ข่าว
100 year

ฟัน302คนโกงจำนำข้าวอาญา-วินัย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 เม.ย. 2560 05:01 น.
SHARE
ป.ป.ท.ชี้มูลจนท.รัฐ-เอกชนสอบทางเงิน-เชือดผู้บริหารบิ๊กป๊อก-ไก่อูปัดไล่ล่าทักษิณ

“บิ๊กป๊อก-ไก่อู” ปัดจ้องเล่นงาน “ทักษิณ” ย้ำรัฐบาล-นายกฯไม่เคยให้นโยบายไล่ล่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้ระบบยุติธรรม ไม่มีป้ายสีใคร “วินธัย” กวักมือให้กลับมาพิสูจน์บริสุทธิ์ “อลงกรณ์” ตอกอย่ามาต่อรอง ปชป.โดดแจมกระทุ้งนายใหญ่เลิกพูดจาผายลม คสช.อย่าไปสนเดินหน้าคดีต่อ เย้ยไม่มีใครแกล้ง เป็นกรรมเก่าล้วนๆ “ป๋าเหนาะ” ว่าแค่คนอยากระบาย ซัดองค์กรอิสระตัวดีทำวุ่นมาจนวันนี้ “ชัยเกษม” จี้รัฐแฟร์จริงปราบโกงพวกตัวเองด้วย สนช.พร้อมดันต่อบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ “สุรชัย” ปัดหมกเม็ด ทำดีที่สุดแล้ว “ชายอุ๋ย” ขอบคุณ สนช.ยอมถอย ป.ป.ท.ฟันพวงใหญ่ 302 จนท.-เอกชนร่วมทุจริตจำนำข้าว ส่งต้นสังกัดเอาผิดวินัย-อาญาต่อ ประสาน ปปง.สอบเส้นทางเงินขยายผลถึงผู้บริหารระดับสูง

สังคมจับตาประเด็นร้อนหลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ลงเฟซบุ๊กโจมตีรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าพยายามป้ายสีให้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ร้ายแรงช่วงที่ผ่านมา และยังคงจ้องเล่นงานทางคดีอยู่ฝ่ายเดียว และยังย้อนถามว่า “ผมหยุดแล้วท่านเมื่อไหร่จะหยุดสักที”

“บิ๊กป๊อก” ปัดจ้องเล่น “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 เม.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ผมหยุดแล้วท่านเมื่อไหร่จะหยุดสักที” ว่า กระบวนการยุติธรรมวันนี้ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน แม้แต่ประชาชนที่ยากจนไม่มีที่ทำกิน แต่หากไปบุกรุกที่สาธารณะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ไม่ใช่คนคนเดียวที่พูดถึงกันอยู่นี้ ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ชายคนนั้นระบุ ยืนยันว่าทั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และ ครม. ไม่เคยให้นโยบายที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้สังคมสบายใจได้ รัฐบาลสั่งใครไม่ได้ คนที่มีหน้าที่ต้องทำไปตามกฎหมาย ทุกคนอยู่บนบรรทัดฐานเดียวกันไม่มีกลั่นแกล้ง หรือใช้กฎหมายกระทำกับใครคนใดคนหนึ่ง โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม

“ไก่อู” แจงไม่มีป้ายสีทำตาม ก.ม.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุถูกรัฐบาลป้ายสีในเรื่องต่างๆ ว่า สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการเป็นการทำทุกอย่างตามกฎหมาย ทุกสิ่งที่เป็นคดีความเกี่ยวกับนักการเมืองไม่ว่าจะเป็นใครแล้วสังคมตั้งข้อสงสัย หากไม่ดำเนินการจะถูกมองว่าเกี้ยเซียะมีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ถ้าทำก็ถูกมองว่าไล่ล่า ดังนั้นเราจึงนำทุกเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน สังคมจะได้ยอมรับ หมดข้อครหาจะมาว่ารัฐบาลไม่ได้อีก ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ แม้มาตรา 44 ก็ไม่เคยตัดสินว่าใครถูกใครผิด แต่เป็นการใช้เพื่อนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการ ใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรไม่กังวล เพราะมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจการดำเนินการของรัฐบาล

กวักมือกลับมาพิสูจน์บริสุทธิ์

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ถือเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายทักษิณ ไม่ต้องการไปตอบโต้อะไร ยืนยันว่า คสช.ทำในสิ่งที่ควรทำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำตามหน้าที่ของตัวเองตามกฎหมาย ไม่มีการกลั่นแกล้ง นายทักษิณจะพูดอะไรก็ได้ แต่ คสช.ยึดในสิ่งที่ทำอยู่มากกว่า เมื่อถามว่าเหมือนเป็นเสี้ยนหนามทำให้ คสช.และรัฐบาลรำคาญหรือไม่ พ.อ.วินธัยตอบว่า ไม่ได้มองว่าเป็นเสี้ยนหรือสร้างความน่ารำคาญอะไร ไม่มีผลอะไรต่อรัฐบาลและ คสช. เป็นความรู้สึกของสังคมและสื่อมากกว่าที่อาจรู้สึกแบบนั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของผลการกระทำ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นนายทักษิณหรือครอบครัว การต่อสู้แก้ต่างก็ทำได้เหมือนคนอื่น ตามช่องทางกระบวนการยุติธรรม เป็นโอกาสแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเอง

“อลงกรณ์” ตอกอย่ามาต่อรอง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่านายทักษิณจะหยุดหรือไม่หยุด เป็นเรื่องความสำนึกรับผิดชอบในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ควรรู้ว่าอะไรควรทำเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง แต่การเดินหน้าสร้างความสามัคคีปรองดอง และขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ของ ป.ย.ป.ต้องเดินหน้าต่อ เช่นเดียวกับคดีความต่างๆ ทั้งที่เกี่ยว หรือไม่เกี่ยวกับนักการเมือง หรือนายทักษิณ ก็ต้องเดินหน้าบนหลักนิติธรรม จะหยุดไม่ได้ เพราะประเทศไทยเป็นนิติรัฐ จะผิดหรือไม่ผิดต้องพิสูจน์ให้รู้แจ้งตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อคดีถึงที่สุดทุกคนต้องปฏิบัติตาม จะมาต่อรองไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองไม่มีขื่อแป นายทักษิณต้องแยกการเมืองออกจากเรื่องคดี และกฎหมาย เอามาพันกันไม่ได้

ปชป.ขอแจมเลิกพูดจาผายลม

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่นายทักษิณออกมาโจมตี คสช. ที่ดำเนินการเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ปนั้น มันคนละเรื่องกับปรองดอง ต้องเลิกบิดเบือนให้คนสับสน นายทักษิณเล่นสองหน้ามาตลอด ให้บริวารออกมาป่วน คสช. แล้วเจ้านายมาบอกว่าไม่เกี่ยว เหมือนเรื่องนิรโทษกรรมที่เคยบอกว่าจะไม่ทำแต่กลับดันสุดซอย คดีทำผิดมาตรา 112 ยังถี่ขึ้นเป็นพิเศษ แถมบุคคลเหล่านั้นยังได้รับการดูแลให้หลบหนีไปต่างประเทศ มีเงินมีทองกินอยู่อย่างสบาย สังคมจึงมีสิทธิเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรม ลำพังคำพูดว่าหยุดแล้วที่พูดมาตลอด คงไม่มีใครเชื่อ เพราะไม่จริงสักครั้ง เปรียบเหมือนเป็นคำพูดผายลมไปแล้วไม่มีใครเชื่อ คนหัวดีสมองดีต้องคิดเองได้แล้วว่าถ้าพูดแล้วสังคมไม่เชื่อควรทำอย่างไรต่อ

