ผมติดค้างท่านผู้อ่านอยู่เรื่องหนึ่งที่ตั้งใจว่าจะเขียนถึงและได้แจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบไว้แล้ว...แต่มีข่าวดีและข่าวใหญ่ที่นำความชื่นใจมาสู่ชาวไทย เมื่อ “น้องเนเน่” ได้รับ “ปุ่มทองคำ” จากกรรมการในการประกวด AGT ที่สหรัฐฯ ได้สิทธิ์กระโดดข้ามรอบเซมิไฟนอลส์ไปแข่งรอบไฟนอลส์โน่นเลยทำให้ผมต้องแซงคิวเขียนแสดงความยินดีกับน้องเนเน่...ขอผัดผ่อนเรื่องความคิดเห็นเกี่ยวกับ “การยุบ” 11 สายงานราชการเอาไว้ก่อน...วันนี้ไม่มีข่าวใหญ่อะไรมาตัดหน้าอีก ขออนุญาตเขียนถึงเสียเลยนะครับทบทวนอีกครั้งว่า 11 สายงานที่ตำแหน่งจะโดนยุบทันที เมื่อผู้ครองตำแหน่งเกษียณอายุ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 ได้แก่1.เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะในราชการบริหารส่วนกลาง), 2.เจ้าพนักงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์, 3.เจ้าพนักงานสื่อสาร, 4.เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา, 5.เจ้าพนักงานห้องสมุด, 6.นายช่างขุดลอก, 7.นายช่างพิมพ์, 8.นายช่างภาพ, 9.นายช่างศิลป์, 10.บรรณารักษ์ (ยกเว้นกรณีกรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรม), 11.ผู้ประกาศและรายงานข่าวในการเขียนถึงเรื่องนี้ครั้งแรกผมเรียนท่านผู้อ่านแล้วว่าผมเห็นด้วยในหลักการของการ “ลดกำลัง” หรือ “ลดจำนวน” ข้าราชการลง เพราะทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายทั้งเงินเดือนและสวัสดิการสำหรับข้าราชการสูงมาก (ผมอ้างตัวเลขเอาไว้แล้ว)การปรับลดจำนวนข้าราชการลงเพื่อนำไปสู่การลดงบจ่ายประจำ จึงเป็นหนทางหนึ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการเป็นเรื่องแรกๆเผอิญผมมี “ความหลัง” อยู่พอสมควรกับบางสายงานที่อยู่ในเป้าหมายของการถูกยุบครั้งนี้ จึงอดที่จะเกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์เสียมิได้ได้แก่งาน “ด้านประชาสัมพันธ์” ของภาคราชการนั่นแหละครับ ที่ในการยุบครั้งนี้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานประชาสัมพันธ์จะโดนยุบถึง 5 สาย เป็นอย่างน้อยเริ่มจาก เจ้าพนักงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์, เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา, นายช่างภาพ, นายช่างศิลป์ ไปจนถึง ผู้ประกาศและรายงานข่าว 5 สายพอดิบพอดีผมเคยเขียนเล่าแล้วว่าผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นต้นคิดของการยกระดับ วิชาการประชาสัมพันธ์ ขึ้นมาเป็นเครื่องมือสำคัญอีกเครื่องมือหนึ่ง สำหรับการพัฒนาประเทศ ก็คือ ท่าน ดร.เสนาะ อูนากูล นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯดร.เสนาะ เป็นผู้เสนอให้นำแนวคิดและหลักการว่าด้วย Develop ment Communication ที่เรียกสั้นๆว่า Devcomm และแปลเป็นไทยว่า การสื่อสารเพื่อการพัฒนา ในขณะที่มีการจัดทำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 6 พ.ศ.2530-2534หลังจากการดำเนินการตามแผนพัฒนาฯฉบับที่ 5 (พ.ศ.2525-2529) โดยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นำไปสู่ความสำเร็จด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมอย่างใหญ่หลวงด้วยการนำขบวนการ Development Communication มาทดลองใช้ขึ้นก่อนในสภาพัฒน์เอง และใช้ในแผนงานหลักของ แผนพัฒนาฯฉบับที่ 5 โดยเฉพาะใน โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก, การพัฒนาชนบทยากจน และ การพัฒนาภายใต้ คณะกรรมการร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน (กรอ.)นำไปสู่การจัดตั้ง คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติชุดแรก เมื่อ พ.ศ.2529 ควบคู่ไปกับการจัดเตรียม แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 6 พ.ศ.2530-2534โดยหลักการแล้ว “การสื่อสารเพื่อการพัฒนา” มีความหมายและมีวิธีการปฏิบัติที่ลึกซึ้งกว่า การประชาสัมพันธ์ โดยทั่วไป แต่เพื่อให้เป็นที่เข้าใจของผู้ปฏิบัติ สภาพัฒน์ ได้ใช้คำว่า การประชาสัมพันธ์เพื่อการพัฒนา แทนคำว่า การสื่อสารเพื่อการพัฒนา ในแผนพัฒนาฯฉบับที่ 6 ดังกล่าวแล้วก็นึกว่าจะเขียนสั้นๆ ให้กำลังใจสายงานที่จะถูกยุบแต่เรื่องอะไรก็ตามที่เป็นประวัติศาสตร์มักยาวเสมอ...โปรดอ่านต่อวันพรุ่งนี้นะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม