thai–Japan Iconic Music Fest 2023 ครั้งนี้? “ที่ผ่านมาผมเคยเดินทางมาประเทศไทยแบบส่วนตัว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาทำงานอย่างเป็นทางการ ได้เจอแฟนๆเป็นครั้งแรกก็ดีใจที่ได้รู้ว่ามีแฟนๆรออยู่ ผมเคยสัญญามาตลอดว่าจะมาหาพวกเค้า ครั้งนี้ก็ได้มาแล้วและก็ต้องคิดถึงอนาคตว่าจะรักษาสัญญายังไง”สำหรับคุณ Gackt ที่มีแฟนคลับทั่วโลก มองว่าอะไรที่ทำให้ดนตรีเชื่อมถึงกันได้เสมอ? “ผมมองว่าถ้าเป็นคำพูด เราใช้สมองเพื่อรับฟังให้เข้าใจ แต่ดนตรีมันข้ามเรื่องภาษา เป็นสิ่งที่ใช้หัวใจความรู้สึก จิตวิญญาณรับฟัง เลยไม่ได้ใช้สมองเป็นตัวรับสาร ผมเลยเชื่อว่าดนตรีมันข้ามเรื่องภาษาไปแล้ว มันเข้าใจได้โดยใช้ใจเชื่อมต่อกัน”ได้ยินว่าคุณ Gackt เคยเดินทางมาประเทศไทยบ่อยมากๆกว่า 50 ครั้ง อะไรคือเสน่ห์ดึงดูดให้มาบ่อย? “อย่างแรกเลยน่าจะเป็นเพราะผู้คน เพราะคนไทยใจดี มองไปทางไหนก็มีแต่คนยิ้มให้ เป็นความอบอุ่นที่สัมผัสได้จากคนไทย ผมเองเคยคิดจะไปอยู่ จ.ภูเก็ต แบบจริงจัง เคยขับรถมองหาบ้านมา 80 หลัง แต่ติดตรงรถติดไปหน่อย” ถ้านึกถึงประเทศไทยคุณจะนึกถึงอะไรบ้าง? “ผมนึกถึงทะเลที่สวยงาม ทุกวันนี้ที่ผมพักอยู่ที่ประเทศมาเลเซียก็ชอบอยู่นอกเมือง อยู่ทะเล ถ้านึกถึงประเทศไทยจะนึกถึงธรรมชาติ เช่น ป่า และทะเล”แฟนๆ ชาวไทยก็ชื่นชอบและเติบโตมาพร้อมกับคุณ Gackt เรียกว่าจากรุ่นสู่รุ่นเลยเคยได้รับทราบ ความรักและการสนับสนุนจากแฟนชาวไทยบ้างมั้ย? “ผมเคยได้เห็นคอมเมนต์ต่างๆที่แฟนๆส่งมาหาผม นานมาแล้วผมเคยพาแฟนๆที่ญี่ปุ่นมาจัดทริปแฟนคลับที่ประเทศไทย แต่ตอนนั้นเป็นเอกซ์คลูซีฟไม่ได้มีแฟนๆชาวไทยเข้าร่วม หลายอย่างทำให้รู้ว่ายังมีแฟนคลับเฝ้ารอคอยและอยากเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม เลยคิดว่าไม่ว่าจะเป็นทั้งในแถบเอเชีย ยุโรป หรืออเมริกา ถ้ามีโอกาสก็อยากรักษาสัญญาที่จะไปหาแฟนๆทุกคน”แฟนๆอยากรู้ว่าอะไรคือเคล็ดลับของการที่คุณยังมีพลังและโลดแล่นในการทำงานในวงการบันเทิงเสมอ? “ด้วยงานของผมคือการยืนอยู่ในสปอตไลต์บนเวที มอบพลังบวกให้กับคนดูและแฟนคลับมาโดยตลอด แต่เมื่อผมเป็นคนมอบให้ตลอด ก็ต้องยอมรับว่าเอเนอร์จีของตัวเองก็จะลดลงไปด้วยเพราะฉะนั้นผมก็ต้องหาเวลาชาร์จแบตตัวเอง แต่ในญี่ปุ่น ณ ปัจจุบัน เราอาจจะหาที่ชาร์จพลังได้ยาก เอเนอร์จีต่างๆอาจจะน้อยลง ผมจึงได้เดินทางมายังในแถบอาเซียนที่ยังมีเอเนอร์จีเยอะซึ่งผมรู้สึกว่ามาแล้วได้เติมเต็มพลังมากๆ เลยชอบประเทศในแถบนี้”คุณยังดูหล่ออมตะ และยังสดใส อยากรู้เคล็ดลับในการดูแลตัวเอง? “ผมมองว่ามนุษย์เรารับประทานเยอะเกินไปในแต่ละวัน ตัวผมรับประทานอาหารวันละ 1 มื้อ ดื่มน้ำเปล่า และทานโปรตีน รับประทานเนื้อ งดแป้ง เลยเป็นตัวชะลอเซลล์เสื่อมและชะลอวัย วิธีแบบนี้จะเหมือนกับการทำ IF ซึ่งที่ญี่ปุ่นสิ่งเหล่านี้เพิ่งเริ่มเป็นที่นิยม แต่ผมทำมา 20 ปีแล้วและผมออกกำลังกายทุกวัน ชอบรับเอเนอร์จีจากประเทศที่มีพลังและชอบแฮงเอาต์กับกลุ่มเพื่อนๆที่อายุน้อยกว่าซึ่งพวกเค้ามีพลังสูง”แฟนๆยกย่องให้คุณเป็นคนที่เก่งรอบด้าน อยากรู้ว่าเวลาที่จะทำแต่ละอย่างให้ดีทุกอย่าง มีเคล็ดลับอะไร? “สำหรับตัวผมนั้นมีคติยึดถือส่วนตัวว่าการที่เราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราต้องทำใจว่าสิ่งนั้นมันจะกินเวลาในชีวิตทั้งการฝึกซ้อม เรียนรู้ นั่นหมายความว่าถ้ามันจะกินเวลาในชีวิตเราขนาดนั้นมันต้องได้อะไรกลับมา ไม่เช่นนั้นเราจะเสียเวลาเปล่า เพราะฉะนั้นเราต้องทำสิ่งหนึ่งจนกว่าเราจะเก่งชำนาญและได้อะไรกลับมา ผมเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองเร็วไปนิด รีบบอกว่ามันไม่ใช่ทางของเราและยอมแพ้ไป ผมเลยรู้สึกว่าควรทำทุกอย่างให้เต็มที่”ทุกวันนี้ความสุขเล็กๆน้อยๆในทุกวันของคุณ Gackt คืออะไร? “คนเราพออายุเยอะขึ้น กราฟขึ้นลงของอารมณ์มันน้อยลง ตอนเราเด็กๆเวลาเศร้า เครียด สุข อารมณ์ต่างๆมันขึ้นลงแบบแกว่งมาก ตอนนี้อารมณ์เหล่านั้นขึ้นลงน้อยลง ทำให้เรารู้สึกเฉยชากับสิ่งรอบข้าง ผมเลยมองว่าความสุขของผมคือการที่ตื่นขึ้นมาเห็นอะไรก็ตามที่รู้สึกซาบซึ้ง มีความสุขในชีวิต ผมจะไม่ปล่อยผ่าน เช่น วันนี้วิวสวยนะดีใจที่ได้เห็น ผมจะพูดออกมาเพื่อให้เป็นเสียงให้หูตัวเองได้ยินมัน เพื่อให้จิตใจเราได้รับรู้ว่า ณ ตอนนี้เรามีความสุข จะได้เพิ่มคลื่นพลังของอารมณ์เหล่านั้น ซึ่งเราใช้มันกับทุกเหตุการณ์ในชีวิต ฝึกพูดสิ่งเล็กๆ น้อยๆที่เราซาบซึ้งใจในชีวิตให้เป็นนิสัย ทำให้เรามีความสุขได้แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ” มีงานอะไรที่อยากอัปเดตให้แฟนๆได้ติดตาม? “ปีนี้ช่วงเดือน พ.ย.ก็มีภาพยนตร์ที่จะเข้าฉาย และเตรียมเริ่มถ่ายทำอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนปีหน้าก็จะลุยงานด้านดนตรีหรือน่าจะมีการทัวร์คอนเสิร์ตครับ”.เรื่อง: สุภลัคน์ วุฒิกรีธาชัยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่