“Glacier Lake” หรือ “ทะเลสาบธารน้ำแข็ง” คือแอ่งน้ำขังขนาดใหญ่บนภูเขาสูงที่เกิดจากน้ำแข็งหรือธารน้ำแข็งละลาย และถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงน้ำแข็งหรือตะกอนดินหินธรรมชาติเหตุการณ์ “น้ำป่า” และ “ดินถล่ม” รุนแรงบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อไม่นานมานี้มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับธารน้ำแข็งและภูมิประเทศแถบนั้น โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเกิดจาก “แผ่นดินไหว” และ “ดินถล่ม” ที่ปิดกั้นลำน้ำรวมถึง “หิมะ” และ “หินจากธารน้ำแข็ง” ถล่มลงมากลายสภาพเป็น “เขื่อนธรรมชาติ (Landslide Dam)” กักเก็บมวลน้ำมหาศาลคล้าย... “ทะเลสาบธารน้ำแข็ง” ก่อนจะแตกทะลักลงมาอย่างรวดเร็วเหมือนเขื่อนแตก ส่งผลให้เกิดมหาอุทกภัยและความสูญเสียอย่างหนัก การเเตกของ Glacier lake ที่อาจจะรวมกับ Landslide lake...ทะเลสาบจากดินถล่ม ด้านล่างจาก Ice-rock avalanche หรือการยุบตัวของธารน้ำแข็งอย่างฉับพลัน (จีน-เนปาล 2026)รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ กูรูด้านวิศวกรรมปฐพี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดประเด็น ตอกย้ำกรณีน้ำหลากขนาดใหญ่ที่เกิดที่ทิเบต-เนปาลดูจากลักษณะมวลน้ำ ปริมาณน้ำ โดยเฉพาะมวลน้ำระลอกเเรกที่สูง เป็นมวลใหญ่ แรงเเละเร็ว ลักษณะไม่เหมือนน้ำป่าไหลหลากทั่วไป ลักษณะการไหลของน้ำเหมือน “เขื่อนแตก” !!เเต่...ถ้าไม่มีเขื่อนที่ไหนแตก ที่เป็นไปได้คือการแตกของเขื่อนหรือทะเลสาบธรรมชาติหรือการถล่มของธารน้ำแข็ง หรือที่เเย่ที่สุดคือทั้งหมดประกอบกัน“Landslide dam” คือ “เขื่อนธรรมชาติ” ที่เกิดจากการถล่มของภูเขาจากฝนตกหนักหรือจากเเผ่นดินไหว โดยถล่มลงมาปิดร่องเขาตัว V เเละมีลำน้ำไหลอยู่ ในกรณีนี้เนื่องจากภูเขาด้านบนเป็นธารน้ำแข็งสูงชันจึงเป็นไปได้ว่าเกิดการถล่มลงมาขวางร่องเขาที่อยู่ใต้ธารน้ำแข็งโดย “มวลดิน” ที่ถล่มนี้จะเป็นส่วนผสมของดิน หิน น้ำและน้ำแข็งพุ่งเป้าไปที่...มวลดินถล่มไหลลงมาปิดกั้นลำน้ำ กลายเป็นเขื่อนธรรมชาติที่เรียกว่า “Landslide Dam”“น้ำในลำธารที่เคยไหลได้ปกติก็ถูกบล็อกเเละเริ่มสะสมตัว กลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ (Landslide lake) กรณีที่เขื่อนนี้อยู่ด้านล่างของธารน้ำแข็ง ก็จะรับน้ำที่ละลายลงมาจากธารน้ำแข็ง สะสมตัวกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Glacier lake หรือทะเลสาบธารน้ำแข็ง” รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ว่าแต่...เขื่อนธรรมชาติที่เกิดจากดินถล่มนี้ ไม่มีความแข็งแรงเหมือนเขื่อนทางวิศวกรรมที่สร้างโดยมนุษย์ ไม่มีระบบกรอง ไม่ได้บดอัด ไม่มีอาคารระบายน้ำล้น“Landslide dam”...นี้เมื่อสะสมน้ำเป็นปริมาณมากอาจจะเริ่มล้น หรือรั่ว เกิดพฤติกรรมเหมือนเขื่อนแตก ไม่มีการเตือนได้ล่วงหน้า และอาจจะอยู่บนภูเขาที่ห่างไกล สูง ที่สำคัญคืออาจจะไม่ได้มีตำแหน่งเดียว เเต่อาจจะมีหลายๆเขื่อนแบบนี้ตามแนวร่องเขาเดียวกันเมื่อ Landslide dam แตก จะปล่อยมวลน้ำที่สะสมมหาศาลออกมา เเละในหลายกรณีคือแตกแบบพัดพาทั้งมวลที่ขวางอยู่ออกไป ทำให้เกิดมวลน้ำขนาดใหญ่ สูง พลังงานมากเพราะไหลจากที่สูง ลงมาทำลายล้างทุกสิ่ง หรืออาจจะเกิดการพิบัติต่อเนื่องสะสมของเขื่อนธรรมชาตินี้หลายๆตัวตามเเนวลำน้ำเดียวกัน...สะสมเป็น “มวลน้ำใหญ่” ขึ้นเรื่อยๆ (Cascade failure)ปัจจัยกระตุ้นอีกประการที่เป็นไปได้คือการเกิดการถล่มอย่างฉับพลันของ “ธารน้ำแข็ง” หรือ “มวลหินธารน้ำแข็ง” ไหลลงมาในทะเลสาบจากดินถล่ม (Glacier lake) นี้ ทำให้เกิดคลื่นมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลข้ามเเละพังทลาย Landslide dam...เขื่อนธรรมชาตินี้ ปลดปล่อยมวลน้ำในทะเลสาบธารน้ำแข็งให้ทะลักออกมา เนื่องจากการพิบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นเกิดในระดับความสูงที่สูงมาก ดังนั้นการไหลลงมาของน้ำก็จะเพิ่มความเร็ว แรง มากๆยิ่งขึ้นเมื่อลงมาในพื้นที่ด้านล่าง...ปกติเเล้วในพื้นที่ภูเขาเช่นนี้ เมื่อเกิด Landslide dam จากเเผ่นดินไหวขนาดใหญ่ จะต้องไประเบิด ไปเคลียร์ไม่ให้มีการสะสมของน้ำจนกลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เเต่...ถ้าอยู่สูงมากๆก็ลำบากที่จะไปดำเนินการ รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ กูรูด้านวิศวกรรมปฐพี ทิ้งท้ายว่า การแตกของ Landslide dam หรือ landslide lake จะเกิดตอนไหนก็ได้ แม้กระทั่งวันที่แดดจ้า ฝนไม่ตก จึงเรียกการพิบัติแบบนี้ว่า “Sunny day failure”ถอดรหัสวิศวกรรม..รับมือมหันตภัย GLOF ในเขื่อนหิมาลัย ข้อมูลวิชาการทางเทคนิคเรื่อง “GLOF (Glacial Lake Outburst Flood) and Concrete Dam Design: Implications for Himalayan Hydropower” เขียนโดย A.K. Sthapak กรรมการผู้จัดการของ PCCI (เผยแพร่เมื่อ 28 เมษายน 2026) ตอกย้ำอดีต...การแตกของทะเลสาบน้ำแข็งบนภูเขา (GLOF) ถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์ความน่าจะเป็นต่ำ และอยู่นอกเหนือ ขอบเขตการออกแบบหลัก ปัจจุบัน...เหตุการณ์ภัยพิบัติจริงได้เปลี่ยนมุมมองอุตสาหกรรมเขื่อนในภูมิภาคหิมาลัยไปอย่างสิ้นเชิง สาเหตุที่ความเสี่ยง GLOF สูงขึ้นเรื่อยๆ มาจาก...ธารน้ำแข็งละลายถอยร่น อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้ธารน้ำแข็งหิมาลัยถอยร่นอย่างรวดเร็ว เกิดแอ่งน้ำและทะเลสาบน้ำแข็งใหม่ๆ ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง...ความไม่เสถียรของเขื่อนกั้นธรรมชาติ ขอบทะเลสาบส่วนใหญ่เกิดจากเศษหินตะกอนธารน้ำแข็งซึ่ง...ไม่ใช่วิศวกรรมโครงสร้างที่มีความแข็งแรง และเสี่ยงพังทลายจาก “แผ่นดินไหว” หรือ “หิมะถล่ม” และนับรวมไปถึง...ความเสี่ยงแบบลูกโซ่ น้ำท่วมจากทะเลสาบแห่งหนึ่งสามารถไหลกระแทกเขื่อน ดินถล่ม หรือโครงสร้างด้านล่างต่อเนื่องเป็นทอดๆได้.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม