ให้เบาะแสถือว่าเป็นวีรบุรุษของคดีอาญา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีต รมว.ยุติธรรม เปิดใจกับ “ทีมข่าวการเมือง” ภายใต้หัวข้อ “เผือกร้อนในมือรัฐบาลฮั้วเลือก สว.-วิกฤติไฟใต้ แนวทางออกประเทศไทย”เปิดฉากในประเด็นที่มีคนจากหน่วยงาน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการรักษากฎหมายและรับประกันความยุติธรรม ไปแจ้งความเอาผิดผู้ที่ชี้ให้สังคมเห็น “บาดแผลกลโกงเลือก สว.” แต่กลับไม่ยอมเอาข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงไปเอาผิด “ผู้ที่สร้างบาดแผลโดยโกงเลือก สว.”โดยออกมากางปีกปกป้องประชาชนที่ออกมาแย้มข้อมูลคดีฮั้ว สว. ถือเป็นผู้ชี้เบาะแสตามกฎหมาย คดีนี้นับว่าเป็นการคอร์รัปชัน เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติ เป็นรัฐบาลบริหารงบประมาณแผ่นดินปีละ 3.7 ล้านล้านบาท ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด หน้าที่ของรัฐต้องคุ้มครองคนกลุ่มนี้กลับไปแจ้งความดำเนินคดี แทนที่จะปราบปรามการทุจริต ทำให้ถูกมองว่าปกป้องการทุจริต แม้อ้างต้องรักษาความลับของสำนวน ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ แต่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมปฏิเสธการทุจริต ถือเป็นหัวใจของการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยทีมการเมือง ถามว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาคดีดำหมายเลขที่ ลต สว ๑๙/๒๕๖๘ คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว ๖๖/๒๕๖๙ เพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกผู้บงการของผู้สมัคร สว.ฉะเชิงเทราคนหนึ่ง 10 ปี หรือคดีแปดริ้ว และต่อไปจะถูกดำเนินคดีอาญาตามมาโดยคดีนี้มีหลักฐานแชตไลน์ คลิปเสียง พิกัดโทรศัพท์มือถือ เส้นทางการเงิน มีพฤติกรรมนัดหมายก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือก สว. นำไปเทียบกับหลักฐานที่เปิดมาในคดีฮั้ว สว. 229 คน ถือคดีฮั้ว สว. 229 คนมีหลักฐานชัดเจนกว่าคดีแปดริ้วมาก พ.ต.อ.ทวี บอกว่า คำพิพากษาศาลฎีกาถือเป็นแนวทาง แต่ไม่ได้ยึดเป๊ะๆเหมือนข้อกฎหมายคล้ายๆส่งสัญญาณในอนาคตสำหรับคดีเลือกตั้ง หรือเลือก สว. จะใช้แนวทาง “สุจริตและเที่ยงธรรม” เพื่อยกระดับการเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ทั้งนี้ถ้าพูดโดยทั่วไปหลักฐานคดีฮั้ว สว.น่าจะชัดเจนกว่าเยอะ“คดีแปดริ้ว” คล้ายส่งสัญญาณไปถึง “ตัวผู้บงการ” โดยใช้อำนาจกฎหมายเลือก สว. มาตรา 65 กันผู้ร่วมขบวนการเป็นพยานโดยไม่เอาผิด เพื่อมัดปลาตัวใหญ่ พ.ต.อ.ทวี บอกว่า จากข้อมูลงบดุลประจำปี 67 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่รายงานต่อสภาฯพบว่า กกต.เอางบประมาณราว 1,500 ล้านบาทปรากฏว่ายังปล่อยให้การเลือกตั้งไม่มีประสิทธิภาพดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ทั้งที่ตามกฎหมาย กกต.ใช้งบฯก้อนนี้สามารถกันหรือให้ผู้รู้เห็นในการกระทำความผิดคุ้มครองพยาน สุดท้ายเงินก้อนนี้เหลือ ไม่คืนหลวงถูกตั้งข้อสังเกตว่าปล่อยให้มีการทุจริตล่าสุด 27 ส.ค. กกต.ระบุฟันอาญาผู้สมัคร สว. 1,767 รายที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม โดยมีมติตั้งแต่ 19 พ.ค.69 และ 4 มิ.ย.69 กลับเพิ่งมาเปิดเผยในวันดังกล่าว ทั้งที่สังคมรอ กกต.เคาะคดีฮั้ว สว. 229 คนว่าส่งศาลฎีกาหรือไม่ในวันที่ 28 ส.ค. สะท้อนให้เห็นอะไร พ.ต.อ.ทวี บอกว่า กกต.ด้อยประสิทธิภาพตามหลักต้องตรวจสอบทันทีกลับปล่อยให้เวลาผ่านไปถึง 2 ปี และในช่วงนั้นยังมอบให้กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบทั้งระดับอำเภอและจังหวัด ส่งผลให้ผู้ที่ควบคุมกระทรวงนี้พลอยถูกตั้งข้อสงสัยไปด้วยนับว่าถือเป็นฐานแรกที่ส่อไปในทางทุจริต เพราะจากผู้สมัครที่เข้ามาถึงระดับประเทศประมาณ 3,000 คน แต่มีผู้ขาดคุณสมบัติ 1,767 คน เกินกว่า 50% ซึ่งหากคนกลุ่มนี้ไปเลือกคนของตัวเองย่อมทำให้ สว.ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปกติการสมัคร สว.ตามกลุ่มอาชีพ เป็นความลับ แต่ระหว่างสมัครเหมือนมีคนอยู่เบื้องหลังรู้จำนวนกลุ่มอาชีพแต่ละกลุ่มล่วงหน้า เพื่อส่งคนของตัวเองเติมลงในกลุ่มอาชีพนั้นๆ สมัยเป็น รมว.ยุติธรรม กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีการรายงานจุดนี้อย่างไร พ.ต.อ.ทวี บอกว่า ทราบขณะเอาเรื่องเข้าคดีพิเศษเขายังบอกว่ามีอีกส่วนหนึ่งแบ่งแยกทำงาน กรณีส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐรับสมัครระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เฉพาะระดับประเทศซึ่งปล่อยให้คนจำนวนมากเข้ามา “พลีชีพ” เพื่อส่งอีกคนให้มาชนะฉะนั้นถ้าคนไม่มีคุณสมบัติเข้าไปเลือกย่อมมีผลต่อคะแนนเลือกระดับชาติมาก แต่ต้องไปดูรายละเอียดคุณสมบัติของบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไรค่าจ้าง 17 ล้านบาท เพื่อออกแบบ “สูตรทำโพยฮั้ว สว.ระดับชาติ” ซึ่งเกิดจากฝ่ายการเมืองเป็นผู้ว่าจ้าง มีในสำนวนของดีเอสไออย่างไร พ.ต.อ.ทวี บอกว่า มีเข้ามารายงานคณะกรรมการคดีพิเศษมีความชัดเจนว่าเป็น “คนรุ่นใหม่ขององค์กรหนึ่ง” ไม่อยากเข้าไปก้าวล่วง เพราะในสำนวนเราไม่รู้“แบ่งเป็น 7 กลุ่ม 6 กลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้นำ เหมือนผู้บริหาร กลุ่มที่ 2 เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งบางส่วนอยู่ในผู้บริหารจะมากำหนดโดยเฉพาะอย่างยิ่งคล้ายเป็นการสมคบกัน โดยเอาระเบียบเป็นช่วงว่างที่ใหญ่ที่สุดคือ ออกระเบียบไม่ให้การเลือกตั้งเป็นลับกำหนดกติกานี้หลังได้ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัดและกำหนดหมายเลข พร้อมระบุให้หมายเลขเลือกช่วงเช้าและหมายเลขเลือกช่วงบ่ายเป็นเลขเดียวกัน นำไปสู่การทำโพยฮั้ว”“คนรุ่นใหม่ขององค์กรหนึ่ง” ว่าจ้างคนทำสูตรโพย 17 ล้านบาท ได้เรียกคนรับจ้างทำสูตรโพยมาให้ปากคำอย่างไร มีเส้นการเงินถึงคนออกแบบสูตรแค่ไหน พ.ต.อ.ทวี บอกว่า มีในคณะกรรมการคดีพิเศษ แต่ช่วงเดือน พ.ค.68 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ รมว.ยุติธรรมหยุดปฏิบัติหน้าที่คุมดีเอสไอ นับตั้งแต่นั้นก็ไม่เข้าไปในดีเอสไอส่วนเส้นทางการเงินในชั้นที่มาแจ้งคดีพิเศษ เราเห็นประมาณ 52 ล้านบาท แต่ต้องไปสอบอีก เพราะพอคูณตามคณิตศาสตร์ย้อนหลังไปจะเกินกว่า 300 ล้านบาท ถึงมีมติให้เป็นคดีพิเศษโดยอัตโนมัติฉะนั้นวันนี้ กกต.ตัดสินใจอย่างไร ไม่ขอก้าวล่วง แต่ทุกคนต้องรักษาสิทธิ์ โดยเราไม่ต้องการความสงสัย แต่ต้องการความยุติธรรมคดีฮั้ว สว.เป็นเผือกร้อนในตึกไทยคู่ฟ้าอย่างไร มีผลกระทบต่อรัฐบาลแค่ไหน พ.ต.อ.ทวี บอกว่า บังเอิญคนในรัฐบาลถูกแจ้งข้อหา ต้องถามรัฐบาล ซึ่งเป็นพรรคที่ถูกตรวจสอบคดีฮั้ว สว.วันนี้ต้องทำบ้านเมืองให้ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะทุจริตให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติ ที่ไปออกกฎหมายและแต่งตั้งกลุ่มต่างๆคดีฮั้ว สว.ถือว่าล้มล้างการปกครองขณะเดียวกันรัฐบาลยังเกิดปัญหารุนแรงที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยส่งสัญญาณท้าทายอำนาจรัฐ พ.ต.อ.ทวี บอกว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล ใครเป็นรัฐบาลก็เจอเดี๋ยวสงบ เดี๋ยวสงัด เดี๋ยวรุนแรง มีมาตลอดกว่า 20 ปี เพราะที่ผ่านมาเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ซึ่งรัฐบาลไม่มีอำนาจรัฐบาลต้องมีเจตนารมณ์การเมืองชัดเจน ไม่ใช่ส่งอำนาจให้ฝ่ายถือปืนกับฝ่ายถือปืนแก้ปัญหา โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายตรงข้ามใช้ยุทธวิธี “สร้างป่าให้เสืออยู่” เอาประชาชนเป็นป่า ไม่ทำร้ายประชาชน เพื่อชิงมวลชน ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้มีพื้นที่สื่อสารมากกว่านี้ รัฐไม่ทำให้ประชาชนรัก รัฐอยู่ลำบากปัญหาจะยุติได้ไม่ใช่แก้ปัญหายาเสพติด ปัญหาความยากจนเท่านั้น แต่ปัญหาความยุติธรรมต้องแก้โดยความยุติธรรมให้สอดคล้องบริบทของพื้นที่ พร้อมหยุดใช้ไอโอสร้างข่าวปลอม ความเกลียดชัง และเจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่เป็นเพื่อนกับผู้กระทำผิดกฎหมาย เปรียบเหมือน “แมวกับหนู” หากเป็นเพื่อนกันเมื่อไหร่ ระบบก็อยู่ไม่ได้คดีฮั้ว สว.และปัญหาไฟใต้เขย่าเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร พ.ต.อ.ทวี บอกว่า เป็นโอกาสรัฐบาลต้องพิสูจน์ โดยปัญหาใต้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หันหน้าพูดคุยกัน ส่วนคดีฮั้ว สว.ทางออกดีที่สุด ถ้า กกต.ส่งศาล ศาลจะอำนวยความยุติธรรม ฝ่ายถูกกล่าวหาก็สง่างาม แต่ถ้าไม่ส่ง ยิ่งร้ายใหญ่ คนในรัฐบาล-กกต.จะถูกแจ้งข้อหาเยอะแต่เชื่อว่า กกต.อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับขจัดคอร์รัปชัน ถ้าตัดสินเกินกว่ากฎหมาย ภายใต้ทุกสังคมที่อยู่ร่วมภายในชาติตามหลักความยุติธรรมถ้าไร้ความยุติธรรม แม้เป็นผู้มีอำนาจก็อยู่ไม่ได้.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม