5 โจรใต้ถือปืนสงครามขี่ จยย.-รถพ่วงข้าง บุกห้าง “โกล บอล เฮ้าส์” เมืองปัตตานี จับ รปภ.-ตะโกนไล่พนักงานและลูกค้า ออกไป นำระเบิดขนาดเล็กวางตามชั้นสินค้า พร้อมจอดรถพ่วงข้างซุกระเบิดแสวงเครื่อง 50 กก. ทิ้งไว้แล้ว เผ่นหนี หวังล่อเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้ ตูมสนั่น 3 ลูกซ้อน โชคดีลูกใหญ่ไม่ระเบิดเพราะวงจรจุดชนวนขัดข้อง คาดผลงานกลุ่ม “กอเซ็ง มะแอ” พาแกนนำ RKK ลงมือเอง “อนุทิน” ยอมรับเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน กำชับเจ้าหน้าที่ทำงานเข้มข้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ขอลงพื้นที่ปลายด้ามขวาน อ้างกลัวต้อง เสียกำลังมาคุ้มกันโจรใต้ไม่เห็นหัวหน่วยความมั่นคง ก่อเหตุรุนแรงรายวันเย้ยกฎหมายบ้านเมือง สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านในพื้นที่อยู่กันไม่เป็นสุข ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐไร้น้ำยาตอบโต้ ล่าสุดยกพวกพร้อมอาวุธสงคราม ซิ่งรถยนต์และรถ จยย. ผ่านด่านตรวจค้นของกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองอย่างง่ายดาย บุกเข้าวางระเบิดในห้างดังกลางเมืองปัตตานี ก่อนหลบหนีลอยนวล ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเช้าวันที่ 30 ส.ค. เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงยังปิดล้อมพื้นที่บริเวณรอบห้างโกลบอล เฮ้าส์ สาขาปัตตานี ใกล้แยกบานา ถนนสายนราธิวาส-ปัตตานี หมู่ 4 ต.บานา อ.เมืองปัตตานี เพื่อให้ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ภ.จ.ปัตตานี เข้าตรวจสอบพื้นที่ให้มั่นใจว่าปลอดภัย ไม่มีระเบิดหลงเหลืออีก ก่อนให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ปัตตานี เข้าเก็บพยานหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุ รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ นำไปตรวจเปรียบเทียบหาความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุเหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 29 ส.ค. มีกลุ่มคนร้าย 5 คน สวมชุดดำปิดบังใบหน้า 4 คนถือปืนสงคราม และอีก 1 คนถือปืนพก ขี่รถ จยย. 2 คัน และรถ จยย.พ่วงข้าง 1 คัน บุกเข้ามาในห้างโกลบอล เฮ้าส์ จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน ใกล้แยกบานา คนร้าย 2 คนเข้าคุมตัวเจ้าหน้าที่ รปภ.ที่อยู่ในป้อมยามประตูทางเข้า ส่วนอีก 2 คนเข้าไปในห้าง นำระเบิดขนาดเล็กไปวางไว้ตามชั้นสินค้าในห้าง 3 จุด และคนร้ายอีก 1 คนนำรถ จยย.พ่วงข้างที่ขนระเบิดขับไปจอดใกล้จุดรับส่งสินค้ากลางห้าง พร้อมตะโกนไล่พนักงานและลูกค้าออกจากพื้นที่ ทำให้ประชาชนพากันวิ่งหนีด้วยความตกใจ คนร้ายยังบอกกับ รปภ.ว่า หากไม่ต้องการให้มีผู้เสียชีวิต ให้รีบแจ้งพนักงานทุกคนออกจากห้าง จากนั้นคนร้ายทั้งหมดได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป ผ่านไปราว 5 นาทีได้เกิดระเบิดขึ้นในห้าง 3 ลูก ระยะห่างแต่ละครั้งราว 20 วินาที แรงระเบิดส่งผลให้สินค้าเสียหายเล็กน้อย โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อมาตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเข้าปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบรถ จยย. พ่วงข้างดังกล่าว พบเป็นรถที่ขโมยมา บรรทุกถังแก๊สขนาด 15 กก. ดัดแปลงบรรจุดินระเบิดไว้ภายใน น้ำหนักของระเบิดมากถึง 50-60 กก. ประกอบวงจรจุดชนวนด้วยการตั้งเวลา และยังมีแกลลอนบรรจุน้ำมันเบนซินเต็มถังอีก 8 แกลลอน น้ำหนัก 42 กก. ระเบิดทั้งหมดคนร้ายใส่ไว้ในลังกระดาษ 3 ใบวางไว้บนรถพ่วงข้างเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ตัดวงจรระเบิดทุกชิ้นตามขั้นตอน ระเบิดที่เก็บกู้ไว้ได้นั้น หากเกิดระเบิดขึ้นจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทั้งห้าง เนื่องจากจุดที่คนร้ายนำมาตั้งไว้เป็นคลังรับสินค้า มีวัสดุเป็นเชื้อไฟอย่างดี เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาดูสถานที่ก่อนก่อเหตุ ในส่วนที่ระเบิดไม่ทำงาน เนื่องจากคนร้ายได้ตั้งระบบไว้หลายทาง วงจรจุดระเบิดได้ลัดวงจรจากแรงกระแทกระหว่างการขนมาด้วยรถ จยย.พ่วงข้างขณะที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงระบุว่า จากการตรวจสอบพฤติกรรมของคนร้ายจากภาพกล้องวงจรปิดและจากข้อมูลการข่าว เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มนายกอเซ็ง มะแอ หัวหน้า RKK นายอับดุลเลาะ มะแด และอาชิ ดอฆอ เครือข่ายก่อการร้ายขบวนการบีอาร์เอ็น เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคงและเป็นแกนนำระดับปฏิบัติการ มีความเชี่ยวชาญในการประกอบระเบิด พยานระบุว่าคนร้ายหลบหนีไปยังเส้นทางบ้านกูวิง ห่างจุดเกิดเหตุแค่ 500 เมตร เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุใช้เป็นเส้นทางหลบหนีเป็นประจำ เนื่องจากเข้าไปในหมู่บ้านจะทะลุออกได้อีกหลายพื้นที่ ด้านชาวบ้านต่างตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทุกฝ่ายได้ตั้งด่านตรวจค้นผู้สัญจรทุกคนและยานพาหนะอย่างเข้มงวด แต่กลับน่าแปลกใจที่คนร้ายสามารถหลุดรอดเข้ามาก่อเหตุได้ง่ายดาย และหลบหนีไปลอยนวล คล้ายต่างฝ่ายต่างเกี่ยงกันและปล่อยเกียร์ว่างให้ชาวบ้านรับกรรมแทนเวลา 11.25 น. ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุวางระเบิดห้างดังใน จ.ปัตตานีว่า ได้กำชับตำรวจและทหาร บูรณาการการทำงานตามแผนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติ ส่วนที่คนร้ายยังก่อเหตุได้ต่อเนื่อง ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน กำชับเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเข้มข้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผบ.ตร.รับทราบ ตนได้กำชับในที่ประชุม สมช.ว่าเราจะเป็นฝ่ายรองรับสถานการณ์อย่างเดียวไม่ได้ ขณะที่ในพื้นที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกอย่างอยู่ภายใต้การสั่งการของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนเจ้าหน้าที่รัฐตามหลังผู้ก่อเหตุตลอด นายอนุทินกล่าวว่า เรามีกฎหมายที่จะต้องทำตาม พอเราใช้ความรุนแรงมากก็หาว่าเราไม่เคารพกฎหมาย ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นที่สุด และที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะว่าเราใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา จะใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปกำชับมาตรการต่างๆด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า การไป ครม.สัญจรจะไปดูในพื้นที่ จ.สงขลา ส่วนคนที่เกี่ยวข้องอาจลงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง แต่ต้องดูสถานการณ์ว่าถ้าลงไปแล้วเจ้าหน้าที่ต้องมาดูแล แทนที่จะไปดูแลประชาชน แต่ต้องมาดูแลความปลอดภัยของผู้ใหญ่ คงไม่ให้ไป ให้ดูแลประชาชนก่อน เมื่อถามถึงกรณีนิด้าโพลตั้งข้อสังเกตว่า สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องมาจากเรื่องของงบประมาณด้วย นายกฯกล่าวว่า เอาของจริงดีกว่า อย่าเอาโพลมาถามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นิด้าโพลเปิดเผยผลการสำรวจประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา รวม 1,100 ตัวอย่าง เรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คน จชต. คิดอย่างไร” ช่วงวันที่ 25-27 ส.ค. เมื่อถามความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ร้อยละ 35.73 ระบุว่าเกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่ รองลงมาร้อยละ 30.36 ระบุว่ากลุ่มทุนเทา (ยาเสพติด ค้าของเถื่อน มาเฟียเรียกค่าคุ้มครอง) ไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐ และร้อยละ 29.64 ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองส่วนท้องถิ่น เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดได้ ร้อยละ 40.82 ระบุว่า ข้อบกพร่องในนโยบาย ยุทธศาสตร์และทิศทางในการแก้ไขปัญหา รองลงมาร้อยละ 39.91 ระบุว่า การไม่มีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง และร้อยละ 34.27 ระบุว่า ความประมาทของเจ้าหน้าที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่