แค่แผนเดิมๆ ของนายใหญ่

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายทักษิณต้องการสื่อว่าเขายังมีอำนาจ มีพลังมวลชนที่สนับสนุนแนวทางของเขา ถือเป็นการส่งสัญญาณอีกทางว่าถ้าไม่หยุดความขัดแย้งยังคงต้องเกิดขึ้นต่อไป เป็นแผนเดิมๆ แนวทางเดิมๆ ที่เคยใช้มาตลอด คือการเรียกร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล ทำให้กลุ่มคนที่สนับสนุนยิ่งเชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจริง เรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ปที่รัฐบาลกำลังไล่บี้เรียกเก็บจากนายทักษิณนั้นต้องโทษหลายฝ่าย จะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เพราะเรื่องนี้นานหลายปีแล้ว ไม่ทำให้เป็นจริงเป็นจังจนมีปัญหาก่อนหมดอายุความ พอมีปัญหาอีกฝ่ายก็ไม่ยอมก็เกิดความขัดแย้งกัน เรื่องนี้เข้าใจว่าข้าราชการใช้ดุลพินิจให้รัฐเสียหาย นายทักษิณจึงมั่นใจว่าข้าราชการเดินหน้าใช้ดุลพินิจไม่เรียกเก็บภาษีมาตลอด พอถึงจุดหนึ่งเมื่ออำนาจเปลี่ยนไป การใช้ดุลพินิจของข้าราชการทำให้อีกฝ่ายเชื่อว่าเป็นการไล่ล่า และไม่ได้รับความเป็นธรรม

คสช.อย่าไปสนลุยหน้าต่อไป

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ต้องมาจัดเวทีปรองดอง แค่ดำเนินคดีตามกฎหมายให้เท่าเทียมทุกสีทุกค่าย เท่ากับสร้างความปรองดองในบ้านเมืองแล้ว ไม่ใช่ว่าดึงเข้ามาเพื่อมาขอนิรโทษกรรม คสช.ต้องเข้มข้นเข้มแข็งอย่าเหลาะแหละ หลังจากศาลตัดสินแล้วกระบวนการทางราชทัณฑ์ก็ว่ากันไป จะลดโทษหรือไม่ลดโทษ ไม่มีใครติดใจ แต่ไม่ใช่ว่าหนีเอาตัวมาดำเนินคดีไม่ได้อย่างนายทักษิณเมื่อไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะมาอ้างอะไร จะมาขอความยุติธรรมจากใคร ตัวเองยังมีใจไม่เป็นธรรมเลย คสช.ต้องนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ก้มหน้าทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไป แต่อีกทางก็อยู่เฉยไม่ได้ เพราะเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เอาคนคนเดียวไม่ได้แล้วจะไปดูทั้งประเทศได้อย่างไร ขอให้กำลังใจรัฐบาลทำให้สำเร็จ อย่าปล่อยไว้

ไม่มีใครแกล้งกรรมเก่าล้วนๆ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายทักษิณตีหน้าเศร้าอาศัยสถานการณ์สากลโยนบาปให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีใครใส่ร้ายป้ายสีครอบครัวนายทักษิณ แต่เกิดจากกรรมคือการกระทำขณะที่นายทักษิณมีอำนาจ ใช้อำนาจรัฐแอบอิงเพื่อประโยชน์ของครอบครัว ที่ประเทศชาติมีปัญหาขัดแย้งมาถึงวันนี้ มิใช่เพราะคนคนเดียว หรือนายทักษิณไม่เคยหยุด ไม่เคยมีคำว่าพอ ที่บอกว่าผมหยุดแล้ว ท่านเมื่อไหร่จะหยุดสักทีนั้น เป็นแค่การใช้วาทะกรรมลวงโลก การที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศเพราะรู้ว่าจะถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก เลยหลบหนีไปไม่กล้ากลับประเทศไทย ไม่มีกฎหมายใดห้ามนายทักษิณกลับเข้ามา แต่เขาเลือกจะหลบหนีคดีอาญาแผ่นดินไปเอง ถ้าบริสุทธิ์จริงทำไมไม่กลับมาสู้คดี ขอแนะนำให้นายทักษิณหยิบกระจกขึ้นมาส่องดูแล้วถามตนเองว่ายังเป็นคนไทยอีกหรือไม่

“ป๋าเหนาะ” ว่าแค่คนอยากระบาย

วันเดียวกันเวลา 11.00 น. ที่โรงพยาบาลสงฆ์ นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พร้อมครอบครัว ทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ 9 รูป ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 83 ปี นายเสนาะกล่าวว่า ของขวัญที่อยากได้มากที่สุด คือขอให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยเต็มใบ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เรายังล้าหลัง ประเทศเพื่อนบ้านเป็นประชาธิปไตยหมดแล้ว การที่ คสช.เดินเรื่องปรองดองนั้น คิดว่าไม่ยากเลยหากมีประชาธิปไตย มีองค์กรกลางที่ยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางจริง ความไม่ปรองดองมีเพียงไม่กี่คนที่สร้างกันขึ้นมา ส่วนการโพสต์ของนายทักษิณ คงอยากระบายออกมา เป็นเรื่องของนายทักษิณ ไม่อยากแสดงความเห็นเรื่องนี้ เพราะไม่รู้ว่าในใจคิดอย่างไร และไม่ได้เจอกันเลย สำหรับรัฐบาลชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ได้ดี แต่ยังไม่ตรงในสิ่งที่ตนปรารถนา

ซัดองค์กรอิสระตัวดีทำวุ่นทุกวันนี้

ต่อมาที่บ้านพักเมืองทองธานี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นำอดีต ส.ส.เข้าอวยพร ขณะที่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร ส่งกระเช้าผลไม้มาร่วมอวยพร ซึ่งนายเสนาะได้กล่าวหยอกล้อว่า ที่มาอวยพรนี้พรรคเพื่อไทยอยากได้อะไร พล.ต.ท.วิโรจน์บอกว่าอยากให้อยู่ด้วยกัน ให้ช่วยเป็นเสาหลัก ตอนนี้ก็อายุ 80 กว่าปีกันแล้ว เป็นเพื่อนกันมา คงไม่ต้องเอาคณะปรองดองมาเราก็ปรองดองกันอยู่แล้ว เวลานี้พรรคเพื่อไทยต้องการความปรองดองมากที่สุด รองจากระบอบประชาธิปไตย มีคนเล็งมาที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ว่าทะเลาะแตกแยกกัน แต่ความจริงไม่มีแล้ว เด็กๆทั้งสองพรรคไปกินข้าวไปตีกอล์ฟด้วยกัน ถ้าองค์กรตามรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เป็นกลางจริง รับรองไม่มีเรื่อง ทุกวันนี้ที่มีเรื่องเพราะพวกท่านไม่เป็นกลาง ถึงทำให้มีเรื่องทุกวัน

เชื่อยึดนิติธรรมปรองดองได้แน่

นายนพดล ปัทมะ ทีมกฎหมายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ที่หลายฝ่ายออกมาตอบโต้นายทักษิณนั้น ในสังคมแต่ละคนมีความคิดแตกต่างกันไป เคารพในความเห็นต่าง ไม่ขอตอบโต้ใคร เข้าใจว่านายทักษิณก็อยากเห็นประเทศเดินหน้า และอยากให้เกิดความสามัคคีปรองดอง ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาประเทศสำเร็จ และส่วนตัวหวังว่าความปรองดองที่แท้จริงจะเกิดขึ้นถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน ขอเอาใจช่วยเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ที่ฝ่ายรัฐบาลระบุว่าจะบังคับใช้กฎหมายให้เป็นธรรมนั้น เชื่อว่าการยึดหลักนิติธรรมจะทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกได้รับความยุติธรรม ย่อมเป็นผลดีต่อการสร้างความปรองดองแน่นอน

สวนปราบทุจริตพวกตัวเองบ้าง

ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายทักษิณ ออกมาโพสต์ถึง คสช.และรัฐบาลนั้น เรื่องปรองดองถ้าทำได้ก็ดี แต่กลัวว่าจะเป็นการได้กระดาษมาเพียงแผ่นเดียว ไม่ได้ทำตามแนวที่ประเทศอื่นประสบความสำเร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ไม่ได้สร้างบรรยากาศชวนให้ปรองดอง ยังทะเลาะเบาะแว้งกันตลอดเวลา เชื่อว่ายากที่จะทำให้ปรองดองสำเร็จ เพราะยังมองไม่เห็นความจริงใจ เมื่อถามว่านายกฯขอให้ข้าราชการถือการแก้ไขปัญหาทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ เพราะไม่อยากให้ถูกมองว่าดีแต่พูด นายชัยเกษมตอบว่า การปราบทุจริตต้องเอาจริงเอาจังมานานแล้ว แต่เห็นว่าผู้ปกครองประเทศแม้จะมีรัฏฐาธิปัตย์ หรือมีมาตรา 44 แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เห็นได้ว่าการทุจริตที่เกี่ยวพันโดยตรงกับทหาร ที่ประชาชนเห็นชัดว่าควรดำเนินการจริงจังเพื่อความชัดเจน แต่ไม่เกิดอะไรเป็นรูปธรรมขึ้นมา ไปไล่บี้เรื่องเดิมๆ การทุจริตต้องไล่ทำทุกภาคส่วน รวมถึงแวดวงตัวเองด้วย

สนช.พร้อมดันต่อบรรษัทน้ำมันฯ

วันเดียวกัน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณี สนช.มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม โดยตัดมาตรา 10/1 ที่เป็นข้อถกเถียงเรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติใส่ไว้ในข้อสังเกตส่งให้รัฐบาลดำเนินการศึกษาภายใน 1 ปี ว่า เรื่องนี้ยังไงก็ต้องมีกฎหมายออกมา เพราะข้อความที่อยู่ในข้อสังเกตมันสั้นมาก ข้อสังเกตที่ส่งไปแตกต่างจากในกฎหมายฉบับก่อนๆที่ สนช.เคยส่งไปยังรัฐบาล ตามหลักจะปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามก็ได้ แต่ครั้งนี้ข้อสังเกต มีน้ำหนักกว่าเดิม เหมือนเป็นสัญญาประชาคม เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายร่วมหาทางออกให้เดินหน้าต่อได้ แต่ไม่ทราบว่าจะศึกษาออกมาเป็นรูปแบบไหนให้เหมาะกับประเทศไทย อยู่ที่รัฐบาล เพราะทั่วโลกใช้รูปแบบหลากหลาย แต่การดำเนินการตามข้อสังเกตหากเเล้วเสร็จมีสิทธิที่จะส่งกลับมาที่ สนช.อีกได้ อาจเข้ามาภายใต้กฎหมายใหม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหากพร้อมถึงจะผลักดันกฎหมายเข้ามา ถ้าส่งมาจริงๆสภาก็ใช้เวลาศึกษาอีกระยะ เพราะมีมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ต้องฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบกับกฎหมายด้วย แต่ไม่รู้อายุสนช.ชุดนี้จะได้ทำต่อหรือไม่ ไม่รู้ว่าจะมีอายุต่อไปเมื่อไหร่ และหากมีส่งกฎหมายมาที่ สนช.อีกครั้ง ชื่อของกฎหมายอาจเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ต้องเกี่ยวกับการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ

ปัดหมกเม็ดอ้างทำดีที่สุดแล้ว

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวว่า สนช.ให้ข้อสังเกตข้อดีข้อเสียโดยละเอียดแก่รัฐบาลแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเห็นควรให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติหรือไม่ หากเห็นควรให้จัดตั้งก็อาจเสนอเข้ามาเป็นกฎหมายจัดตั้งต่างหาก เพราะเกี่ยวข้องหลายเรื่อง เป็นการจัดตั้งองค์กรใหม่ต้องดูถึงสถานะขององค์กร ตัวบุคลากร งบประมาณ แต่จะทัน สนช.ชุดปัจจุบันหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่มติ ครม. เบื้องต้นเอาให้ได้ข้อสรุปก่อนว่าจะเอาหรือไม่เอาบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ส่วนข้อครหาว่า สนช.กับรัฐบาลหมกเม็ดนั้น ไม่ได้หมกเม็ด เราไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้าจึงรับฟังทุกฝ่าย ยอมถอยก้าวหนึ่งเพื่อกลับไปศึกษารายละเอียด ต่อไปก็เป็นหน้าที่รัฐบาล

มท.1 ให้ม็อบเรียนรู้อะไรควรทำ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการชุมนุมตามสถานที่ราชการว่า สังคมมีปัญหามากในเรื่องนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาเรียนรู้ว่าควรหรือไม่ควรทำสิ่งไหน การแสดงออกของแต่ละบุคคลสามารถทำได้ตามขอบเขตกฎหมาย ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยใช้กระบวนการทุกส่วน ตั้งแต่ส่วนกลางลงไปถึงส่วนล่าง ทำความเข้าใจกับประชาชนตลอด วันนี้ทุกคนได้เรียนรู้แล้วคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ตนก็อยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นในประเทศ

“ชายอุ๋ย” ขอบคุณ สนช.ยอมถอย

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุม สนช.มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ว่า ต้องขอบคุณ สนช.ที่ตัดมาตรา 10/1 ออกไป ทำให้คลายความกังวลที่เป็นห่วงเรื่องการกินรวบลดลงไประดับหนึ่ง ที่ตนต้องออกมายื่นหนังสือถึง สนช.ก่อนหน้านี้ เพื่อต้องการบอก สนช.ว่ามีการซุกมาตรานี้ การตัดออกแล้วไปใส่ไว้ในข้อสังเกตท้ายร่างฯ จึงมีโอกาสมานั่งคุยกันใหม่ หวังว่ารัฐบาลจะตั้งตัวแทนให้ครบทุกด้านเพื่อให้เห็นข้อดีข้อเสีย

บี้นายกฯช่วย 20 ขรก.ถูกไล่ออก

อีกเรื่อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้หามาตรการเยียวยา 20 ข้าราชการที่ถูกกรมการปกครองลงโทษทางวินัยไล่ออก หลังจากเป็นพยานให้ ป.ป.ช.ในคดีทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ ว่า ได้ส่งหนังสือเยียวยาดังกล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. แล้ว แจ้งว่ากรมการปกครองลงโทษเกินไปเพราะ ป.ป.ช.ไม่ได้ชี้มูลความผิดข้าราชการ 20 คนที่กันไว้เป็นพยานในคดี จึงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ กรมการปกครองไม่สามารถลงโทษทางวินัยคนกลุ่มนี้ได้ การเป็นพยานตามกฎหมาย ป.ป.ช. ต้องได้รับการคุ้มครอง เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.ต้องดูแลทั้ง 20 คน คนเหล่านี้ไม่ได้ถูกมองว่ากระทำผิด แต่อาจมีส่วนร่วมมากหรือน้อย คำสั่งไล่ออกทำให้ทั้ง 20 คนไม่มีสิทธิ์เข้ารับการอบรมโรงเรียนนายอำเภอรุ่นปี 2552 เสียสิทธิ์การมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งเป็นนายอำเภอต่อไป ขอให้นายกฯช่วยตรวจสอบและประสานงานไปยังต้นสังกัดต่อไป การปราบทุจริตต้องส่งเสริมการให้ข้อมูล โดยปกปิดผู้ร้อง คุ้มครองพยาน เพื่อให้ได้หลักฐานมัดแน่นดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต

บ่นหนักใจสินบนโรลส์รอยซ์

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีสินบนโรลส์รอยซ์ ว่า หน่วยงานระหว่างประเทศทั้งประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกาให้ความร่วมมือดี แต่สิ่งที่หนักใจคือการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงการรับสินบนว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง ไม่ได้ตรวจสอบง่าย ต้องใช้การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพอสมควร เพื่อเชื่อมโยงไปถึงคนรับสินบน อาจต้องประสานขอความร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขณะนี้คณะกรรมการประสานและเร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตระหว่างประเทศ ที่มี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เป็นประธาน กำลังประสานงานอยู่ คาดว่า ป.ป.ช.จะสรุปคดีสินบนโรลส์รอยซ์เสร็จภายใน 1 ปี เพราะถือเป็นนโยบายและแนวปฏิบัติที่ต้องทำให้เสร็จ

จ่อส่งสำนวน “จุฑามาศ” ให้ อสส.

นายสรรเสริญกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ข้อหาร่ำรวยผิดปกติ 65 ล้านบาท กรณีเรียกรับสินบนจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินั้น คาดว่าสัปดาห์หน้าจะส่งมติ ป.ป.ช.ดังกล่าวไปให้อัยการสูงสุด เพื่อสั่งฟ้องต่อศาลได้ เชื่อว่าหลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษาจำคุกนางจุฑามาศและบุตรสาว จะทำให้ขั้นตอนติดตามทรัพย์สินกลับคืนแผ่นดินง่ายและรวดเร็วขึ้น ป.ป.ช.จะใช้คดีนี้เป็นตัวอย่างเรื่องการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศในการติดตามทรัพย์สินคืน ส่วนจะทำได้รวดเร็วหรือไม่ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทาง มั่นใจว่าไม่มีปัญหา

มท.1 พร้อมรับคำสั่งนายกฯ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องที่ประธาน ป.ป.ช.ทำหนังสือถึงนายกฯขอให้มีมาตรการเยียวยา 20 ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยนั้น หากนายกฯพิจารณาอย่างไร เราพร้อมปฏิบัติตาม แต่ถ้าเรื่องทางกฎหมายก็เป็นอีกเรื่อง ต้องทำตามกฎหมาย แต่คงไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอีก

ป.ป.ท.ฟัน 302 ก๊วนโกงจำนำข้าว

ขณะที่นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติที่เกี่ยวกับการรับจำนำข้าว ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารตามสำนวนจำนวน 986 สำนวนคดี ทยอยเรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง หลังสอบสวนไปกว่าครึ่งทาง คณะอนุกรรมการฯได้ชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องได้ส่วนหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ได้ลงนามคำสั่งเพื่อส่งรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานต้นสังกัด ดำเนินการทางวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติการ ขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) เบื้องต้นจำนวน 158 คน และภาคเอกชน 144 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเจ้าของโกดังและกลุ่มเซเวย์เยอร์ รวมทั้งหมด 302 คน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการไต่สวนและตรวจสอบเพิ่มเติม

นี่แค่ส่วนหนึ่งยังมีทยอยตามมา

นายประยงค์กล่าวว่า ในจำนวนผู้กระทำผิด 302 ราย มีเจ้าหน้าที่บางรายเป็นหัวหน้าคลังสินค้า แต่รับผิดชอบหลายโกดังทำความผิดต่างกรรมต่างวาระถึง 40 ครั้ง ขณะนี้ทั้ง 302 รายชื่อ ป.ป.ท.ส่งให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินแล้ว พร้อมขยายผลถึงข้าราชการระดับสูงที่รับผิดชอบ หากพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องระดับนโยบาย จะส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ คาดว่าเดือน มิ.ย.นี้จะสรุปสำนวนแล้วเสร็จ ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายที่รัฐจะต้องเรียกเงินคืนสูงถึง 115,000 ล้านบาท สำหรับการดำเนินคดีอาญาและเอาผิดทางวินัย จะยังไม่มีการฟ้องทางแพ่งเพื่อเรียกเงินคืน จนกว่า ปปง.จะสอบเส้นทางการเงินเสร็จ

ยุจัดการ พท.ละเมิดอำนาจศาล

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีพรรคเพื่อไทยออกหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” หนังสือเล่มนี้หวังผลโยงถึงคดีจำนำข้าวที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นวิธีการเดิมๆ ถ้าเชื่อว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องจริง เหตุใดไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ไปใช้สู้ในชั้นศาล ไม่ควรชี้นำสังคมแบบนี้ถือเป็นการกดดันการพิจารณาของศาล คดีนี้ศาลมีการข้อกำหนดว่าไม่ให้แสดงความเห็นชี้นำเกี่ยวกับคดีจำนำข้าว ดังนั้น อัยการควรยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้เรียกบุคคลมาไต่สวนวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ หากปล่อยเลยตามเลย เชื่อว่าเมื่อใกล้ตัดสินคดีจะมีกระบวนการหนักข้อขึ้น เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมในคดีจำนำข้าว

กรธ.โละ กกต.–ป.ป.ช.จังหวัด

ส่วนความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสร็จแล้ว ไม่มีการบัญญัติเรื่อง กกต.จังหวัดไว้ในร่าง ส่วนอนาคตจะปรับแก้ไขให้คงมี กกต.จังหวัดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) กรธ.เห็นว่าไม่ควรมี ป.ป.ช.จังหวัดเช่นกัน เพื่อป้องกันการถูกครอบงำจากการเมืองในพื้นที่ ประเด็นนี้ กรธ.ใช้โมเดลเดียวกับอัยการญี่ปุ่น คือ ถ้ามีเบาะแสจะส่ง ป.ป.ช.จากส่วนกลาง ตั้งทีมลงไปตรวจสอบทันทีเพื่อความรวดเร็ว ไม่ต้องรอคนมายื่นร้อง หากยังใช้วิธีการเดิมจะเกิดความล่าช้า หาก ป.ป.ช.จังหวัดเข้าไปตรวจสอบเกรงว่าจะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง เนื่องจากมีความคุ้นเคยสนิทสนมในพื้นที่ จึงต้องให้คนจากส่วนกลางไปหาข้อเท็จจริง เรื่อง กกต.จังหวัดและ ป.ป.ช.จังหวัดเป็นการยกร่างของ กรธ. หลังจากที่รับฟังความคิดเห็นอย่างครบถ้วน ขึ้นอยู่กับ สนช.ว่าจะเห็นด้วยกับ กรธ.หรือไม่

มท.จัดรำลึกครบรอบ 125 ปี

ช่วงเช้าที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีวางพานพุ่ม ดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบรอบ 125 ปี โดยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเข้าร่วมพิธี จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อนเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องไทยธรรม และภัตตาหาร แด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระภิกษุสงฆ์ และมอบเข็มเชิดชูเกียรติรางวัลคนดีมหาดไทย

กต.แจงยิบแก้ละเมิดสิทธิคืบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่คำชี้แจงกรณี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และองค์การแรงงานระหว่างประเทศออกรายงานระบุว่าประเทศไทยยังมีการบังคับใช้แรงงานอย่างแพร่หลาย มีเนื้อหาว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ชื่นชมพัฒนาการและการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนของไทยช่วงที่ผ่านมา ข้อสังเกตมิได้กล่าวถึงนักโทษทางการเมือง หรือกรณีผู้ต้องขังหายสาบสูญ ตามที่มีรายงานข่าว ส่วนสถานการณ์แรงงาน รัฐบาลมีนโยบายไม่ยอมรับการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ จนมีการปรับระดับประเทศไทยจาก Tier 3 (ระดับต่ำที่สุด) ขึ้นเป็น Tier 2 Watch List (ระดับ 2 ที่ต้องจับตามอง)

เริ่มแล้วป่วยฉุกเฉินเข้าได้ทุก รพ.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่โครงการเจ็บป่วยวิกฤติฉุกเฉินมีสิทธิทุกที่ (ยูเซป) เริ่มใช้อย่างเป็นทางการ ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยไม่ต้องจ่ายเงินใน 72 ชั่วโมงแรก โรงพยาบาลทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม นายกฯให้ความสำคัญกับโครงการนี้มาก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ โทร. 0-2872-1669 หรือสายด่วน สปสช.1330

โพลย้ำรัฐต้องจริงใจปรองดอง

อีกเรื่อง สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความเห็น “ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการสร้างความปรองดองของรัฐบาล” พบว่าคนส่วนใหญ่อยากเห็นความสามัคคีปรองดอง เพื่อบ้านเมืองสงบเจริญก้าวหน้า และการสร้างความปรองดองจะสำเร็จ รัฐบาลต้องทำอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ให้ข้อมูลที่ชัดเจนตรงไปตรงมา สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รับฟังความเห็นทุกฝ่าย ขณะที่คนในสังคมต้องปรับทัศนคติ โดยลดอคติตัวเองคำนึงถึงส่วนรวม และการพิจารณาคดีทางการเมืองต้องเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โกงจำนำข้าวอนุพงษ์ เผ่าจินดาทักษิณ ชินวัตรปฏิรูปประเทศไทยข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้